สายลมกลางราตรีพัดกระหน่ำเหนือกำแพงเมืองชิงซาน
เปลวคบเพลิงที่ติดอยู่ตามแนวกำแพงโบกไหวรุนแรง แสงไฟสีส้มสาดกระทบบนใบหน้าผู้คนที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เสียงคำรามของเหล่าอสูรดังก้องะเืผืนดินราวคลื่นพายุ
กลิ่นคาวเืเริ่มลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ
เบื้องล่างกำแพง ฝูงอสูริญญาจำนวนมากกำลังรวมตัวกันแน่นขนัด ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่จ้องมองมนุษย์้าด้วยความกระหายเื
แต่สิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุด…
ไม่ใช่ฝูงอสูรเ่าั้
หากแต่เป็พยัคฆ์โลหิตทมิฬที่ยืนอยู่กลางฝูง
ร่างสีดำมหึมาของมันดูราวูเาเคลื่อนที่ กล้ามเนื้อทั่วร่างเต็มไปด้วยพลังอันน่าสะพรึง ขนสีดำสะท้อนแสงเพลิงเป็ประกายเย็นเยียบ
ทุกครั้งที่มันหายใจ กลิ่นอายโเี้จะพวยพุ่งออกมาราวคลื่นมรณะ
และตอนนี้ มันกำลังจ้องมองหลัวเฟิง
ดวงตาสีเืคู่นั้นลึกล้ำและเย็นเยียบ ราวกับสามารถมองทะลุเข้าไปถึงจิติญญาของเขาได้
หัวใจของหลัวเฟิงเต้นรุนแรง
ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวเพียงอย่างเดียว
แต่เป็เพราะภายในร่างของเขา…
“เมล็ดพืชแห้งแล้ง” กำลังสั่นะเื
ตุบ… ตุบ… ตุบ…
จังหวะการสั่นนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
ราวกับมันกำลังตอบสนองต่อพลังบางอย่างจากพยัคฆ์โลหิตทมิฬ
หลัวเฟิงกุมหน้าอกแน่น
ความรู้สึกประหลาดแล่นผ่านร่าง
ร้อนวูบวาบ
กระหาย
และสับสน
“เกิดอะไรขึ้น…”
เขาพึมพำเสียงเบา
ขณะเดียวกัน เสียงะโของผู้าุโใหญ่พลันดังขึ้น
“ทุกคนเตรียมรับมือ!”
“ห้ามให้อสูรทะลวงกำแพงเข้ามาเด็ดขาด!”
ผู้ฝึกยุทธ์ของตระกูลหลัวรีบตั้งขบวนทันที
บางคนถือหอก
บางคนถือธนู
ปราณิญญาเริ่มไหลเวียนอยู่ทั่วกำแพง
แม้หลายคนจะหวาดกลัว แต่ไม่มีใครกล้าถอย
เพราะหากกำแพงแตก…
ทั้งหมู่บ้านจะถูกสังหารหมู่ในพริบตา
หลัวหู่ยืนอยู่ไม่ไกลจากหลัวเฟิง
เมื่อเห็นอีกฝ่ายสีหน้าซีด เขาก็แค่นหัวเราะ
“ขยะก็คือขยะ”
“เพียงเจออสูรระดับร้อยปีก็ขาสั่นแล้วหรือ?”
ลูกสมุนด้านหลังหัวเราะเบา ๆ ตามทันที
แต่หลัวเฟิงไม่ได้ตอบโต้
สายตาของเขายังคงจับจ้องพยัคฆ์โลหิตทมิฬ
ยิ่งมอง เขายิ่งรู้สึกประหลาด
เพราะลึกลงไปในดวงตาสีเืของมัน…
คล้ายมีบางสิ่งกำลังเรียกหาเขา
ความรู้สึกนั้นเลือนรางมาก
แต่ชัดเจนจนไม่อาจเพิกเฉย
ทันใดนั้น
โฮกกกกก!!
พยัคฆ์โลหิตทมิฬคำรามกึกก้อง
เสียงคำรามนั้นรุนแรงจนผู้คนจำนวนมากหน้าซีด เืลมปั่นป่วน
จากนั้น ฝูงอสูรทั้งหมดก็พุ่งเข้าใส่กำแพงทันที!
ตูม! ตูม! ตูม!
พื้นดินสั่นะเืรุนแรง
หมาป่าเขี้ยวเหล็กหลายสิบตัวกระโจนเข้าชนประตูไม้ ขณะที่อสรพิษเงาดำเลื้อยขึ้นกำแพงอย่างรวดเร็ว
เสียงกรีดร้องดังขึ้นแทบพร้อมกัน
“ฆ่ามัน!”
“ยิงธนู!”
ฟ้าว! ฟ้าว! ฟ้าว!
ลูกธนูจำนวนมากพุ่งออกไป
อสูรหลายตัวถูกยิงตกลงไปเบื้องล่าง เืสดสาดกระเซ็นทั่วพื้นดิน
แต่จำนวนของพวกมันกลับมากเกินไป
คลื่นอสูรยังคงถาโถมไม่หยุด
หลัวเฟิงกำหมัดแน่น
แม้เขาไร้พลังิญญา แต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้เขาไม่อาจยืนนิ่งได้
อสูรหมาป่าเขี้ยวเหล็กตัวหนึ่งปีนขึ้นมาบนกำแพงสำเร็จ!
มันคำรามลั่น ก่อนพุ่งเข้าใส่เด็กสาวผู้หนึ่งที่กำลังถือธนู
“อ๊ะ—!”
เด็กสาวหน้าซีด ร่างแข็งค้างด้วยความหวาดกลัว
ไม่มีผู้ใดช่วยทัน
แต่ในวินาทีนั้นเอง หลัวเฟิงพุ่งออกไปทันที
“ระวัง!”
เขาคว้าหอกของทหารคนหนึ่ง ก่อนแทงออกสุดแรง
ฉึก!
ปลายหอกทะลุเข้าลำคอหมาป่าเขี้ยวเหล็กพอดี
เืร้อนสาดกระเซ็นใส่ใบหน้าเขา
อสูรคำรามด้วยความเ็ป ก่อนดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง
แรงมหาศาลของมันกระชากหลัวเฟิงล้มลงกับพื้น
เสียงร้องใดังขึ้นรอบด้าน
“หลัวเฟิง!”
หมาป่าพยายามกัดเข้าที่คอเขา
เขารีบใช้แขนขวาขวางไว้
กร๊าซ!
เขี้ยวคมฝังเข้ากับเนื้อ เืสดไหลทะลักทันที
ความเ็ปแล่นวาบจนสายตาพร่า
แต่หลัวเฟิงยังคงกัดฟันแน่น
เขาจับหอกไว้มั่น ก่อนแทงซ้ำเข้าไปอีกครั้ง
ฉึก!
ฉึก!
ฉึก!
จนสุดท้าย หมาป่าจึงแน่นิ่งไป
หลัวเฟิงหอบหายใจหนัก
เืจากแขนไหลอาบทั่วเสื้อผ้า
แต่เขากลับไม่มีเวลาสนใจ
เพราะในจังหวะที่อสูรตาย พลังงานบางอย่างพลันไหลเข้าสู่ร่างของเขา
วูบ!
หัวใจของหลัวเฟิงสั่นะเืทันที
เมล็ดพืชแห้งแล้งในจิติญญาพลันส่องแสงจาง ๆ เป็ครั้งแรก
แม้เพียงชั่วพริบตา
แต่มันคือแสงจริง ๆ
หลัวเฟิงเบิกตากว้าง
“นี่มัน…”
เขาััได้อย่างชัดเจน
พลังบางส่วนจากหมาป่าเขี้ยวเหล็ก…
ถูกดูดเข้าสู่ิญญายุทธ์ของเขา!
แม้จะเพียงน้อยนิด แต่กลับทำให้เมล็ดพืชที่เคยแห้งเหี่ยวดูเหมือนมีชีวิตขึ้นเล็กน้อย
หัวใจของเขาเต้นรัว
หรือว่า…
ิญญายุทธ์ของเขาไม่ได้ไร้ค่า?
โฮกกกกกก!!!
เสียงคำรามของพยัคฆ์โลหิตทมิฬดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ มันกะโจนเข้าหากำแพงด้วยตนเอง!
ตูมมม!!
แรงกระแทกมหาศาลทำให้กำแพงสั่นะเือย่างรุนแรง รอยแตกร้าวกระจายออกทันที
ผู้คนจำนวนมากล้มลงกับพื้น
“แย่แล้ว!”
“มันจะพังกำแพง!”
สีหน้าผู้าุโใหญ่ซีดเผือด
แม้เขาจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหลอมรวมิญญา แต่เมื่อเผชิญอสูรระดับร้อยปีเช่นนี้ เขาก็ไม่มีความมั่นใจ
พยัคฆ์โลหิตทมิฬเงยหน้าขึ้น
ดวงตาสีเืของมันกวาดมองทั่วกำแพง
ก่อนหยุดลงที่หลัวเฟิงอีกครั้ง
วินาทีนั้นเอง
หลัวเฟิงพลันได้ยิน “เสียง”
“มา…”
เสียงนั้นแ่เบา คล้ายดังขึ้นจากส่วนลึกของจิติญญา
เขาชะงักทันที
“ผู้ใด?”
แต่ไม่มีใครตอบ
มีเพียงสายตาของพยัคฆ์โลหิตทมิฬที่ยังคงจับจ้องเขาไม่วาง
“มา…”
เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม
หลัวเฟิงรู้สึกหนังศีรษะชาวาบ
เขาหันมองรอบด้าน
แต่ดูเหมือนไม่มีใครได้ยินเสียงนั้นเลย
ทันใดนั้น เมล็ดพืชแห้งแล้งภายในจิติญญาพลันสั่นรุนแรงขึ้น
ภาพเลือนรางจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้นในหัวของเขา
ท้องฟ้าสีเื
ต้นไม้ั์สูงเสียดฟ้า
มหาาระหว่างมนุษย์และอสูร รวมถึง หอคอยสีดำทะมึนที่ลอยอยู่กลางความว่างเปล่า
หอคอยนั้นเต็มไปด้วยโซ่ตรวนมหึมา
อักขระโบราณนับไม่ถ้วนส่องแสงอยู่ทั่วผนัง
กลิ่นอายโบราณและน่าสะพรึงแผ่ออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ทันทีที่เห็นภาพนั้น หัวของหลัวเฟิงพลันปวดร้าวรุนแรง
“อ๊าก!”
เขาทรุดลงกับพื้น กุมศีรษะแน่น
ผู้คนรอบด้านใทันที
“เขาเป็อะไร?”
หลัวหู่ขมวดคิ้ว ก่อนหัวเราะเย็น
“คงใจนเสียสติไปแล้ว”
แต่หลัวเฟิงไม่ได้ยินเสียงใดอีก
ภายในจิตสำนึกของเขา ตอนนี้มีเพียงภาพของหอคอยสีดำ
และเสียงโบราณต่ำลึกที่ดังก้องไม่หยุด
“ผู้สืบทอด…”
“ในที่สุด… เ้าก็มาถึง…”