“เดี๋ยว! เดี๋ยวซี่”
สมิทธิ์เลิ่กลั่กก่อนหน้านี้เขามั่นใจมากว่าจะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีทางภาคีสหเทพคงส่งคนมาเชิญเขาเข้าไปยังห้องรับรอง หาขนมกับกาแฟอร่อยๆ นั่งถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันก่อนแล้วค่อยหารือกันว่าจะเอายังไงกันดี ถ้าเขาจะไม่เข้าร่วมกับภาคีสหเทพแต่สถานการณ์ตรงหน้าของเขาตอนนี้ ไม่ใกล้เคียงเลยแม้แต่น้อย
คนทรงระดับ 2จำนวนร่วมโหลกำลังพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างไม่เป็นมิตร ทุกคนเงื้อมือตั้งท่าโจมตีเต็มที่
หลังจากนั้นเพียงพริบตาเดียว คนทรงระดับ 2ทั้งหมดก็โดนจู่โจมราวสายฟ้าฟาด กระเด็นกระดอนหมดสติไปพร้อมกันโดยที่ไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเมื่อกี้นี้ตนเองได้เจอกับอะไร
“จะแห่กันมาทำไม ให้เปลืองหน้ากระดาษเปล่าๆ(จริงๆ เสียพื้นที่บรรยายไปแค่ 1-2 บรรทัด)” สมิทธิ์พูดในขณะที่มือข้างหนึ่งของเขากดหน้าของคนทรงชุดขาวคนหนึ่งลงกับพื้น
ใครที่มองไม่ทัน (แหงล่ะ...)เรามาดูกันอีกครั้งดีกว่า ว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อคนทรงระดับ 2 เข้ามาใกล้สมิทธิ์ยังไม่ทันที่จะถึงตัว สมิทธิ์ก็ได้วิเคราะห์ถึงตำแหน่งของแต่ละคนเรียบร้อยแล้วว่าอยู่ตรงไหนบ้างหลังจากนั้น เขาก็เหาะพุ่งอย่างรวดเร็วโดยเคลื่อนที่เป็นเส้นทางสลับไปมาคล้ายกับสายฟ้าโดยใช้เส้นทางที่เร็วที่สุดที่สามารถจัดการกับคนทรงทั้งหมดได้ในคราวเดียว
สมิทธิ์ใช้สายฟ้าห่อหุ้มตัวเหมือนเป็นเกราะสายฟ้าของเขาสามารถทำร้ายศัตรูได้แค่เพียงแค่สัมผัสและช่วยเพิ่มพลังกับความเร็วของเขาให้มากขึ้นไปอีก เมื่อเขาเริ่มเคลื่อนไหวคู่ต่อสู้ก็เห็นแต่เพียงก้อนแสงวูบวาบไปมาเท่านั้น
เริ่มจาก 2 คนแรก สมิทธิ์เพียงแค่กระแทกเบาๆ ทั้ง2 คนก็กระเด็นกระดอนออกไปเหมือนพินโบว์ลิง
เขาใช้ใช้เท้ายันคนทรงอีก 2 คนเหมือนบันไดแต่แรงส่งคงจะมากเกินไป จึงทำเอาร่างทรงทั้ง 2 จุกจนแทบหมดสติ
สมิทธิ์พุ่งเข้าไปเตะคนทรงคนที่ 5 งัดเข้าที่ปลายคางจนหงายหลังหลังจากนั้นก็ใช้แรงหมุนจากการเตะ เหวี่ยงหมัดเข้าชกคนทรงคนที่ 6 ก่อนจะพุ่งกระแทกร่างคนทรงอีก2 คนอย่างรวดเร็ว
คนทรงคนที่ 9 หยุดกับที่เหมือนเขาจะรู้ว่ามีสิ่งผิดปกติ แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไร ก็โดนสมิทธิ์พุ่งเข้าเตะจนหน้าหันไปอีกทางเสียก่อน
ระหว่างทางที่สมิทธิ์เข้าไปเหวี่ยงหมัดต่อยคนทรงคนที่10 ร่างของเขาก็กระแทกร่างทรงอีกคนที่ขวางอยู่โดยไม่ได้ตั้งใจ จริงๆ แล้วร่างทรงคนนี้ตกสำรวจไม่อยู่ในเป้าหมายตั้งแต่แรกช่างโชคร้ายเสียจริงที่มาอยู่ในเส้นทางของเขาพอดี
คนทรงคนสุดท้ายกำลังตั้งท่าจะเหาะขึ้นตามเพื่อนๆของเขา แต่ยังไม่ทันที่เท้าของเขาจะลอยขึ้นจากพื้น สมิทธิ์ก็พุ่งลงมาจากด้านบน เขาเอามือข้างหนึ่งจับศีรษะของคนทรงกดลงกับพื้นไถลไปตามทางราวๆ 10 เมตรจนคนทรงคนนั้นแน่นิ่งไปกว่าที่เกราะสายฟ้าที่ห่อหุ้มตัวของสมิทธิ์จะหมดฤทธิ์พอดี
“เกราะสายฟ้านี่เพิ่งจะลองใช้งานจริงครั้งแรกกะพลังลำบากไม่น้อยเลยแฮะ” สมิทธิ์บ่นอย่างหัวเสีย
เบื้องหลังของเขา เหล่าบรรดาคนทรงระดับ 2ที่โดนเล่นงานโดยกระแสไฟฟ้า ต่างหมดสติกลางอากาศ หล่นลงมาจากท้องฟ้าเหมือนใบไม้ร่วง
“เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”เสียงของสรรค์ดังออกมาจากเครื่องมือสื่อสารในหูของสมิทธิ์
“โอ้... ทุกอย่างเรียบร้อยดีชั้นทำตามที่เราฝึกฝนกันมาได้เป๊ะ ไม่มีปัญหาอะไรเล้ย” สมิทธิ์ขึ้นเสียงสูง ลิ้นเกือบพันกัน
ระหว่างที่เขากำลังพูดคุยกับสรรค์นั้นร่างของชายชุดดำอีกคนก็เดินเข้ามาพอดี
“โทษทีนะที่ลูกน้องของข้าไม่มีมารยาท พวกนั้นแค่ทำตามคำสั่งของข้าที่ให้ดูแลตึกนี้เท่านั้น”
ชายชุดดำคนนี้ไม่ได้ใส่แว่นตาเหมือนคนอื่นก่อนหน้านี้รูปร่างของเขาสูงโปร่งเหมือนนักบาสเกตบอล หน้ายาวเรียวแหลม คิ้วบาง แค่อยู่เฉยๆก็ดูโหดเหมือนอาชญากรตัวเอ้ ผมของเขาสีขาวโพลนชี้ขึ้นไปเหมือนเปลวเทียน เสียงของเขาทุ้มต่ำที่เวลาฟังแล้ว ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ดูเหมือนคำขู่ฆ่าไปหมด
สมิทธิ์ทำใจสู้เสือ ไหนๆ เขาก็เป็นคนที่เข้ามาขอโทษเองเขาก็น่าจะเป็นคนที่พูดคุยรู้เรื่อง มากกว่าลูกน้องเหล่าคนทรงที่รุมโจมตีสมิทธิ์ก่อนหน้านี้
“อ้อ... นายเป็นยาม เอ๊ย! รปภ. ของที่นี่สินะช่วยพาชั้นไปหาเจ้านายของนายหน่อยได้มั้ย เขาเป็นคนเชิญชั้นมา...”
ยังไม่ทันที่สมิทธิ์จะพูดจบคมหอกสีขาวก็พุ่งเข้ามาหยุดจ่อที่ตรงหน้าของเขา
