ถ้าเพราะไม่อยากเป็นใหญ่ มังคลาเข้าใจว่าอชาตะยังคงเป็นลูกไก่ในกำมือเสมอ
ความเล่นไม่ซื่อ ส่อแววบาดหมางระหว่างกันทันที
เมื่อคัมภีร์ปีศาจถูกขโมยไป จะใครเล่าที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุด
หยุดม้าไว้ตรงประตูทางเข้าปราสาท เดินอาดเข้าหาองค์ราชา
อย่าไม่เกรงอาญาใด เนื่องสิ้นสุดทางต้องตัดขาดความเป็นพันธมิตร
ไฟแห่งโกรธาแผดเผาสัมพันธ์ที่สร้างมาด้วยแรงผลักดันซึ่งกันและกัน
วันนี้จะร้ายหรือดี ต้องเจรจาหาความกระจ่างล้างใจซะที
“พวกสู ออกไปให้เหมิด”
ไล่นางสนมที่กำลังปรนนิบัติ เทเลือดไก่ใส่ชาม อาหารเช้าเตรียมเสวย
อชาตะเห็นท่าทีของมังคลา รู้เลยมาเพื่ออะไร
“มึงเฮ็ดจังซี่ได่จังได๋! บักอสูรขี้กาก”
มังคลาชี้กราดด่าไม่ไว้หน้าต่อองค์ราชา ขณะเริ่มเจรจา
“ว่ากูกาก กะซ้วนมึงมาฮอนปานนี่หละ”
อสูรพูดถึงสิ่งช่วยหนุนให้มังคลามาถึงขนาดนี้
“มึงสิเอาจังได๋กับกู ห๊า?”
ตะโกนถามด้วยกิริยาหยาบ ปุโรหิตไม่หลงเหลือคราบนักบวช
“กูบ่อดแล้วเด้อ มีแต่ข่มกูให้ต่ำลง”
เอ่ยถึงพฤติกรรมที่ถูกกำกับ โดนควบคุมจนเหมือนเป็นทาส
หนำซ้ำมองไม่เห็นคุณค่า พลอยทำให้อึดอัดทรมานใจ
ไม่จำเป็นต้องกักเก็บไว้ อชาตะได้ทีพร่ำระบายออกมา
“อย่าคึดว่ามึงเก่ง คั่นบ่มีกู มึงกะอยู่บ่ได่”
ท้ายประโยคอชาตะตอกย้ำด้วยวาจาเตือนสติ
“อันนี่เอง อสูรอย่างมึงคึสิมีม่องไป”
นึกออกทันใด แหล่งที่ใหม่คงเป็นฝั่งจามรเทวี
วลีมังคลาอาฆาต เพราะมีแค่พระนางคนเดียวถึงเนื้อถึงตัว ขนาดทรงตั้งครรภ์
อชาตะน่าจะเจอกับคารมที่กล่อมให้เปลี่ยนใจ
ดั่งตนมีประสบการณ์มาแล้ว กับเรื่องวาจาหว่านล้อมของสตรีผู้นี้
อันมีดีตรงสามารถพูดจี้จุด จนทำให้หวั่นไหวหรือลังเล
จากแต่ก่อนเคยลงมือกำจัดองค์เลอสรวง โดยลวงทางพิธีกรรมโหราศาสตร์
เนื่องจามรเทวี เอ่ยชี้ให้เห็นถึงศักยภาพซึ่งพ่อหลวงจะเชื่อก็ต่อเมื่อมังคลาเผยคำทำนาย
ลางร้ายมีผลกระทบจนราชธานีล่มสลาย ดุจพระนางรู้ซึ้งถึงข้างในแต่ละคน
จึงชักชวนเข้าสู่ขบวนการ สร้างความเสื่อมเสียแก่เลอสรวง
ผลดีกลับตกใส่จามรเทวี เพราะได้ตำแหน่งพระมเหสีไป
ส่วนตนไม่มีอะไรคืบหน้า มังคลาเลยพอเดาออก เหมือนว่าถูกหลอกใช้
นึกแล้วเจ็บใจ ครั้งนี้ไม่พ้นอสูรเป็นฝั่งของตน
ยังโดนจามรเทวี ดึงดูดให้เข้าร่วมเป็นฝ่ายจนได้
“สักมื้อ มึงสิฮู้ ว่าหยังเป็นหยัง”
ถ้อยคำมังคลากล่าวได้แค่นี้ แรกจะมาอาละวาด
เพราะพลาดคัมภีร์ปีศาจที่หายไป หนำซ้ำอชาตะยังถือไพ่เหนือกว่า
ไม่ง่ายเลยจะเรียกวิญญาณออกจากร่างองค์ราชาได้ขณะนี้
แน่แล้วไมตรีตัดขาดถึงทางสิ้นสุด มนุษย์กับอสูรร่วมมือกัน
พลันฉุกคิดมังคลาจึงให้เวลาอชาตะได้คบค้ากับจามรเทวี
เผื่อว่าสักวันจะได้รู้สันดานของพระนางดี หมดประโยชน์เมื่อไหร่ ถีบหัวส่งทันที
ทั้งพร้อมหันมาเล่นงาน มองข้ามชนิดเกลียดชังหลายเท่าตัว
“ฮ่ะ ๆ ๆ กูถ่าเบิ่งคึกัน ไผมันสิซิบหาย”
ด้านองค์เลอสรวงหัวเราะไล่หลัง อชาตะมั่นใจอาศัยร่างได้ตลอดไป
...นำความผิดหวังกลับมายังเทวาลัย มังคลามองอนาคตข้างหน้าไม่ออก
ประเด็นต่อจากนี้ อชาตะคงไม่เรียกหาหรือกล้าขัดความประสงค์ตน
นิ่งตรองดูมวลสิ่งทำอยู่ยังค้างคา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องท้าวเทศ
ซึ่งส่งกองทหารตามจับกุม ข้อหาฐานกบฏต่อต้านระบบเทวาธิราช
บังอาจนำร่องเปลี่ยนทัศนคติผู้คน ถวิลหาอำนาจประชาธิปไตย
คดีเก่าตามล้างท้าวเทศยังไปไม่ถึงไหน เรื่องใหม่ก็เข้ามาแทรก
ฟากท้าวรณชัยคงรอท่าตั้งสมาคม*คหบดี รวมบรรดาขุนนาง และกลุ่มเศรษฐีมีเงิน
ผสมพันธมิตรเข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันขึ้นมาบริหารรัฐแน่ ๆ
แค่คิดมังคลาก็เจ็บใจ ที่ตนไม่ถอนรากถอนโคนขุนรณชัยตั้งแต่แรก
เพียงอยากสั่งสอนให้เข็ดหลาบ ลดบทบาทสถานภาพขุนนางใหญ่
ริกล้ากับรุ่นใหม่อย่างตน สุดท้ายวกวนมาเอาคืนจนได้
คลื่นน่ากลัวคือบุคคลที่ไม่เปิดเผยท่าที จามรเทวีมีชั้นเชิง
ซุกความร้ายภายใต้หน้ากากอ่อนแอ ที่แท้สะสมพลังเงียบ
“สิจื่อไว้ พวกสูเฮ็ดหยังกับกู”
พออยู่ลำพัง มังคลาพยายามหาทางทำอะไรสักอย่าง
เพื่อแก้ปัญหาที่ตนประสบในตอนนี้ นอกเทวาลัย
กุมารทองบักโผนส่งจิตอ้อนวอน ขอแก้ตัวในข้อบกพร่อง
กรณีเฝ้าของสำคัญให้นายไว้ไม่ได้ จึงอาฆาตหนัก
สร้างรอยแค้นแก่มัน ขั้นจิตเด็กผีแตกสลาย กลายเป็นวิญญาณร้าย
ลำพังเชือกสายสิญจน์ลงอาคม ที่มังคลามัดไว้สำหรับลงโทษ
ยังเอามันไม่อยู่ บักโผนก้าวร้าวอันธพาลเพิ่มทวีคูณ
ยกระดับร้ายอีกขั้น มันหักคอไก่ตามเล้าของชาวบ้าน จกกินเครื่องในสด ๆ
สังเวยความโกรธ มันแล่นถ่อดั้นด้นมาถึงด้านหน้าเทวาลัย
หวังมังคลาให้โอกาสอีกครั้ง“อีพ่อ ลิโตนเถิด”
มันปาดน้ำตาที่หยดออกมา ทั้งพร่ำอาสาจะไปฆ่าคนขโมยให้ได้
ไม่ต่างกันนัก ทางมังคลาเจ็บแทบกระอักเลือด
เมื่อโดนหักหลังจากอชาตะ อสูรซึ่งชุบชีพมากับมือ
แปรพักตร์ไปเข้ากับฝั่งตรงข้าม อันทิ้งให้ตนเคว้งคว้าง
“เข้ามา”
สิ้นคำอนุญาตมังคลา เด็กผีปรากฏกายท่ามกลางเทวรูปศักดิ์สิทธิ์
“อีพ่อ เจ่าเซาเคียดให้ข่อยหล่ะเบาะ”
บักโผนถลาลงกราบเท้า สำนึกผู้มีพระคุณเลี้ยงดูมัน
“มึงเฮ็ดหยังให้กูได่บ่”
ไม่ต้องรอให้มันพูด มังคลาใช้งานโยนคำถามกับกุมารทอง
“สั่งมาโลดอีพ่อ”
สมกับมันซื่อสัตย์ มีเผลอเรอบ้างตามประสาเด็ก
“ไปเบิ่งดู๊ ว่าอีหลีบ่”
ไม่ทิ้งประเด็นสงสัยในความซ่อนเร้น มังคลาบอกให้บักโผนไปตำหนักคิมหันต์
ดูให้แน่ที่แท้ทารกเพศอะไร แล้วให้มันกลับมารายงาน
...จดจ้องทุกช่วง บักโผนล่องหนแอบเข้ามาถึงห้องบริบาลเด็ก
ภายนอกหลอกตา มันอุตส่าห์เฝ้าเป็นวัน จึงรู้ชัดในสิ่งมังคลาใช้สอย
ยามอาบน้ำ อีปุนจัดแจงถอดกระปิ้งออก ล้างมือล้างตัวเด็กน้อย
ซับเช็ดจนแห้ง บรรจงโรยผงขมิ้นตามข้อพับผิวบาง
“โอว นี่มันผู้ชายตั๊วหนิ”
พอเปรียบเทียบ บักโผนตาสว่างเพราะมีสัญลักษณ์เหมือนมัน
วูบโชยกลิ่นเหม็นคาวลอยผ่าน ขณะอีปุนอาบน้ำให้อริยะ
แต่ก็ไม่สังเกตเห็น เนื่องเป็นแค่ดวงวิญญาณเท่านั้น
หากลางสังหรณ์เหมือนถูกเฝ้ามอง จึงบ่นเปรยกระทบ
“ลมผีบ้าซูนคิง เอาซัมนี่หละเนาะพ่อยักษ์น้อย”
เกรงทารกจะไม่สบาย เนื่องลมเย็นต้องกายจึงรีบสวมเสื้อผ้าให้
ความน่ารักเดียงสาพาให้หลง อีปุนดูแลอย่างดี
อีกสงสารในสิ่งที่ขัดกับรูปลักษณ์ ซึ่งเกิดมาถือไม่ธรรมดา
หน้าที่อีเนียนป้อนนม ส่วนอีใสปรุงธัญพืชบดให้กิน
แบ่งกันคนละไม้คนละมือ แต่ส่วนมากอีปุนรับเอาหมด
สาเหตุจามรเทวีมีท่าทีรังเกียจ กึ่งมนุษย์ครึ่งอสูร
กระทั่งตราหน้าไว้ โตขึ้นเมื่อไหร่เด็กคงกินเลือดเหมือนพ่อของมัน
อันพระนางรู้อีกมุมด้านมืด ที่อชาตะสารภาพเอง
เป็นคนอื่นคงหนีหาย เพราะกลัวในความไม่ปลอดภัย
เนื่องราชาที่อยู่ต่อหน้าไม่ใช่องค์เลอสรวง แตกต่างพระนางจามรเทวี
สตรีที่ถลำตัวจนตั้งครรภ์ ซึ่งนั่นแปลว่าทายาทมาเกิดด้วย
จวบจนบัดนี้จึงช่วย ๆ กันทำให้ทารกมีชีวิตต่อไปเรื่อย ๆ
...“กูคึอยู่! ว่าต้องมีอีหยังจักอย่าง”
คำของมังคลาหลุดออกมา เมื่อบักโผนเอาภาพที่มันเห็นกับตานำมาเล่าบอก
“เมี้ยนมัน ซะเป็นหยังโลด อีพ่อ”
จึงรีบยุยง บักโผนอยากลองกินตับไตไส้พุงเด็กบ้าง
เจ็บกับพันธมิตรใกล้ตัว มังคลาจุกในอกเหมือนถูกหนามตำ
ได้คราต้องเอาหนามบ่งออก ยอกย้อนคืนแก่อชาตะกับจามรเทวี
“มึงฟังกู ลูกพ่อ”
วางแผนการทั้งหมด ถ่ายทอดผ่านกุมารทองที่พร้อมลงมือ
...ไม่ต้องรอนาน มังคลารอบเข้าตำหนักคิมหันต์
งานสำคัญคือลักพาตัวเด็ก อาศัยช่องอชาตะลืมคิด
เนื่องพุ่งประเด็นไปที่คัมภีร์ปีศาจ ซึ่งซ่อนไว้ในรัศมีใกล้ตน
หารู้ไม่ภัยกำลังจะเกิดขึ้นกับอริยะ มีคนประสงค์โดยตรงต่อทารก
ในเมื่อไว้ใจใครไม่ได้ มังคลาเลยทำเองทุกอย่าง
ปล่อยวิญญาณบักโผนเข้าไปดูลู่ทาง จากนั้นใช้มนต์สะกดให้ทุกคนหลับไหล
สองพ่อลูกช่วยกันจนสำเร็จ นำเด็กออกจากปราสาทได้
มังคลาขี่ม้าหายเข้าไปในกลีบเมฆ ทิ้งความโกลาหลไว้เบื้องหลัง
ในเมื่อขึ้นนั่งแท่นบัลลังก์ไม่ได้ ก็จะใช้สายเลือดเป็นตัวประกันแทน
ประกอบทั้งช่วงรุ่งโรจน์ ยังพอมีพวกพ้องให้ความสนับสนุนกลุ่มนักบวช
ผลพลอยได้จึงสมน้ำสมเนื้อ พอที่จะแลกต่อกรกับจามรเทวี
...ช่วงถูกละห้วงเวลากดดัน สืบเนื่องจากมังคลาหันมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
สมควรสะสางระหว่างกลุ่มนักบวชลัทธิชั้นสูงและขุนนางคหบดีที่ร่ำรวย
จึงเป็นจังหวะให้อีกคณะท้าวเทศ สร้างเสริมความแข็งแกร่ง
แนวร่วมส่วนมากเป็นชาวบ้านในชุมชนหัวเมือง
เพิ่มจำนวนบรรดาขอสมัครลากยาวตลอดทางที่แวะ
มวลทั้งหลายแบ่งงานตามหน้าที่ แผนกจดรายชื่อสมาชิกระบุตัวตน
เสือหาญตีตราสังกัดบนข้อมือ สักสลัดไว้แสดงถึงสัญลักษณ์เป็นพวกเดียวกัน
ล้วนทำงานไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ลายสือใช้ตรงนี้เรียนรู้ไปในตัว
มันกลายเป็นบุคคลที่ราษฎรฝากความหวัง ประหนึ่ง*รามาธิบดีของอนาคต
*คหบดี หมายถึงชนชั้นผู้มั่งคั่ง เจ้าของที่ดิน
หรือเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ในยุคโบราณ (โดยเฉพาะในยุคพุทธกาลและสังคมจีนในไทย)
ผู้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตหลัก มีสถานะทางสังคมสูงเทียบเท่ากษัตริย์หรือพราหมณ์
และเป็นกลุ่มผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
มักดูแลกิจการการค้าหรือการเกษตรด้วยตนเอง หรือจ้างผู้อื่นดำเนินการ
*รามาธิบดี แปลว่า “พระรามผู้เป็นใหญ่” หรือ “กษัตริย์ผู้เป็นใหญ่ดั่งพระราม”
พระนามที่นำมาจากวรรณคดีรามเกียรติ์ สื่อถึงความอวตารของพระนารายณ์
ซึ่งลงมาปกครองบ้านเมือง ปราบยุคเข็ญ ขจัดภัย
เป็นสมมติเทพที่พระมหากษัตริย์ไทยนิยมใช้มาตั้งแต่สมัยอยุธยา
เพื่อแสดงถึงความรุ่งโรจน์และความเป็นปราชญ์
(อ้างอิงจากวิกิพีเดีย)