เ้าเมืองชายแดนอย่างซวงโจวพอทราบเื่ราวก็ได้แต่เสียใจที่แคว้นต้องสูญเสียขุนนางภักดีอย่างไช่ไท่ฟู่ เขารับปากกุ่ยเฟิงว่าจะดูแลครอบครัวของอดีตไท่ฟู่เป็อย่างดีจนกว่าเด็ก ๆ จะเติบใหญ่ ถึงแม้ที่นี่จะยากจนข้นแค้น แต่อย่างน้อยข้าววันละมื้อพวกเขาจะต้องมีกิน
หลังเ้าหน้าที่จากเมืองหลวงเดินทางกลับ ซวงโจวเรียกฮูหยินไช่อย่างหม่าซูมาสอบถามความ้าของนาง
“ฮูหยินอยากพักในเมืองหรืออยู่ในหมู่บ้านรอบนอกขอรับ” ซวงโจวถามอย่างนอบน้อมโดยไม่ถือตัว
“พวกเราเป็เพียงนักโทษทางการ หากมีหมู่บ้านพอให้พักอาศัยได้ เราขอรบกวนท่านเ้าเมืองจัดการให้ด้วยเ้าค่ะ”
“ฮูหยินไม่ต้องเกรงใจ ข้านับถือไท่ฟู่มาตลอดั้แ่เข้ารับราชการ ในเมื่อฮูหยินอยากพักในหมู่บ้าน ข้าจะให้คนพาพวกท่านไปหาที่พักขอรับ”
“ขอบคุณท่านเ้าเมืองมากเ้าค่ะ” หม่าซูย่อกายคำนับเขาอย่างมีมารยาท
ซวงโจวเรียกทหารคนสนิทให้พาพวกเขาไปยังหมู่บ้านนอกเมืองห่างออกไปอีก 30 ลี้ หมู่บ้านนั้นมีชาวบ้านตายไปจำนวนมากจนมีบ้านว่างอยู่หลายหลัง เขายังกำชับให้ทหารบอกผู้ใหญ่บ้านดูแลฮูหยินไช่กับลูก ๆ ให้ดี เื่เสบียงเขาจะส่งให้พวกนางทุกเดือนเพื่อความอยู่รอด
บ่าวที่ถูกเนรเทศมากับหม่าซูทนความลำบากได้ พวกเขามองฮูหยิน คุณหนูและคุณชายที่ร่างกายอ่อนแออย่างเป็ห่วง ถึงแม้ว่าฮูหยินจะบอกแล้วว่าหลังจากนี้ทุกคนมีฐานะเท่าเทียม แต่พวกเขาที่สำนึกบุญคุณนายท่านกับฮูหยินต่างไม่ยอมจากไปและตั้งใจจะช่วยดูแลแม่ลูกทั้งสามอย่างสุดความสามารถ
สองชั่วยามต่อมา ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงหมู่บ้านเปียนจิ่ว ทหารนำทางเข้าไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านตามที่ท่านเ้าเมืองสั่ง ผู้ใหญ่บ้านมองคนกลุ่มใหญ่ซึ่งดูท่าทางอิดโรยอย่างจนใจ หมู่บ้านของเขาใช่ว่าจะมีทรัพยากรเพียงพอให้คนจำนวนมากเช่นนี้อยู่รอดได้ ไม่เช่นนั้นในหมู่บ้านคงไม่มีคนตายเป็จำนวนมากมาตลอดหลายปี จนใจที่นี่เป็คำสั่งเ้าเมือง เขาจึงได้แต่ต้องรับปากและพาคนกลุ่มนี้ไปเลือกบ้านร้างในหมู่บ้านซึ่งอยู่บริเวณกลางหมู่บ้านด้านใต้ไปจนถึงตีนูเาหลังหมู่บ้าน
“พวกเ้าเลือกเอาว่าจะอยู่บ้านหลังไหน บ้านแถบหลังเขานี้เ้าของเดิมอดอยากตายไปเมื่อหลายปีก่อน สภาพบ้านยังพออยู่ได้ พวกเ้าทำความสะอาดกันเองก็แล้วกัน”
“ขอบคุณท่านผู้ใหญ่บ้านเ้าค่ะ/ขอรับ” ทุกคนรีบกล่าวขอบคุณ
“เฮ้อ ข้าล่ะไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเหตุใดทางการจึงส่งพวกเ้ามาที่นี่ อย่างไรก็ดูแลตัวเองกันด้วยก็แล้วกัน เสบียงอาหารที่ทางการแจกจ่ายข้าจะนำมาส่งให้ทีหลัง แต่พวกเ้าอย่าคิดว่าเสบียงเหล่านี้จะมีมากมายเล่า พวกเราทำได้เพียงกินอยู่อย่างประหยัดเพื่อไม่ให้หิวตายได้เท่านั้น” ผู้ใหญ่บ้านกล่าวจบก็หันหลังจากไป
“ฮูหยินเลือกบ้านก่อนเถิดขอรับ พวกเราจะพักอยู่บ้านใกล้ ๆ เพื่อคอยดูแลพวกท่านหลังจากนี้ไม่ให้ลำบากแน่นอน” อดีตพ่อบ้านรีบเอ่ยบอกหม่าซู
“ท่านลุงอย่าได้ทำเช่นนี้เลยเ้าค่ะ ตอนนี้พวกท่านเองก็ลำบาก ข้าดูแลลูก ๆ เองได้ พวกท่านดูแลตัวเองให้ดีเถิดเ้าค่ะ จากนี้ไม่ต้องมีพิธีรีตรองอันใดกับพวกข้าอีก ถือเสียว่าพวกท่านเป็ญาติสนิทที่อยู่ร่วมหมู่บ้านนี้ก็แล้วกันนะเ้าคะ” หม่าซูยิ้มบาง
“นั่นจะได้อย่างไรเ้าคะ พวกเราเคยรับใช้ฮูหยินมานานปี ถึงแม้จะต้องลำบากมากกว่านี้ พวกเราก็จะคอยช่วยเหลือพวกท่านเองเ้าค่ะ” บ่าวหญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“เอาล่ะ ๆ พวกท่านอยากทำสิ่งใดก็ทำเถิด ข้าไม่มีสิ่งใดต้องใช้พวกท่านในตอนนี้”
หม่าซูจูงมือลูกทั้งสองเลือกบ้านร้างหลังหนึ่งที่มีขนาดเล็กและมีรั้วรอบขอบชิดดูปลอดภัยใกล้กับทางขึ้นเขาหลังหมู่บ้าน บ่าวไพร่ที่เห็นเช่นนั้นต่างก็แยกย้ายกันไปเลือกบ้านใกล้ ๆ พวกนางแม่ลูก สภาพของทุกคนตอนนี้เสื้อผ้าขาดวิ่นจากการเดินทางไกล ทั้งยังไม่ได้กินอะไรั้แ่มาถึงเมืองชายแดน ทุกคนกังวลว่าฮูหยินกับคุณหนูและคุณชายจะอดทนไม่ไหว เพราะระหว่างทางมาก็เป็พวกเขาที่คอยแบ่งอาหารและน้ำมอบให้จนสามารถเดินทางมาถึงจุดหมายได้โดยไม่ตกตายไปเสียก่อนจากการเดินทาง
“ท่านแม่พาซิวเอ๋อนั่งรอที่แคร่ใต้ต้นไม้ก่อนเ้าค่ะ ข้าจะทำความสะอาดภายในบ้านเองนะเ้าคะ” ไช่เหมยฮวาตัวน้อยรีบอาสาทำงานบ้านเอง
“นั่นจะได้อย่างไร ฮวาเอ๋อไม่เคยทำมาก่อน ให้แม่ช่วยเ้าดีกว่านะ”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ตอนนี้น้องชายยังไม่หายดี ท่านแม่ดูแลน้องก่อน ข้าจะหัดทำงานบ้านพวกนี้เอง ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะเ้าคะ” ไช่เหมยฮวายิ้มกว้างส่งให้ทั้งสอง
“พี่ใหญ่ ข้าอยากช่วยด้วยขอรับ” ไช่ซิวตัวน้อยเอ่ยขึ้น เขาคิดว่าอาการตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วจึงอยากแบ่งเบาภาระครอบครัว
“เ้าเชื่อฟังพี่ให้ดีเถิด ที่นี่ไม่รู้ว่าหมอจะมียาของเ้าหรือไม่ เราเดินทางมาหลายเดือนยาของเ้าก็ใกล้หมดแล้ว หากอาการกำเริบจะทำอย่างไร”
“ซิวเอ๋อ เชื่อพี่สาวเ้าเถิด อย่าทำให้แม่กับพี่ใหญ่เ้าต้องเป็ห่วง”
“ก็ได้ขอรับ รอข้าแข็งแรงเมื่อไหร่ ข้าจะช่วยงานท่านแม่กับท่านพี่เอง”
หม่าซูยิ้มบางและลูบหัวบุตรชายคนเดียวของนางที่ต้องทนทรมานจากโรคภัยไข้เจ็บมาั้แ่เกิด เป็เพราะสุขภาพของนางไม่ดีตอนท้อง ทำให้บุตรชายร่างกายอ่อนแอมาตลอด ไม่ว่าจะมีหมอดีที่ใด ครอบครัวนางต่างพาเขาไปรักษา น่าเสียดายที่ท่านหมอทำได้เพียงให้ยาบำรุงเท่านั้น ด้วยพื้นฐานร่างกายที่อ่อนแอทำให้ไม่สามารถใช้ยาแรงกับเขาได้
ไช่เหมยฮวาเดินเข้าไปดูเรือนหลังเล็กก็พบว่าภายในมีห้องสองห้อง ถึงแม้ว่าจะน้อยไปหน่อย แต่นางกับท่านแม่สามารถนอนด้วยกันได้ ไช่เหมยฮวาเดินหาถังน้ำกับเศษผ้าในบ้านเพื่อทำความสะอาด ยังดีที่เ้าของเดิมมีเสื้อผ้าเก่าอยู่ในตู้ หากพวกนาง้าเสื้อผ้าก็ไม่ต้องลำบากหาเงินไปซื้อหาแล้ว
ไช่เหมยฮวาเดินหาน้ำรอบบริเวณบ้านก็พบว่ามีบ่อน้ำแห้งขอดอยู่ด้านหลัง นางได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างกังวล น้ำเพียงแค่นี้จะเพียงพอให้พวกนางใช้กินอยู่ได้อย่างไร ไช่เหมยฮวาตักน้ำในบ่อขึ้นมาอย่างยากลำบาก นางเป็เพียงเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ไม่เคยทำงานหนักเหล่านี้มาก่อน แต่ด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น ไช่เหมยฮวาพยายามตักน้ำขึ้นมาจนได้ นางรีบนำเศษผ้าและถังน้ำเข้าไปทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว
หม่าซูมองรอบบริเวณบ้านหลังเล็กที่หลังจากนี้พวกนางแม่ลูกจะต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปก็ได้แต่น้ำตารื้นขึ้นมา นางคิดถึงสามีผู้จากไป หากเขายังอยู่ นางกับลูกคงไม่ลำบากมากถึงเพียงนี้ ถึงแม้ว่าจะมีบ่าวไพร่ที่ถูกเนรเทศตามมาด้วย แต่พวกนางซึ่งไร้เงินทองของมีค่าจะนำสิ่งใดตอบแทนพวกเขาได้ หม่าซูจึงไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากพวกเขา อย่างไรชีวิตพวกนางหลังจากนี้แค่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ก็ดีมากแล้ว รอให้ลูก ๆ เติบโตแข็งแรงเสียก่อน นางจึงจะวางใจได้
“ท่านแม่คิดอะไรอยู่ขอรับ” ไช่ซิวเห็นสีหน้าแม่ของตนเหมือนจะร้องไห้จึงเอ่ยถาม
“แม่ไม่ได้คิดอะไร หลังจากนี้เ้าต้องดูแลร่างกายให้ดีรู้หรือไม่ เ้าก็รู้ว่าพวกเราไม่มีเงินทองติดตัวมา แม่ไม่อาจพาเ้าไปหาหมอได้” หม่าซูหันไปปาดน้ำตาออก
“ข้าทราบขอรับ ท่านแม่ไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่ทำสิ่งใดเกินตัว”
ไช่ซิวถึงแม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจดวงน้อยของเขาก็ตั้งใจที่จะเป็เสาหลักให้ท่านแม่และท่านพี่ในอนาคต ตอนนี้เขาเป็ผู้ชายคนเดียวในบ้าน ถึงแม้เขาจะอายุยังน้อย แต่ก็ได้รับการสั่งสอนจากบิดามาตลอดให้คอยดูแลครอบครัว ไช่ซิวจึงตั้งมั่นว่าตนเองจะต้องแข็งแรงขึ้นและช่วยเหลือครอบครัวให้อยู่อย่างสุขสบายให้ได้ในสักวันหนึ่ง