ตอนที่ 14 ภาพลวงตา?
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!
รากไม้มากมายพุ่งออกมาปิดโพรงไล่หลังของเมอร์ลิน นั่นทำให้เด็กน้อยต้องรีบถือตะเกียงวิ่งหนี
โพรงนี้ไม่ได้มีแค่เส้นทางเดียว มันยังมีทางแยกอยู่หลายแห่ง แต่เมอร์ลินก็ไม่ได้มีเวลาตัดสินใจมากนัก เขารีบวิ่งสับเท้าเพื่อหลบหนีรากไม้ที่ไล่หลัง
ไม่รู้ว่าเขาวิ่งไปนานเท่าไหร่ ร่างกายเริ่มรู้สึกเหนื่อย เสียงหอบของเขาดังขึ้นตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่หยุดวิ่ง
“มันจะตามฉันไปถึงเมื่อไหร่กัน? ไม่ใช่ว่าเมื่อกี้มีทางแยกหรอกหรอ?” เมอร์ลินอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้
ทั้งๆ ที่มีทางแยกอยู่แท้ๆ แต่รากไม้เ่าั้ก็ยังเคลื่อนไหวไล่หลังของเขา
มิหนำซ้ำเขาก็ยังไม่เห็นปลายทางที่อยู่ข้างหน้าเลยด้วยซ้ำ
แฮ่ก ... แฮ่ก ... แฮ่ก ...
เสียงเหนื่อยหอบยังคงดังขึ้นอยู่ตลอดเวลา และรากไม้ก็ยังเคลื่อนไหวไล่หลังอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
จนกระทั่ง ...
ตุ๊บ!
เมอร์ลินไม่สามารถทนต่อความเหนื่อยของตนเองได้อีกต่อไป โพรงที่เขากำลังวิ่งอยู่ราวกับจะเป็สถานที่ที่ไม่มีปลายทางอย่างไรอย่างนั้น
มันไม่มีทางตัน และไม่มีทางออกเช่นกัน
ไม่รู้ว่าเมอร์ลินคิดไปเองหรือไม่ แต่เรี่ยวแรงทั้งหมดของเขาได้ถูกใช้ไปกับการวิ่งหนีนี้จนหมดแล้ว
ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!
รากไม้พุ่งเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
เรื่อยๆ และเรื่อยๆ
“นี่ฉันต้องมาตายตรงนี้แล้วหรอ?” เมอร์ลินกล่าวออกมาอย่างสิ้นหวัง
เขายังไม่ทันที่จะทำตามความตั้งใจของตนเองให้เสร็จเลยด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุการณ์นี้มันไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ต้องตาย แต่จะเป็อีริกด้วย เพราะหากเขาไม่ได้กลับออกไป อีริกก็ไม่มีทางรอดอยู่ดี
...
ขณะเดียวกันนั้นเอง ภายในบ้านกระท่อมไม้กลางป่า
อีริกสะดุ้งตื่นขึ้นมา ใบหน้าของเขาดูโรยราและอ่อนแรงเป็อย่างมาก
“มะ ... เมอร์ลิน” เขาเรียกชื่อของหลานชายด้วยน้ำเสียงที่แหบพล่า
ไม่คิดเลยว่าการนอนของเขาในครั้งนี้จะทำให้ร่างกายทรุดลงยิ่งกว่าเดิม
คำพูดของบาทหลวงอามอร์ธนั้นไม่ผิด แม้แต่เขาเองก็ไม่สามารถรักษาชายชราได้ สภาพของชายชรานั้นมีแต่ทรุดลงเท่านั้น
อีริกพยายามสอดส่องค้นหาหลานชายของเขา แต่น่าเสียดายที่ความพยายามของเขาไม่ประสบความสำเร็จ
เสียงหายใจของค่อยๆ อ่อนแรงลง
อีริกรับรู้ว่านี่อาจเป็่ชีวิตสุดท้ายของเขา
แม้จะเรียกหาเมอร์ลินไม่เจอ แต่ในหัวของเขาก็ยังจินตนาการภาพของเมอร์ลินออก จากนั้นก็เป็ภาพของภรรยาและลูกสาวที่ตายไปของเขา
่เวลาหลังจากนั้นบนใบหน้าที่อ่อนแรงกลับเผยรอยยิ้มออกมา ซึ่งนั่นเป็รอยยิ้มสุดท้ายที่มาพร้อมกับน้ำตา
เมื่อเปลือกตาทั้งคู่ปิดลง สติรับรู้ของอีริกก็หายไปตลอดกาลด้วยเช่นกัน
อีริกจากโลกนี้ไปแล้ว
เขาจากไปทั้งๆ ที่เมอร์ลินยังไม่รู้
หากเมอร์ลินรู้ว่าเื่จะเป็แบบนี้ ไม่แน่ว่าก่อนหน้านี้เขาอาจจะตัดสินใจไม่เดินทางออกจากบ้านก็เป็ได้
...
ทางด้านเมอร์ลิน เขาเองก็ดูเหมือนว่าจะถอดใจยอมรับกับความตายแล้วเช่นกัน
“ไม่รอดแล้ว”
“ฉันหนีต่อไปไม่ไหวแล้ว”
เด็กน้อยตกอยู่ในความสิ้นหวัง ขณะเดียวกันรากไม้ก็ยังคงเคลื่อนไหวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่ง
ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!
ร่างที่ล้มลงของเขาถูกรากไม้เ่าั้พุ่งทิ่มแทงเหมือนหอกแหลม เืสดๆ พุ่งกระฉูด
อ๊ากกกกก
เมอร์ลินกรีดร้องด้วยความเ็ป แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากความเ็ปที่รู้สึกแล้ว ภาพที่เขาเห็นก็คือรากไม้ที่พุ่งเข้าทิ่มแทงทุกส่วนของร่างกายจนเืสีแดงย้อมทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยความอนาถ
แต่อย่างไรก็ตาม ... ภายในเสี้ยววินาทีนั้นเขารู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ
“เป็ไปได้ยังไง? ฉันจะสามารถมองร่างของฉันทุกสัดส่วนได้อย่างไร?”
เมอร์ลินพบว่าการรับรู้ของเขาผิดปกติ โดยทั่วไปแล้วคนเราจะมองเห็นร่างกายของตนเองได้แค่บางส่วนเท่านั้น ยกเว้นว่าจะยืนอยู่หน้ากระจกหรือผิวน้ำที่สะท้อนให้เห็นทั้งร่าง
แต่มันเป็ไปไม่ได้เลยที่เมอร์ลินในตอนนี้จะมองเห็นร่างทั้งหมดของตัวเอง ทั้งยังรู้ว่าาแของตนเองอยู่ในตำแหน่งใดบ้าง นอกจากความเ็ปแล้ว เขาไม่ควรที่จะเห็นภาพแบบนี้
บางทีนี่อาจหมายความว่า ...
เื่ทั้งหมดนั้นเป็แค่ภาพหลอน
“หรือทั้งหมดนี้เป็สิ่งที่ฉันคิดไปเอง ... มันเป็แค่ภาพมายาหรอ?”
เมอร์ลินเอ่ยกับตนเอง
แล้วตอนนั้นเองความรู้สึกที่เ็ปจู่ๆ ก็หายไปอย่างน่าประหลาดใจ เืสดๆ ที่พุ่งออกไปทุกทิศทางก็เหมือนจะถูกลบล้าง าแที่เคยมีอยู่ก็หายไปอย่างน่าอัศจรรย์
จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองได้ฝันแล้วตื่นขึ้นมา
สติรับรู้จู่ๆ ก็แจ่มใสขึ้น ภาพอันน่าสยดสยองก่อนหน้านี้พลันหายไปในพริบตา
กลายเป็ว่าเมอร์ลินในตอนนี้กำลังยืนถือตะเกียงบนสะพานไม้ที่แขวนอยู่บนยอดเขาที่สูงตระหง่าน
สายตาของเขามองไปยังทัศนียภาพรอบข้างกลับไม่รู้สึกคุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำสภาพอากาศของที่นี่ยังแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง แม้ว่าเขาจะอยู่ที่สูงแต่กลับไม่ได้รู้สึกเหน็บหนาวแต่อย่างใด
“ทำไมฉันถึงได้มาโผล่ที่นี่ได้” เมอร์ลินกล่าวออกมาอย่างตกตะลึง
“หรือว่านี่จะเป็ภาพลวงตาอีกหรือเปล่า?”
เขาเริ่มไม่แน่ใจกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
ไม่ว่าจะเป็ความจริงหรือภาพลวงตา แต่ััที่เขารับรู้ในตอนนี้ก็สมจริงเป็อย่างมาก และมันไม่เหมือนภาพในความฝันอย่างแน่นอน
“ไม่ว่ามันจะเป็ยังไง แต่ดูเหมือนว่าฉันจะต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น”
เมอร์ลินหันไปมองด้านหลัง แล้วเขาก็พบว่าด้านหลังของเขากลายเป็หุบเหวลึก ต้นสะพานมีเพียงเสาั์ที่ตั้งตระหง่าน มันเชื่อมต่อกับสะพานแห่งนี้เท่านั้น ราวกับว่าเขาในตอนนี้ได้อยู่กลางอากาศก็มิปาน
เขาตัดสินใจมองไปยังเส้นทางข้างหน้าอีกครั้ง
ภาพที่ปรากฏคือสะพานที่ทอดยาวลัดเลาะผ่านเขาสูง ซึ่งูเาเ่าั้ไม่ใช่จุดหมายปลายทางของสะพานแห่งนี้ มันเป็เพียงพื้นที่ระหว่างทางเท่านั้น
ซึ่งเมอร์ลินเองก็ไม่รู้ว่าเส้นทางของสะพานแห่งนี้จะสิ้นสุดตรงที่ใด
“ยังไงก็ไม่มีทางเลือกแล้ว ได้แต่ต้องเดินทางต่อไปเท่านั้น” เมอร์ลินสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเอ่ยออกมา
ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินหน้าต่อไปโดยที่ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า