หลินหลาน(นางผู้ปลูกผัก)

    ทางเลือก



    ตะวันสายแสงโผล่พ้นขอบโลกอีกครั้งชายชราตื่นขึ้นมาแต่เช้า วันนี้ก็เป็นเหมือนกับเมื่อวานแต่ความรู้สึกช่างแตกต่างนัก ภายในใจมีทั้งความสุขที่ได้วางมือจากงานที่ทำมาค่อนชีวิต และก็ยังมีความรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อยที่ตนได้ทิ้งให้เหล่าคนรุ่นใหม่ออกเดินทางโดยไม่มีตนเป็นผู้พึ่งพิงแต่ชายชราก็ได้บอกกล่าวสิ่งที่สำคัญเอาไว้หลายปีแล้ว ดังนั้นเรื่องที่กังวลจึงได้ลดน้อยลงมากเมื่อได้มีการเตรียมการเอาไว้ก่อนที่ตนเองจะวางมือร่างเพรียวบางหลังงองุ้มค่อยๆ เดินลงมายังชั้นล่างทันใดนั้นสายตาก็พบคนที่ตื่นเร็วกว่าอย่างเจ้าหยวนที่ต่อไปจะทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมขบวนสินค้าแทนตนเองเมื่อชายหนุ่มเห็นร่างที่ค่อยๆ เดินลงมาจากชั้นบนก็ลุกขึ้นคำนับด้วยความเคารพ ชายชราหนวดเคราสีเงินยวงจึงได้เดินเข้าไปหา"ข้าคงไม่ได้คิดไปเองสินะ ว่าเจ้ามีเรื่องที่ต้องการจะพูดกับข้า ไหนมีเรื่องใดก็กล่าวมาเถิด""ท่านพูดไม่ผิดขอรับ ข้อมีเรื่องจะขอร้องท่าน ถือว่าเป็นคำขอครั้งสุดท้ายจากข้า"ชายหนุ่มพูดจบ ก็รอให้ชายชรากล่าวอนุญาตให้ตนกล่าวความต้องการชายชราหนุ่มยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น พลางคิดถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันมา ชายหนุ่มรุ่นหลานตรงหน้าเป็นคนที่ตนมองแล้วว่ามีความสามารถพอที่จะส่งต่อความรู้และประสบการณ์การเดินทางหลายปีให้อยากไม่คิดหวงแหน คิดไปแล้วก็ถือว่าตนทิ้งภาระที่มากมายให้แก่เขาเกินไปมิน้อยเลย"ข้าเอ็นดูเจ้ามากกว่าพ่อของเจ้าเสียอีก หากมีอะไรก็กล่าวออกมาไม่ต้องเกรงใจข้า"เมื่อได้ฟังเสียงเมตตา และกล่าวเป็นงานเป็นการเช่นนี้ที่หาไม่ได้ง่าย ชายหนุ่มก็คิดว่าคำขอของตนคงจะสำเร็จเป็นแน่ จึงได้ยืดตัวขึ้นอีกเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวความต้องการออกมา"ตอนนี้ข้าไม่ได้เป็นห่วงเรื่องการเดินทางนับจากนี้ แต่เรื่องที่ข้าเป็นห่วงคือ หลินหลาน นางเป็นเด็กดีข้าไม่อยากให้นางต้องออกเดินทางไปกับขบวนสินค้าเช่นนี้อีกต่อไป ข้อขอร้องให้ท่านรับนางไปอยู่ด้วยจะได้หรือไม่ขอรับ ข้าจะเอาเงินเก็บของข้าส่วนหนึ่งให้ท่านเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างที่นางอยู่กับท่าน"ชายหนุ่มพูดเรื่องที่ตนต้องการออกมาคราวเดียวจนสิ้นไม่มีเหลือ เรื่องที่เขาต้องการไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตนเองแม้แต่น้อย แต่ด้วยน้ำใจที่มากล้นทำให้เขานึกคนผู้อื่นเสมอผู้อาวุโสยืนมองนิ่งไปที่ชายหนุ่มด้วยความพึงพอใจ สมแล้วที่ตนได้เลือกให้เขารับช่วงต่อจากตนเอง ผู้ที่เป็นหัวหน้าคนได้นอกจากความมั่นคงน่าเชื่อถือ  กล้าที่จะตัดสินใจแล้ว ยังต้องประกอบด้วยความรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น จึงจะเป็นผู้ที่ลูกน้องให้ความเคารพได้อยากสนิทใจ"เรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ข้า แต่กลับเป็นนาง  แต่เจ้าสบายใจได้ ข้าจะไปพูดเรื่องนี้กับนางเอง ส่วนเรื่องเงินคงไม่ต้องลำบากเจ้า ลำพังเงินเก็บของข้าที่เก็บมาแทบทั้งชีวิตคงจะพอให้เลี้ยงดู 2 ชีวิตได้ไม่ลำบากมากนัก เจ้าเองก็มีทั้งแม่และน้องที่ยังรอเจ้าอยู่ จงนำเงินส่วนนั้นไปเลี้ยงดูครอบครัวเถิด"ชายหนุ่มค้อมกายคำนับอดีตหัวหน้าคณะของตนอีกครั้ง เรื่องที่ต้องพูดก็ได้พูดไปหมดแล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องของนางแล้ว หากนางยืนยันที่จะเดินทางต่อ เขาเองก็พร้อมจะดูแลนาง

    หญิงสาวที่เป็นต้นเหตุของเรื่องดังกล่าวตอนนี้กำลังนอนหลับอยู่บนที่นอนอย่างมีความสุข เมื่อนางลืมตาตื่น นางก็ต้องเลือกเส้นทางชีวิตต่อไปข้างหน้าของนางอีกครั้งระหว่างการเดินทางที่ได้ท่องไปทั่วเขตแดน นางอาจจะได้พบเห็นสิ่งต่างๆ มากมาย มีเรื่องให้ดูให้ฟังมิรู้เบื่อ หรือเลือกที่จะลงหลักปักฐานอยู่ที่ใดที่หนึ่ง และตั้งตนเป็นสาวชาวบ้านธรรมดาๆ  
    ตอนสายหลินหลานตื่นขึ้นมาพร้อมกับเจ้าขนปุยที่นางได้ซื้อมันมาจากตลาด ตอนนี้ทั้งคู่สนิทกันมากกว่าเมื่อก่อน เจ้าสัตว์ตัวน้อยเริ่มที่จะคุ้นชินกับนางมากยิ่งขึ้น มันลดอาการหวาดระแวงลงเมื่ออยู่กับนาง แตกต่างจากตอนที่นางพาออกมาด้านนอกที่มันมักจะพยายามขดร่างเข้าสู่อ้อมแขนนางเมื่อนางลงมายังชั้นล่างชายชราหนวดเครายาวสีขาวดอกเลา ก็ได้เรียกให้นางเจ้าไปนั่งร่วมโต๊ะด้วยทันที"หลินหลานมานี่มา ข้ามีเรื่องที่จะพูดกับเจ้าอยู่เชียว"หญิงสาวเดินเข้าไปตามเสียงเรียกด้วยอาการปกติก่อนที่จะทรุดกายลงนั่งยังเก้าอี้ที่ว่างผู้อาวุโสรอจนนางนั่งลงเรียบร้อยแล้วจึงได้กล่าวเปิดเรื่องทันที โดยไม่มีการเกริ่นนำใดๆ ทั้งสิ้นทั้งสิ้น"เจ้าได้คิดบ้างหรือไม่ว่า เจ้าจะร่วมขบวนเดินทางต่อไป หรือว่ามีหนทางอื่น"ชายชราลองพูดหยั่งเชิงเพื่อดูปฏิกิริยาของเด็กสาว"เรื่องนี้จ้ายังไม่ได้คิดเจ้าค่ะ ตอนแรกข้าเพียงต้องการหาคณะเดินทางที่มุ่งลงใต้เพื่อขออาศัยหนีความหนาวจากแดนเหนือเพียงเท่านั้น"หลินหลานตอบตามความจริง ซึ่งชายที่ผ่านโลกมามากย่อมพอจะเดาได้อยู่แล้วว่า เด็กสาวเช่นนางนั้นคงไม่สามารถคิดการณ์ไกลได้มากนัก แต่ที่ถามไปเช่นนั้นก็เพื่อ ที่ตนจะได้ยื่นทางเลือกให้นางตัดสินใจ"เช่นนั้นเจ้ายังต้องการจะติดตามขบวนสินค้ากับเจ้าหยวนต่อไปหรือไม่"เมื่อถูกถามด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นนี้หลินหลานจึงมิได้ตอบทันที นางครุ่นคิดสักพัก ก่อนที่จะตัดสินใจพูดสิ่งที่คิดไตร่ตรองเอาไว้ให้ชายชราฟัง"ตอนแรกข้ายังต้องการร่วมเดินทางไปพร้อมกับคณะเดินทางอย่างไม่มีกำหนด แต่จากเรื่องเมื่อคืนที่ท่านปู่ได้กล่าวถอนตัว ก็ทำให้ความคิดของข้าเปลี่ยนไปไม่น้อยเลย"นางพูดด้วยความจริงใจ และมีความเศร้าปนอยู่ข้างในชายชราที่นั่งฟังนางอยู่ส่งยิ้มอบอุ่นให้นาง ก่อนที่จะกล่าวคำขอที่ชายหนุ่มได้เข้ามาพูดกับตน"ตัวข้านั้นก็ตัวคนเดียว ไม่มีญาติมิตร หากเจ้าไม่มีที่ไปจริงๆ เช่นนั้นเจ้าจะไปตั้งรกรากอยู่กับชายแก่ๆ อย่างข้าหรือไม่"เมื่อหลินหลานได้ฟังเช่นนั้นนัยน์ตากลมโตก็เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา นางตื้นตันใจยิ่งนัก คราแรกนางคิดเพียงว่าเมื่อท่านปู่แยกจากคณะออกไป นางเองก็คงจะเหมือนตัวคนเดียวอีกครั้ง แม้ว่าจะยังมีพี่หยวนแต่ด้วยคณะเดินทางที่เต็มไปด้วยชายฉกรรณ์ นางก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก ต่างจากท่านปู่ที่แม้จะขี้บ่น ชอบใช้งานนางแต่เมื่ออยู่กับท่านปู่แล้ว นางก็สบายใจเปรียบดั่งได้อยู่กับญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ยิ่งในโลกใยใหม่นี้นางถือว่าท่านปู่เป็นที่พึ่งให้นางได้อย่างมากหญิงสาวไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป  ความดีใจ  ความโล่งใจทำให้นางร้องไห้ ออกมาอย่างไม่อาย นี่นับเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่นางได้ร้องไห้ระบายความรู้สึกออกมาจนหมดสิ้นชายชราเพียงนั่งมองเด็กสาวที่ตอนนี้หน้าตายับยู่ยี่ ใบหน้าที่ไม่ได้สวยมากมายอะไร ยามนี้นับว่ายิ่งไม่น่าดู แต่กลับไม่ได้มีความรังเกียจแม้แต่น้อย ยามนี้ภายในอกมีแต่ความเมตตา และเอ็นดูเด็กสาวที่ไม่รู้ความตรงหน้าหากหลินหลานเปรียบชายชราเป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ที่นางรักและนับถือ ชายชราเองก็เห็นนางเป็นเหมือนลูกหลานเช่นกัน


    ***********************************หายไปนาน  ลงตอนใหม่ให้แล้วนะคะ  และวันนี้อาจจะมีอีกตอนค่ะ  ชดเชยที่หายไปนานไรท์อ่านทุกคอมเม้นท์นะคะ  หาใครมีอะไรที่คิดว่าควรปรับปรุง  สามารถแจ้งได้เลย  เพื่อทำให้นิยายเรื่องนี้ดียิ่งๆ  ขึ้นไป  ขอบคุณทุกๆ  กำลังใจนะคะ  ^^