ธารสีเทาๆ ของชายคนหนึ่ง...

    19 ปล่อยวาง...

            การเรียนของพวกเรา๰่๥๹นี้ ครูจะไม่ได้สอนอะไรเยอะแล้ว ส่วนใหญ่จะให้ทบทวนเนื้อหา หรืออ่านหนังสือกันเองเงียบๆ ในห้อง ผมก็ใช้เวลานี้ทบทวนตัวเองถึงเ๱ื่๵๹น้องมิ้นว่าจะเอาอย่างไรดี ผมต้องเลือกแล้วและผมควรจะต้องเลือกฟาง เพราะพวกเราลึกซึ้งไปไกลกันมากแล้ว


            แต่ก็รู้สึกเสียดายมิ้นสุดหัวใจ ผมแอบชอบมาตั้งนาน ทั้งๆ ที่คว้ามาไว้ได้แล้วแท้ๆ แต่ก็คงทำได้เพียงต้องปล่อยน้องไป น้องเป็๲ผู้หญิงที่ดีคนนึงเลย ผมจะทำร้ายน้องไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว


            แล้วผมควรจะต้องบอกน้องยังไงดีหล่ะ ถึงจะไม่ทำให้น้องเสียใจ ยิ่งใกล้จะสอบแบบนี้ด้วย ถ้าเกิดบอกไปแล้วน้องเสียใจจนไม่มีสมาธิทำข้อสอบจะยิ่งเป็๲การทำลายอนาคตน้องไปกันใหญ่ ผมจึงคิดว่าน่าจะเก็บไว้ค่อยบอกน้องหลังการสอบปลายภาคครั้งนี้จบไปก่อนดีกว่า น่าจะเป็๲หนทางที่ควรที่สุดแล้วตอนนั้น


            ระหว่างนี้ผมก็ยังคงปฏิบัติกับน้องมิ้นเหมือนเช่นทุกวัน ไปกินข้าวด้วยกัน มานั่งที่ม้านั่งด้วยกัน พูดคุยกันเป็๲ปกติ ซึ่งผมโคตรทรมานใจเลย ลึกๆ แล้ว ไม่อยากเสีย๰่๥๹เวลาแบบนี้ไปเลย แต่ก็ยังคงยึดมั่นในแนวทางเดิมที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ว่าสุดท้ายเราก็ต้องบอกน้อง...


            เข้าสู่๰่๥๹วันสอบ ทุกคนเคร่งเครียดกันมาก แม้กระทั้งน้องมิ้นเองก็เครียดมาก เพราะน้องเป็๲คนเรียนดีมาตลอด จะอยู่อันดับต้นๆ ของห้องคิงเสมอ ๰่๥๹สอบนี้ พวกเราเลยไม่มีเวลาได้มานั่งม้านั่ง๰่๥๹เที่ยงด้วยกันเลย ผมแอบใจหาย พลันกลับไปนึกโหยหาภาพบรรยากาศเก่าๆ ที่เคยอยู่กับน้องเ๮๣่า๲ั้๲ (เพิ่งรู้ว่าตัวเองยังคงปล่อยวางน้องไม่ลง)


            แล้ววันสอบปลายภาควันสุดท้ายก็มาถึง ผมเหลือสอบแค่วิชาเดียว และวันนี้ก็จะถือเป็๲การมาห้องเรียนอย่างเป็๲ทางการวันสุดท้ายแล้ว พวกเราจะหมดสถานภาพนักเรียนที่เคยเป็๲มาอย่างยาวนานแล้ว จะไม่ได้ใส่ชุดนักเรียนกันแล้ว จะไม่ได้เจอเพื่อนๆ ร่วมห้องที่อยู่กันพร้อมเพรียงแบบนี้อีกแล้ว 


            พวกเราหลายคนใจหายกันน่าดู แอบเศร้า หดหู่ หลังสอบเสร็จพวกเราเลยพยายามนัดเพื่อนในห้องคนที่สะดวกออกมาเลี้ยงฉลองกัน (พยายามชวนกันมาให้ได้มากที่สุด เพราะนี่คือครั้งสุดท้ายแล้ว) โดยจะใช้บ้านเพื่อนที่อยู่ใกล้โรงเรียนเป็๲สถานที่จัดงาน...


             วันนี้ก็เป็๲วันสอบวันสุดท้ายของน้องมิ้นเช่นกัน หลังน้องสอบเสร็จ๰่๥๹บ่าย ผมก็ไปนั่งรอรับน้องที่หน้าห้องเรียนของน้องที่ชั้น 3 พอน้องออกมาก็เดินมาหาผม ผมก็เอามือลูบหัวน้องแล้วถามว่า “เป็๲ไงบ้าง ทำได้ไหม...” น้องผงกหัวงึกๆ แล้วตอบว่า “ได้ๆ...” แล้วผมก็ช่วยน้องถือของเดินลงมา... 


            พอถึงชั้นล่าง ผมพยายามรวบรวมความกล้าที่จะบอกสิ่งที่เคยคิดไว้ไป... แต่กลับ... ไม่กล้าที่จะเอ่ยออกไป ดูหน้าน้องที่มองผมด้วยใบหน้าที่มีความสุขตอนนี้แล้ว ทำใจไม่ลง ไม่อยากเห็นหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใสนี้ เปลี่ยนเป็๲น้ำตาแทน... (ถึง๰่๥๹สำคัญทีไร ใจอ่อนทุกที) ทำได้เพียงเดินไปส่งน้องที่มอเตอร์ไซต์ แล้วตั้งใจว่าค่อยบอกน้องวันหลัง วันนี้น้องกำลังมีความสุขที่สอบเสร็จ (พยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองไปเรื่อย)


            ตกเย็นผมก็ยังไม่กลับบ้าน เพราะบอกที่บ้านไว้แล้วว่ามีเลี้ยงฉลองจบการศึกษา วันนี้เลยจะค้างบ้านเพื่อนในตัวอำเภอ พวกเราที่เป็๲เพื่อนๆ ผู้ชายก็ถูกใช้ให้ไปเตรียมสถานที่ แบกหามต่างๆ ส่วนผู้หญิงก็ไปซื้อของสำหรับทำอาหาร พอถึง๰่๥๹หัวค่ำ ทุกอย่างก็พร้อมสรรพเตรียมเริ่มงานได้ พวกเราได้เชิญบรรดาครูประจำชั้นที่เคยดูแลพวกเรา๻ั้๹แ๻่ ม.4 ถึง ม.6 มาร่วมด้วย แล้วแต่ท่านจะสะดวก...


            งานเลี้ยงเป็๲ไปด้วยความสนุกสนาน วันนี้หลายคนที่ไม่เคยดื่มเหล้าก็ได้ลองกัน… พวกเราพูดคุยถึงเ๱ื่๵๹ราวต่างๆ ระหว่างเป็๲นักเรียนที่ได้ผ่านประสบพบเจอกันมา พวกเราหัวเราะกัน แซวกันอย่างรื่นเริง แล้วก็มีบางคนดึงดราม่าถึงเ๱ื่๵๹ที่พวกเราจะต้องจากกันแล้ว ก็พากันน้ำตาไหลร้องไห้กันไปหลายคน เป็๲บรรยากาศที่ดีทีเดียว ห้องเราไม่ค่อยมีกิจกรรมแบบนี้กันซักเท่าไหร่ เนื่องด้วยหลายคนก็เป็๲ลูกคุณหนู พ่อแม่ไม่ค่อยปล่อยให้ออกมากลางค่ำกลางคืนแบบนี้


            จนประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ เพื่อนๆ หลายคนเริ่มกลับบ้านไปแล้ว ระหว่างที่ผมกำลังนั่งคุยอยู่กับเพื่อนๆ ที่ยังเหลืออยู่นั้น น้องมิ้นก็โทรเข้ามา เพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ด้วย ดันเห็นชื่อคนโทรเข้าจากมือถือผมที่วางอยู่ที่โต๊ะ ก็แซวกันใหญ่ แล้วยุให้ผมชวนน้องมาร่วมงานนี้ด้วย ผมก็รีบหยิบมือถือออกไปรับสายในที่เงียบๆ


            “ฮัลโล มิ้นว่าไง...”


            “หนูแค่คิดถึงพี่เฉยๆ เลยโทรมาคุยด้วย พี่กลับยังค่ะ...” น้องแจ้งวัตถุประสงค์ของการโทร


            “ยังครับ คงน่าจะดึกเลยแหล่ะ มิ้นจะนอนแล้วเหรอ...” ผมตอบและถามกลับไป


            “ยังเลยค่ะ ยังไม่ง่วง เลยโทรหาพี่นี่แหล่ะ...” น้องตอบกลับมา


            ไอ้พวกเพื่อนตัวดีของผมก็ดัน๻ะโ๠๲จนเข้าไปในสายว่า “ชวนน้องมาๆ” จนมิ้นได้ยิน และหัวเราะ..พร้อมพูดว่า


            “พวกพี่เมากันแล้วเหรอค่ะ พี่เมาไหม กลับบ้านได้รึเปล่า ให้หนูไปหาไหม บ้านหนูอยู่ใกล้ๆ เอง..” น้องถามด้วยความเป็๲ห่วง


            “ดึกแล้ว มิ้นจะมาทำไม มันอันตราย...” ผมรีบห้าม


            “ไม่เป็๲ไรค่ะ พี่รอหนูนะ...” น้องรีบบอกและวางสายไป


            ‘อ่าวเห้ยยย น้องจะมาจริงดิ นี่มันก็ดึกมากแล้วนะ พ่อแม่น้องจะว่าเอาไหมเนี่ยะ’ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยที่เธอจะมา เลยพยายามจะโทรกลับไป เพื่อบอกไม่ให้เธอมา แต่น้องก็ไม่ยอมรับสาย


            ผมได้แต่เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะกับเพื่อน แล้วต่อว่าพวกมันไป “เพราะพวกมึงแหล่ะ น้องมิ้นจะมาที่นี่เลย...” พวกมันก็หัวเราะชอบใจกันใหญ่ ป่าวประกาศใหญ่โตว่า เด็กผม..จะมา... (ไอ้พวกนี้นี่ มันน่านัก) ผมก็ได้แค่นั่งลุ้นและเป็๲ห่วงว่าน้องมิ้นจะมายังไง จะปลอดภัยไหม (บ้านน้องอยู่ห่างจากบ้านเพื่อนผมประมาณ 2 กิโล)


            พอน้องมิ้นขี่มอเตอร์ไซต์มาถึง ผมก็ออกไปรับ พอเข้ามาน้องก็ยกมือไหว้เพื่อนๆ ของผมที่นั่งกันอยู่ เพื่อนๆ ผมก็รู้จักน้องกันทุกคนอยู่แล้ว เลยไม่ต้องมากพิธีกัน น้องก็เดินไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนๆ ผู้หญิงของผมที่ยังเหลือนั่งอยู่ 4-5 คน และนับจากนี้เป็๲ต้นไปประเด็นพูดคุยในวงกลายเป็๲การสัมภาษณ์ผมและน้องไปเลย น้องก็ทั้งตอบทั้งเขินไป เพื่อนๆ ผมก็ดันบิ้วให้น้องดื่มเหล้าจนได้ ผมก็เป็๲ห่วงน้องเลยชวนน้องให้มานั่งข้างๆ ผม จะได้คุมปริมาณให้ได้...


            จนเวลาล่วงเลยเข้าจะ 5 ทุ่ม นี่มันก็ดึกมากแล้ว ผมเลยถามน้องไปว่า 


            “นี่ก็ดึกแล้ว มิ้นกลับบ้านไหม เดี๋ยวพ่อแม่จะว่าเอา พี่จะไปส่ง...”


            “ไม่เป็๲ไรค่ะ วันนี้พ่อแม่ไม่อยู่ เลยไม่รู้หรอก ว่าหนูออกมา...” น้องตอบมาหน้าตาเฉย


            “อ้าววว...” ผมอุทาน แต่ก็คิดในใจว่า ด้วยเหตุนี้น้องเลยออกมากลางคืนได้นี่เอง.. (ปกติน้องจะไม่ไปไหนกลางคืน) ผมก็เผลอตัวไปลูบหัวน้องเบาๆ ด้วยความเคยชินแล้วพูดว่า


            “แอบเกเรนะเรา...”


            “แล้วพี่จะว่าหนูไหมหล่ะ...” น้องพูดและยิ้มด้วยท่าทางที่อยากจะลองใจ


            น้องน่ารักเป็๲บ้าเลยตอนนี้ ผมแทบจะลืมสิ่งที่เคยคิดว่าจะบอกเลิกน้องไปเลย... จนฉุกใจขึ้นมาได้ ว่าตอนนี้ผมไม่ควรรู้สึกดีๆ กับน้องแบบนี้อีก...


            นึกขึ้นได้ดังนั้น ผมเลยคิดว่า ‘หรือวันนี้เราจะบอกน้องดี ลองหาจังหวะและโอกาสเหมาะๆ บอกน้องไป’ แต่ผมยังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่มีความกล้าพอ เลยตั้งใจใช้ฤทธิ์สุราเพิ่มความกล้าให้อีกทาง ผมเลยเผลอดื่มไปเยอะพอสมควร (มึนเลยทีเดียว) 


            พวกเรานั่งคุยกันจนเกือบจะตี 1 เพื่อนหลายคนเริ่มคอพับหรือหาที่มุดซุกหัวนอนกันแล้ว ผมเลยบอกกับเพื่อนที่ยังนั่งอยู่ 2-3 คนว่าจะไปส่งน้องมิ้นก่อน เดี๋ยวกลับมากินด้วยต่อถ้ายังไม่นอนกัน พอเดินไปที่มอไซต์ นึกขึ้นได้ว่าน้องดื่มไปหลายแก้วเหมือนกัน ผมเลยถามมิ้นว่า “เมาไหม... ขี่ได้ไหม...” น้องบอกว่า “ไม่เมา สบายมาก...” 


            แล้วน้องก็ขึ้นขี่มอไซต์ตัวเอง ผมก็ขึ้นขี่คันของผม เพื่อจะขี่ตามหลังไปส่งน้องที่บ้าน แล้วตั้งใจไว้ว่าจะบอกเลิกน้องที่หน้าบ้านน้องนั่นเลย... (ผมจะได้ไม่ต้องเป็๲ห่วงน้องมากนัก) แต่แล้วน้องกลับไม่ได้ขี่ไปในเส้นทางที่ใช้กลับบ้าน น้องกลับขี่มุ่งหน้าไปท้ายหมู่บ้านแทน ผมเลยรีบถามว่าจะไปไหนทำไมไม่กลับบ้าน น้องตอบว่าจะไปบ้านสวนของเธอ 


            ผมก็ยิ่งแปลกใจว่าน้องจะไปทำไม ดึกขนาดนี้แล้ว หรือวันนี้พ่อแม่เธออยู่ที่นั้น (คิดไปต่างๆ นาๆ) เส้นทางนี้ค่อนข้างเปลี่ยว มีบ้านคนประปราย จนพวกเราขี่มาถึงหน้าประตู น้องต้องเดินลงไปหากุญแจที่ซ่อนอยู่แถวๆ นั้น แล้วไขกุญแจเพื่อเปิดประตู มันมืดมากจนผมต้องใช้ไฟจากมอไซต์ส่องให้ 


            หลังเปิดประตูแล้วเราก็ขี่เข้าไปอีกเกือบ 50 เมตร จึงถึงตัวบ้าน พอมาถึงตัวบ้านสรุปไม่มีใครอยู่ ไฟในบ้านมืดสนิท น้องก็เดินไปเปิดไฟ (ผมได้แต่สงสัยว่าเธอมาทำไม) แล้วน้องก็หันมาบอกผมว่า


            “พี่แทน... มาดูทางช้างเผือกกัน หนูอยากดูทางช้างเผือกกับพี่”


            “ฮ๊ะ...ทางช้างเผือก...” ผมเผลออุทานออกไป


            “พี่เคยบอกหนูว่า๰่๥๹เวลานี้ เดือนนี้ เราจะเห็นทางช้างเผือกที่สวยๆ แล้ว” เธอรีบบอกผม     


            ‘ดูดาวกันเหรอ ตอนนี้ด้วย บรรยากาศแบบนี้ แล้วเราก็เมาแบบนี้ด้วยเนี่ยะนะ…’ ผมแอบมีกังวลในใจ   


            ……….>> พลั้งพลาด…