ตอนที่ 7 บวงสรวงเทพ
ภายในถ้ำแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยอักขระ บรรยากาศอึดอัดและน่ากลัว ถ้ำนี้มีเสาอยู่หกต้นแกะสลักเป็นรูปงูมากมายเลื้อยอยู่ตามเสา เมื่อมองไปจนสุดถ้ำจะเห็นรูปปั้นงูสีดำขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง รูปปั้นนี้เป็นรูปงูที่กำลังแผ่แม่เบี้ย ดวงตาสีแดงดูมีชีวิตและดุร้าย เบื้องหน้าของรูปปั้นนั้น มีแท่นบูชาอยู่หนึ่งแท่นและมีร่างสูงโปร่งของเด็กชายคนหนึ่งนอนอยู่ ล้อมรอบด้วยกลุ่มคนชราและชายวัยกลางคน“ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่ง การปล่อยมู่เหวินและเผ่าฟ้าคำรามไปแบบนี้ จะไม่เป็นไรหรอกหรือ?” นักรบคนหนึ่งของเผ่าภูผากล่าวของ พร้อมมองไปที่ชายชรา“เจ้าโง่!!! ด้วยฝีมืออย่างพวกเจ้า แม้มู่เหวินมาคนเดียวก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ ฉายา”ผู้พิทักษ์” ของมันไม่ใช่จอมปลอม ก่อนนั้นที่มู่เหวินเป็นแค่ระดับนักรบขั้นปลาย ต่อสู้แลกชีวิตกับโจรทะเลทรายระดับหัวหน้านักรบที่เหนือกว่า แม้ได้รับบาดแผลที่ใบหน้า แต่ก็สังหารหัวหน้านักรบของโจรทะเลทรายได้ จนชื่อเสียงร่ำลือ คนที่พอจะสู้ได้คงมีแต่หัวหน้าเผ่าและเหล่าองครักษ์เท่านั้น” ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งพูดตอบด้วยแววตาคับแค้นใจ“แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป? หากท่านหัวหน้าเผ่ารู้คงไม่ปล่อยพวกเราแน่ๆ” นักรบคนเดิมถามแฝงสีหน้าหวาดกลัว“ก็ใช่....แม้หัวหน้าเผ่าจะดูมีคุณธรรมและยุติธรรม แต่แท้จริงแล้วเป็นคนโหดเหี้ยมและอาฆาตแค้น แถมต้าเสิ่นก็เป็นบุตรคนเล็กที่เค้ารักมากอีกด้วย หากหัวหน้าเผ่ากลับมาแล้วรู้เรื่อง คนที่ดูแลเผ่าทั้งหมดจะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก...แม้ไม่ตายก็คงพิการ วิธีจัดการคงมีแต่การบูชาเทพของเผ่าภูผาเท่านั้น” ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และมองไปที่แท่นบูชาที่แท้..ถ้ำแห่งนี้คือที่สถิตเทพของเผ่าภูผานั่นเอง ในชนเผ่ามากมายของดินแดนแห่งท้องฟ้ามักจะมีเทพประจำเผ่า ซึ่งเทพประจำเผ่านี้จะมอบความคุ้มครองและดูแลตั้งแต่สมัยโบราณด้วยวิธีที่ต่างกัน และเทพประจำเผ่าของเผ่าภูผาก็คืออสูรงูโบราณที่มีหน้าตาดุร้ายนั่นเอง“เริ่มทำพิธีอัญเชิญ!!!!! ” เสียงตะโกนของผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งดังขึ้นพลันก็มีนักโทษต่างเผ่ากลุ่มหนึ่งถูกพาออกมา ถูกมัดเชือกที่ข้อมือ สีหน้าหวาดกลัวและเต็มไปด้วยการขัดขืน พวกเขาถูกพามานั่งคุกเข่าเรียงอยู่ด้านหน้ารูปปั้น โดยมีนักรบของเผ่าภูผายืนอยู่ด้านหลังพร้อมถือดาบ คบเพลิงหน้าแท่นบูชาถูกจุด และเหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆเริ่มสวดมนต์โบราณของเผ่า เสียงสวดมนต์ดังขึ้นรอบถ้ำอากาศภายในถ้ำเริ่มเย็นลง ขณะที่ดวงไฟบนคบเพลิงเริ่มสั่นไหวทั้งที่ไม่มีลม“เผ่าภูผาขออัญเชิญท่านเทพ....ขอท่านเทพจงรับเครื่องสังเวยและปรากฎตัว เพื่อช่วยชนรุ่นหลังด้วย!!!!!” ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งกล่าวอัญเชิญเทพ....พร้อมวาดอักขระโบราณด้วยโลหิตของตัวเอง ลงบนร่างกายของเด็กชายบนแท่นพิธี เมื่อวาดอักขระเสร็จ ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งกล่าวคำหนึ่งประโยคสุดท้ายในการอัญเชิญเทพ พร้อมลุกขึ้นยืนและใช้มีดกรีดแขนของตัวเอง“สังเวยโลหิต!!!!!”สิ้นคำนี้ เหล่านักรบที่อยู่ด้านหลังนักโทษ ตวัดดาบลงพร้อมกัน ศีรษะมากมายหลุดลอยกระเด็น เลือดสาดทั่วทิศทาง ร่างไร้ศีรษะล้มลง โลหิตไหลนองรอบแท่นพิธีจนเต็ม และเมื่อโลหิตไหลนองจนเต็มพื้นที่ ภายในถ้ำก็สั่นสะเทือน "ครืนนนนน!!!!!...."ควันสีขาวลอยหมุนวนรอบรูปปั้น ศีรษะมากมายที่หล่นอยู่บนพื้น ค่อยๆลอยขึ้น พลางหมุนวนและรวมตัวกันที่เบื้องหน้ารูปปั้น“ตู้มมมม....!!!” เสียงศีรษะระเบิดขึ้น โลหิตฟุ้งกระจายไปทั่วรูปปั้น ชั่วอึดใจ...ดวงตาของรูปปั้นอสูรงูโบราณก็ส่องแสงสีแดงคลุมถ้ำ กลายเป็นดวงตาของงูที่มีชีวิตจริงๆ พร้อมปรากฏเสียงโบราณเก่าแก่ ที่น่ากลัว“พวกเจ้าต้องการอะไร!!!” เสียงอสูรงูโบราณถาม คนในเผ่าภูผาที่อยู่ในถ้ำเมื่อได้ยินเสียงแล้วก็ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว ไม่กล้าเงยหัวขึ้นมามอง“เรียนท่านเทพ ลูกหลานหัวหน้าเผ่า ผู้สืบเชื้อของท่านถูกทำร้ายจนพิการ ผู้น้อยจีงอยากให้ท่านเทพใช้อิทธิฤทธิ์เพื่อรักษาเด็กน้อยผู้นี้” ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่ง คุกเข่าพร้อมคำนับหมอบกราบที่แท้ร่างบนแท่นบูชาคือต้าเสิ่น ที่ถูกทำร้าย ใบหน้าแหลกละเอียดจนแทบจำไม่ได้“เห็นแก่ของที่เจ้าสังเวย แล้วทำพิธีสังเวยโลหิตให้ข้า ข้าจะช่วยสักครา”เมื่อสิ้นเสียงอสูรงูโบราณ ร่างกายของต้าเสิ่นลอยสูงขึ้น ควันสีดำพุ่งออกจากรอยสักรูปงูที่อยู่ตรงหน้าผาก ควันดำนั้นปกคลุมหนาทั่วบริเวณหัวจนมองไม่เห็นภายใน จากนั้นร่างต้าเสิ่นก็สั่นกระตุกอย่างรุนแรงเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วยาม ควันสีดำค่อยๆสลาย และร่างนั้นลอยลงบนแท่นบูชาอย่างเชื่องช้าเมื่อควันสีดำจางหายไปใบหน้าของต้าเสิ่นที่เสียหายจนดูไม่ได้ กลับกลายมาเป็นปกติ แต่ดูชั่วร้ายมากขึ้น“ข้ารักษาให้เรียบร้อย หากไม่มีสิ่งใด ข้าจะไปจำศีลต่อ” อสูรงูโบราณ“เรียนท่านเทพ เผ่าภูผายังมีอีกเรื่องที่ต้องรบกวนท่านเทพ!!!” ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมแววตาชั่วร้าย.............................................. กลุ่มของเผ่าฟ้าคำรามตอนนี้กำลังเดินทางกลับไปยังเผ่า โดยมีมู่เหวินเดินนำหน้าพร้อมมู่ปิง ส่วนหวังอู่นอนพักอยู่บนเกวียนสัมภาระ เจิ้นเทียนและอู๋ต้าเดินรั้งท้ายพร้อมพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเผ่าภูผา“หวังอู่คนนี้ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ แค่นี้ก็ปกป้องเผ่าของเราไม่ได้ นี่ถ้าข้าอยู่ตั้งแต่ต้น เจ้าต้าเสิ่นนั่นคงกองลงไปตั้งแต่เจอหมัดแรก ”อู๋ต้าเอ่ยอย่างโอ้อวดพร้อมทำท่าชกหมัด แต่ท่าทางไร้ความองอาง ดูน่าขันมากกว่า“เจ้าก็ขี้โม้เกินไป ถ้าเก่งแบบนั้น ทำไมจึงเอาแต่ยืนปาก้อนหินกับข้าแล้วไม่ไปร่วมตะลุมบอนกับเผ่าภูผาล่ะ” เจิ้นเทียนมองที่อู๋ต้าพร้อมส่ายหัวเบาๆ“ก็ข้ากลัวเจ้าโดนทำร้ายไง มีพี่อ้วนอยู่ด้วยเจ้าจะได้ปลอดภัย ”อู๋ต้าไม่หยุดโอ้อวด พลางคุยโขมงอีกหลายประโยค ทันใดนั้น!!! ...ขณะที่คนในเผ่าฟ้าคำรามกำลังผ่อนคลายก็มีบางอย่างพุ่งเข้ามา โดยที่ทุกคนไม่ได้สังเกต...........................................................