ลั่วซวงมาเดินเล่นในป่าที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่นัก นางนั่งพักใต้ต้นส้มที่เคยเก็บในครั้งก่อน นางถือกล่องใส่ข้าวเหนียวมะม่วงมาด้วย เผื่อเวลาหิวจะได้มีอะไรรองท้อง เมื่อมองเห็นสิ่งที่อยู่ในกล่องก็เกิดอาการหิวขึ้นมาทันที นางหาได้รู้ไม่ว่าบนต้นไม้ที่นางนั่งพักอยู่นั้นมีคนคนนั่งห้อยขาอยู่้าอย่างอารมดี สายตาของเขาจับจ้องทุกการกระทำของนางอยู่ตลอด นางงดงามขึ้นมากกว่าตอนที่เขาเจอครั้งแรก
เมื่อวานเขาก็มารอเจอนางที่นี้แต่ก็ไม่ได้เจอวันนี้เขาเลยได้ตัดสินใจมารอนางที่นี่อีกรอบ ที่เขาคิดว่าจะมาหาสหายในก่อนหน้านั้นเป็เพียงข้ออ้างของเขาแค่นั้นเอง
เขาตั้งใจที่จะมาขอซื้อเห็ดหลินจือแดงกับนางมากกว่า ตอนนั้นเขาเห็นว่านางเก็บเห็ดไปตั้งเยอะ แต่แบ่งไปขายแค่ครึ่งเดียวแถมเห็ดที่ขายนั้นคุณพาพก็ไม่ได้ดีไปกว่าส่วนที่นางเก็บไว้ ในส่วนที่นางเก็บไว้นั้นมีดอกอวบใหญ่ สีแดงสด แตกต่างจากที่นำไปขายที่ร้านเฟิ่งหวงมากโข
"กลิ่นอะไรหอมๆ นั่นนางกำลังกินอะไร "
เขาเพ้งสายตาไปดูในกล่องนั้น อย่างใจจดใจจ่อ รู้ตัวอีกทีเขาก็มายืนอยู่ข้างหลังนางแล้ว
"เด็กน้อย นั่นเ้ากำลังกินอะไรอยู่รึ "
ลั่วซวงถึงกับสะดุ้งใมือน้อยๆปิดกล่องไว้เช่นเดิม อยู่ดีๆก็มีเสียงผู้ชายพูดอยู่ด้านหลังของเธอ หรือว่าจะเป็ผี ผีหลอก นางก้มหน้าพนมมือขึ้นปากน้อยๆก็พึมพำว่า "ท่านผีเ้าขา อย่ามาหลอกหลอนกันเลยนะเ้าคะ " นางแค่้านั่งพักเฉยๆทำไมต้องมาหลอกกันด้วย ยังกลางวันแสกๆแท้ๆ
เดี๋ยวนะ! เขาดูดีออกปานนี้นางบอกว่าเขาเป็ผีรึ เหอะ
รู้ถึงไหนอายถึงนั้น ดีนะวันนี้เขามาคนเดียวไม่ได้ให้เฉินอี้ติดตามมาด้วย
"ข้าเป็คน ไม่ใช่ผี เ้าเงยหน้าขึ้นมาดูสิเด็กน้อย" นางเงยหน้าขึ้นมาตามที่เขาบอก ก็เจอกับสายตาที่ไม่ค่อยพอดีใจนัก
ดูจากการแต่งตัวแล้วคงไม่ใช่ชาวบ้านแถบนี้ เขาเป็ใครกันมาทำอะไรที่นี่
"เ้าคงจะอยากรู้ว่าข้ามาทำอะไรที่นี่ใช่หรือไม่" นางพยักหน้าอยากรู้
"ส่งกล่องในมือเ้ามาให้ข้าดูก่อนสิ "
นี่เขาคิดจะปล้นข้าวของนางรึ เมื่อเห็นว่าข้าวในกล่องนี้ไม่สำคัญเท่าชีวิต นางจึงยื่นไปให้เขา
เขาหยิบกล่องนั้นขึ้นมาเปิดดูทันที เหตุใดข้าวจึงเป็สีเขียวเช่นนี้ นี่นางกินข้าวบูดรึ
หากข้าวบูดจริงคงไม่ส่งกลิ่นหอมเช่นนี้
เขาตักข้าวเข้าปากเพื่อพิสูจ "อืมหอม" รสชาติหวานมันกำลังดี อร่อยกว่าอาหารขึ้นชื่อในเมืองหลวงที่เขาเคยกินอีก ขณะที่คิดเพลินๆนั้น เขาก็พบว่าตนเองได้กินข้าวสีเขียวๆกับเ้าก้อนเหลืองๆในกล้องของนางจนหมดแล้ว พรางยื่นกล่องเปล่าคืนให้นาง
"ขอโทษทีข้าลืมตัวนะ" ก็มันอร่อยเขาเลยกินเพลินไปหน่อย
นางอ้าปากค้าง นิ นี่เขากินของนางหมดเลยรึ ไปตาอดตาอยากมาจากไหนกัน
"ที่ข้ามาหาเ้าวันนี้ เพราะข้า้าขอซื้อเห็ดหลินจือจากเ้า"เขารีบพูดเพื่อกลบเกลื่อนความอายของตนเอง
"เด็กน้อยอย่าบอกว่าเ้าไม่มีนะ เพราะวันนั้นข้าเห็นทุกสิ่งที่เ้ากระทำ" เขาเห็นคิ้วของนางเริ่มขมวดเข้าหากัน จึงพูดดักทางไว้เพื่อไม่ให้นางปฏิเสธได้
"ข้าไม่ใช่เด็กน้อยนะ ใครเขาจะแก่เหมือนท่านกัน" ถึงแม้ร่างนี้จะเป็เด็กแต่ิญญาภายในของนางก็26แล้ว ประสบการณ์ในชีวิตก็มีเยอะพอสมควร
อายุเยอะกว่าเขาในตอนตอนนี้ด้วยซ้ำ
"อะ อะไรนะ นี่เ้าว่าข้าแก่รึ "นางพยักหน้าตอบรับอย่างเร็วไว วันนี้เป็ครั้งที่2แล้วนะที่นางทำเขาอึ้งจนพูดไม่ออก ั้แ่เกิดมามีแต่คนชมชอบเขาไม่เคยมีใครเอ่ยวาจาเช่นนางมาก่อนเลย ใจเย็นๆไว้เว่ยมู่เชียว ท่องไว้นางยังเด็กอาจจะยังไม่รู้ความ
"ท่าน้าเห็ดกี่ดอก ข้าขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ราคาค่อนข้างแพง ท่านสามารเพิ่มเงินให้ได้แต่ห้ามขอลดเด็ดขาด ข้าขายให้ท่านดอกละสองแสนตำลึง ท่าน้าเที่ไหร่ก็เตรียมตั๋วเงินมาให้พอ
ถ้าท่าน้าจริงๆให้ไปที่บ้านของข้าใน่ที่คนงานสร้างบ้านกลับกันหมดแล้ว "
ถ้าเขา้าจะซื้อจริงๆ เขาก็คงจะไปหานางที่บ้านเอง ที่บอกไปแบบนั้นเพราะนางไม่อยากให้คนรู้ว่านางเก็บของมีค่าขนาดนั้นไว้ก้บตัว อาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายตามมาในภายหลัง
.....
พอนางกลับถึงบ้านก็จัดข้าวเหนียวมะม่วงใส่กล่องไว้ แบ่งให้คนงานคนละหนึ่งกล่อง การตลาดของนางเริ่มต้นขึ้นแล้ว นางได้บอกกับท่านพ่อท่านแม่ไว้แล้วว่ามีคนรู้เื่ที่พวกเขามีเห็ดหลินจือไว้ใน เขาจะมาขอซื้อกับเราที่บ้านในวันนี้ถ้าเกิดเขามาถึงก็ให้พาเขาเข้ามารอด้านในได้เลย
ระหว่างที่รอเงินวิ่งมาหานั้น นางก็ทำอาหารไว้ซะเลย รอบนี้นางจะทำยำเห็ดโคน ปลาเผา และน้ำจิ้มรสเด็ด นางนำเกลือมาโรยให้ทั่วตัวปลา นำตะไคร้ใบมะกรูดยัดใส่ในท้องปลาช่วยลดกลิ่นคาวและเพิ่มความหอมของสมุนไพร นำไปย่างในไฟอ่อนๆ รอแค่เนื้อปลาสุกทานได้เลย
เสียงฝีเท้าของม้าวิ่งย่ำอยู่หน้าบ้าน พ่อของนางจึงออกไปเปิดประตูต้อนรับคนที่ลูกสาวเขาบอกว่าจะมาขอซื้อเห็ด
เพียงแค่เห็นหน้าของชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนหลังม้าเขาถึงกับตะลึงค้าง
"ท่านแม่ทัพ"เขาพูดติดๆขัดๆ ใครจะไปคิดว่าคนที่ลูกสาวเขาพูดถึงจะเป็แม่ทัพไร้พ่ายคนนี้
"คาราวะท่านลุงขอรับ ไม่ต้องมากพิธีกับข้าก็ได้วันนี้ข้ามาในฐานะลูกค้า ท่านลุงไม่ควรมาคาราวะข้าเช่นนี้" เขาพูดขึ้นเมื่อเห็นพ่อของนางกำลังจะทำความเคารพเขา จะให้ท่านพ่อตาในอนาคตมาเคารพตนได้อย่างไร เขาเชื่อว่านางจะมาเป็ฮูหยินจวนแม่ทัพของเขาในอนาคต ตอนนี้นางยังเด็กคงจะยังไม่รู้ใจตนเอง
หากนางรู้ความคิดเขาในจุดนี้นางคงโกรธเขาจนหน้าแดงเป็แน่ ระหว่างนั่งรอเขามองรูปแบบบ้านที่ก่อสร้างยังไม่เสร็จนั้นด้วยความสนใจ เป็การสร้างที่แปลกใหม่เขายังไม่เคยเห็นมาก่อน ชักอยากเห็นตอนสร้างเสร็จซะแล้วสิ
"คาราวะท่านแม่ทัพเ้าคะ" นางได้ยินที่ท่านพ่อพูดก่อนหน้านี้ นางจึงรีบออกมาทำความเคารพเขาพร้อมยิ่มแห้งๆ ใครจะไปรู้ว่าเขาเป็แม่ทัพ ถ้านางรู้คงไม่แสดงกิริยาเช่นนั้นออกไป
"ก่อนหน้านี้ลั่วซวงมิรู้ความ ขอท่านแม่ทัพอย่าถือสาเลยเ้าค่ะ" นางช่างแตกต่างจากก่อนหน้านี้ยิ่งนัก ตอนนี้นางช่างดูเรียบร้อย อ่อนหวาน
"เ้าทำตัวปกติเถอะ เป็เช่นนี้แล้วข้ารู้สึกแปลกๆ" พอพูดจบเขาแอบเห็นนางมองค้อนมาที่เขา
"ตกลงท่าน้าซื้อเท่าไหร่หรือเ้าคะ ข้าจะหยิบมาให้ " นางรีบตัดบทออกจากสถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้
ข้าขอซื้อแค่เพียงสองดอกก่อนก็แล้วกัน เขายื่นตั๋วเงินให้นางห้าแสนตำลึง อีกหน่งแสนตำลึงคิดว่าเป็ค่าชดเชยที่เขากินของในกล่องนั้นจนหมดก็แล้วกัน เมื่อได้ตั๋วเงินมาแล้วนางจึงได้เข้าไปหยิบเห็ดหลินจือที่อยู่ด้านในใส่กล่องออกมาให้เขา
"ท่านแม่กลิ่นหอมของอาหารไปตามข้ากลับบ้านแล้วขอรับ"เสียงลั่วหลังดังมาแต่ไกล เมื่อเห็นคนนั้นอยู่ก็รู้ได้ทันที่ว่ามีแขก เขาทำเสยมารยาทแล้ว
"ขออภัยขอรับ ข้าไม่รู้ว่ามีแขก"ปากก็บอกขออภัยแต่สายตากลับมองหาที่มาของกลิ่นว่าคือสิ่งใด
"ท่านแม่ทัพจะกลับเลยรึเ้าคะ ครอบครัวเรามิได้มีสิ่งมีค่านักจึงต้อนรับไม่ค่อยดีเช่นนี้ ท่านโปรดรอสักครู่ข้ามีเพียงของฝากเล็กๆน้อยๆให้ท่านได้นำกลับไปด้วย" เผื่อมีเหตุสุวิสัยจะได้มีอาหารไว้กินระหว่างทาง
"ซวงเออร์ เ้าไปหยิบของในกล่องมาสิลูก" นางทำหน้างง กล่องอะไรก่อน นางไม่เห็นมีกล่องเตรียมไว้เลยสักนิด เมื่อท่านแม่ได้พูดออกไปแบบนั้นแล้วนางคงต้องมีกล่องติดมือออกไปสินะ นางจึงแบ่งปลาเผา น้ำจิ้ม ยำเห็ดโคนและข้าวเหนียวมะม่วงที่เหลือไว้ แบ่งใส่กล่องออกไปให้เขา
"เราจะทานข้าวกันได้หรือยังขอรับ"
ทันทีที่เขาจากไป ลั่วหลันก็เอ่ยขึ้นพรางนำมือมาลูบท้องสร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคนยิ่งนัก
...
"กลับมาแล้วขอรับ"
เมื่อถึงจวนทันเวลาอาหารพอดี เขาได้นำของในกล่องส่งให้บ่าวนำไปจัดใส่จานตั้งขึ้นโต๊ะทันที่ บ่าวรับใช้รู้หน้าที่เมื่อท่านแม่ทัพมาถึงก็รีบตักข้าวและจัดเก้าอี้ให้เขาอย่างรู้หน้าที่
"นั่นคืออะไรรึเชียวเออร์" ท่านย่าถามทันทีที่บ่าววางจานอาหารลงบนโต๊ะ ทุกสายตาจ้องมองมาที่เขารอฟังคำตอบ ทั้งท่านพ่อท่านแม่ท่านพี่ไม่เว้นแม้แต่พี่สะใภ้ เขานั่งตัวเกร็งอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เพราะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่นางใส่กล่องมานั้นเรียกว่าอะไร เขาตอบได้เพียงว่าข้าวสีเขียวๆนั้นอร่อยยิ่ง
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับท่านย่า ไว้ถ้ามีโอกาสข้าจะถามนางให้ขอรับ" ประโยคนี้ช่างเพิ่มความอย่างรู้ของทุกคนยิ่งนัก