เสียงกรงเล็บตะบบผ่านศีรษะกังหลงไปอย่างหวุดหวิด กังหลงหันไปมองพบว่าเป็นเหยี่ยวอัคคีมฤตยูเวหา เหยี่ยวอัคคีมฤตยูเวหานับเป็นสัตว์อสูรเวหาที่ปกครองฟากฟ้า มีความว่องไวเป็นที่สุดกรงเล็บที่คมกริบสามารถตัดผ่านเหล็กดุจฟันหยวก และสามารถพ่นอัคคีอันร้อนแรงโจมตีศรัตรูได้ แม้แต่สัตว์อสูรเวหาด้วยกันที่มีระดับสูงกว่านี้หากมาเจอเหยี่ยวอัคคีมฤตยูเวหาที่อยู่พร้อมกันหลายตัวเช่นนี้ยังต้องหลีกเลี่ยง กังหลงบ่นพึมพำขึ้น
"ช่างมีภัยรอบด้านจริง ๆ คงต้องรีบกำจัดสัตว์อสูรให้ครบตามจำนวนโดยเร็วแล้วเพื่อจะได้ผ่านไปสู่หอนิรทุกข์ชั้นต่อไป แต่มิทราบจะวัดเช่นไรว่าการผ่านด่านยอดเยี่ยมที่สุด คงจะต้องกำจัดสัตว์อสูรที่มีระดับปราณสูงที่สุดถึงน่าจะได้คะแนนในการทดสอบดีที่สุด"
คิดเช่นนั้นกังหลงรีบบินเข้าไปภายในส่วนลึกของดงไม้ เนื่องจากประสบการณ์ที่เคยบุกฝ่าเทือกเขาเนตรอสูรจะพบสัตว์อสูรแต่ละระดับจะแบ่งอาณาเขตในการหากิน ยิ่งลึกเข้าไปยังใจกลางระดับความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรจะยิ่งเพิ่มขึ้น และกังหลงต้องการสลัดหลุดจากการพัวพันของเหยี่ยวอัคคีมฤตยูเวหา ซึ่งขณะนี้เริ่มมีเหยี่ยวอัคคีมฤตยูเวหาหลายตัวบินมารวมกลุ่มกัน ขยับปีกฟ้าวายุคำรณวูบเดียวก็ทิ้งระยะห่างไปจากตำแหน่งเดิมถึงร้อยก้าว ช่างเป็นความเร็วที่หายากยิ่ง
ผู้คนภายนอกที่กำลังดูจอแสดงผลในชั้นที่หนึ่งต่างเห็นเพียงจุดพลังสีเหลืองเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วพร้อมกันนั้นได้ปรากฏจุดสีแดงมากมายกรูไล่ตามจุดสีเหลืองไปมากมายจนจอแสดงผลชั้นที่หนึ่งเกือบเป็นสีแดงไปทั้งหมด
"อาาา..ดูนั่นในหอชั้นที่หนึ่ง นั่นมันอะไรกันจุดสีแดงที่เคลื่อนไหวตามผุู้ทดสอบทำไมถึงมีมากมายปานนั้น แต่จุดสีเหลืองเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก "
"ดูท่าทางจุดสีเหลืองคงโดนไล่แล้ว มันมีอะไรในหอชั้นที่หนึ่งกันถึงได้มีจุดสีแดงมากมายปานนั้น "
"ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นข้าจำได้ว่าคราก่อนที่มาดูจะมีตัวเลขเกิดขึ้นเมื่อผู้ทดสอบกำจัดจุดสีแดงเหล่านั้นได้ และคะแนนจะต้องครบจำนวนห้าร้อยถึงจะสามารถผ่านไปสู่หอชั้นที่สองได้ ดูท่าผู้ทดสอบที่เอาแต่หนีแบบนี้โดยที่ตัวเลขมิได้เคลื่อนไหวเลย คงมิสามารถผ่านหอชั้นที่หนึ่งได้แน่ เป็นผู้ใดกันที่อยู่ในหอชั้นที่หนึ่ง"
"เจ้าดูในหอชั้นที่สองมีตัวเลขอยู่สองตำแหน่ง ตำแหน่งหนึ่งถึงสามร้อยแล้ว อีกตำแหน่ง สามร้อยห้าสิบ ตัวเลขของทั้งสองต่างเพิ่มขึ้นสม่ำเสมอมินานคงถึงห้าร้อย ผู้ทดสอบสองคนนี้คงผ่านหอนิรทุกข์ชั้นที่สองในไม่ช้าแล้ว"
"เจ้ามิรูู้อะไรผู้ทดสอบในชั้นที่สองคือ นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะผู้ชนะเลิศอันดับสอง และหยางเสี่ยวเอ๋อร์สตรีคลุมหน้าผู้ชนะอันดับสามของการทดสอบของหอโอสถ ส่วนผู้ที่อยู่ในหอชั้นที่หนึ่งนั้นคือ กังหลง ผู้ชนะอันดับหนึ่งที่ได้รับฉายาว่า เทพบุตรอัสนี คงไม่อ่อนแอขนาดที่ไม่สามารถผ่านหอนิรทุกข์พยายมชั้นที่หนึ่งหรอกนะ"
"แต่การทดสอบหอนิรทุกข์พยายมมิใช่การทดสอบด้านโอสถนะมันคนละอย่างกัน หอนิรทุกข์พยายมนั้นเน้นผู้ที่มีความสามารถด้านวรยุทธความสามารถด้านโอสถมันจะช่วยอะไรได้"
"เจ้ารอดูไปเถอะเหอะ ๆ"
กังหลงเหินบินอย่างรวดเร็วเข้าไปสู่ส่วนลึกผ่านแนวศิลาแนวที่หนึ่งที่คล้ายเป็นกำแพงกั้นใจกลางของป่าซึ่งมีลักษณะเป็นภูเข้าสูงพื้นที่บริเวณที่มีรัศมีเพียงหนึ่งร้อยก้าว ในชั้นนี้กังหลงสัมผัสกับพลังปราณที่เข้มข้นและสัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรที่มีระดับปราณที่สูงขึ้นแต่กลับมีปริมาณสัตว์อสูรที่น้อยลงกว่าเขตด้านนอกหลายเท่าตัวสัตว์อสูรที่เคยไล่ตามมามากมายบัดนี้ได้หยุดอยู่แค่แนวศิลาด้านหลังมิกล้าล่วงล้ำเข้ามาอีก
"โฮกกกกก..!!"
เสียงที่ทรงพลังและมีอำนาจของสัตว์อสูรระดับสองแสดงอำนาจของเจ้าถิ่นคล้ายประกาศศักดาให้ผู้ที่ล่วงล้ำเข้ามาทราบว่าพื้นที่แห่งนี้มันเป็นผู้ครอบครอง เสียงที่ดังสนั่นนั้นทำให้เหล่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งที่มารวมตัวกันรอบ ๆแนวศิลา ตัวสั่นสะท้านด้วยความกลัวและเริ่มถอยหนีหลบซ่อนตัวกับป่าไม้เพียงชั่วครู่ก็เลือนหายไปสิ้น กังหลงแผ่ปราณจิตสำรวจในพื้นที่ชั้นนี้พบว่าล้วนเป็นสัตว์อสูรระดับสองมีปริมาณหลายร้อยตัวรวมแล้วน่าจะไม่น้อยกว่าสี่ร้อยตัวถึงกับครุ่นคิดด้วยความแตกตื่น
"มิน่าเชื่อว่าหลังแนวศิลามานี้ล้วนแต่เป็นสัตว์อสูรระดับสองและดูจากระดับพลังแล้วเป็นสัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธระดับปราณราชันย์ระดับสี่ขึ้นไปทั้งสิ้นมิทราบเป็นภาพมายาที่หอนิรทุกข์พยายมสร้างขึ้นหรือเป็นสัตว์อสูรที่แท้จริงหากแม้นเป็นสัตว์อสูรที่แท้จริงนับว่าน่าสนใจยิ่ง เพราะแต่ละตัวล้วนมีแก่นอสูรสีแดงซึ่งข้ามีความจำเป็นต้องใช้เพื่อหลอมโอสถและเพื่อใช้ในการยกระดับปราณยุทธในภายหน้า ฮ่า ฮ่า ฮ่านับว่าหากข้าสามารถเข่นฆ่าสัตว์อสูรระดับสองในเขตนี้ทั้งหมดคงมีแก่นอสูรสีแดงมากมาย เป็นการทำวิกฤตให้เป็นโอกาสอันล้ำค่าโดยแท้...!!ภายหน้ามิต้องกังวลต่อการยกระดับพลังฝีมือแล้ว มิต้องไปสนใจการทดสอบแล้วต้องรีบสะสมแก่นอสูรสีแดงก่อนดีกว่า"
คิดได้เช่นนั้นกังหลงเรียกปีกยุทธออกมาเพิ่มอีกเมื่อใช้งานปีกยุทธและปีกฟ้าวายุคำรณพร้อมกัน ระดับความรวดเร็วของกังหลงยากจะมีใครเทียบติดต่อให้เจอสัตว์อสูรจ้าวเวหาที่เก่งกาจหากแข่งขันกันด้วยความรวดเร็วและว่องไวแล้วมิมีทางที่กังหลงจะพ่ายแพ้ลงได้เลย
"พรึ่บ"
กังหลงสำแดงพลังระดับปราณราชันย์ออกมาท้าทายสัตว์อสูรเจ้าถิ่นเพราะมิต้องการเสียเวลาในการค้นห้าสัตว์อสูรทีละตัวเมื่อเหล่าสัตว์อสูรในเขตนี้เจอระดับพลังที่มาท้าทายต่างกู่ร้องอย่างโกรธเกรี้ยวสะเทือนเลื่อนลั่นพร้อมปรากฏกายออกมามากมายพุ่งเข้าจู่โจมใส่กังหลงในทันที
"โฮกกกกก.."
"กรี๊ดดดดด"
"................"
"บึ้ม"
หยิบดาบระดับราชันย์ลวดลายมังกรที่ยึดมาได้จากนักยุทธที่มาลอบสังหารตนรังสีแห่งดาบราชันย์แผ่กระจายออกรอบทิศ กังหลงพุ่งกายเข้าสู่กลุ่มสัตว์อสูรกวัดแกว่งดาบเข้าฟาดฟันอย่างมิเกรงกลัวอาศัยความแข็งแกร่งของปีกฟ้าวายุคำรณคอยป้องกันการโจมตีอันรุนแรงของเหล่าสัตว์อสูร
"กรร...ร.ร.ซ์"
"เปรี้ยง"
"โฮกกกกก"
"บึ้ม"
เสียงคำรามอย่างโกรธแค้นของเหล่าสัตว์อสูรและเสียงฟาดฟันอาวุธระดับราชันย์พร้อมห่าโลหิตสาดกระจาย เศษชิ้นส่วนร่างกายของสัตว์อสูรปลิวว่อน แต่แม้ยิ่งฆ่าฟันไปเท่าใดเหล่าสัตว์อสูรก็ยิ่งหลัง่ไหลเข้ามามิหยุดหย่อนหากแม้นเป็นเพียงสัตว์อสูรที่มีพลังระดับปราณราชันย์ระดับสี่ขั้นสุดเพียงหนึ่งหรือสองตัวสำหรับกังหลงที่อยู่ระดับปราณราชันย์แล้วนับมิเป็นปัญหาใดๆ
แต่เมื่อเจอกับสัตว์อสูรที่มีพลังระดับปราณราชันย์ระดับสี่ขั้นสุดเป็นร้อย ๆตัวที่กรูเข้ามากรุ้มรุมพร้อมกัน ก็ทำให้มือไม้ของกังหลงต้องวุ่นวายไปเช่นกันจนบางครั้งโดนฟาดด้วยหางและกรงเล็บตะบบจนกระเด็นไป แต่ดีที่กังหลงอาศัยแข็งแกร่งปีกฟ้าวายุคำรณคอยปกป้องจึงมิได้รับบาดแผลและความบอบช้ำใดๆ จำนวนสัตว์อสูรถูกเข่าฆ่ากำจัดไปมากมายจนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม
ภายนอกขณะนี้ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่หน้าจอแสดงผลต่างตกตะลึงกับตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของหอชั้นที่หนึ่ง
"สาม....ห้า..สิบ....ยี่สิบห้า สี่สิบเก้า....แปดสิบเจ็ด.....หนึ่งร้อยสิบ........สองร้อย"
"อา..ทำไมตัวเลขเปลี่ยนไปรวดเร็วเช่นนั้นหรือจุดสีแดงในชั้นที่สองนั่นอ่อนแอกว่ากลุ่มสีแดงรอบนอกที่ไล่ผู้ทดสอบเข้าไปด้านใน !!"