ตอนที่ 17 “งานวิจัยกับฉันไปเจอพี่คนนั้นมาด้วยแหละ”
....
....
.....เมื่อหนุ่มหล่อสาวสวย และยัยอ้วน มาพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้วผู้คนรอบข้างก็ดูเหมือนจะเริ่มการเล่นเกมอะไรเอ่ยไม่เข้าพวกกันอยู่ในใจ...ฉันเองก็ด้วย...นี่ถือว่าพลาดจริงๆที่ฉันนัดสองคนนี้มาเจอพร้อมกัน
พื้นที่โดยรอบยังคงมีเสียงเจื้อยแจ้วของการรับประทานอาหารของเหล่านักศึกษาใน่เวลาพักเที่ยงแต่ภายในโต๊ะที่ฉันนั่งบรรยากาศมาคุแผ่กระจายไปสู่พื้นที่โดยรอบโต๊ะ
หลังจากที่เติมซื้ออาหารและกลับมาและพบกับพี่กานดาเติมก็ไม่พูดอะไรและก้มหน้าก้มตาทานอาหารของตน ในขณะที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรหลังจากทักทายพี่กานดาแล้ว และยังมีอาหารเหลืออยู่ในข้าวกล่องที่ฉันห่อมาจากหอพัก ฉันจึงยังใส่ใจกับการกินอยู่ มีเพียงพี่หมอเท่านั้นที่ยังว่างสนิทไม่มีอาหารอยู่ตรงหน้า
“ดีจ้า..ไม่ได้มากวนงานวิจัยใช่มั้ยนิ?”
ในที่สุดพี่หมอก็เป็คนออกปากถามแบบลอยๆที่ฉันบอกว่าพี่แกถามแบบลอยๆเป็เพราะหากพี่แกพูดกับฉันหรือเติมแกก็หน้าจะใส่สรรพนามที่เฉพาะเจาะจงแทนตัวเองเช่น‘พี่’ ในกรณีที่พูดกับฉัน หรือ ’เรา’ บางทีอาจจะ ’เค้า’ ในกรณีที่พูดกับเติม(write:หมอกานดากับเติมอายุเท่ากันนะแต่เคี้ยวไม่ได้เรียกเติมแบบเคารพเหมือนหมอกานดา)แต่พี่หมอแกดันตัดคำสรรพนามเ่าั้ทิ้งไปทั้งหมดทำให้มันดูกลายเป็คำถามลอยๆไปซะอย่างงั้น
ฉันเหลือบมองเติมซึ่งกำลังกินอาหารอย่างจริงจังและดูไม่มีวี่แววจะตอบคำถามแต่อย่างใดทำให้ฉันรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่จะต้องตอบคำถามนี้
“ไม่น่าจะมีปัญหานะคะปกตินี่ก็เป็่พักเที่ยงไม่ได้มีวิจัยอะไรหรอกค่ะที่เติมโผล่มานี่ก็น่าจะมาเื่น้องน้ำที่นายแว่นจีบอยู่..”
“โอ้.....นี่ตี๋จีบสาวกะเขาด้วยเหรอเนี่ย..”
“ค่ะ...เป็สาวน้อยน่ารักขี้อายซะด้วยนะคะ..”
“ว้าว...”
“แล้วตกลงบอกไอ้ตี๋ไปแล้วรึยัง...เป็ไงบ้าง”
ในที่สุดเติมก็แทรกขึ้นมาระหว่างที่ฉันกับพี่กานกับลังเมาท์มอยกันอยู่ก็เข้าใจได้เพราะเื่หลักๆที่เติมมาหาฉันในวันนี้ก็น่าจะเป็เื่นี้ แบบที่ฉันเพิ่งจะบอกพี่กานไปนั่นแหละนั่นจึงทำให้เติมอดไม่ได้ที่จะถามถึงความคืบหน้าของเื่ดังกล่าว
“ก็บอกไปแล้วอะนะ..”
“แล้ว??....”
“ก็เห็นว่ารู้อยู่แล้วเห็นบอกว่าน้องเป็คนหลายบุคลิกตอนเลยหกโมงเย็นไปแล้วน้องจะเปลี่ยนจากบุคลิกเดิมที่เป็คนขี้อายแล้วก็กลายเป็คนก้าวร้าวแบบที่นายเจอนั่นแหละ..ก็เห็นว่าที่ต้องรีบให้นายไปส่งก็เพราะเื่นี้แหละเพราะถ้ารอกว่าช่างจะมา น้องน้ำเวอร์ชันก้าวร้าวจะโผล่มาก่อนและเธออายที่จะให้คนอื่นเห็นน่ะ..”
“แต่ฉันก็เถลไถลเกินไป...จนทำให้เลยเวลาน้องน้ำเวอร์ชันก้าวร้าวก็เลยโผล่มางั้นสินะ..” เติมสรุปเื่ราวทั้งหมด
“คงงั้นแหละ”ฉันตอบ
“น่าสนใจน้า..ดูเหมือนว่าน้องน้ำคนนี้คงจะเป็พวกกลัวความมืดหรือบางทีเธออาจจะมีปัญหาอะไรสักอย่างกับ่เวลาหกโมงเย็น เป็ไปได้ว่าเธอจะกลัวเมื่อ่เวลาดังกล่าวมาถึง..สัญชาติญาณในการปกป้องตัวเองของเธอจึงทำงานทำให้เธอก้าวร้าวซึ่งเป็บุคลิกที่เปลี่ยนตัวเองให้เข้มแข็งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้ารอบตัวที่เธอกลัว..บางทีอาจจะไม่ได้แค่ก้าวร้าวขึ้นบางทีเธออาจจะเืเย็นขึ้น หรือมีประสาทััที่เฉียบคมขึ้น..เป็ไปได้ว่าบุคลิกดังกล่าวเกิดจากปมบางอย่างในวัยเด็กของเธอ..เพราะบุคลิกทั้งสองไม่ได้ขาดออกจากกันบุคลิกที่ขี้อายของเธอยังสามารถรับรู้ได้ว่าเธอนั้นมีบุคลิกอื่นโดยปกติบุคลิกที่อ่อนแอกว่ามักจะถูกบดบังจนไม่สามารถออกมาได้ นั้นจึงสามารถคาดเดาได้ว่าบุคลิกที่ขี้อายของเธอนั้นเป็บุคลิกหลักเพราะเธอที่อายไม่ได้ถูกครอบงำจากบุคลิกที่เข้มแข็ง..” พี่หมอคาดเดา..
“..............”
“..............”
ฉันและเติมทำได้เพียงนั่งเงียบเติมเหมือนจะเงียบเพราะรู้อยู่แล้วถึงความสามารถของพี่หมอและไม่มีอะไรจะพูดแต่ฉันนั้นต่างออกไป ฉันเงียบเพราะพี่หมอซึ่งเป็จักษุแพทย์ดันวิเคราะห์เื่แบบนี้ราวกับนักจิตวิทยาความจริงหากบทพูดนี้เป็ของเติมฉันจะไม่ใขนาดนี้
“เอ่อ...”ฉันอ้ำอึ้งพร้อมกับจ้องพี่หมอ
“ฮืมม??...” พี่หมอมองฉันอย่างสงสัย
“นั่นมันน่าทึ่งมากเลยนะคะ..สำหรับจักษุแพทย์..”
“อ่อ..เราก็น่าจะเคยโดนแบบนี้มาแล้วนี่....พี่ลายเมฆก็ทำแบบเดียวกันนี่แหละ?และพี่ลายเมฆเป็โปรแกรมเมอร์..คิดว่าไงล่ะ?” พี่หมอกล่าวพร้อมกับมองฉัน
“นี่หล่อนเจอพี่ลายเมฆมาด้วยเหรอเนี่ย??”เติมถามพร้อมกับมองมาที่ฉัน
“อืม..เจอเมื่อเช้าตอนไปวิ่ง ก็เลยได้รู้จักพี่หมอไง...แต่ที่พี่แกทำไม่เหมือนเดาด้วยตรรกะใช้เหตุและผลเลยสักนิด...เหมือนพี่แกอ่านใจซะมากกว่า..” ฉันตอบเติมไปพร้อมกับอธิบายเหตุผลที่ฉันประหลาดใจกับสิ่งที่พี่กานทำ
“ฮ่าๆๆก็ไอ้นั่นไง... ‘พลังสายเนตร’น่ะ อิอิ” พี่กานตอบ
“แล้วพี่แกพูดอะไรกับหล่อนบ้างล่ะ?”เติมถาม
มาถึงจุดนี้ฉันเริ่มสับสนนิดหน่อยทำไมเมื่อฉันบอกใครไปว่าฉันเจอพี่ลายเมฆมาใครๆต่างก็ถามฉันว่าพี่แกพูดอะไรกับฉันบ้างนี่ตูไปเจอใครมาฟะเนี่ยพี่แกเป็มหาศาสดาอะไรสักอย่างที่ทุกคนอยากจะฟังปริศนาธรรมเพื่อรู้แจ้งบางอย่างรึไงกัน
“พี่แกให้รูปฉันมารูปนึงและแกก็บอกว่ามันต้องถมดำอีกนิดเห็นว่าถ้าฉันลดความอ้วนและแต่งตัวให้ดีซะหน่อยฉันก็น่าจะหน้าตาประมาณนั้นและก็บอกว่าถ้าฉันเปลี่ยนไปฉันจะได้สิ่งนี้มาและฉันต้องเสียอะไรไปบ้างให้ฉันคิดเอาเองอะไรประมาณนี้แหละ”ฉันพูดเสร็จก็ล้วงกระเป๋าเป้เอารูปของพี่ลายเมฆที่วาดให้ซึ่งฉันดันคว้าติดกระเป๋ามาด้วยและส่งให้เติมดูและพูดต่อ
“ความจริงพี่แกก็น่าจะเป็คนประเภทเดียวกับฉัน....อย่างน้อยก็น่าจะเคยเป็แบบเดียวกัน...หากใช้ตรรกะระดับเทพบวกกับประสบการณ์ที่พวกloser เจอมาฉันก็พอจะเข้าใจได้นิดๆแหละว่าทำไมพี่ลายเมฆแกถึงได้ทำราวกับว่าอ่านใจผู้คนได้แบบนั้นฉันเองก็เกลียดผู้ชายเหมือนกันเพราะคนพวกนั้นมักจะดูถูกฉันเสมอๆก็ถ้าแค่คบเป็เพื่อนอาจจะพอได้แต่ถ้าให้คบกันเป็แฟนฉันคงจะต้องคิดหนักสักหน่อย..หรือไม่ก็..ผู้ชายคนนั้นต้องจี้โดนจุดอ่อนของฉันจริงๆฉันหมายถึง..ใครๆก็มีจุดอ่อน อย่างซุปเปอร์แมนก็มีคริปโตไนต์ในแง่นี้บางทีอาจจะหมายถึงจุดอ่อนทางความรู้สึก บางอย่างที่ฉันจะอ่อนไหวด้วย เช่น บางทีฉันอาจจะคบผู้ชายได้เหมือนกันในกรณีที่ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้ดูถูกฉันและรักฉันจริงๆหรืออะไรเทือกนั้นแต่ในกรณีของพี่ลายเมฆฉันไม่คิดว่าพี่แกจะอ่อนไหวอะไรกับเื่การดูถูกหรืออะไรเทือกนั้นหรอก..เพราะฉันรู้สึกว่าพี่แกไม่ได้ดูเหมือนจะมีปัญหาด้านความรักอะไรเลย..ฉันรู้สึกนิดๆด้วยว่าพี่แกค่อนข้างมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนรอบข้าง ก็พวกloserก็มีปมต่างกันไปละน่ะ..”
ฉันอธิบายสิ่งต่างๆให้แบบลอยๆถึงเหตุผลที่ฉันเข้าใจพี่ลายเมฆซึ่งฉันค่อนข้างมั่นใจว่าทั้งคู่ก็รู้ว่าฉันพยายามจะสื่ออะไรหมายถึง..เติมเองก็รู้เหมือนกันว่าฉันพยายามอธิบายเื่นี้ให้พี่หมอฟังและพี่หมอเองก็รู้เช่นกันว่าฉันพูดเื่นี้เพื่อบอกเธอว่าเธอควรจะเข้าหาพี่ลายเมฆแบบไหน
ถึงจุดนี้ฉันว่าไอ้ความ ’เก่ง’ ที่พี่หมอแกบอกว่าชอบคนที่เก่งกว่าเนี่ยน่าจะเป็ความเก่งในเชิงตรรกะเหตุผลอะไรเทือกนี้มากกว่า นั่นเลยทำให้หนุ่มหล่อบุญเติมของเราต้องกินแห้วแทนเพราะหากดูจากการวิเคราะห์เื่น้องน้ำของพี่หมอชัดเจนว่าความสามารถในการใช้ตรรกะและเหตุผลของแกสูงจนน่าทึ่งและไม่แน่สิ่งนี้อีกเช่นกันที่อาจจะทำให้เติมชอบพี่หมอ แต่เส้นทางของทั้งคู่นี้ดูเหมือนจะไม่ได้กันมาั้แ่ต้นนี่สินะชีวิตจริง...เหตุผลที่ฉันและคุณๆทั้งหลายถึงได้ชอบนิยายกันขนาดนี้...............เพราะเื่จริงฉันและคุณๆทั้งหลายมักจะ.....ผิดหวัง
หลังจากนั้นพี่หมอก็ต้องกลับไปก่อนเห็นว่ามีงานบ่าย…ก็แน่ละฉันก็คิดอยู่ว่าอาชีพหมอคงไม่ว่างขนาดนั้นเติมเองหลังจากทราบเื่น้องน้ำและฉันก็บอกไปว่า่นี้จะเอาดีทางด้านลดหุ่นโดยหวังว่ามันจะเหมือนในรูปในสักวัน่เวลาที่ว่างของฉันอาจจะน้อยลงซึ่งมันก็ไม่ได้ขัดกับแผนพัฒนาตัวเองที่เติมวางไว้ั้แ่เริ่มยังไงซะจนกว่าฉันจะผอมกว่านี้ พวกเราก็คงไม่มีแผนจะทำวิจัยอะไรเื่อื่นเติมเลยเริ่มเบี่ยงเข็มไปที่น้องน้ำและนายแว่นแทน..สาวน้อยหลายบุคลิกหากฉันศึกษาทางด้านจิตวิทยาแน่ล่ะว่าเธอถือเป็ตัวอย่างที่น่าสนใจทีเดียวหลังจากนั้นอีกไม่นานเติมเองก็จากไป ในตอนนี้ในโต๊ะก็เหลือแค่ยัยอ้วนแล้วสิ
ฉันลุกขึ้นจากโต๊ะเดินหันหน้าซ้ายขวาหาเหยื่อสักคนและในที่สุดฉันก็เจอ ผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ไม่ห่างจากโต๊ะของฉันเท่าใดนัก ฉันเลือกเขาเพราะเขานั่งอยู่คนเดียว
ฉันเดินเข้าไปหาและเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่คาใจฉันมาสักพัก
“ฉันไปเจอพี่ลายเมฆมาด้วยแหละ...”
ฉันรออยู่สักพักแต่ชายหนุ่มก็ยังทำหน้างงๆเฮ้อ...ฉันก็นึกว่าเขาจะถามฉันว่า “แล้วพี่แกพูดอะไรกับเธอบ้าง”เทือกนั้นซะอีก..ฉันเดินจากมาและยกรูปที่พี่แกวาดขึ้นมาดูพลางคิดว่านี่สินะ..เป้าหมายต่อไปของฉัน..