บทที่ 33
สังหาริญญาทมิฬขอบเขตสาม [2]
ร่างของิญญาทมิฬขอบเขตสามสลายหายไป
หลังจากนั้นเชือกพันธนาการัก็พุ่งเข้ากับไปในแขนเสื้อของเจียงเฟิง
เจียงเฟิงมองร่างกายของมันที่แตกสลาย หลงเหลือเพียงแค่แก่นิญญาบริสุทธิ์เท่านั้น
แก่นิญญาบริสุทธิ์ที่อยู่ด้านหน้าของเขาในตอนนี้มีขนาดใหญ่เป็อย่างมาก
มันใหญ่กว่าแก่นิญญาบริสุทธิ์ที่เขาเคยได้รับก่อนหน้านี้เสียอีก
แน่นอนว่ามันเป็เพราะว่าเ้านี้คือิญญาทมิฬต้นกำเนิด
แถมมันยังเป็ิญญาทมิฬที่มีขอบเขตสาม
มันเลยให้แก่นิญญาบริสุทธิ์ที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้
มองดูจากแก่นิญญาบริสุทธิ์ที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้
มันคงจะสามารถนำไปหล่อเลี้ยงอาวุธวิเศษทั้งสอง ชิ้นของเขาได้ไปอีกสักพักใหญ่ๆเลยทีเดียว
เจียงเฟิงที่ตอนนี้แม้ว่าาแจะเต็มร่างกายแต่เขาก็พึงพอใจเป็อย่างยิ่ง
การต่อสู้ในครั้งนี้เขาได้รับประโยชน์หลายอย่าง
โดยที่ประโยชน์อย่างแรกที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ เขากำจัดภัยแฝงที่อยู่รอบตัวได้แล้ว
เมื่อสังหาริญญาทมิฬตนนี้แล้วแสดงว่าในเมืองน่าจะไม่มีพวกิญญามีหลงเหลืออยู่อีก
เขาเองจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลถึงความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น
นอกจากการกำจัดภัยแฝงในครั้งนี้เขายังได้รับประโยชน์นั่นก็คือขอบเขตผู้ฝึกยุทธ์ของเขา
เขาใช้การต่อสู้กับอีกฝ่ายในการขัดเกลาร่างกายของตนเอง
เรียกได้ว่ารากฐานของขอบเขตที่หนึ่งของเขานั้นมั่นคงเป็อย่างยิ่ง
ในตอนนี้เพียงแค่พลังงานที่หล่อเลี้ยงร่างกายแม้ว่าตัวของเขาจะอยู่เพียงแค่ขอบเขตหนึ่ง
แต่ว่าความแข็งแกร่งของร่างกายของเขา คงจะไม่แพ้พวกผู้ฝึกยุทธขอบเขตสองอย่างแน่นอน
เจียงเฟิงเลยคิดว่าการเก็บเกี่ยวในครั้งนี้ได้รับผลประโยชน์เป็อย่างยิ่ง
และอีกอย่างนึงนั่นก็คือแก่นิญญาบริสุทธิ์ แต่ิญญาบริสุทธิ์ที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้
บางทีมันอาจจะทำให้ท่อนไผ่เขียวของเขาพัฒนาระดับเลยก็ได้ แล้วมันอาจจะเปิดสติปัญญาจนรู้เื่เกี่ยวกับคำพูดของเขาแล้ว
เจียงเฟิงได้ผลประโยชน์ถึงสาม อย่างจากการลงมือในครั้งเดียว แน่นอนว่ามันไม่มีอะไรที่คุ้มไปยิ่งกว่านี้แล้ว
ถึงกระนั้นแต่ร่างกายของเขาเองก็าเ็พอสมควร
ที่สามารถยืนอยู่ได้เพราะว่าต้นไผ่เขียวคอยส่งพลังให้ และร่างกายของเขาก็คอยดูดกลืนปราณธาตุไม้จากในอากาศเข้ามาอยู่เรื่อยๆ
ทว่าอาการาเ็นี้ก็ยังคงหนักหนาอยู่ดี
เจียงเฟิงอดทนกัดฟันยืนอยู่นานเพราะว่าแรงใจล้วนๆ
ตัวของเขาหลังจากที่กำจัดศัตรูได้แล้วก็กำลังจะเซล้มลง
ในตอนนั้นเองเฉินอวี้ก็เข้ามาจากด้านหลังแล้วก็พยุงคุณชายของตนเองเอาไว้
เสียงอันนุ่มนวลของนางดังขึ้นจากข้างหู “คุณชายเป็อย่างไรบ้าง”
เจียงเฟิงยิ้ม “ได้ผลตอบแทนที่ไม่เลว”
“ถือได้ว่าการลงมือในครั้งนี้คุ้ม”
เจียงเฟิงหันไปมองหน้าสตรีที่อยู่ข้างกายของตนเอง
เฉินอวี้ย่อมแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน
ด้วยการที่อยู่ด้วยกันมาเป็เวลานาน เจียงเฟิงรู้ว่าตัวของนางนั้นรู้สึกอย่างไร
“เ้าทำได้ดีแล้ว”
“ข้าเป็คนสั่งให้เ้าไม่ลงมือเอง”
“ถ้าเกิดว่าเ้าลงมือมันก็ถือว่าเป็การขัดคำสั่งของข้า”
“เ้าทำหน้าที่ของตนเองมีอันใดไม่ถูก”
เฉินอวี้พยักหน้า แต่ใบหน้าของนางยังบ่งบอกอย่างชัดเจนว่ายังคิดมากอยู่
เกี่ยวกับเื่ที่นางคิดมากย่อมเป็เกี่ยวกับเื่การต่อสู้และาแของเขา
ที่จริงแล้วนางสามารถลงมือได้ การลงมือของนางน่าจะทำให้การต่อสู้นั้นจบลงอย่างรวดเร็ว
ถึงอย่างไรนางเองก็เป็ผู้ฝึกปราณขอบเขตห้า แถมยังถือได้ว่าเป็อัจฉริยะผู้นึงอีกด้วย
แต่เจียงเฟิงได้สั่งการเอาไว้ว่านางไม่ต้องลงมือ
เจียงเฟิงรู้ดีว่านางเป็ห่วงเขาที่ได้รับาเ็หนักแบบนี้ แต่จะทำอย่างไรได้เขา้าได้รับผลลัพธ์สูงสุด
ถ้าเกิดว่าเขานั้นบ่มเพาะพลังโดยที่ไม่ต่อสู้เลย มันเองก็ไม่ได้แตกต่างจากพวกผู้ฝึกตนที่มีขอบเขตกระดาษเปียก
คนพวกนั้นมีแต่ตบะที่สูงขึ้น แต่ว่าพลังต่อสู้นั้นกับต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
เจียงเฟิงตั้งเป้าว่าอยากจะแข็งแกร่ง ที่สุดเพราะแบบนั้นตัวของเขาจึงต้องต่อสู้
เจียงเฟิงยืนอยู่ได้ด้วยการประคองของเฉินอวี้ แล้วเขาก็ใช้ท่อนไผ่หยกที่อยู่ในมือค้ำยันกับพื้นไปด้วย
ในขณะนี้เองร่างของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏขึ้นสุดสายตา
นางค่อยๆเดินเข้ามาอย่างช้าๆก่อนที่จะมาอยู่ข้างกายของเจียงเฟิง
แน่นอนว่านางคือซินอวี้
เจียงเฟิงได้สั่งการให้นางนั้นไปทำตามคำสั่งของเขา
นั่นคือการไปหนักหน้าขบวนรถม้าของพ่อค้าเดินทาง
ดูเหมือนว่านางจะกลับมาโดยที่ไม่ได้รับาเ็ เจียงเฟิงเอ่ยถามขึ้น “เป็อย่างไรบ้าง”
“เ้าาเ็หรือไม่”
ซินอวี้ส่ายหน้าไปมา แม้ว่าใบหน้าของนางจะเ็า แต่ในตอนนี้ในใจของนางรู้สึกอบอุ่นเป็อย่างยิ่ง
คำถามแรกที่นายน้อยของนางถามขึ้นมา นั่นคือสภาพของนางไม่ได้ถามเกี่ยวกับเื่ภารกิจ
ถ้าเป็คนอื่นเจียงเฟิงคงจะไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเื่นี้
แต่ว่าสำหรับพวกนางทั้งสองคนติดตามเขามาั้แ่ยังเด็ก แน่นอนว่าเขาต้องเป็ห่วงพวกนางเป็ธรรมดา
ใน่หลายปีที่เขาหลับไหลก็ได้พวกนางดูแลร่างกายของเขา
เจียงเฟิงเมื่อได้เห็นว่านางไม่าเ็อะไรก็ถามขึ้นอีกครั้ง “ตายหมดแล้วอย่างนั้นหรือ”
นางพยักหน้าตอบกลับ
เจียงเฟิงไม่ได้แปลกใจกับเื่นี้ “มีขอบเขตอันใดบ้าง”
ซินอวี้ไขข้อสงสัย “มีผู้ฝึกยุทธขอบเขตสี่หนึ่งคน แล้วก็มีผู้ฝึกปราณขอบเขตสี่อีกหนึ่งคน”
เจียงเฟิงไม่ได้แปลกใจที่ซินอวี้ สามารถสังหารผู้ฝึกยุทธและผู้ฝึกปราณขอบเขตสี่ทั้งสอง คนได้โดยไร้าแ
อันที่จริงแล้วนางก็เป็อัจฉริยะ นางเป็คนที่บิดาของเขาวางตัวมาอยู่ใกล้เขาเพื่อดูแลแล้วก็คุ้มกัน
เพราะแบบนั้นคนที่สอนวิชาการต่อสู้ให้นาง แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป
ทักษะการต่อสู้ของนางจะออกด้อยได้อย่างไร
เจียงเฟิงในตอนนี้ก็วางใจได้แล้วว่าจะไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้น
เมื่อคนที่ทำสัญญากับิญญาทมิฬตนนี้ตายไปแล้ว มันเองก็ถือได้ว่าิญญาทมิฬตนนั้นตายไปแล้วจริงๆ
เจียงเฟิงนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงถามขึ้นมา “คุณชายจางตายแล้วใช่หรือไม่”
เฉินอวี้พยักหน้าตอบรับ “บ่าวเข้าไปดูเมื่อครู่ ร่างกายแห้งเหี่ยวเหมือนกับพลังชีวิตถูกสูบไปจนหมด”
เจียงเฟิงรู้เกี่ยวกับเื่นี้อยู่แล้ว
สำหรับคนที่เป็หุ่นเชิดให้กับพวกิญญาทมิฬพวกนี้
พวกิญญาทมิฬพวกนี้มักจะฝังวิธีที่ทำให้ตนเองนั้นควบคุมอีกฝ่ายได้ง่ายดาย
เพื่อป้องกันว่าอีกฝ่ายจะไม่ทรยศตนเอง
ถ้าเกิดว่าิญญาทมิฬโดนสังหารตายอีกฝ่ายเองก็จะตาย
เจียงเฟิงมองศาลากลางน้ำที่ตอนนี้คุณชายจางตายไปแล้ว ในขณะที่มีคุณชายอีกหลายคนยังคงสลบไสลอยู่บริเวณนั้น
บริเวณด้านนอกก็มีผู้คุ้มกันหลายคนที่นอนหลับไหล
เจียงเฟิงส่ายหน้าไปมา “ไปกันเถอะ”
“ข้าอยากกลับไปพักผ่อนแล้ว”
เจียงเฟิงได้รับการพยุงจากสองสาวใช้ข้างกาย แล้วเขาเองก็เดินทางกลับไปที่จวนแม่ทัพ
จากนั้นก็พักฟื้นเพื่อรักษาตัว