เฉินอี้ยิ้มมองดูรู้ถึงจุดประสงค์ของเซี่ยซูเหยาออกกล่าวในใจ“นางต้องการกดดันให้อาวุโสเจิ้งหู่ทำข้อตกลงการค้ากับตระกูลเฉินภายในวันนี้โดยที่ไม่อาจปฏิเสธได้สินะ..”
ทุนคนในห้องยังคงมองจ้องกันเป็นตาเดียวไปที่ถุงกระสอบใหญ่นี้ด้วยความตกตะลึงไม่หาย!
ตัวเซี่ยซูเหยาสามารถควักเงินออกมาใช้จ่ายซื้อโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณจำนวน50 เม็ดในราคา 5000 เหรียญทองได้เลยทันทีแสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งที่นางมี
“ขอบคุณพี่หญิงซูเหยามากที่ตกลงทำการค้ากับตระกูลเฉินเรา” เฉินอี้คารวะยิ้มกล่าวให้อย่างเรียบง่าย
“ฮิๆ แค่เรื่องเล็กน้อยสำหรับข้าเอง!”เซี่ยซูเหยากล่าวพลางมองยิ้มเยาะไปทางอาวุโสเจิ้งหู่..
สำหรับนางเงินแค่นี้ไม่นับว่ามากมายจริงๆเพราะเซี่ยซูเหยาได้ตระเวนออกท่องโลกไปทั่วจึงมีสมบัติใช้ส่วนตัวที่หามาได้เองอยู่ค่อนข้างมหาศาลเลยทีเดียวและถึงแม้ตัวนางจะยังไม่ได้ปรึกษากับท่านเจ้าสำนักบุปผาเหมันต์เรื่องตกลงทำการค้ากับตระกูลเฉินนี้ก็สามารถทำได้ในฐานะผู้อาวุโสสูงสุดอย่างไม่มีปัญหาอะไร
“ฮึ่ย!..ท่านพอซักทีจะได้ไหม!..”
อาวุโสเจิ้งหู่เริ่มหมดความอดทนหงุดหงิดจนทนไม่ไหว
“หึๆ..” เซี่ยซูเหยาไม่ได้รู้สึกมีโทสะอะไรต่อคำพูดจาของมันเพียงมองเชิดหน้ายิ้มหัวเราะเย็นชากล่าวในใจ“เริ่มจะได้เวลาแล้วสินะ!”
“อืม..งั้นข้าจะขอซื้อโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณตอนนี้เหมือนกัน..”อาวุโสจิ๋นอิ่งเอามือจับคางครุ่นคิดสักพักค่อยตัดสินใจกล่าวพร้อมกับเอาเงิน 5000เหรียญทองออกมาจากในแหวนมิติของตัวเอง
แกร๊ก! “ข้าขอซื้อโอสถจำนวน 50 เม็ดอย่างที่เคยได้บอกกล่าวไป! ”
อาวุโสจิ๋นอิ่งเอาเงินมาวางไว้ตรงหน้าให้ทุกคนเห็นเพื่อแสดงความมั่งคั่งไม่น้อยหน้าเซี่ยซูเหยาแห่งสำนักบุบผาเหมันต์
อันที่จริงอาวุโสจิ๋นอิ่งใช้จ่ายด้วยเงินกองกลางจำนวนมากขนาดนี้นับว่าลำบากสาหัสอยู่บ้างแต่เพียงแค่นี้มันยังสามารถอธิบายกับเจ้าสำนักสุสานทมิฬได้เพราะเป็นการค้าที่มีประโยชน์ต่อสำนักอย่างยิ่ง
“ข้าต้องขอบคุณพวกท่านทั้งสองเป็นอย่างมากอีกครั้งที่แสดงความจริงใจต่อตระกูลเฉินเรา..ผิดกับใครบางคนลิบลับ” เฉินอี้ยิ้มมุมปากกล่าวเชิงเสียดสี
“ ได้! ถ้าพวกเจ้าจะเอาแบบนี้ล่ะก็! ”
อาวุโสเจิ้งหู่ขมวดคิ้วตะคอกหมดความอดทนกล่าวอย่างมีโทสะ..มันเอามือล้วงเข้าไปหยิบหยกสื่อสารที่เก็บเอาไว้ในเสื้อขึ้นมากำแน่น..
เฉินอี้เชิดปากยิ้มกล่าวในใจ “มันกำลังคิดจะติดต่อไปหาใครบางคนอยู่สินะ..”เฉินอี้หรี่ตากล่าวต่อ “ถ้าข้าคาดเดาไม่ผิด..ต้องเป็นคนที่มีตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดขึ้นไปของสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์แน่!”
สำหรับอาวุโสเจิ้งหู่การใช้จ่ายเงินเหรียญทองจำนวนมหาศาลเป็นหลักหมื่นจะต้องได้รับคำอนุญาตยืนยันจากพวกผู้มีอำนาจระดับสูงก่อน..มันไม่คิดกล้าปฏิเสธข้อเสนอในครั้งนี้เพราะความกดดันกลัวว่าจะทำให้ตัวเองและสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์ขายหน้าไปมากกว่านี้
พรึ่บ! มีแสงออกมาจากหยกสื่อสารที่อาวุโสเจิ้งหู่ถืออยู่..แต่ไม่มีเสียงพูดใดๆออกมาเลย..เพราะหยกสื่อสารนั้นมีคุณภาพดีกว่าหินสื่อสารซึ่งสามารถคุยสนทนาไร้เสียงผ่านทางโทรจิตกับอีกฝ่ายที่อยู่ระยะทางไกลได้!
“สวัสดีท่าน....นี่ข้าผู้อาวุโสเจิ้งหู่เอง..พอดีว่า..ข้ามีเรื่องจะขออนุญาตจากท่านหน่อย..”
ตอนนี้อาวุโสเจิ้งหู่กำลังติดต่อทางโทรจิตคุยกับบุคคลใหญ่โตผู้มีอำนาจสูงในสำนักด้วยสีหน้าจริงจัง..
เกือบทุกคนในห้องล้วนนิ่งเงียบไม่กล้าส่งเสียงเพราะกลัวจะไปรบกวนการติดต่อสนทนาเรื่องสำคัญของอาวุโสเจิ้งหู่
“งั้นระหว่างที่รอท่านอาวุโสเจิ้งกำลังคุยธุระอยู่..ทางตระกูลเฉินเราจะจัดเตรียมเม็ดโอสถให้ท่านอาวุโสจิ๋นอิ่งและพี่หญิงซูเหยาโดยทันที!”
เฉินอี้ยิ้มกล่าวท่ามกลางความเงียบพลางเหล่ตามองไปที่อาเฉินหรุ่ย
“ดะ..ได้! ข้าจะรีบบริการจัดเตรียมโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณของท่านผู้อาวโสทั้งสองให้!..” เฉินหรุ่ยที่มีอาการหน้าปูดบวมน้อยลงรีบวิ่งไปหลังร้านเตรียมส่งมอบของ..
เฉินอี้เดินเข้าไปกระซิบข้างๆหูของเซี่ยซูเหยากล่าว“พี่หญิงซูเหยาข้ามีของขวัญแถมให้ท่านหลังจบเรื่องนี้ด้วยนะ..ขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือตระกูลข้า!”
เฉินอี้ยิ้มกล่าวเสียงค่อยไม่ให้ใครได้ยิน
“ฮิๆ น้องอี้นี่ช่างน่ารักจริงๆ..แล้วข้าจะรอนะฮิๆๆ” เซี่ยซูเหยาที่เงี้ยวหูฟังอมยิ้มหัวเราะกล่าวเล่นอย่างสนิทสนมให้เฉินอี้..นางรู้สึกชอบใจมากรอของตอบแทนด้วยความคาดหวัง
...........................................................................................................
เวลาผ่านไปสักพักอาวุโสจิ๋นอิ่งและเซี่ยซูเหยาต่างได้รับโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณจำนวนคนล่ะ50 เม็ด อย่างที่ได้ตกลงกัน..
“อื้ม! ล้วนแต่เป็นโอสถระดับ 9 ส่วนทุกเม็ดที่มีคุณภาพดีจริงๆ ฮ่าๆๆ”
อาวุโสจิ๋นอิ่งถือดูเม็ดโอสถในมือหัวเราะกล่าวชื่นชมดีใจ..เท่านี้สำนักสุสานทมิฬของมันก็ไม่ต้องลำบากเรื่องขาดแคลนโอสถระดับสูงอีกแล้ว
“ท่านผู้อาวุโสทั้งสอง..ตัวข้าเฉินเหว่ยหงในฐานะที่เป็นเจ้าเมืองเซียงหนานและผู้นำตระกูลเฉิน..ต้องขอแสดงความขอบคุณในความกรุณาของพวกท่านมากจริงๆ!”
เฉินเหว่ยหงโค้งคารวะกล่าวซาบซึ้งน้ำตาไหลซึม..มันไม่เคยคิดฝันเลยว่าแค่วันนี้วันเดียวตระกูลเฉินจะสามารถร่ำรวยมั่งคั่งได้ถึงขนาดนี้!
“ฮ่าๆ ท่านเจ้าเมืองเฉินจะขอบคุณพวกข้าซ้ำอีกทำไมกัน..พวกเราต่างก็ได้ประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย..ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณพวกเจ้าที่ยื่นข้อเสนอการค้าดีๆแบบนี้มาให้ฮ่าๆๆ” อาวุโสจิ๋นอื่งหัวเราะยินดีสักพักค่อยเก็บเม็ดโอสถเข้าไปในแหวนมิติ..หันไปมองทางเฉินอี้กล่าวจริงจัง
“หนุ่มน้อยเฉินอี้..เจ้าสนใจจะเข้าสำนักสุสานทมิฬของข้าไหม?ข้าจะให้การรับรองเจ้าเข้าสำนักและดูแลเจ้าฐานะในที่เป็นหนึ่งในศิษย์ของข้าเอง! ”
อาวุโสจิ๋นอิ่งรู้สึกสนใจในตัวเฉินอี้ขึ้นมาคิดอยากลองชวนมันดู..แม้พลังของเฉินอี้จะอยู่แค่ระดับก่อตั้งลมปราณขั้นที่8 ก็ตาม..แถมอาจได้ตัวเฉินซูย่วนเปลี่ยนใจมาเป็นนักปรุงยาของสำนักเพิ่มด้วย
เฉินอี้ได้ยินแบบนี้พลันเงยหน้ายิ้มหัวเราะกล่าว“ฮ่าๆ ท่านผู้อาวุโสจิ๋นอื่ง ข้าต้องขอบอกอย่างชัดเจนอีกครั้งว่า..ตระกูลเฉินข้ายังไม่คิดจะเข้าร่วมกับเหล่าสำนักใหญ่แห่งใดทั้งสิ้น! แล้วตัวข้าเองนั้นก็ยังระดับพลังต่ำต้อยเกินไปที่จะเป็นศิษย์สำนักสุสานทมิฬด้วยข้าขอบคุณในข้อเสนอนี้ของท่านมากแต่คงต้องขอปฏิเสธแล้ว..”
เฉินอี้กล่าวนอบน้อมถ่อมตนน้ำเสียงเขินอายให้ดูเหมือนว่ากำลังรู้สึกละอายใจด้อยค่าในความสามารถของตนอยู่เพราะไม่อยากเสียมารยาทต่ออาวุโสจิ๋นอิ่งจนต้องมาเข้าใจผิดกันทีหลัง..
“เฮ้อ..ถ้าเจ้าว่ามาแบบนั้นก็ไม่เป็นไร..”อาวุโสจิ๋นอิ่งถอนหายใจผิดหวังไม่คิดตัดใจง่ายๆหันไปกล่าวทางเฉินซูย่วนต่อ
“ท่านเฉินซูย่วน..มีเหล่าลูกๆคนไหนของท่านอยากจะเข้าสำนักสุสานทมิฬบ้างรึไม่?”
อาวุโสจิ๋นอิ่งมันยังไม่ยอมแพ้ที่จะชวนคนรุ่นเยาว์ของตระกูลเฉินมาเข้าสำนักเพื่อผลประโยชน์ในอนาคตต่างจากอาวุโสเจิ้งหู่ที่ไม่คิดจะตามตื้อเฉินซูย่วนมากนัก
“งั้นข้า..อุ๊บ! อื๊ออืมอัมอาอาย! ”
เฉินเจี้ยนเหาที่กำลังจะกล่าวคำขอเข้าเป็นศิษย์สำนักสุสานทมิฬแต่กลับถูกเฉินซูย่วนมารดาตนดึงคอเอามือมาปิดปากห้ามมันเอาไว้!
“เจ้าลูกโง่! อยู่เงียบๆไปซะ..อย่าทำเสียเรื่อง!”
เฉินซูย่วนกล่าวกระซิบสั่งข้างหูขณะที่เอามือกดหัวปิดปากมันอยู่ในวงแขนของตน
“อืมมม..”เฉินเจี้ยนเหาขมวดคิ้วยอมอยู่นิ่งๆอย่างไม่เต็มใจและไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมท่านแม่ต้องห้ามมัน..
“นี่..” เหล่าผู้นำทั้งสามตระกูลใหญ่นอกจากเจ้าเมืองเฉินเหว่ยหง..เริ่มรู้สึกแปลกใจแล้วว่าทำไมคนตระกูลเฉินถึงต้องปฏิเสธการเข้าสำนักใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำอีกแบบนี้..
จางหยวนเองก็ขมวดคิ้วส่ายหน้ากล่าวในใจ“ทุกคนในตระกูลเฉินจะต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆที่ไม่รับข้อเสนอคำเชิญชวนของท่านอาจารย์อาวุโส..”
ส่วนศิษย์สำนักสุสานทมิฬอีกสองคนยกเว้นหยางเค่อก็ได้แต่มองเฝ้าสังเกตการณ์ตาไม่กระพริบกลัวว่าจะพลาดอะไรไป..ในเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นครั้งนี้
และยังมีศิษย์สำนักกระบี่เมฆาสวรรค์อยู่อีกคนที่กำลังนั่งนิ่งเฉยจ้องมองดูใครบางคนไม่คลาดสายตา..เหมือนมันครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่าง..
อาวุโสจิ๋นอิ่งกำลังจะกล่าวเพิ่มข้อเสนอให้อย่างไม่ลดล่ะความพยายามตามความต้องการของตัวเอง
“ถ้างั้นพวกท่านลอง..”
“อ่ะแฮ่ม! ท่านอาวุโสจิ๋นเลิกทำให้สหายของข้าลำบากใจได้แล้ว!”
เซี่ยซูเหยาเริ่มรู้สึกรำคาญจึงกล่าวเตือนมันออกไปพลางคิดด่ามันในใจ
“ไอแก่เจ้าเล่ห์นี่พูดด้วยไม่รู้เรื่องรึไงนะ!” นางไม่ชอบคนขี้เซ้าซี้..
“ฮืม..”อาวุโสจิ๋นอิ่งที่ถูกขัดวาจากลางคันก้มหัวถอดใจยอมแพ้..กล่าวไม่ค่อยเต็มใจเท่าไร “ได้ๆ..ข้าหยุดชวนแล้วก็ได้..”
ถึงแม้จะโดนปฏิเสธหลายครั้งหลายรอบ..อาวุโสจิ๋นอิ่งก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนถูกคนตระกูลเฉินหักหน้าแต่อย่างใดเพราะรู้ว่าไม่มีใครโง่พอที่จะกล้าทำแบบนั้นและพวกมันบอกด้วยว่าไม่อยากเข้าร่วมทั้งเจ็ดสำนักใหญ่ไม่ใช่แค่สำนักตน..เลยพอเข้าใจแล้วว่าคงมีเหตุผลที่ไม่คิดจะเข้าร่วมด้วยจริงๆ
การจะมีความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาวนั้นต้องเริ่มจากการไม่ฝืนใจบังคับอีกฝ่ายกันมากเกินไปล่ะนะ
เฉินอี้ตอนนี้เพียงหลับตาเอามือไขว้หลังยืนรอคำตอบของอาวุโสเจิ้งหู่อยู่อย่างใจเย็น..
“อืม..แล้วข้าจะรอดู..”
บุคคลปริศนากล่าวกับอาวุโสเจิ้งหู่เป็นประโยคสุดท้ายก่อนวางการติดต่อลง..
ฝึบ แสงของหยกสื่อสารดับไป..อาวุโสเจิ้งหู่จึงลืมตาขึ้นมามองเฉินอี้กล่าวเสียงดัง
“ข้าได้รับอนุญาตมาแล้ว..สำนักกระบี่เมฆาสวรรค์ขอตกลงรับข้อเสนอการค้าซื้อโอสถของตระกูลเฉินตั้งแต่วันนี้! ”
“อืม..อย่างที่คิดไว้ล่ะนะ..”เฉินอี้ยิ้มคิดในใจรู้อยู่แล้วว่าพวกสำนักใหญ่ไม่มีทางปฏิเสธให้เสียหน้าแน่นอน
อาวุโสเจิ้งหู่กล่าวต่อ “และทางสำนักข้ายังต้องการเม็ดโอสถระดับสูงที่ตระกูลเฉินมีทั้งหมดเลยในตอนนี้..แน่นอนว่าจะจ่ายค่าตอบแทนให้อย่างงาม!” มันพูดเสียงดังชัดเจนให้ทุกคนในห้องได้ยินทั่วถึง
“ หา!!? ”
มีเสียงกล่าวอุทานตกตะลึงออกมาจากปากใครบางคนเมื่อได้ยินประโยคนี้
“ฮ่าๆๆ ท่านผู้อาวุโสเจิ้ง! ท่านช่างเป็นคนที่น่าเลื่อมใสจริง นับถือๆ ”
เฉินอี้ยิ้มหัวเราะกล่าวคารวะให้อาวุโสเจิ้งหู่พลางแฝงความคิดเจตตาบางอย่าง
“หึๆ ตอนนี้ร้านของพวกเจ้ามีเม็ดโอสถระดับสูงอยู่มากเท่าใดรึ!? ข้าจะขอเหมาทั้งหมดนั้นเลยอย่างที่ได้กล่าวไว้! ฮ่าๆๆ”
อาวุโสเจิ้งหู่หัวเราะสะใจราวกับได้รับชัยชนะ..มันสามารถกู้หน้าตัวเองได้แล้วหลังจากที่ต้องทนอัปยศมานาน!
เฉินอี้หลับตายิ้มกล่าวถามแอบแฝงบางอย่างกับอาวุโสเจิ้งหู่
“ท่านแน่ใจนะว่าคิดจะซื้อโอสถระดับสูงทั้งหมดของร้านเราจริงๆ?”
“หืม!? หมายความว่าไงเจ้าหนู? ข้าบอกแล้วไงว่าจะซื้อพวกมันทั้งหมดเองหรือว่าพวกเจ้ามีปัญหาอะไรกัน?”
อาวุโสเจิ้งหู่ขมวดคิ้วกล่าวยืนยันถามกลับอย่างสงสัยแปลกใจต่อคำถามไม่แน่ชัดของเฉินอี้นี้..
“ไม่ใช่หรอกท่านผู้อาวุโสเจิ้งเพราะแท้จริงแล้วร้านโอสถตระกูลเฉินข้านั้นไม่ได้มีแค่โอสถฟื้นฟูพลังลมปราณเท่านั้นที่เป็นโอสถระดับสูงอย่างเดียวหรอกนะ!” เฉินอี้ส่ายหัวกล่าวบอกออกไป
“อ่ะ! หรือว่าพวกท่าน..ยังมีโอสถอย่างอื่นอีกงั้นเหรอ!?”
อาวุโสจิ๋นอิ่งเบิกตาโตกล่าวถามให้แน่ใจ
เฉินอี้กล่าวเรียบเฉย “ใช่แล้ว! พวกข้ายังมีโอสถอีกสองอย่างด้วยกัน คือ โอสถฟื้นฟูพละกำลังและโอสถล้างไขกระดูก ยังไงล่ะ!” มันยิ้มหันไปทางอาวุโสเจิ้งกล่าวต่ออีก
“แล้วท่านผู้อาวุโสเจิ้งแห่งสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์..คงจะรับซื้อไว้เองทั้งหมดในราคาสูงอย่างที่ได้ลั่นวาจาเมื่อครู่สินะ!”
อาวุโสเจิ้งหู่ถึงกับยืนนิ่งค้างเหงื่อตกไหลพรากกล่าวในใจทันที
“แย่ล่ะสิ..ถ้าเป็นแบบนั้นข้ามีหวังหมดตัวแน่!”
เฉินอี้ตั้งใจเปิดเผยโอสถอีกสองชนิดแก่พวกคนที่นี่เท่านั้นเพื่อวัตถุประสงค์นี้เอง