เหล่ายอดฝีมือไม่ได้สนใจในคำกล่าวของหวังเหว่ย พวกเขากระจายกำลังกันพุ่งเข้าโจมตีหวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า เพื่อจับกุมตัวทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว
“เฟิงเป้าเจ้าไปจัดการพวกที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่บนกำแพง เฟิงเค่อเจ้าจัดการกลุ่มที่มาจากทางด้านซ้าย ข้าจะไปจัดการกลุ่มที่มาจากทางด้านขวา”
เฟิงเป้าได้ใช้ความเร็วที่พิเศษเฉพาะตัวของตน พุ่งผ่านเหล่ายอดฝีมือไปอย่างง่ายดาย
ฟิ้ววว
“ความเร็วระดับนี้มันอะไรกัน !” เหล่ายอดฝีมือกล่าวด้วยความตกตะลึง
หวังเหว่ยได้ปลดผนึกระดับเลเวลของเขาให้กลับมาเป็นระดับเลเวล34 จากนั้นได้เรียกดาบเพลิงโลหิตออกมา และใช้วิชาตัวเบาพุ่งไปทางยอดฝีมือระดับเลเวล38คนหนึ่งอย่างรวดเร็ว
เคร้ง เคร้ง เคร้ง
หวังเหว่ยได้ใช้ดาบเพลิงโลหิตเข้าปะทะกับหอกของอีกฝ่ายอย่างดุดัน จนทำให้อีกฝ่ายถูกพลังปราณดาบที่รุนแรงของหวังเหว่ยกระแทกจนกระเด็นถอยหลังออกไปหลายก้าว เมื่อหวังเหว่ยเห็นยอดฝีมือระดับเลเวล38เสียจังหวะ เขาจึงได้พุ่งเข้าไปโจมตีซ้ำด้วยความเร็วสูงสุด ทำให้ยอดฝีมือระดับเลเวล38 จำเป็นต้องใช้หอกโจมตีไปที่หวังเหว่ยอย่างลนลาน หวังเหว่ยได้เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นจุดอ่อนของอีกฝ่าย เขาได้เบี่ยงตัวหลบหอกอย่างง่ายดายและเหวี่ยงดาบไปที่กลางลำตัวของยอดฝีมือระดับเลเวล38ด้วยความเร็วสูงสุด ขณะที่อีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน
ฉวะ!
ยอดฝีมือผู้โชคร้ายได้ล้มลงกับพื้นในทันทีหลังจากถูกหวังเหว่ยใช้ดาบเพลิงโลหิตตัดสะบั้นกลางลำตัว
“ท่านหัวหน้า !” เหล่ายอดฝีมือกล่าวออกมา
หลังจากสังหารยอดฝีมือระดับเลเวล38 หวังเหว่ยได้เดินไล่สังหารเหล่ายอดฝีมือที่อยู่ไม่ไกลจากเขาต่อในทันที
ฉวะ ฉวะ
อ๊ากก อ๊ากกก
เหล่ายอดฝีมือที่เหลืออยู่ได้พากันถอยหนีหวังเหว่ยอย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัว
“ข้าเตือนพวกเจ้าแล้ว ว่าให้กลับไป” หวังเหว่ยกล่าว ขณะเตรียมพร้อมเข้าโจมตีเหล่ายอดฝีมือที่ยังเหลือรอด
ส่วนทางด้านเฟิงเค่อ เขาได้ใช้พลังหมัดที่รุนแรงต่อยเหล่ายอดฝีมือนับสิบคนโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะมีระดับเลเวลเท่าใด จนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่มีใครสามารถลุกขึ้นมาสู้ได้อีกต่อไป
ตูม! ตูม!
อ๊ากกก
“สังหารพวกมันให้หมดเฟิงเค่อ” หวังเหว่ยกล่าวอย่างช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
ตูม! ตูม! ตูม!
อ๊ากกก อ๊ากกก
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ไม่มีเสียงร้องดังออกมาจากทางด้านของเฟิงเค่ออีกต่อไป
“พวกเจ้าเป็นใครกันแน่” หัวหน้ากลุ่มอีกคนที่ยังรอดูสถานการณ์ไม่รีบร้อนบุกเข้าโจมตีได้กล่าวถามเฟิงเป้าด้วยเสียงที่สั่นเครือ หลังจากที่เห็นเฟิงเป้าใช้ทักษะออร่ากรงเล็บสังหารเหล่ายอดฝีมือที่มากับเขาด้วยความรวดเร็วจนเขามองตามไม่ทัน
เฟิงเป้าไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เขาได้ใช้ทักษะออร่ากรงเล็บปลิดชีพของหัวหน้ากลุ่มที่ยังเหลือรอดอย่างรวดเร็ว
ฉวะ
หวังเหว่ยได้มองสำรวจบริเวณโดยรอบ จากนั้นเขาได้ใช้การสื่อสารทางจิตเรียกเฟิงเฟย พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ ออกมาจากมิติแดนอสูร
วูบ วูบ วูบ
“นายท่าน” เฟิงเฟย พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ กล่าวพร้อมกัน
“นี่มันอะไรกัน !” เหล่ายอดฝีมือกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก
“พวกเจ้าสังหารคนพวกนี้ให้หมดอย่าให้ใครเล็ดลอดออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ได้” หวังเหว่ยกล่าวออกมาเสียงดัง
“รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเฟย พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ ได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา จากนั้นได้พุ่งเข้าโจมตีสังหารยอดฝีมือที่ยังรอดชีวิตในทันที
“ไม่ ไม่ ได้โปรดไว้ชีวิตด้วย” เหล่ายอดฝีมือที่ยังรอดชีวิตกล่าวออกมา
อ๊ากกก อ๊ากกก
ฉวะ ตูม! แครก
เวลาผ่านไปไม่กี่นาทีทุกอย่างได้กลับมาเงียบสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หวังเหว่ยได้ใช้ทักษะตรวจจับระยะไกลตรวจสอบบริเวณโดยรอบอยู่ครู่หนึ่ง
"มียอดฝีมือระดับเลเวล50 หลายคนอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ พวกนั้นยังคงเก็บตัวเพื่อรอดูสถานการณ์สินะ ช่างน่าสนใจ ในเมื่อพวกเจ้ากล้าแอบลอบคิดร้ายกับข้า เช่นนั้นข้าก็จะบีบบังคับจนพวกเจ้าต้องปรากฎตัวออกมาต่อหน้าข้า!" หวังเหว่ยคิดในใจ
“นายท่าน ข้าสังหารกลุ่มคนที่เฝ้าสังเกตการณ์จนหมดแล้วขอรับ” เฟิงเป้ากล่าวขณะเดินกลับมายืนอยู่ข้างหวังเหว่ย
“เจ้าทำได้ดีมากเฟิงเป้า” หวังเหว่ยกล่าว
“เฟิงเฟย พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ เฟิงเป้า เฟิงเค่อ พวกเจ้าเก็บกวาดบริเวณโดยรอบให้เรียบร้อย”
“รับทราบขอรับนายท่าน”
เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ได้ใช้ความร้อนจากพลังปราณอสูร เผาทำลายศพของกลุ่มคนที่ลอบเข้ามาภายในคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์
“พวกข้าเก็บกวาดเสร็จเรียบร้อยแล้วขอรับ” เฟิงเฟยกล่าวกับหวังเหว่ย
“พวกเจ้าทำได้ดีมาก ในตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนกันได้แล้ว”
“รับทราบขอรับนายท่าน”
หลังจากกล่าวจบ เฟิงเฟย พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ ได้กลับเข้าไปพักผ่อนภายในมิติแดนอสูร ส่วนเฟิงเค่อและเฟิงเป้าได้กลับเข้าไปพักผ่อนภายในคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์เช่นเดิม
หลังจากเหล่าสัตว์อสูรกลับไปพักผ่อนกันเรียบร้อย หวังเหว่ยได้ปรับลดระดับเลเวลของเขากลับมาอยู่ที่ระดับ21 จากนั้นเขาได้กลับเข้าไปภายในที่พักของตนเองเช่นกัน
เมื่อยามเช้ามาถึง หวังเหว่ยได้ออกมาจากภายในคฤหาสน์พร้อมกับเฟิงเค่อและเฟิงเป้า พวกเขาทั้งสามคนได้เดินไปที่จวนเจ้าเมือง เพื่อให้จวนเจ้าเมืองออกประกาศรับสมัครทหารรับจ้างแบบ10ปี โดยเขาได้จ่ายเงินเป็นจำนวน100เหรียญทองเป็นค่าออกประกาศรับสมัครในครั้งนี้
“รบกวนท่านเจ้าหน้าที่ช่วยติดประกาศเพิ่มเติมว่าคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์จะเพิ่มเงินค่าจ้างรับสมัครแบบ10ปี จากราคาค่าจ้างปกติปกติ500เหรียญทอง เป็น1000เหรียญทอง อีกทั้งข้าจะเพิ่มเงินค่าเลี้ยงดูครอบครัวให้หากทหารรับจ้างเสียชีวิตอีกครอบครัวละ2000เหรียญทองขอรับ” หวังเหว่ยกล่าวกับเจ้าหน้าที่ของจวนเจ้าเมือง
“รับทราบขอรับคุณชายข้าจะติดประกาศให้ตามที่ท่านต้องการขอรับ” เจ้าที่หน้าของจวนเจ้าเมืองกล่าวกับหวังเหว่ย
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้กลับไปที่คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์พร้อมกับเฟิงเค่อและเฟิงเป้าเพื่อรอเหล่าทหารรับจ้างมาสมัครเข้าทำงาน
ในทันทีที่เจ้าหน้าที่ของจวนเจ้าเมืองออกประกาศรับสมัครทหารรับจ้างตามที่หวังเหว่ยต้องการ ได้เกิดความโกลาหลขึ้นภายในเมืองแห่งนักประดิษฐ์ในทันที เหล่าทหารรับจ้างจำนวนหลายพันคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับกองกำลังไหน รวมถึงเหล่าคนรุ่นใหม่ที่อายุพึ่งถึงเกณฑ์ให้สมัครเป็นทหารรับจ้างได้จำนวนหลายพันคน ต่างพากันทยอยเดินทางไปที่คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์อย่างรวดเร็ว
“เฟิงเค่อ เฟิงเป้า นี่คือแผ่นเหล็กทหารรับจ้างและแหวนมิติที่บรรจุเหรียญทองเอาไว้ ให้พวกเจ้าใช้มันในการรับสมัครทหารรับจ้างที่กำลังจะมาสมัครเข้าทำงานที่คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์ของเรา ส่วนใครที่ไม่สามารถสมัครได้ ให้พวกเจ้าบอกคนพวกนั้นให้รวมตัวกันอยู่รอข้า พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่ ?”
หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้นำแผ่นเหล็กทหารรับจ้างมอบให้กับเฟิงเค่อ และแหวนมิติที่บรรจุเหรียญทองเอาไว้หนึ่งล้านเหรียญทองมอบให้กับเฟิงเป้า
“พวกข้าเข้าใจแล้วขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อและเฟิงเป้ากล่าว ขณะรับแผ่นเหล็กทหารรับจ้างและแหวนมิติจากมือของหวังเหว่ย
“เอาล่ะ ข้าจะกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูร หากมีเรื่องอะไรให้พวกเจ้าบอกกับข้าผ่านการสื่อสารทางจิตในทันที”
“รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อและเฟิงเป้ากล่าวพร้อมกัน
หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรในทันที
วูบ
ณ สถานที่พักของตระกูลเหวินภายในเมืองแห่งนักประดิษฐ์
“ท่านพ่อหน่วยของข้าที่ส่งออกไปทำงานตามคำสั่งของท่านยังไม่มีใครกลับมาเลย อีกทั้งในวันนี้ยังมีข่าวเรื่องที่พวกนั้นเปิดรับสมัครทหารรับจ้างในราคาสูงกว่าปกติถึงสองเท่าอีก พวกเราควรทำอย่างไรดีค่ะท่านพ่อ” เหวินหนิงถังกล่าวกับเหวินเจ๋อหู่ผู้นำตระกูลเหวิน
“ฮืม เป็นไปได้ว่าอาจารย์หลอมสร้างสามคนนั้นอาจจะมีผู้หนุนหลังอยู่ พวกเรารอดูท่าทีก่อน อีกไม่นานตระกูลไป๋ที่เลือดร้อนที่สุดจะต้องเคลื่อนไหวแน่” เหวินเจ๋อหู่กล่าวกับเหวินหนิงถัง
ณ สถานที่พักของตระกูลเพ่ยภายในเมืองแห่งนักประดิษฐ์
“ท่านพ่อ ท่านรู้เรื่องคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์รับสมัครทหารรับจ้างในราคาที่สูงกว่าปกติถึงสองเท่าหรือยัง ?” เพ่ยซานอู่กล่าวถามเพ่ยซานลู่ผู้นำตระกูลเพ่ย
“อืม พ่อรู้แล้ว พวกเราควรเฝ้ารอดูอีกสองตระกูลเคลื่อนไหวกันก่อน” เพ่ยซานลู่ที่กำลังเอามือไขว่หลังได้กำหมัดของตนเองแน่นขณะกล่าว เนื่องจากหน่วยลับที่เขาส่งออกไปจับกุมตัวเฟิงเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า เมื่อคืนนี้ยังไม่มีใครกลับมาแม้แต่คนเดียว
“ข้าเห็นด้วยขอรับท่านพ่อ พวกเรายังไม่ควรผลีผลามทำอะไร อีกไม่นานตระกูลเหวินและตระกูลไป๋ต้องเคลื่อนไหวแน่นอนขอรับ” เพ่ยซานอู่กล่าวกับเพ่ยซานลู่
ณ สถานที่พักของตระกูลไป๋ภายในเมืองแห่งนักประดิษฐ์
“นี่มันอะไรกันทำไมคนที่ข้าส่งไปเมื่อคืนถึงไม่มีใครกลับมาเลยสักคน” ไป๋ฉีฟูหัวหน้าตระกูลไป๋กล่าวถามไป๋เทียนพ่อบ้านของตระกูล
“ไม่แน่อาจารย์หลอมสร้างสามคนนี้อาจจะมีผู้หนุนหลังอยู่ขอรับท่านผู้นำตระกูล ในตอนนี้พวกนั้นกำลังเปิดรับสมัครทหารรับจ้างด้วยค่าจ้างที่สูงกว่าปกติถึงสองเท่า พวกเราควรทำอย่างไรกันดีขอรับท่านผู้นำตระกูล” ไป๋เทียนพ่อบ้านของตระกูลไป๋กล่าว
“ฮืม รอดูอีกสักพัก ข้ายังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะผู้ที่อยู่เบื้องหลังของพวกนั้นได้ เจ้ารีบส่งคนออกไปสืบเรื่องอาจารย์หลอมสร้างสามคนนี้อย่างละเอียดโดยเร็วที่สุด”
“รับทราบขอรับท่านผู้นำตระกูล” ไป๋เทียนได้ออกไปจากที่พักของไป๋ฉีฟูเพื่อทำตามคำสั่งของเขาอย่างรวดเร็ว
ณ จวนเจ้าเมืองของเมืองแห่งนักประดิษฐ์
“คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์ ชื่อนี้ฟังดูน่าสนใจดีนะ ข้าจะสนับสนุนพวกเจ้าสักเล็กน้อยก็แล้วกัน” จินผิงเทียนเจ้าเมืองของเมืองแห่งนักประดิษฐ์ กล่าวขณะกำลังมองดูนกน้อยในกรงทองที่ตนเองเลี้ยงเอาไว้