“ หยูดนะ นี่เจ้าที่ตาลวด ”
เด็กสาวตัวน้อยสวมใส่เสื้อลายลูกไม้ชี้มือไปยังสุนัขตัวสีน้ำตาลขนยาวเฟื้อย เป็นอีกวันที่สุนัขวิ่งมาฉี่ใส่กระถางต้นไม้หน้าบ้านของเธอ
ปุง!
แก้มทั้งสองพองโตพ่นน้ำลายกระเด็นหลังจากส่งเสี่ยงปุงออกมา มังกรน้อยเห็นว่าคุณหนูยิงปืนแล้วจึงใช้มือป้อมๆแทนปืนยิงสุนัขเช่นกัน
ม๊าวม๊าว
ปุงปุง
สองเด็กและมังกรกระหน่ำยิงปืนอากาศอยู่หน้าทางเข้าตึก เฉินห่าวเห็นพัฒนาการลูกสาวรู้สึกพอใจที่เห็นว่าเป่าเป้ยเริ่มมีจินตนาการที่สูงมากแล้ว เขาจึงคิดว่ามันน่าจะเป็นผลจากการปล่อยให้ลูกสาวมีเพื่อนเล่นเช่นมังกรจึงพัฒนาการได้รวดเร็วจึงปล่อยให้ลูกสาวเล่นต่อไป
ทันใดนั้นเอง
เฉินห่าวเห็นสายตาของลูกสาวส่งมาให้ เขาจึงรีบวิ่งไปหาสุนัขจนมันวิ่งหนีหางจุกตูด ก่อนที่เขาจะแกล้งล้มให้ลูกสาวรู้ว่าเธอยิงพลาดจนถูกพ่อของตัวเอง
เสียงหัวเราะเล็กๆดังออกมาจากเป่าเป้ยหลังจากเห็นป๊ะป๋าถูกยิงจนล้มลงไปนอนบนพื้นดิน เธอจึงขี่มังกรเข้าไปใกล้ๆพร้อมกับกระเป๋าฉุกเฉินเพื่อช่วยปฐมพยาบาล
เหล่าสมาชิกร้านที่เหลือไม่ถึงครึ่งล้วนแล้วหันมองหน้าร้าน แต่ละคนไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าของร้านฟิตเนสจะลงทุนกลิ้งไปกับพื้นเพื่อให้ลูกสาวได้เล่นสนุก
คนที่เคยทำหน้าจริงจังสอนทักษะให้กับพวกเขา กลายเป็นคนปัญญาอ่อนในทันที นอกจากจะแกล้งตายเป็นแล้วยังแกล้งเจ็บเพื่อให้ลูกสาวฉีดยาก่อนจะลุกขึ้นมาวิ่งเต้นไปรอบๆ
“ แดดเริ่มส่องแล้ว เข้าบ้านกันเถอะ ”
“ ปุงปุง ”
เป่าเป้ยน้อยยังคงยิงลมต่อไปเรื่อยๆ ปล่อยให้พ่ออุ้มเข้ามาในตึก จากนั้นเธอจึงเล่นกับมังกรน้อยต่อราวกับว่ามันคือตุ๊กตา
เฉินห่าวกลับเข้ามาในร้านจึงเริ่มฝึกทักษะให้นักเรียนต่อ วันนี้ผู้คนลดน้อยลงไปยิ่งกว่าเมื่อวาน ยิ่งปล่อยให้สงครามยาวนาน ผู้คนในเขต X ก็เริ่มร่อยหรอลงไปทุกที นับตั้งแต่สอนทักษะให้กับคุณหนูหลี่อิงและนักเรียนทั้ง 5 ก็ผ่านมาแล้ว 2 อาทิตย์
พวกเขาก้าวหน้าไม่น้อย แม้จะไม่เท่าคุณหนูหลี่อิงก็ตาม เฉินห่าวกลับมองว่าถ้าหากต่อสู้กับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน ถ้าไม่ใช่ลูกหลานตระกูลใหญ่ นักเรียนทั้ง 5 ที่เขาสอนทักษะให้สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ง่ายดาย
“ อ้าว ลมอะไรหอบพี่มาช่วงกลางวันกัน ”
เฉินห่าวมองไปที่หน้าร้าน คนที่เดินเข้ามาคือเจ้าหน้าที่หยางที่แต่งตัวไม่ต่างจากวันแรกที่มาขอตรวจสอบร้าน
“ วันนี้ก็ยังมีคนมาสินะ นึกว่าอพยพกันไปหมดแล้ว ”
“ ดูท่าจะมีคนเชื่อมั่นในกองทัพเขต X อยู่ แล้วนี่พี่จะไปไหน แต่งซะเต็มเชียว ”
“ ฉันมาลา นี่ก็ครบเดือนแล้วที่ฉันถูกส่งมาเมืองนี้ หน่วยของฉันเรียกตัวกลับเพราะภารกิจล้มเหลว ”
“ ตกลงพี่มาทำภารกิจอะไร ”
“ บอกไม่ได้มันเป็นความลับ ยังไงก็ขอบคุณมาก ฉันได้หลายอย่างจากที่นี่เลย ”
“ โอเคพี่ เดินทางปลอดภัย อย่าไปปีนเสาธงที่ไหนอีกล่ะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าบ้า ”
เจ้าหน้าที่หยางหัวเราะเบาๆ เขาต้องคอยแอบผู้คนเพื่อแช่น้ำพุตามสถานที่ต่างๆในช่วงกลางคืน แล้วยังต้องปีนเสาธงไม่ให้ใครเห็น แม้ทุกอย่างจะน่าอายเขากลับยอมทำเพราะเป็นหนทางทำให้เขาปลุกพรสวรรค์ ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เฉินห่าวแนะนำ เขาสามารถปลุกพรสวรรค์ได้ในระหว่างที่ลงคอร์ส
“ ลืมบอกไป ระวังตัวด้วยก็ดี ในช่วงที่เมือง X ตกอยู่ในอันตรายแบบนี้ พวกที่ลอบสังหารนายอาจจะลงมืออีกครั้ง ”
“ ครับพี่ ผมจะระวังตัวให้มาก ”
เฉินห่าวโบกมือลา เขารู้สึกอ้างว้างไม่น้อย ไม่คิดว่าเวลา 1 เดือนจะผ่านไปเร็วขนาดนี้ ลูกค้าคนที่สองของเขาเดินทางจากไปแล้ว ต่อให้เขาอยากจะรั้งเอาไว้ อีกฝ่ายถูกเรียกตัวกลับไปจึงต้องทำตาม
เมื่อมองเข้าไปในร้าน เขาถึงขั้นถอนหายใจหนัก จำนวนผู้คนที่แวะเวียนเข้ามาในร้านลดเหลือ 80 - 90 คนเท่านั้น จากเดิมมีมากถึง 300 คนต่อวัน หากสถานการณ์ยังไม่มีความคืบหน้ามนุษย์ไม่อาจจะเข้าใกล้ชัยชนะ ที่นี่คงเหลือเพียงแค่เขาและลูกสาวเพราะคนอื่นๆอพยพออกไปหมด หรือไม่พวกเขาก็ถูกเรียกตัวไปแนวหน้า
“ พี่ชายเฉินห่าวฉันมาแล้ว ”
เฉินห่าวมองหน้าหลี่อิงที่พึ่งเดินทางมาถึง เขาจึงยิ้มรับ ดูท่าลูกค้าคนที่ 3 ของเขาจะจากไปเช่นกัน เขาไม่สามารถดึงเธอให้อยู่ที่ร้านนานกว่านี้ได้เพราะชี้แนะทักษะไปทั้งหมดแล้ว
เขาอยากจะดึงเธอให้นานกว่านี้ แต่ชื่อเสียงของเธอใช้ไม่ได้ผลในตอนมีสงคราม ต่อให้ทุกคนจะรู้ว่าคุณหนูหลี่อิงฝึกทักษะอยู่ที่นี่ก็ตาม ในสภาวะเช่นนี้ไม่มีใครตามเธอมา
เฉินห่าวจึงรีบเร่งสอนเธอทุกอย่าง เพื่อให้เธอนำเอาพลังนี้ไปใช้ให้เหล่าผู้อาวุโสเห็น
“ วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายแล้วนะที่ฉันจะแนะนำเธอ ”
“ ไม่มีอะไรแนะนำแล้วเหรอคะ ”
“ ถ้าเธอเรียนทักษะอื่นก็มีอะไรอีกเยอะให้ทำ แต่สำหรับทักษะตระกูลของเธอนั้นฉันช่วยเต็มที่แล้ว ส่วนทักษะด้ายมรณะไม่มีอะไรต้องบอก เหลือแค่เธอไปปรับใช้มันด้วยตนเอง ”
เฉินห่าวเริ่มชี้แนะหลี่อิง การฟาดฟันของเธอในวันนี้ดีกว่าเมื่อวาน ดูท่าเธอจะฝึกซ้อมอย่างหนักเพราะอยากจะเอาชนะเหมยลี่
อย่างไรก็ตามวันนี้เขาให้เหมยลี่หยุดพัก 1 วันเพราะรู้ว่าหลี่อิงจะต้องท้าเหมยลี่ปะลองแน่นอน
จากสายตาของเขาไม่จำเป็นต้องให้เด็กทั้งสองตัดสินเขาก็รู้ว่าเหมยลี่จะต้องเป็นฝ่ายชนะ
ทางฝั่งหลี่อิงได้รับการสนับสนุนจากตระกูลจนเลเวลอัพมาที่ 25 ส่วนทางเหมยลี่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวด้วยเงินเล็กๆน้อยๆแล้วได้รับส่วนแบ่งจากผลึกมานาที่เหลือจากการดูดซับของเขาจนเลเวลอัพมาที่ 15
แม้เลเวลของเด็กทั้ง 2 จะเปลี่ยนไปจากเดิม ค่าสถานะของพวกเขากลับเท่ากัน หลี่อิงได้รับค่าสถานะเพิ่มเติมจากเครื่องออกกำลังกายของเขา 10 หน่วย จนค่าสถานะโดยรวมเทียบเท่าเลเวล 35
ทางฝั่งเหมยลี่ได้รับค่าสถานะเพิ่มเติมจากอุปกรณ์เลเวล 2 ที่เขาให้เธอใช้เพียงคนเดียวทำให้ค่าสถานะโดยรวมเพิ่มมาที่ 35 เช่นกัน
ต่อให้ค่าสถานะของทั้งสองจะเทียบเท่า เหมยลี่ได้รับการฝึกทักษะจากเขายาวนานกว่า นอกจากนั้นแล้วทักษะของเธอยังเป็นของรองเจ้าสำนักที่เขาถ่ายทอดให้โดยตรง ต่อให้หลี่อิงจะได้รับการปรับแต่งทักษะและมีอาชีพที่ช่วยหนุนเสริม เธอยังคงเป็นต่อเช่นเดิม
เฉินห่าวยังไม่อยากให้เกิดมารภายในใจของหลี่อิง เขาจึงสั่งให้เหมยลี่นอนพักอยู่ที่บ้านไปก่อน
หากวันนี้ทั้งสองต่อสู้กัน หลี่อิงที่พ่ายแพ้มายาวนานจะเริ่มหมดกำลัง สุดท้ายการพัฒนาของเธอจะหยุดลง เขาจึงปล่อยให้เธอเกิดคำถามภายในใจไปก่อนสักระยะหนึ่ง เพื่อให้เธอเกิดความสงสัยตลอดว่าใครจะเป็นฝ่ายเหนือกว่า
คำถามที่ค้างคาใจเกี่ยวกับความแข็งแกร่งจะคอยผลักดันเธอไปข้างหน้า ซึ่งเขาไม่รู้เหมือนกันว่าเหมยลี่จะสร้างผลงานที่เหนือกว่าจนอีกฝ่ายอยากจะเอาชนะได้อีกหรือเปล่า
เฉินห่าวไม่รู้ว่าชีวิตมหาวิทยาลัยของเหมยลี่จะไปในแนวทางไหน เธอจะได้รับการสนับสนุนจากใครหรือเปล่า การที่เธอเป็นมาสคอตให้กับร้านฟิตเนสของเขาจะสร้างศัตรูให้เธอในวัยเรียนจนความก้าวหน้าถดถอยหรือไม่ ซึ่งเขาช่วยอะไรไม่ได้นอกจากหวังให้เธอก้าวไปด้วยตนเอง
สิ่งที่เขาสอนในทุกๆวัน หากใช้ให้เป็นเธอไม่ต้องรอการสนับสนุนจากใคร ด้วยสถานะที่สูงกว่าเลเวล เธอสามารถฆ่ามอนสเตอร์เลเวลสูงกว่าแล้วนำมันมาดูดซับได้ง่ายๆ การอัพเลเวลในช่วงชีวิตมหาวิทยาลัยแทบจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ
“ เอาล่ะ น่าจะพอกันแค่นี้ หากอยากให้ฉันช่วยอะไรเดินทางมาได้เสมอล่ะ แล้วก็นะ ในอนาคตข้างหน้าฉันว่าจะติดตั้งอุปกรณ์เลเวลสูงกว่านี้ ถ้าเธออยากจะเพิ่มค่าสถานะอีก 10 หน่วยค่อยแวะมาก็แล้วกัน ”
หลี่อิงเบิกตาโตเมื่อรู้ว่าสามารถเพิ่มค่าสถานะได้อีก หมายความว่าการต่อสู้กับคนที่มีเลเวลสูงกว่า 20 ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
“ เมื่อไหร่คะ ”
“ จะติดต่อไปก็แล้วกัน ”
“ อย่าลืมนะคะ ”
เฉินห่าวปัดมือไปมาก่อนจะไล่ให้เธอขึ้นรถ เย็นนี้ไม่เหลือใครแล้วนอกจากเธอที่ร่ายรำดาบจนตัวเปียกชุ่ม
“ รู้สึกเหงาๆยังไงไม่รู้แฮะ อีก 2 อาทิตย์เด็กพวกนี้ก็จะจากไปอีก ”
เฉินห่าวรู้สึกเศร้าเล็กน้อย แม้เขต X จะยังมีสงครามเกิดขึ้นที่รอยต่อระหว่างเขต มหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วประเทศกลับเปิดการสอบปกติในอีก 2 อาทิตย์ต่อจากนี้
หลังจากนักเรียนหายไปหมด ร้านของเขาคงจะเหลือแค่พวกของอ้ายเสินที่กลายเป็นพนักงานร้านของเขาไปแล้ว แม้จะไม่ได้เงินเดือนพวกมันกลับปักหลักอยู่ที่ร้านของเขาทุกช่วงเวลากลางวัน
[ สวัสดีตอนเย็นท่านผู้ชมทุกท่าน ข่าวต่อไปเรามาดูพื้นที่เขต X กันบ้าง จากตัวเลขประชากรที่อพยพออกมาจากเขต ตอนนี้เจ้าหน้าที่ยืนยันแน่ชัดแล้วว่ามีจำนวนสูงถึง 70 % เหลืออีก 30 % เท่านั้นยังไม่ได้อพยพออกมา แต่ถึงอย่างนั้นจำนวนนี้กลับไม่น่าเป็นห่วง ทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมยานไว้พร้อมแล้ว เมื่อใดก็ตามที่ไม่สามารถต้านกองทัพมอนสเตอร์เอาไว้ได้ พวกเขาสามารถอพยพชาวเมืองที่เหลือออกมาได้ในทันทีเลยค่ะ ]
เฉินห่าวมองออกไปนอกร้าน เขตของเขาเงียบเหงาลงมา รถวิ่งผ่านหน้าร้านแทบไม่มี ผู้คนเริ่มกักตุนสเบียงอยู่ภายในบ้านเสียส่วนใหญ่ ต่อให้กลุ่มอ้ายเสินจะยืนรอหน้าร้านเพื่อเรียกลูกค้าสักคน กลับไม่มีใครผ่าน
สมาชิกร้านของเขาจึงค้างอยู่เพียง 302 คนเท่านั้น อีก 3 อาทิตย์จะครบกำหนด หากเขาไม่สามารถหาสมาชิกให้ครบ 500 คน เขาจะถูกส่งไปยังพื้นที่บทลงโทษของทางระบบที่มีโอกาสตายสูงถึง 50 %
“ เฟยหลงปิดประตูร้านด้วย คงไม่มีใครมาแล้ว ”
เจ้าหน้าที่หยางที่เคยมาในช่วงกลางดึกไม่อยู่แล้วเพราะถูกเรียกตัวกลับ วันนี้จึงเป็นวันแรกที่เขาปิดประตูร้านไม่ยอมให้ใครเข้ามา
หลังจากเดินขึ้นมาชั้น 3 เขาก็เริ่มอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะเริ่มดูดซับผลึกมานาต่อ
“ ให้ตายสิ ถ้ามีคนเลเวลสูงๆแวะมาอีกคนสองคนก็คงจะดี ”
แม้เงินเก็บจะเหลือมากกว่า 4,000 ล้านบาท เฉินห่าวกลับอยากได้เงินมากกว่านี้เพราะเขาเล็งเห็นว่าการเพิ่มเลเวลจำเป็นต้องใช้เงินมหาศาล เพื่อแลกกับความสบาย
หลังจากกล่อมเป่าเป้ยนอนจนหลับ เขาจึงเริ่มดูดซับผลึกมานาต่อ เลเวลของเขาค้างอยู่ที่ 19 มันคือคอขวดที่ฮันเตอร์ทุกคนจะต้องพบเจอ
เลเวลนี้จำเป็นต้องใช้เวลาราว 7 - 8 วันในการปล่อยให้ยีนปรับตัวกับพลัง เขาจึงไม่สามารถก้าวกระโดดแบบพรุ่งพรวดได้จึงรอให้ยีนย่อยสลายพลังทั้งหมดที่เขาเก็บสะสมเอาไว้
“ ถ้าอวี้หลงมาบอกให้เขารอก่อนนะ ”
มังกรพยักหน้าหงึกหงัก มันสามารถเปิดและปิดประตูตึกได้ เฉินห่าวกลัวว่าช่วงที่เขาดูดซับพลัง อวี้หลงจะเดินทางมาหา
ทันทีที่หลับตามานาภายในร่างก็ถูกส่งผ่านฝ่ามือกระจายเข้าไปในผลึกมานาเลเวล 20 จนมานาของเขาสัมผัสกับพลังได้ทั้งหมด เฉินห่าวไม่รอช้าดึงพลังงานทั้งหมดเข้ามาในร่างกระจายมันไปยังเซลล์ทั้งหมด เพียงพริบตาเซลล์ของเขาที่ไม่ยอมดูดซับพลังงานเพิ่มเติมมาตลอด 7 วันก็เริ่มดูดซับพลังงานอีกครั้ง ทันใดนั้นเลเวลของเขาก็อัพไปที่ 20 พร้อมกับมีเสียงแจ้งเตือนดังบอกให้เขารู้ว่าอาชีพได้รับการอเวคเป็นครั้งที่สองจนได้สกิลมาเพิ่มอีก 1 อย่าง
ประกาศ
วันนี้มา 3 ตอนนะครับ
วันที่ 13 - 14 - 15 เมษายน อัพวันละ 2 ตอนนะครับ วันที่ 16 จะกลับมาอัพตามปกติ สวัสดีวันสงกรานต์ครับ