“ฮู่วววว” ระรินดาวพ่นลมฟู่ยาวอย่างสบายปอดกว่าจะเสร็จภารกิจเล่นเอาหอบเหมือนกันไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ที่ความอึดอัดชวนคลื่นเหียนของเธอคลายลงจนลืมใส่ใจ‘คนบ้า’ น่ารังเกียจที่นั่งเต๊ะท่าอยู่นั่น
“อ้าว! ไปั้แ่เมื่อไหร่”เธอเหลือบมองซ้ายขวาจนแน่ใจว่าเขาไม่อยู่ในห้องนั้นแล้วจึงได้ยักไหล่
“ไปซะได้ก็ดี”
แม้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์สุดกล้ำกลืนแค่ไหน ก็อดหันมาชื่นชมกับผลงานชิ้นโบแดงของตัวเองไม่ได้มันก่อให้เกิดกำลังใจเล็กๆ ฮึดสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างในวันต่อไป
เป็ทาสนาย มันจะสักแค่ไหนกันเชียว ไม่เห็นว่าหนักหนาจนขาดใจตายคาที่สักหน่อย
คนคิดสู้ชีวิตและคิดปลอบใจตัวเองเริ่มสลดลงเมื่อแวบหนึ่งภาพใบหน้าเหี้ยมโหดของเขาแล่นผ่านเข้ามาในความคิดขนาดผู้ชายอกสามศอกยังคั่งแค้นขนาดนี้..คงไม่ใช่เื่เล็กน้อย
คิดไม่ออกเลยว่าบิดาของเธอไปทำอะไรเขาไว้ถึงต้องตามจองล้างจองผลาญกันไม่เลิกหากเื่ราวพวกนั้นเกิดกับเธอเองบ้างล่ะ..คงกระอักเืตายแน่ๆ
แม้เขาไม่มีสิทธิ์ระบายความโกรธใดกับเธอด้วยเหตุผลที่ว่า ‘เธอไม่ได้ทำ’แต่ก็ไม่ยอมให้เขาทำกับบิดาเช่นกัน
พ่อทั้งคน
ระรินดาวระบายลมหายใจยาวเหยียด สายสัมพันธ์พ่อลูกย่อมก่อกำเนิดความรักอันยิ่งใหญ่ยิ่งตอนนี้เธอเหลือคนที่รักและเทิดทูนเหนือหัวมากที่สุดอยู่เพียงคนเดียว
ปล่อยให้เป็แบบนี้ล่ะดีแล้ว
หากชีวิตจะหาไม่..อย่างน้อยครั้งนี้ได้ถือเป็โอกาสตอบแทนพระคุณท่าน
“เมอยาฟ ฉันยินดีชดใช้ให้คุณแทนอัลฟาลฉันจะทำให้คุณเห็นความตั้งใจจริงของฉัน ทำทุกอย่างให้คุณยอมยกโทษให้ได้”
ชายหนุ่มกลับเข้าห้องทำงานด้วยอาการนิ่งเนือยเขาโยนตัวลงบนโซฟายาวอย่างหมดแรง ทำไมถึงรู้สึกหลากหลายได้ในเวลาเดียวกันทั้งที่โอกาสชำระความต่างๆ ให้สมใจมาถึง ลูกสาวไอ้คนเลวนั่นอยู่ในกำมือเขาแล้วแท้ๆแต่ลึกๆ ข้างในกลับร้อนรุ่มกลุ้มใจจนปั่นป่วน
เป็อะไรไป!
ตาแสนทรยศเผลอมองคนขะมักเขม้นทำงานด้วยแววอ่อนโยนกับผู้หญิงคนนี้เหตุใดความแข็งกร้าวของเขามันจึงจัดจ้านได้ไม่นานนัก คอยอ่อนแสงลงเอาดื้อๆสินั่น
ไม่ได้!
เขาไม่ควรใจอ่อนกับอะไรทั้งนั้น โดยเฉพาะกับลูกสาวของมันอย่าได้คิดยุ่งเกี่ยวกับหล่อนอีกเป็อันขาด
ความเลวร้ายของคนในอดีตสะกิดเตือนให้เมอยาฟตระหนักและย้ำให้มากว่าสิ่งที่เขาควรทำคือการตอบแทนความเจ็บช้ำร้อยเท่าพันเท่ากลับคืน
คนเหนื่อยล้าคว้าบางสิ่งบนโต๊ะกระจกเตี้ยใกล้มือขึ้นดู ‘กระเป๋าสตางค์’ดวงตาสีดำขลับมีแววชัดขึ้นเมื่อใบหน้าเ้าของกระเป๋าโผล่เข้ามาในความคิดไม่ละล้าละลังเปิดดู
เขามองข้ามแบงก์สีสันต่างๆที่ทับซ้อนอยู่ในนั้นหลายใบไปยังบัตรประจำตัวซึ่งปรากฏตัวอักษรแปลกตาแต่มีภาษาอังกฤษกำกับตอนล่างพยายามอ่านชื่ออย่างจดจำ
“ระ...ริน...ดาว” คล้ายๆ จะจำได้ว่า
“เอ่อ..เรียกดิฉันว่า‘รินนา’ ก็ได้ค่ะ เอ..เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าคะ รู้สึกคุ้นหน้าคุณจัง”
“มันคงจะดีกว่า ถ้าเราไม่เคยเจอกันมาก่อน” เ้าของมือหนาบ่นพึมพำก่อนกลับไปพลิกดูด้านในพลันสะดุดตารูปถ่ายใบหนึ่งของเ้าของกระเป๋า หญิงสาวหน้าใสกระจ่างในชุดเสื้อยืดคอกลมรัดรูปเรียบง่ายเผยให้เห็นดวงตาสดใสเป็ประกายน่ามอง แต่ที่ดูโดดเด่นดึงดูดมากที่สุดก็คือ‘รอยยิ้มหวาน’ นั่น
ชายหนุ่มเผลอคลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาไม่รู้เลยว่าในเสี้ยววินาทีนั้น‘ความสุข’ เจิดจ้าขึ้นท่ามกลางความสับสนที่มันแตกซ่านอยู่ภายในเป็ประกายแสงสว่างที่กำลังโลดแล่นอยู่ท่ามกลางความมืด
แต่ลำพังแค่เพียงแสงเรืองรองฤาหาญกล้าเอาชนะห้วงความมืดมิดได้
น่าจะดีที่สุด หากผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ลูกสาวมัน!
แต่ในเมื่อไม่เป็อย่างนั้น..ควรหักห้ามใจหรือถ้ามันทำยากนักก็ส่งเ้าหล่อนกลับไคเมนเสียให้สิ้นเื่สิ้นราวแล้วยึดทรัพย์สินตามมูลค่าหนี้ทั้งหมดมาชดใช้แทน
ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูทำให้ความคิดไหลเรื่อยหยุดลงเขาตวัดตามองประตูบานหนาราวกับมันเป็สิ่งน่าเกลียด เสียงนุ่มๆ ที่เอ่ยดังหลังบานประตูกระตุ้นให้เขารู้สึกหงุดหงิด
“คุณคะ ฉันขอเวลาคุณสักครู่เถอะค่ะ”
“อย่ากวนใจฉัน กลับไปห้องซะ!”เขาตอบแบบไม่ต้องคิด แต่อีกฝ่ายยังดื้อรั้น
“ครู่เดียวจริงๆ ค่ะ”
อะไรกันนักหนา! ทีตอนอยากให้เข้ามา..ดันไม่เข้า
จนแล้วจนรอดเ้าของห้องต้องเป็ฝ่ายลุกไปเปิดให้อีกเช่นเคย
“เธอนี่ยุ่งจริง! คราวนี้อะไรอีกล่ะ”คนหน้าแฉล้มไม่พรั่นพรึงกับเสียงตวาดแต่อย่างใด ยังคงใจกล้าเสนอรอยยิ้ม
“น้ำเย็นๆ กับผลไม้ค่ะ”ชายหนุ่มขมวดคิ้วแปลกใจกับการมาแนวใหม่ของเ้าหล่อน
“หรือถ้าคุณอยากกินอะไร เดี๋ยวฉันจะจัดมาให้”
“ไม่ต้อง..ฉันกำลังยุ่งพรุ่งนี้มีประชุมที่บริษัทแต่เช้า” พูดจบเขาก็ปิดประตูใส่หน้าเธอทันที
ดีนะไม่ยื่นไปใกล้กว่านี้ ไม่งั้นคงได้ดั้งยุบใน
ระรินดาวยืนนิ่งงงตาปริบๆนึกว่าเขาจะอาละวาดปัดถาดจนกระเด็นกระดอนไม่รู้ทิศทางตามนิสัยคนเ้าคิดเ้าแค้นที่อยากเห็นความสะใจได้ทุกนาทีเสียอีก
ผิดคาด!
แสดงว่ากำลังยุ่งจริง ไม่อย่างนั้นคงไม่รีบตัดจบเธอเอาง่ายๆแบบนี้
“งั้นฉันลงไปข้างล่างนะคะแล้วจะขึ้นมาพร้อมอาหารเย็นนะคุณ”
เมอยาฟเหลียวขวับกับเสียงแว่วหู ขายาวๆ ก้าวย้อนกลับมายังประตู
“รินนา..”
ไม่ทันเสียแล้ว เอ๊ะ! เมื่อกี้เขาเรียกเธอว่าอะไรนะ
เอาเหอะ! เรียกอะไรก็ช่าง แล้วที่ว่าลงไปข้างล่างนี่..
“ลงไปทำไม”
ลงแล้วจะขึ้นมาอีกอย่างนั้นหรือ คำแก้ตัวของคนคิดหนีล่ะไม่ว่าเอ้า! ถ้าคิดว่าหนีไปได้ก็ลองดู อยากรู้เหมือนกันว่าจะไปไหนได้
ตื้ดดดดด
เสียงโทรศัพท์เรียกความสนใจเขาได้ในทันที มือหนารีบดึงปิดประตู
ปุ่มสปีคโฟนทำงานทันทีที่ถูกัั
[สายจากท่านหญิงราเนียค่ะ]คนให้เกียรติติดต่อมาเป็ถึงภรรยาสาวคนสวยของชีคแห่งคาฮาลชายหนุ่มรีบหย่อนตัวลงนั่ง
“ขอบใจ ส่งสายมา”
[ค่ะนาย]
“สวัสดีครับท่านหญิง”
[สวัสดีจ๊ะเมอยาฟ คือฉันร้อนใจน่ะเลยต้องรีบติดต่อมา] คนฟังมุ่นคิ้วคล้ายเดาออก
“เื่ร่วมทุนบ่อน้ำมันของผมกับชีคไคเมนน่ะเหรอครับ”
[ใช่แล้วววว! เธอนี่รู้ใจฉันจริงๆผลเป็ยังไงบ้างล่ะ]
“ท่าทางชีคนั่นอยากจะฉีกอกผมซะตรงนั้น”แค่คำตอบประโยคสั้นก็สื่อได้ถึงความหมาย เรียกเสียงขบขันจากต้นสายได้ทันที
[ขอบใจนะที่เธอยอมทำตามคำขอร้องของฉันถึงฉันจะไม่ค่อยถนัดเื่ธุรกิจเท่าไหร่แต่ฉันยินดีชดเชยให้ในส่วนต่างหากเธอเสียประโยชน์]
“โธ่ท่านหญิง ผมไม่เคยคิดเื่นั้นยังยืนยันคำพูดเดิมที่เคยบอกไว้แต่แรกว่าผมไม่คิดร่วมทุนกับใคร”ถ้อยคำหนักแน่นทำคนต้นสายอดค่อนขอดไม่ได้
[นั่นสินะ แม้กระทั่งฉันกับสามีเธอยังปฏิเสธทันควันไม่อ้อมค้อมถ้าเป็คนอื่นคงอ้อมแอ้มรักษาน้ำใจยืดยาวจนน่าเบื่อ ตรงๆอย่างเธอนี่ล่ะดี..ฉันชอบ] คนฟังกระตุกยิ้มมุมปาก ไม่แน่ใจว่านั่นเป็ ‘คำชม’ หรือ‘ต่อว่า’ กันแน่
“ขอบคุณครับ”
[ฉันต่างหากที่ต้องเป็ฝ่ายขอบใจ แล้วว่างๆ ขอเชิญกินข้าวด้วยกันนะอย่าลืมล่ะ] คนร้อนมาไม่วายร้อนไป ชิงตัดสายโดยไม่รอฟังคำตอบ
เมอยาฟชิปากเพราะช้าไปเพียงวินาที
“ท่านนะท่าน จะปฏิเสธซะหน่อย รู้ทันอีกแล้ว”
นั่นเพราะต่างฝ่ายต่างรู้จักนิสัยกันเป็อย่างดีแม้ท่านหญิงราเนียจะเป็สตรีผู้งามพร้อมอ่อนหวานน่าทะนุถนอมจนสามารถเอาชนะหัวใจของชีคแห่งคาฮาลได้แต่อุปนิสัยโดยแท้แล้วมิผิดแผกไปจากบุรุษชายสักนิด และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ต่างถูกชะตากันั้แ่แรกเห็นจากการแนะนำให้รู้จักกันของเพื่อนรัก ‘ดาห์เรน’ ซึ่งเป็น้องชายแท้ๆ ของชีคแห่งคาฮาล
เมอยาฟจึงเคารพนับถือท่านหญิงและท่านชีคเสมือนญาติผู้ใหญ่ของตัวเอง
ท่านหญิงราเนียแสดงอาการชิงชังชีคซากีร์แห่งไคเมนอย่างมากส่วนจะด้วยเหตุผลใดนั้นท่านไม่เคยปริปาก และเขาเองต้องพึงรักษามารยาทอันควรด้วยการไม่ถาม
ประกอบกับไม่ได้อยากรู้ เพราะหากท่านหญิง้าเปิดเผยคงบอกไปนานแล้วคนเราต้องมีเื่ส่วนตัวที่ไม่อยากให้คนอื่นรับรู้บ้างล่ะซึ่งส่วนใหญ่มักได้ยินคำอ้างเดิมๆ ว่า
“ฉันไม่ถูกชะตาเขา”
แหม! เื่ไหนเื่นั้นเป็ไม่เคยเฉไฉ แต่กับเื่นี้..
สงสัยเคยถูกชีคนั่นหักอกซะก็ไม่รู้
คนคลี่ยิ้มบางละอารมณ์ขันเพื่อเหลือบมองนาฬิกาตั้งโต๊ะ เกือบหกโมงเย็นแล้วทำไมคนของเขายังไม่ลากตัวผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาสักทีทั้งที่กำชับไว้แล้วว่าให้จับตาดูทุกฝีเท้าอย่าให้คลาดสายตา
หรือว่าจะหนีไปได้จริงๆ
ไวเท่าความคิด คนตัวโตถลันลุกพรวดออกไปจากห้อง
ให้เจอตัวก่อนเถอะจะจับขังห้องมืดจนไม่กล้าคิดหนีอีกเลย คอยดู!