“เก็บซ่อนพลังไว้สินะ”
อาจารย์เฟยหงหลับตาใช้พลังสำรวจภายในตึกทักษะ พบว่าตงฟางกำลังยืนต้านแรงกดดันภายในชั้นบนสุด เดิมทีหากเป็นระดับจารึกวิญญาณสามารถอยู่ชั้นบนสุดได้แค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น สำหรับตงฟางเขากลับแตกต่างเพราะกำลังยืนด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อนจากพลังที่กำลังกดทับตัว
“เจอกันสักที”
มือซ้ายยื่นไปหยิบทักษะมารมาไว้ในอ้อมกอด แล้วเดินไปหยิบหนังสือทักษะอีกเล่มมากอดไว้แน่นเช่นกัน ภายใต้การกวาดตามองไปรอบๆชั้นสูงสุดตงฟางเห็นหนังสือหลายเล่ม ทุกเล่มล้วนเป็นหนังสือทักษะระดับ 7 ขึ้นไปทั้งหมด เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้หาทักษะมาเปลี่ยนกับที่มีอยู่เพราะทักษะโลหิตสลายกระดูกของเขาเป็นเพียงระดับ 3 เท่านั้น เขาต้องการพลังโจมตีที่มากกว่านี้ หากจะพึ่งทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือ เขากลัวจะไม่มีลูกเล่นเมื่ออีกฝ่ายประชิดตัว
“มีแค่ 3 เล่มเองสินะ”
ทักษะมารบนชั้นสูงสุดถูกหยิบมาทั้งหมด ตกฟางรู้สึกเสียใจเล็กน้อยเขานึกว่าจะมีเยอะเป็นสิบๆเล่ม ไม่ว่าจะเป็นทักษะการโจมตี ทักษะการป้องกัน หรือจะเป็นทักษะหลบหนี ปรากฎว่าหนังสือที่เขาได้มากลับน่าเสียใจ
ทั้ง 3 เล่มที่เขาถืออยู่ 2 เล่นแรกเป็นทักษะดูดซับพลัง เล่มแรกเป็นทักษะสำหรับกลืนกินดวงตาเพื่อเพิ่มพลังมารให้กับตนเอง เล่มสองเป็นทักษะกลืนกินหัวใจ ทั้งสองเล่มตงฟางไม่อยากได้เพราะผลข้างเคียงของทักษะมารทั้ง 2 ทำให้เขามีโอกาสหลุดการควบคุมหากกลืนกินหัวใจและดวงตามากเกินไป เขาจึงทำความเข้าใจแล้วเก็บไว้กับทักษะของปีศาจที่สังเวยหัวใจคนใกล้ชิดเพื่อเพิ่มพลังชั่วคราว จากนั้นเขาก็มองจ้องไปยังหนังสือทักษะมารเล่มสุดท้ายในมือ
“อย่างน้อยก็ไม่เสียเปล่าล่ะนะ”
แม้ทักษะเล่มสุดท้ายจะไม่ใช่ทักษะโจมตีกลับใช้หนีและเข้าหาศัตรูได้ มันเป็นทักษะเท้า ตงฟางมีทักษะสายธารโลหิตของนิกายโลหิตแล้วเขากลับคิดว่าทักษะเท้าในมือของเขามีความพิเศษที่น่าเรียนรู้
การเคลื่อนที่ของมันไม่ได้ทำให้ผู้ใช้มีความเร็วมากเกินกว่าทักษะสายธารโลหิตทำได้ เพียงแต่มันมีความสามารถปลดปล่อยหมอกควันสีดำออกมาในตอนใช้ทักษะ ตงฟางคิดว่าหากเขาเรียนรู้มันแล้วนำไปใช้ต่อสู้
ถ้าศัตรูเข้าถึงตัวจนเขาต้องเปิดใช้งานทักษะนี้ ในมุมมองของศัตรูจะเห็นเขาแตกตัวกลายเป็นควันสีดำปกปิดสายตา จังหวะควันสีดำลอยขึ้นมาในตำแหน่งที่ตงฟางยืน เขาสามารถใช้ความเร็วหลบไปด้านข้างหรือด้านหลังของศัตรูได้ นับว่าเป็นทักษะที่ใช้ก่อกวนได้ดีไม่ได้
สำหรับตงฟาง เขาคิดว่าถ้านำทักษะนี้มาผสมรวมกันกับทักษะโลหิตสลายกระดูกขั้น 3 ใช้ควันอำพรางพิษ การที่ศัตรูไม่ทันระวังเขาอาจจะถูกพิษจนเสียท่าได้
“ข้อกำหนดสูงเอาเรื่อง หวังว่าร่างกายที่ปรับแต่งผ่านทักษะนิกายโลหิตจะฝึกมันได้นะ”
ตงฟางทำความเข้าใจทักษะหมอกเมฆาทมิฬ ทักษะนี้ต้องการร่างกายผู้แข็งแกร่ง ผ่านการใช้ทักษะมารดูดซับพลังมาแล้วจนอยู่ในระดับผสานวิญญาณเป็นขั้น 5 แม้ทักษะนิกายโลหิตจะไม่ใช่ทักษะดูดซับเลือดมาเปลี่ยนให้เป็นพลังวิญญาณจนเขามีไอสีดำของมาร มันกลับแสดงความต้องการเหมือนทักษะมารอื่นๆเพราะเขารู้สึกหิวเลือดตลอดเวลา จึงยืนยันว่ามันเป็นทักษะมาร สามารถพาเขาผ่านเงื่อนไขในการฝึกทักษะหมอกเมฆาทมิฬ
สองตาหลับลงทำสมาธิแล้วลองเคลื่อนพลังเป็นครั้งแรกเพื่อเปิดใช้งานทักษะหมอกเมฆาทมิฬ เดิมทีกฎของตึกทักษะห้ามไม่ให้ใช้ทักษะยกเว้นทักษะนั้นจะเป็นทักษะที่ช่วยในการทำความเข้าใจ ถึงอย่างนั้นตงฟางกลับไม่กลัวถูกไล่เพราะเขาเพียงแค่ลองเล็กๆน้อยๆ เพื่อดูความแตกต่างที่จะเกิดกับเขาในการเรียนทักษะเท้า 2 อย่างพร้อมกัน
กรึก~!
“เอาแบบนี้เลยเหรอ”
ดวงตาเบิกกว้างเมื่อกระดูกส่วนขาถูกหักแล้วต่อกันใหม่ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ยังไม่ทันที่ตงฟางจะได้ร้องกล้ามเนื้อขาของเขาก็ถูกบดขยี้จนหักผิดรูป สร้างความเจ็บปวดให้เขาเป็นอย่างมาก ตามคำอธิบายของหนังสือทักษะอธิบายเอาไว้นั้น เขาจำเป็นต้องปรับแต่งขาใหม่ โดยทักษะจะดึงพลังมารของเขาที่ฝึกเข้ามาสร้างขาใหม่ให้เขาอย่างต่อเนื่อง จนกว่าทักษะจะเข้ากับพลังมารของเขาได้
ภายใต้การหักทำลายกระดูกและทำลายกล้ามเนื้อไปเรื่อยๆ ตงฟางได้ร้องตะโกนออกมาสุดเสียงยังดีที่เขาคลุมตัวเองด้วยพลังจิตจึงทำให้เสียงของเขาไม่หลุดรอดออกไป ภายใต้การดิ้นทุรนทุราย เลือดมากมายภายในตัวของเขาล้วนถูกดึงไปรักษาขาจนรับรู้ได้ว่ามันกำลังแข็งแกร่งกว่าเดิม
“ได้ทักษะมารมาก่อนแล้วสินะ น่าสนใจ”
อาจารย์เฟยหงมองตงฟางด้วยความสนใจ เขารู้สึกทึ่งกับตงฟางเล็กน้อยเพราะเขาเป็นเด็กที่มีแนวทางของตน การเข้าถึงทักษะมารสำหรับผู้คน ใครก็ตามที่ยิ่งโหยหายิ่งอยากได้มันมาทั้งหมด จะไม่มีการเลือกเรียน
ภายในชั้นสูงสุดของตึกทักษะมีทักษะมารอยู่ 3 อย่าง ทุกคนที่เห็นมันล้วนแล้วเลือกหยิบจับมาทำความเข้าใจทั้งสาม เพราะการกลืนกินทั้งดวงตาและหัวใจทำให้พวกเขาพัฒนาตัวเองได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นแต่มันต้องแลกมากับโอกาสเสียสติมากเช่นกันจากการถูกพลังมารเข้าครอบงำ
ตงฟางกลับไม่สนใจทักษะสำหรับสังเวยดวงตาและหัวใจ เขาสนใจเพียงทักษะเคลื่อนไหวของมาร จึงทำให้อาจารย์เฟยหงชื่นชมไม่น้อย
พรึ่บ~!
ร่างที่นอนนิ่งพยายามหายใจเข้าเต็มปอดแตกตัวกลายเป็นหมอกสีดำก่อนที่เขาจะไปยืนอยู่ทางขึ้นชั้นสูงสุด การฝึกทักษะมารไม่ใช่เรื่องยาก ทุกคนต่างรู้ดีว่ามันทำให้แข็งแกร่งได้ในระยะเวลาอันสั้น ไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจ ขอเพียงแค่มีความอดทนกับการทรมาน จะสามารถใช้ทักษะได้ทันทีเมื่อผ่านพ้นการทรมานของทักษะนั้นๆ ตงฟางที่เข้าถึงทักษะขั้น 1 ของทักษะหมอกเมฆาทมิฬเขาก็เก็บทักษะไว้ฝึกต่อข้างนอก ตอนนี้ได้เวลาแล้วที่เขาจำเป็นต้องสำรวจทักษะอื่นๆภายในชั้นสูงสุด เพื่อหาทักษะไว้โจมตี
แม้มันจะไม่มีทักษะมารสำหรับโจมตี เขากลับหวังให้มีทักษะพิษที่รุนแรงกว่าทักษะโลหิตสลายกระดูก ตงฟางจึงเลือกดูทักษะที่มีเพียงน้อยนิดในชั้นแห่งนี้ จนไปสะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่ง
“ให้ตายสิ ผู้นำนิกายต้องการจะป่วนสถาบันหรือไงกัน ทำไมปล่อยให้พวกขี้สงสัยเข้าใช้งานชั้นสูดสุดได้ละเนี๊ย”
อาจารย์เฟยหงพูดออกมาด้วยท่าทางท้อใจ ศิษย์หลักทุกคนได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปชั้นบนสุด เพียงแต่พวกเขามีข้อจำกัดเข้าถึงทักษะ ส่วนมากพวกเขาจะมุ่งหน้าไปหาหนังสือทักษะที่อาจารย์ประจำตัวพวกเขาแนะนำเพื่อนำไปฝึกฝน
ตงฟางกลับไม่ใช่ศิษย์หลักธรรมดาทั่วไป เขาสามารถเข้าถึงหนังสือทักษะได้ทุกอย่าง ตอนนี้หนังสือชั้นบนสุดของตึกทักษะกำลังถูกตงฟางรื้อค้นออกมาอ่านจนทำให้อาจารย์เฟยหงกลุ้มใจ
“เก็บเข้าที่ด้วยนะเฮ่ย”
ตงฟางมองไปบนเพดานห้องหลังจากได้ยินเสียงของอาจารย์เฟยหง เขาจึงรู้ว่าสายตาที่จับจ้องมองเขาตลอดเป็นสายตาของเจ้าของตึก ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่สนใจนั่งอ่านและทำความเข้าใจหนังสือทักษะต่อไป แม้จะไม่สามารถใช้งานได้ จุดประสงค์ของเขายังต้องการทำความเข้าใจพวกมันเพื่อไปฆ่าคนที่ใช้ทักษะเหล่านี้เช่นเดิม
“อาจารย์เฟยหง ท่านแอบดูข้าสินะ”
“ข้าไม่ได้แอบ ข้ามองดูทุกอย่างเหมือนที่ข้าทำทุกๆวัน ”
“งั้นก็หมายความว่าอาจารย์แอบดูศิษย์หญิงทุกวัน”
“ไม่ใช่แล้วโว๊ย”
“อาจารย์เฟยหง ข้าอยากเข้าร่วมทดสอบของหอแห่งการฝึกตนแล้วล่ะ”ตงฟางรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนจะถูกทุบตี
“เจ้ามีแผนใช่ไหม ให้ตายสิ งั้นก็พูดมาเจ้าอยากได้อะไรจากข้าคนนี้”
“อาจารย์เฟยหง ข้าอยากทดสอบจริงๆนะ แต่มีข้อแม้” ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง เขาสามารถทำความเข้าใจหนังสือเหล่านี้ได้ แต่เขาเพียงแค่เห็นพวกมันจากในหนังสือเท่านั้น ประสบการณ์ในการเผชิญหน้าไม่มี เขาจึงอยากได้คนที่รู้เกี่ยวกับทักษะเหล่านี้ มาใช้ทักษะให้เขาเห็น อาจารย์เฟยหงที่รอฟังข้อแม้ เขาถึงกลับอึ้งหลังจากรู้จุดประสงค์ของตงฟาง
“ท่านจะต้องใช้ทักษะที่ข้าอยากเห็นสู้กับข้า ท่านคงใช้ได้ใช่ไหม”
“ได้ เอางั้นก็ได้ แล้วเจ้าจะเริ่มทดสอบตอนนี้ไหม”
“ไม่อาจารย์ ยังไม่เริ่ม ข้ายังอ่านหนังสือไม่จบ ไว้ข้าพร้อมข้าจะบอกท่านนะ”
“แล้วแต่เจ้า หากพร้อมก็มาหาข้า”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้างช่วงนี้เขาคิดว่าจะไม่ออกจากสถาบันในตัวตนของตงฟางซักพัก เดิมทีเขามีเรื่องกับตระกูลจงก็ยุ่งยากแล้วที่จะขึ้นเขาหรือลงเขา ทุกการเคลื่อนไหวล้วนถูกจับตามอง ตอนนี้ทุกคนรู้จักเขาในนามผู้สืบทอดของนิกายโบราณ จะต้องมีคนมากกว่าเดิมมาดักรอเขาเพื่อแย่งชิงทักษะจากนิกายโบราณอย่างแน่นอน เขาจึงคิดว่าจะรีบเก็บประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด หากคนของเมืองหลวงมาถึงจะทำให้เขาอยู่ลำบากถ้าไม่รีบแข็งแกร่ง
“หึหึ โชคดีที่มันไม่ได้มีเพียงแค่ 3 ขั้น”
ตงฟางมองไปยังทักษะโลหิตสลายกระดูกในมือ เขานึกว่ามันมีเพียง 3 ขั้นเท่านั้นเพราะพี่ซิงเยียนบอกว่ามันเป็นขั้นสูงสุดที่เธอมี ตอนนี้ขั้นสูงสุดของมันกลับเป็นขั้น 7 นับได้ว่าเป็นการเพิ่มความสามารถด้านการใช้พิษให้เขามาก ตอนนี้ตงฟางไม่ต้องพึ่งพลังจิตหรือทักษะดาราสวรรค์ในการควบคุมพิษพุ่งออกไปโจมตีศัตรูแล้ว ด้วยพื้นเพเดิมที่ใช้กรงเล็บโจมตี เขาสามารถรวบรวมพิษไว้ในมือเพื่อสร้างกรงเล็บส่งออกไปโจมตีได้แล้ว
ฟู่ว~!
เสียงเหมือนวัตถุกำลังถูกกัดกร่อนดังขึ้นจากมือของตงฟางเล็กน้อย หลังจากเขาเข้าใจทักษะขั้น 4 จนเปลี่ยนมือของเขาให้กลายเป็นสีดำ เดิมทีมีเพียงแค่ต่อมพิษใต้เล็บเท่านั้นที่ทำให้เขาฆ่าศัตรูด้วยพิษได้ ตอนนี้มือของเขาทั้งสองข้างกลายเป็นสีดำจากการนำพิษมาเคลือบมือแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นผิวหนังของเขาที่เป็นสีดำยังค่อยๆลุกลามจากมือไปศอก จากการเข้าใจทักษะขั้น 5 ของทักษะโลหิตสลายกระดูก
การที่ผิวหนังของเขาเปลี่ยนไปเป็นสีดำนี้ ไม่ใช่บ่งบอกระดับขั้นของทักษะที่เขาเข้าใจ มันเป็นการเปลี่ยนผิวหนังเพื่อให้เขาใช้พิษโจมตีในรูปแบบกรงเล็บได้รุนแรงมากยิ่งขึ้น
ฟู่ว
ทั่วทั่งแขนตั้งแต่ปลายนิ้วไปจนถึงหัวไหล่กลายเป็นสีดำจากการเข้าใจทักษะโลหิตสลายกระดูกขั้น 6 การเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของตงฟางนี้ เขาไม่ตกใจเลยสักนิด เนื่องจากว่าเงื่อนไขในการทำความเข้าใจทักษะโลหิตสลายกระดูกต้องใช้ความเข้ากันได้ระหว่างร่างกายและพิษ ผู้ใช้ทักษะจะต้องพยายามดูดพิษระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆเพื่อให้ทักษะแข็งแกร่ง
ตงฟางกลับดูดซับพิษไปถึงระดับ 6 แล้วจึงทำให้ทักษะที่เขาได้ พยายามขยายตัวตามการรับพิษของเขาจนทักษะกลายเป็นขั้น 6
พรึ่บ~!
เส้นเลือดสีดำปรากฎบนหลังมือของตงฟางหลังจากเขาเรียกใช้สายเลือดมังกรมารบรรพกาลเพื่อทดสอบดูว่าตัวเองจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ตั้งแต่เข้าไปในประตูเทพธิดาเขาไม่มีเวลาสำรวจตัวเองเลย นอกจากรักษาแล้วก็หนี เขาแทบไม่ได้สนใจร่างกายว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง
“นี่มัน….ตอนไหนกัน ทำไมสายเลือดถึงมีความบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นเป็น 6 ส่วน”