บทที่ 5: โอสถขอทานกับปาฏิหาริย์สีชาด
ค่ำคืนนั้น ในกระท่อมปลายนาที่มืดมิดและหนาวเหน็บ มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากเตาอั้งโล่เก่าๆ ที่ส่องสว่าง
เทียนินั่งขัดสมาธิอยู่หน้าเตาไฟ ใบหน้าซีดเซียวอาบไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ ดวงตาจดจ้องไปยังหม้อดินเผาบิ่นๆ ที่กำลังเดือดปุดๆ ควันสีขาวขุ่นลอยโขมงพร้อมกับกลิ่นฉุนกึกที่ทำให้แสบจมูก
"ท่านพี่... ท่านแน่ใจหรือว่าสิ่งนี้มันใช้ได้?" ฟางเหนียงเอ่ยถามพลางใช้ผ้าปิดจมูก นางนั่งโอบเสี่ยวเป่าที่หลับปุ๋ยไปแล้วอยู่ที่มุมห้อง
ในหม้อดินนั้นคือส่วนผสมของ 'รากม้วยมรณา' ที่คนเขาทิ้ง กับเหล้าขาวราคาถูกที่สุดในตลาด และสมุนไพรพื้นบ้านอีกสองสามชนิดที่หาได้ข้างทาง มันดูเหมือนต้มยาพิษมากกว่ายารักษาโรค
"เชื่อข้า..." เทียนิตอบโดยไม่หันมอง มือของเขาถือพัดไม้ไผ่ คอยพัดวีเพื่อคุมความแรงของไฟ
นี่คือขั้นตอนที่ยากที่สุด
สำหรับจอมมารที่มีพลังวัตร การกลั่นยาเพียงแค่ใช้ 'ไฟปราณ' ก็เสร็จในพริบตา แต่สำหรับร่างมนุษย์ธรรมดา เขาต้องอาศัยความชำนาญในการคุมอุณหภูมิ หากไฟแรงไปตัวยาจะไหม้ หากไฟอ่อนไปพิษในรากไม้จะไม่สลายตัว
ฟู่...
เทียนิกัดฟันกรอด รวบรวมสมาธิทั้งหมดเพ่งไปที่น้ำยาในหม้อ รอจังหวะที่ฟองอากาศเปลี่ยนจากสีขาวเป็สีแดงคล้ำ
"ตอนนี้แหละ!"
เขารีบยกลงจากเตาทันที แล้วเทน้ำยาทั้งหมดใส่ถาดไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ รอให้มันเย็นตัวลงและแห้งกรัง
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม สิ่งที่ได้คือผงยาสีแดงหม่นๆ ที่ดูสกปรกเหมือนดินลูกรัง มันจับตัวเป็ก้อนขรุขระ ไม่มีความสวยงามแม้แต่น้อย
เทียนิใช้นิ้วบี้ผงยานั้นขึ้นมาดม กลิ่นฉุนหายไปแล้ว เหลือเพียงกลิ่นหอมเย็นประหลาด
"สำเร็จ... 'ผงธุลีแดง' ฉบับลดต้นทุน"
เขายิ้มอย่างพึงพอใจ แม้คุณภาพจะเทียบไม่ได้กับยาในโลกเซียน แต่มันดีพอสำหรับมนุษย์เดินดิน
...
รุ่งเช้าวันใหม่ เทียนิตื่นแต่เช้ามืด เขาห่อผงยาทั้งหมดใส่ในห่อกระดาษไขเล็กๆ ได้ประมาณ 10 ห่อ แล้วเดินออกจากบ้านโดยไม่ปลุกภรรยาและลูก
เป้าหมายของเขาไม่ใช่ตลาดสด หรือร้านขายยา แต่เป็ 'ศาลาริมทางทิศเหนือ' จุดแวะพักก่อนเข้าสู่ป่าหมื่นอสูร
ที่นั่นคือแหล่งรวมตัวของเหล่าพรานป่า นักล่าค่าหัว และจอมยุทธ์พเนจรที่เตรียมตัวจะเข้าไปเสี่ยงโชคในป่าลึก
เทียนิในชุดชาวนาปะชุน เดินลากขาเข้าไปในศาลา เขามองหาพื้นที่ว่างที่มุมเสา ปูผ้าเก่าๆ ลงกับพื้น แล้ววางห่อผงยาเรียงกันอย่างลวกๆ
ไม่มีป้ายชื่อร้าน ไม่มีคำเชิญชวน เขาเพียงแค่นั่งหลับตานิ่งๆ รอคอยเวลา
"เฮ้ย! นั่นมันไอ้ขี้โรคหลี่หยางนี่หว่า" เสียงพรานป่าคนหนึ่งร้องทัก เพื่อนฝูงในวงเหล้าหัวเราะครืน "มันมาทำอะไร? มาขอทานรึ?" "ดูสิ่งที่มันวางขายสิ... ผงดินแดง? ฮ่าๆๆ สงสัยจนตรอกจนสติแตก เอาดินมาหลอกขายว่าเป็ยา"
คำดูถูกถากถางดังเซ็งแซ่ บางคนเดินผ่านมาถ่มน้ำลายลงใกล้ๆ แผงของเขาด้วยความรังเกียจ แต่เทียนิยังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นหิน สีหน้าเรียบเฉยไม่ยินดียินร้าย
หนึ่งชั่วยามผ่านไป... ไม่มีใครสนใจสินค้าของเขาแม้แต่คนเดียว
'มนุษย์พวกนี้... ตัดสินกันที่เปลือกนอก' เทียนิรำพึงในใจ 'แต่ไม่เป็ไร ในยุทธภพ ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว... คือผลลัพธ์'
ทันใดนั้น เสียงเอะอะโวยวายก็ดังมาจากทางชายป่า
"ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย! มีคนาเ็!"
กลุ่มชายฉกรรจ์สี่คนแบกร่างของเพื่อนคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในศาลา เืสีแดงสดหยดเป็ทางยาวตามพื้น ส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่ว
"หมอ! มีหมอไหม!?" หัวหน้ากลุ่มพรานะโลั่น หน้าตาตื่นตระหนก
ชายที่ถูกแบกมามีาแเหวอะหวะที่ต้นขาขวา ลึกจนเห็นกระดูก เืไหลทะลักออกมาไม่หยุดราวกับเขื่อนแตก ดูเหมือนจะโดนเขี้ยวหมูป่าอสูรขวิดเข้า
"แผลลึกขนาดนี้ เส้นเืใหญ่ขาดแน่!" พรานคนหนึ่งหน้าซีด "กว่าจะแบกไปถึงในเมือง เขาตายก่อนแน่ๆ!"
ทุกคนในศาลาต่างยืนตะลึง ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย การห้ามเืาแระดับนี้ต้องใช้ยาชั้นดีหรือหมอเทวดาเท่านั้น
ในวินาทีแห่งความเป็ความตายนั้น ร่างผอมโซในชุดชาวนาก็ลุกขึ้นยืน
เทียนิเดินแหวกฝูงชนเข้าไปอย่างใจเย็น
"หลบไป" เขาเอ่ยเสียงเรียบ
"ไอ้หลี่หยาง! ถอยไป! อย่ามาเกะกะตอนนี้!" หัวหน้าพรานตวาด ผลักอกเทียนิจนเซถอยหลัง
เทียนิทรงตัวยืนหยัด จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาคมกริบ "ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเ้ากลายเป็ศพในอีกร้อยลมหายใจ... ก็หุบปากแล้วหลีกทางให้ข้า"
น้ำเสียงนั้นทรงพลังและเยือกเย็นจนน่าขนลุก หัวหน้าพรานชะงักไปชั่วครู่ ด้วยความสับสนและสิ้นหวัง จึงยอมถอยออกมาหนึ่งก้าว
เทียนิก้มลงดูแผล เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบห่อ 'ผงธุลีแดง' ออกมา แกะห่อแล้วเทผงยาสีแดงหม่นลงไปที่ปากแผลสดๆ จนหมดห่อ
ฉ่าาาา!
เสียงดังเหมือนน้ำเย็นราดลงบนกระทะร้อน ควันสีขาวลอยขึ้นจากปากแผลพร้อมกลิ่นไหม้ ชายผู้าเ็สะดุ้งเฮือก กรีดร้องลั่นแล้วสลบไป
"เ้าทำบ้าอะไร!?" เพื่อนของคนเจ็บง้างหมัดเตรียมจะต่อยเทียนิ
"ดู!" เทียนิชี้ไปที่แผล
หมัดนั้นชะงักกลางอากาศ ทุกสายตาจ้องมองไปที่ต้นขาของผู้าเ็
เืที่เคยไหลทะลักราวกับท่อน้ำแตก... บัดนี้หยุดสนิท! ผงยาสีแดงจับตัวแข็งกลายเป็สะเก็ดเคลือบปิดปากแผลไว้อย่างแ่า ยิ่งกว่าการเย็บด้วยเข็มและด้าย
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมศาลา
"นี่มัน... ยาอะไรกัน?" หัวหน้าพรานถามเสียงสั่น "แม้แต่ยาห้ามเืระดับกลางของหอโอสถ ยังไม่ออกฤทธิ์เร็วขนาดนี้"
เทียนิปัดฝุ่นที่มือ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่าผ่าเผย (แม้เสื้อผ้าจะขาดวิ่น)
"ผงธุลีแดง" เขาตอบสั้นๆ "สูตรลับบรรพบุรุษข้า"
หัวหน้าพรานรีบก้มลงตรวจดูเพื่อน เมื่อเห็นว่าชีพจรยังเต้นและเืหยุดแล้วจริงๆ เขาก็หันมามองเทียนิด้วยแววตาเลื่อมใสระคนตกตะลึง
"เ้า... ข้าขอโทษที่ล่วงเกินเ้าเมื่อครู่! ยานี่... เ้าขายยังไง?"
เทียนิแสยะยิ้มมุมปาก เหยื่อกินเบ็ดแล้ว
"ห่อละ 1 ตำลึง"
เสียงสูดหายใจดังเฮือกไปทั่วศาลา 1 ตำลึง (1,000 อีแปะ) ซื้อข้าวสารได้เป็กระสอบ ซื้อหมูได้เป็ตัว! ราคานี้แพงกว่ายาห้ามเืทั่วไปในตลาดถึง 3 เท่า
"แพงไปไหม?" พรานคนหนึ่งแย้ง
"แพง?" เทียนิเลิกคิ้ว "ชีวิตเพื่อนเ้ามีค่าไม่ถึง 1 ตำลึงหรือ? ยาของข้าห้ามเืได้ในพริบตา ไม่ต้องพักฟื้นนาน พรุ่งนี้เขาก็เดินได้แล้ว... หรือพวกเ้าจะแบกเขากลับไปรักษาในเมือง เสียทั้งเวลา เสียทั้งค่าหมอ และอาจเสียชีวิตกลางทาง"
มันคือวาจาของพ่อค้าหน้าเื แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็ความจริงที่สุด
หัวหน้าพรานกัดฟัน ล้วงเงินในอกเสื้อออกมาวางใส่มือเทียนิ 1 ตำลึงเงิน "ข้าซื้อ! และข้าขอซื้อเพิ่มอีก 2 ห่อ!"
เมื่อมีคนเปิด... ฝูงชนที่มุงดูก็เริ่มขยับ พรานคนอื่นๆ ที่เห็นสรรพคุณคาตาเริ่มแย่งกันเข้ามา
"ข้าเอาด้วย! ข้าเอา 1 ห่อ!" "หลี่หยาง... ไม่สิ ท่านอาจารย์หลี่ ข้าขอ 2 ห่อ!" "ข้ามีแค่ 800 อีแปะ ขายให้ข้าเถอะ!"
ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป ผงธุลีแดง 10 ห่อที่วางอยู่บนผ้าเก่าๆ ก็หายวับไปกับตา
เทียนิกำก้อนเงินตำลึงและพวงเหรียญอีแปะในมือ น้ำหนักของเงินทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
'10 ตำลึง... ภายในเช้าเดียว'
เขาเก็บเงินเข้าอกเสื้อ หันหลังเดินออกจากศาลาท่ามกลางสายตาเคารพนับถือของผู้คนเ่าั้ โดยไม่หันกลับไปมอง
เป้าหมายต่อไป... เถ้าแก่หวัง หนี้สินแปดตำลึงที่ค้างคา วันนี้จะได้สะสางเสียที!
แต่ในขณะที่เทียนิกำลังเดินกลับบ้าน เขาหารู้ไม่ว่า มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเขามาจากเงามืดมุมสุดของศาลา สายตาของคนจาก 'หอโอสถร้อยสมุนไพร' ที่มาแอบดูเหตุการณ์นี้ด้วยความสนใจ... และความโลภ