ตอนที่32 ม่านพลังบึงมรณะ
ยูริมองมาคัสอย่างโกธรเคือง แก้มทั้งสองข้างป่องออกทันทีมันทำให้มาคัสรู้สึกขนลุกชัน มาคัสรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที
“เราไปเก็บระดับต่อเถอะยูริเราต้องอัพแต้มให้ไวก่อนคนอื่นจะทำสำเร็จก่อน”
“อื้อ! จริงด้วยจะมามัวโอเอ้ไม่ได้แล้ว เอ้! ฉันลืมถามเคนจิว่าเขาอัพสายไหน”
“ไว้ที่หลังเถอะเขาคงหลับไปแล้ว เคนจิเล่นเผ่าแวมไพร์นี้เนอะ ถึงว่าต้องนอนเวลากลางวันเขาคงเก็บระดับลำบากจริงๆ ไว้ว่างๆ เราไปช่วยเขากัน”
“อื้อ! ไปกันเถอะ”
ยามเย็นของวันใหม่มาถึงเคนจิตื่นจากการนอนพละกำลังทั้งหมดถูกฟื้นฟูเขาลงมายังด้านล่างของโรงแรมเพื่อกินอาหารก่อนเข้าไปยังบึงมรณะซึ่งอยู่ถัดไปจากเมืองปีศาจไม่ไกล เมื่อลงมาถึงก็เจอกับอลันที่กำลังนั่งกินอาหารอยู่ที่โต๊ะเคนจินั่งลงฝั่งตรงข้ามเขาทันทีไม่นานอาหารก็มาวางที่หน้าของเขา ด้วยสีหน้างุนงง
“ไม่ต้องงงฉันสั่งไว้ให้นายเอง กินซะแล้วออกไปสำรวจบึงมรณะ”
“เราไม่เดินทางกันต่อเลยหรอ?”
“ไม่ฉันมีเื่ต้องจัดการก่อนสี่ถึงห้าวัน ระหว่างนั้นนายก็ไปลองสำรวจรอบๆ บึงก่อน”
“ตกลงตามนั้นแล้วมอนเตอร์ส่วนใหญ่ที่บึงมรณะเป็ตัวอะไร”
“มันอยู่ในจานของนายนั้นแหละ”
เมื่ออลันพูดจบเคนจิก็มองลงบนจานอาหารของเขามันคือสเต็กเนื้อชิ้นใหญ่ เนื้อของมันขาวนวล ไร้ซึ่งไขมัน เคนจิลองกินไปหนึ่งคำรสชาติมันเหมือนกับเนื้อไก่ แต่มีความเหนียวกว่ามาก เมื่อเคี้ยวไปเรื่อยๆเคนจิก็ตาลุกโตขึ้น
“จระเข้!”
“ถูกต้องมันคือจระเข้ เอารีบๆ กินซะ ระหว่างที่รอฉันสะสางบางเื่ นายเองก็ฝึกฝนไปก่อนพลางๆดีไม่ดี อาจเจอกับจ้าวบึงก็ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“จ้าวบึง?!”
อลันไม่พูดสิ่งใดเขายังคงกินต่อไปจนหมดแล้วเดินออกจากโรงแรมไป เคนจิกินมื้ออาหารที่ทำจากจระเข้จนหมดจานแล้วเตรียมตัวออกสำรวจบึงมรณะ ขณะที่กำลังเดินออกจากโต๊ะ เขาต้องชนกับของบางอย่างเบื้องหน้าของเขาปรากฏผู้ชายคนหนึ่งรูปร่างของเขากำยำ สูงใหญ่จนเคนจิต้องเดินถอยหลังถึงจะเห็นหน้าตาของเขาหน้าตาของเขาเหมือนกับเ้าของโรงแรมที่เมืองเริ่มต้นเคนจิเดาในใจว่าเขาคือเ้าของโรงแรม เคนจิรีบเก็บจิตสังหารทันที
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
“มีแน่นอนครับคุณลูกค้ายังไม่จ่ายค่าอาหาร ทั้งหมด 50 เหรียญทองครับ”
ใบหน้าอลันกำลังแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกเคนจิในใจเคนจิยิ้มเจื่อนๆ แล้วควักเงินจ่ายค่าอาหารออกไปทันที ท่ามกลางรอยยิ้มเหี้ยมของเ้าของโรงแรมเคนจิเดินออกมาจากโรงแรม กลุ่มผู้เล่นเผ่าปีศาจเริ่มมีจำนวนแน่นขนัดเขาเข้าไปยังมุมซอกตึกเพื่อสวมชุดแฟนตาซีและหน้ากาก แล้วเดินไปยังประตูทิศเหนือเพื่อไปยังบึงมรณะ
ด้านนอกเมืองด้านประตูทิศเหนือยังคงเป็ป่าหญ้าเขาจำเป็ต้องเดินทางต่อไปเมื่อทะลุป่าจะพบบึงมรณะตลอดทั้งเส้นทางในป่าไม่มีมอนเตอร์ให้พบเจอเพราะเขตป่านั้นในอยู่ในบริเวณเขตเมืองผู้เล่นเผ่าปีศาจระดับต่ำส่วนใหญ่จะรับภารกิจง่ายๆ ในการหาพืชสมุนไพรมันสามารถเพิ่มระดับแก่พวกเขาได้
ผ่านมาครึ่งชั่วโมงเคนจิใกล้ออกจากเขตป่าภาพเบื้องหน้าเคนจิปรากฏหนองน้ำขนาดใหญ่ ด้านข้างทั้งสองคือหน้าผาสูงบ่งบอกว่าหนองน้ำนี้ด้านข้างคือจุดสิ้นสุดที่บริเวณหน้าผาแต่ด้านหน้านั้นกินพื้นที่ยาวจนสุดหูสุดตา ขอนไม้จำนวนมากลอยอยู่เต็มหนองน้ำ กลิ่นสาปโคลนทำให้เขารู้สึกฉุนที่รูจมูกเมื่อลองสังเกตทั่วบริเวณจากสายตาไม่พบมอนเตอร์แต่อย่างใด
เคนจิเริ่มออกเดินสำรวจริมหนองน้ำในมือกระชับไม้เท้าเวทย์แน่นสายตาสาดส่องไปทั่วบริเวณป้องกันการลอบโจมตีจากรอบด้าน จนในที่สุดเขาเดินสำรวจไปถึงหน้าผาทั้งสองด้านแต่ก็ยังไม่พบมอนเตอร์ เคนจิตัดสิ้นใจลงเดินไปในหนองน้ำเพื่อไปสำรวจยังด้านหน้า
เมื่อหย่อยขาลงในหนองน้ำความลึกของมันถึงข้อเท้าของเคนจิ เมื่อลองเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆระดับของน้ำก็ขึ้นมาถึงเข่าของเขา มีท่อนไม้ลอยนิ่งเป็จำนวนมาก ทันใดนั้นเองพื้นน้ำสั่นไหวอย่างรุนแรงปรากฏสิ่งมีชีวิตพุ่งขึ้นจากหนองน้ำในระยะใกล้ตัว เป็เงาสี่สาย เข้าโจมตีเคนจิ
“โฮก~~~ก!”
เสียงคำรามที่ดังลั่นประกอบกับคมเขี้ยวที่แหลมคม เคนจิกระทืบฝ่าเท้าลงในผืนน้ำสุดแรงกระโจมทะยานถอยมาเหยียบบนขอนไม้ท่อนหนึ่งหลุดพ้นจากการโจมตีอย่างหวุดหวิด เงาทั้งสี่สายพุ่งชนกันเองดังสนั่น
“โครม!! ตูม!”
เงาทั้งสี่ตกลงไปในผืนน้ำพวกมันสะบัดหัวไล่ความมึนงง และพยุงตัวลุกขึ้นยืนแสงจันทร์ที่ส่องมาทำให้เห็นร่างกายพวกมันชัดเจนขึ้น พวกมันนั้นมีหัวเป็จระเข้ลำตัวแขนขาคล้ายกับมนุษย์แต่ปกคลุมไปด้วยิัจระเข้ หางที่ใหญ่และยาวสะบัดไปมา มือข้างหนึ่งถือโล่ที่มีหนามแหลมคมอีกข้างหนึ่งถือดาบยาวตามขอบของใบดาบมีเงี่ยงแทงยอกแหลมขึ้นมา จำนวนสามตัว อีกหนึ่งในนั้นมีลัษณะคล้ายกันทุกอย่าง แต่มันสวมใส่เกาะสีทองแดง ในมือทั้งสองข้างถือดาบโค้งตัวดาบใสคล้ายกับน้ำมันคืออาวุธ ธาตุน้ำ
“นักสู้จระเข้ระดับต่ำสาม ระดับกลางหนึ่ง ไม่เท่าไรหรอก ตายไปซะ! อ่ะ!! อ้ากก~~~!”
เคนจิกำลังเตรียมเวทย์เพื่อโจมตีพวกมัน แต่ก่อนจะได้ทำลงไปนั้น ท่อนไม้ที่เขายืนอยู่พลิกกลับจนเคนจิเสียหลักไม่ทันได้ร่ายเวทย์โจมตีใส่เคนจิทันที ปรากฏจระเข้ระดับต่ำกัดเข้าที่ขาอย่างเต็มแรง เคนจิะโขึ้นฟ้าหลุดออกจากคมเขี้ยวของจระเข้ทะยานถอยหลังมาไกลยังจุดบริเวณที่น้ำลึกแค่ข้อเท้า เืที่ขาไหลรินแอ่งน้ำที่เคนจิยืนอยู่แดงฉานาแของเขาติดสถานะเืไหล
เม็ดเหงื่อเริ่มปรากฏบนใบหน้าเขายืนมือไปด้านหน้าปรากฏเวทย์ไฟสีส้มดวงใหญ่ เคนจิโยนลูกไฟไปยังท้องฟ้าลูกไฟสีส้มส่องสว่างขึ้นทำให้เห็นภาพที่อยู่เบื้องหน้าจากจุดที่เคนจิะโออกมาอย่างชัดเจนจระเข้สี่ตัวแรกที่เขาพบกำลังยิ้มหัวเราะชอบใจ ท่อนไม้จำนวนมหาศาลพวกนั้น กำลังเคลื่อนที่มารวมตัวกัน
เคนจิทะยานขึ้นฝั่งทันทีขอนไม้ที่เคนจิเห็นนั้นมีมากกว่า 1,000 ท่อนแต่พวกนั้นไม่ใช่ขอนไม้อย่างที่คิด เมื่อลองจ้องมองพวกมันดีๆ ท่อนไม้เ่าั้คือฝูงจระเข้ที่กำลังแหวกว่ายน้ำมารวมตัวกันเคนจิหยิบยาในช่องมิติออกมาดื่มกินทันที าแที่ขาถูกรักษาจะหายสนิทพลังชีวิตกลับมาเต็มอีกครั้ง
“บัดซบ!ดูสารคดีมาก็เยอะไม่จำ พวกจระเข้ชอบพรางตัวเหมือนขอนไม้ ไม่นึกว่าระบบของเกมจะจำลองชีวิตพวกมันได้เหมือนขนาดนี้”
เมื่อลองสังเกตดูจะพบว่าพวกมันจะไม่ขึ้นมาจากหนองน้ำจะอยู่บริเวณน้ำลึกถึงเข่าเท่านั้น เคนจิทดลองโดยลงไประดับน้ำลึกถึงข้อเท้าพวกมันก็ยังไม่เข้าจู่โจมพวกมันจะรอในบริเวณน้ำลึกถึงหัวเข่าเท่านั้น การต่อสู้ในน้ำพวกมันจะได้เปรียบอย่างมากแค่มันลากเราจมน้ำได้เราจะหมดสิทธิ์รอดทันทีนั้นคือวิธีการต่อสู้ของพวกมันส่วนใหญ่
เคนจิร่ายเวทย์บนหนึ่งในชั่วพริบตาวงแหวนเวทย์ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเพียงชั่วครู่ สายฟ้าสีดำพุ่งลงมาโจมตีดั่งสายฟ้าฟาด“เปรี้ยงง!” เสียงของมันลั่นไปทั่วทุกพื้นที่ ท่ามกลางความใของฝูงจระเข้เมื่อสายฟ้าโจมตีไปยังบริเวณน้ำลึกระดับเข่า เหมือนมีสิ่งกีดขวางสลายเวทย์สายฟ้าหายไปในทันทีฝูงจระเข้ต่างหัวเราะชอบใจ นักสู้จระเข้ ระดับต่ำตัวหนึ่งะโออกมา
“ฮ่าฮ่าฮ่า! เ้านี้มันคงพึ่งมาที่นี้เป็ครั้งแรกมันไม่รู้ว่าจ้าวบึงกางม่านพลังป้องกันการโจมตีจากฝั่งไว้ หากจะโจมตีพวกข้าเ้าต้องลงมาในหนองน้ำโว้ย!! ฮ่าฮ่าฮ่า!”
ทันทีที่จระเข้ตัวนั้นพูดเสร็จหัวของมันก็บินหลุดออกจากตัว จระเข้ตัวอื่นต่างหวาดกลัวจนถอยห่าง เงาดำขนาดมหึมาปรากฏตัวขึ้นอย่างเชื่องช้าปรากฏจระเข้ขนาดใหญ่โตมโหฬาร ขนาดของมันเทียบเท่ากับรถบัสหนึ่งคัน มันคือหัวหน้ากลุ่มจระเข้
“เ้าโง่อวดฉลาด จะไปบอกมันทำไม สมควรตาย! พวกเ้าที่เหลือเฝ้าไว้ให้ดีอย่าให้มนุษย์หรือปีศาจตนใดเข้ามาในเขตหนองน้ำได้ ข้าจะไปหาหัวหน้าใหญ่”
เมื่อพูดจบหัวหน้ากลุ่มกระโจมลงน้ำแล้วหายไปเคนจิทดลองอีกครั้งเขาลงมายังหนองน้ำที่มีความลึกระดับข้อเท้าแล้วร่ายเวทย์สายฟ้าอีกครั้งผลที่ได้คือเหมือนเดิมเหมือนมีม่านพลังขัดขวางกลางโจมตี มันป้องกันการโจมตีอย่างสมบูรณ์และเช่นกันพวกมันก็ไม่สามารถออกมาจากม่านพลังได้
เคนจิเดินไปยังหนองน้ำอีกครั้งจนถึงข่ายม่านพลังปรากฏเวทย์สายฟ้าในฝ่ามือเคนจิ เขากระแทกใส่อย่างสุดแรง พลังสายฟ้ากระจายไปทั่วฝูงจระเข้ต่างหัวเราะเยาะการกระทำอันเปล่าประโยชน์ เคนจิไม่สนใจพวกมันสายตาจับจ้องไปยังสายฟ้าที่แล่นผ่านพลังเวทย์ครอบคลุมไปทั่วม่านพลัง ทำให้เคนจิรู้ว่าม่านพลังนั้นมีลักษณะเป็โดมแม้จะกางปีกไปโจมตีจาก้าก็ไม่มีความหมาย
ทางเดียวที่จะโจมตีได้คือเข้าไปยังด้านในเท่านั้นฝูงจระเข้นับพันกำลังรอการเข้ามาของเคนจิเคนจิไม่มั่นใจว่าเมื่อเข้าไปด้านในแล้วจะสามารถใช้เวทย์มนต์ได้หรือไม่เขาล่วงเข้าไปในช่องมิติถือดาบคาตานะออกมา มือข้างหนึ่งถือไม้เท้าเวทย์อีกข้างหนึ่งถือคาตานะ เขาปล่อยจิตสังหารออกมาทันที ฝูงจระเข้ต่างก้าวถอยเมื่อพบกับจิตสังหารแม้มันจะมีจำนวนมากเกือบพันตัว แต่ระดับของมันก็สูงสุดไม่เกิน 190 ย่อมเป็ธรรมดาที่พวกมันจะหวาดกลัว
เคนจิก้าวเท้าไปยังม่านพลังอย่างช้าๆระดับน้ำขึ้นมาถึงหัวเข่าจระเข้สี่ตัวที่อยู่ใกล้ะโอ้าปากกว้างพุ่งเข้าหาเคนจิทันที เคนจับคาตานะแน่นวาดเป็วงกลมดุจลูกข่างหมุนวนจระเข้ทั้งสี่ตัวล่วงหล่นสู่หนองน้ำในสภาพขาดครึ่งท่อนทันที
ฝูงจระเข้เห็นเพื่อนตายต่อหน้าต่างแยกคมเขี้ยวใส่ด้วยความโกธร นักสู้จระเข้ระดับกลางหนึ่งตัวพุ่งทะยานเข้าหา เคนจิร่ายเวทย์สายฟ้าบนไม้เท้านักสู้จระเข้ระดับกลางหยุดอยู่เบื้องหน้าเขา เคนจิยื่นมือข้างที่ถือไม้เท้าไปยังด้านหน้าทันทีปรากฏวงแหวนเวทย์สายฟ้าหมุนวน ก่อนที่มันจะแตกสลายหายไป มันทำให้เคนจิใถึงที่สุดนักสู้จระเข้ระดับกลางอ้าปากกว้างหมายจะกัดสะบั้นมือเคนจิ
เคนจิชักมือกลับอย่างว่องไวรอดพ้นมาได้อย่างหวุดหวิด มือข้างที่ถือคาตานะตวัดฟันขึ้น ส่งให้หัวจระเข้ระดับกลางหลุดลอยไปไกลเม็ดเหงื่อปรากฏอยู่บนใบหน้า ่เวลาเมื่อครู่ถือว่าอันตรายอย่างที่สุดหากโดนกัดเข้ามันต้องลากเคนจิดำดิ่งไปยังใต้น้ำแน่นอนถึงจะเก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางสู้กับฝูงจระเข้ใต้น้ำได้
เคนจิจึงเก็บไม้เท้าเวทย์เข้าไปยังช่องมิติกระชับคาตานะแน่น การต่อสู้ในบึงมรณะแห่งนี้ไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้ ฝูงจระเข้ก็เริ่มเข้าจู่โจมทันทีห้าตัว พวกมันไล่ความกลัวออกไปจนหมดสิ้นในตอนแรก แต่เมื่อคิดว่าเมื่อนักเวทย์ไม่สามารถใช้เวทย์ได้ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ต้องตกตายอยู่ดี เพราะคิดว่าจอมเวทย์ส่วนใหญ่ไม่มีความสามารถการโจมตีทางกายภาพ
รอยยิ้มปรากฏภายใต้หน้ากากของเคนจิเขาหายไปในพริบตาด้วยทักษะ มีเพียงแค่แสงสีขาวนวลตวัดไปมา ร่างของจระเข้ทั้งห้าขาดกระจุยและกระจายหลุดเป็ชิ้นๆลงไปในหนองน้ำเืของพวกมันย้อมน้ำบริเวณนั้นกลายเป็สีแดง เคนจิก้มเก็บไอเทมต่างๆที่ตกจากพวกมันส่วนใหญ่เป็เนื้อจระเข้ระดับต่ำ และเศษเหรียญเงิน
ความหวาดกลัวลุกโหมขึ้นมาอีกครั้งดวงตาจระเข้เริ่มสั่นไหว ดวงตาที่แดงฉานของเคนจิภายใต้หน้ากากมันช่างหน้าหวาดกลัวพวกมันรู้สึกหนาวเย็นไปถึงไขกระดูก
“บ้าน่า!! เป็ไปได้ยังไงจอมเวทย์ใช้ดาบได้ยังไง?”
“เป็ไปแล้วเอาล่ะหมดเวลาของพวกแกแล้ว เข้ามารับความตายไปซะ!!”