กำเนิดธิดาสวรรค์ผู้เหี้ยมโหด(Devil in the Goddess)

    ตอนที่36:มุ่งสู่โรงเรียนสหเวท

    สิบวันแห่งการฝึกฝนอันเข้มข้นผ่านพ้นไป เช้าวันใหม่แห่งการทดสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนสหเวท สาขา 896 ก็มาถึงจนได้


    ณิชาลืมตาตื่นขึ้นในห้องพักของตนเอง ความรู้สึกถึงพลังเวทย์ระดับ 2 ดาวที่ไหลเวียนอย่างมั่นคงอยู่ภายในร่าง ทำให้ความมั่นใจของนางเพิ่มพูนขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้จะยังรู้สึกแปลกๆ กับพลังที่ก้าวกระโดด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเอาชีวิตรอดหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ นางจะขอ มทินาพบ พ่อแม่บุญธรรมของเธอ นางพลางนึกถึงแผนการในวันนี้


    'ต้องเดินทางไปโรงเรียนสหเวท... วันนี้อาจจะได้เจอท่านอาจารย์มทินาอีกครั้ง...' ความคิดนั้นทำให้นางเผลอยกมือสัมผัสจี้กระจกที่คออย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะลองเอ่ยถามในใจ


    'นี่... วันนี้ข้าอาจจะต้องเจอท่านอาจารย์ เจ้า...จะผนึกความทรงจำเรื่องเมื่อวันก่อนอีกหรือไม่?' ณิชาถามอย่างลังเลเล็กน้อย


    'ไม่จำเป็น' เสียงเย็นชาตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว


    'การผนึกความทรงจำมันสิ้นเปลืองพลังงานของจี้โดยใช่เหตุ อีกอย่าง... ข้าเห็นแล้วว่าเจ้าพอจะเอาตัวรอดได้ ไม่ได้โง่เง่าเหมือนตอนแรก ไม่จำเป็นต้องผนึกให้วุ่นวาย'


    ณิชารู้สึกประหลาดใจที่ได้ยิน นิชา พูดถึงความไว้ใจ แม้จะยังแฝงความดูแคลนอยู่บ้างก็ตาม นี่อาจจะเป็นสัญญาณที่ดีกระมัง? นางยิ้มบางๆ ร่างกายนางเปล่าเปลือยจากเหตุการณ์ทะลวงอันรุนแรง นางลุกขึ้นแต่งกายด้วยชุดนักบุญสีขาวแถบเงินชุดใหม่จากำไลอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะตั้งค่าปกปิดระดับพลังที่แท้จริงเอาไว้ ไม่ต้องการให้ใครรู้ถึงการพัฒนาอันรวดเร็วนี้จนกว่าจะถึงเวลาอันควร


    เมื่อเปิดประตูห้องออกมา นางก็พบกับสามสาว รุจี, มาริน และเชียร์ร่า ยืนรออยู่พร้อมหน้าในชุดนักบุญของพวกเธอเช่นกัน และที่น่าประหลาดใจคือ ท่านอาจารย์มทินา ก็ยืนรออยู่ด้วยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน


    "พร้อมกันแล้วสินะ" มทินากล่าว "วันนี้เป็นวันสำคัญ พวกเจ้าต้องทำให้เต็มที่"


    "เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์!" ทั้งสี่ตอบรับพร้อมกัน


    "ณิชา ตื่นเต้นไหม!?" รุจีหันมาถามด้วยดวงตาเป็นประกาย "ข้าล่ะตื่นเต้นสุดๆ ไปเลย! โรงเรียนสหเวทเชียวนะ!"


    "ข้า...ก็ตื่นเต้นนิดหน่อยเจ้าค่ะ" ณิชาตอบตามจริง นางรู้สึกถึงความคาดหวังและความท้าทายที่รออยู่


    "ไม่ต้องกังวลหรอกน่า พวกเราอยู่ด้วยกันทั้งคน" รุจียิ้มกว้าง


    "ตั้งสมาธิไว้ก็พอ" มารินเสริมเบาๆ


    "ไปกันเถอะ รถม้ามาจอดรอแล้ว" เชียร์ร่ากล่าวเรียบๆ


    มทินาพยักหน้า ก่อนจะเดินนำทั้งสี่ออกจากกระท่อมมิติไปยังรถม้าหรูหราที่จอดรออยู่ด้านนอกเขตวิหารฯ


    เมื่อรถม้าของพวกณิชามาถึงบริเวณลานกว้างหน้าประตูใหญ่วิหารฯ ซึ่งเป็นจุดรวมพลก่อนออกเดินทาง ก็พบว่ามีเหล่านักบุญและศิษย์ในสังกัดอื่นๆ มารวมตัวกันอยู่ก่อนแล้ว ขบวนรถม้าหลายสิบคันจอดเรียงราย บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและความคาดหวัง


    ..ทันทีที่กลุ่มของมทินาเดินเข้ามา หลายสายตาก็จับจ้องมา โดยเฉพาะจากกลุ่มของผู้อาวุโสนักบุญอีกสามท่านที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ไม่ไกล


    "อ้าว ท่านพี่มทินา มาพร้อมกันพอดีเลยนะเจ้าคะ" ผู้อาวุโสนักบุญนุสาทักทายด้วยรอยยิ้มบางๆ "ศิษย์ของท่านเตรียมตัวพร้อมสำหรับการทดสอบแล้วหรือยังเจ้าคะ?" นางถามไถ่ตามปกติ


    "ข้าพร้อมแล้ว ขอบใจเจ้าที่เป็นห่วง" มทินาตอบกลับด้วยรอยยิ้มสุภาพ "ศิษย์ของเจ้าก็คงพร้อมเช่นกัน เห็นว่าฝึกซ้อมกันอย่างหนักทีเดียว


    "แน่นอนอยู่แล้วเจ้าค่ะ!" นุสาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงความภูมิใจ "มุณีของข้าควบคุมพลังวารีได้ละเอียดอ่อนและพลิ้วไหวอย่างยิ่ง การทดสอบแค่นี้ไม่คณามือนางหรอก" นางเหลือบมองไปทางสุธีราอย่างมีความหมาย "ไม่เหมือนบางคนที่เน้นแต่จะใช้พลังทำลายล้างอย่างเดียว ไม่มีความละเอียดอ่อนเอาเสียเลย"


    "นุสา เจ้าหมายถึงข้ารึ!" สุธีราหันขวับมาทันที แววตาเป็นประกายไฟสมกับเป็นผู้ใช้ธาตุเพลิง "พลังเพลิงของราตรีน่ะ ทั้งรุนแรงและเด็ดขาดต่างหาก! เผาผลาญอุปสรรคให้สิ้นซากในพริบตา ดีกว่าพลังน้ำเอื่อยๆ เฉื่อยๆ ที่ทำได้แค่ก่อกวนเป็นไหนๆ!"


    "หึ! พลังที่รุนแรงแต่ควบคุมไม่ได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับไฟป่าที่ไร้ประโยชน์หรอกนะ สุธีรา การควบคุมที่แม่นยำต่างหากคือสุดยอดวิชา!" นุสาตอบกลับอย่างไม่ยอมลดละ


    ขณะที่ผู้อาวุโสทั้งสามกำลังปะทะคารมกันอยู่นั้น ผู้อาวุโสท่านสุดท้าย สาธิตา ผู้เป็นคู่ปรับคนสำคัญของมทินา กลับยืนนิ่งมองมาด้วยแววตาเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความกดดันอันลึกล้ำ นางไม่ได้กล่าวอะไร เพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ ที่ดูไม่น่าไว้วางใจมาให้มทินาเท่านั้น บรรยากาศรอบๆ เริ่มตึงเครียดขึ้นเล็กน้อยจากการแข่งขันของเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์เอกของพวกนาง...


    "คนผมสีน้ำตาลอ่อนคือท่านนุสา คนผมแดงคือท่านสุธีรา ทั้งสองท่านน่าจะระดับ 2 ดาวปลายๆ แล้ว ส่วนท่านอาวุโสสาธิตาคนนั้น ข้าว่าไม่ต่ำกว่า 3 ดาวแน่ๆ" รุจีกระซิบกระซาบให้ณิชาฟัง "ส่วนท่านอาจารย์ของเรา ก็น่าจะพอๆ กันแหละมั้ง"


    ณิชาแอบยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบนั้น นางรู้สึกได้ว่าอาจารย์ของนางน่าจะลึกลับและแข็งแกร่งกว่าที่ใครๆ คิดไว้มาก


    ขณะเดียวกัน กลุ่มศิษย์เอกของผู้อาวุโสท่านอื่นๆ ก็เริ่มเดินเข้ามาใกล้กลุ่มของพวกณิชา


    "นั่น มุณี กับ ราตรี ศิษย์เอกของท่านนุสากับสุธีรา พวกนางใช้ทักษะสายศรวารีกับศรอัคคีเหมือนอาจารย์ของนางเลย" รุจีกระซิบบอก "ปกติคนส่วนใหญ่จะสืบทอดทักษะตามสายอาจารย์ มีแต่ท่านอาจารย์มทินาของเรานี่แหละที่ดูจะแตกต่างออกไป"


    มุณี (ศิษย์นุสา) กับ ราตรี (ศิษย์สุธีรา) เดินเข้ามาพร้อมกับศิษย์คนอื่นๆ ถึงพวกนางจะไม่ถูกกันแต่ยังยอบรับฝีมือของฝ่ายตรงข้าม พวกนางมองมาทางรุจีกับมารินด้วยสายตาหยิ่งผยอง โดยเฉพาะราตรีที่เชิดหน้าขึ้นสูง ทำหน้าตายียวนกวนประสาทอย่างน่าหมั่นไส้


    "อ้าว ว่าไงจ๊ะ พวกศิษย์เอกจากหอฝึกเวทย์ ไม่ได้เจอกันนาน ยังฝึกวิชาพื้นๆ กันอยู่รึเปล่า?" ราตรีเอ่ยแขวะด้วยน้ำเสียงแหลมเล็ก


    "พวกข้าจะฝึกอะไรก็เรื่องของพวกข้า ไม่เกี่ยวกับเจ้า!" รุจีตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้


    "หึ! ก็แค่พวกมีอาจารย์หนุนหลัง ได้ใช้ห้องฝึกดีๆ แต่ฝีมือจริงๆ จะสู้พวกข้าได้รึเปล่าก็ไม่รู้" มุณีกล่าวเสริมอย่างดูถูก


    "ถ้าอยากรู้ก็ลองดูในสนามทดสอบสิ!" รุจีท้าทาย แม้จะรู้ว่าถ้าสู้ตัวต่อตัวอาจจะเสียเปรียบเรื่องรูปแบบการต่อสู้ก็ตาม (ทั้งรุจีและมารินไม่ได้ถนัดการต่อสู้แบบ 1 ต่อ 1 นัก)


    "เตรียมตัวโดนพวกข้าเหยียบในการทดสอบได้เลย?" ราตรีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท ใบหน้าเชิดขึ้นสูง


    "ใครจะเหยียบใครยังไม่รู้เลย!" รุจีตอบกลับอย่างไม่กลัว


    ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย เชียร์ร่าก็ขยับมายืนขวางหน้าไว้ "ใกล้เวลาออกเดินทางแล้ว กลับไปรวมกลุ่มของพวกเจ้าเถอะ" นางกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงความกดดัน จนมุณีและราตรีต้องล่าถอยไปอย่างไม่พอใจนัก


    ขณะเดียวกัน ณิชาก็สังเกตเห็นศิษย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ สาธิตา นอกจาก สินี กับ ศิษย์ที่เป็นลูกน้องของนางที่เคยมาหา ยังมีหญิงสาวอีกคนยืนอยู่ด้วยท่าทีสงบนิ่งแต่แผ่ออร่าพลังระดับ 2 ดาวออกมาอย่างชัดเจน นางคือ โชติกา รุ่นพี่ของสินี


    "นั่นท่านพี่โชติกา ข้าว่านางต้องระดับ 2 ดาวไปแล้วแน่ๆ" รุจีกระซิบต่อ "ได้ยินว่านางอาจจะได้เลื่อนเป็นผู้อาวุโสนักบุญหลังจบการทดสอบนี้เลยนะ นางเลยไม่ค่อยให้ความเคารพท่านนุสากับสุธีราเท่าไหร่ แต่ก็ยังดูเคารพท่านอาจารย์สาธิตาอยู่ เหมือนกับท่านพี่เชียร์ร่าของเรานั่นแหละที่เป็น 2 ดาวแล้ว แต่ยังไม่ได้แยกออกไป" บรรยากาศของการแข่งขันและการชิงดีชิงเด่นแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ


    เมื่อถึงเวลา ขบวนรถม้าของวิหารศักดิ์สิทธิ์ สาขา 896 ก็เริ่มเคลื่อนตัวออกจากเมือง มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง โรงเรียนสหเวทย์


    การเดินทางใช้เวลาพอสมควร แต่เมื่อขบวนรถม้าเข้าใกล้เขตของโรงเรียน ทิวทัศน์รอบข้างก็พลันเปลี่ยนไป จากเมืองที่ดูเก่าแก่และธรรมดา กลายเป็นพื้นที่อัน กว้างใหญ่ไพศาล เขียวชอุ่มไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม มีอาคารเรียนและ ปราสาทน้อยใหญ่ ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมอันวิจิตรตระการตาตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแมกไม้และสายน้ำ ดูโอ่อ่าและทันสมัยกว่าวิหารฯ สาขา 896 หลายเท่านัก สมกับเป็นศูนย์กลางอำนาจและการศึกษาแห่งภูมิภาค


    "ว้าว! ใหญ่โตจัง!" รุจีอุทานอย่างตื่นตาตื่นใจ "บรรยากาศดีมากเลย" มารินกล่าวเบาๆ ณิชาเองก็รู้สึกทึ่งไม่แพ้กัน นางไม่เคยเห็นสถานที่ที่ทั้งสวยงามและยิ่งใหญ่เช่นนี้มาก่อน...มีลำธารใสไหลเย็นให้เห็นเป็นระยะ เสียงนกขับขาน และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้นานาพรรณลอยมาตามลม...


    ขบวนรถม้าเคลื่อนตัวไปตามเส้นทางที่ทอดยาว มุ่งหน้าสู่ใจกลางของโรงเรียน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามประลองขนาดมหึมา ที่เรียกกันว่า ลานประลองกลาง


    เมื่อขบวนรถมาถึงบริเวณทางเข้าลานประลอง ก็พบว่ามีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ก่อนแล้ว ทั้งนักเรียน อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และที่สำคัญคือ ตัวแทนจากตระกูลใหญ่ต่างๆ ในเขตนี้ รวมถึง ตระกูลวรกุล ด้วย! พวกเขามาร่วมสังเกตการณ์และอาจจะมาเพื่อคัดเลือกผู้มีความสามารถเข้าสังกัดตระกูล


    ณิชาที่ก้าวลงจากรถม้า รู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาทางกลุ่มของนาง สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือน นางรีบ หยิบผ้าปิดปาก ผืนเดิมที่พกติดตัวออกมาสวมอย่างรวดเร็ว


    แต่ดูเหมือนจะช้าเกินไป...


    ในกลุ่มของตระกูลวรกุล คุณชายใหญ่ที่จำรูปพรรณสัณฐานของณิชาได้จากเหตุการณ์ครั้งก่อน เบิกตากว้างเมื่อเห็นนาง!


    "นั่น! นั่นมันนาง! ณิชา! เจ้าสาวสีเลือด!" เสียงของเขาดังขึ้น ทำให้ทุกสายตาในบริเวณนั้นหันมามองที่ณิชาเป็นจุดเดียว!


    เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบบริเวณ! ทุกสายตาในลานประลอง ต่างหันขวับมาจับจ้องที่ร่างของณิชาเป็นจุดเดียว! สายตาตกตะลึง สงสัย อยากรู้อยากเห็น และสายตาอาฆาตแค้นจากตระกูลวรกุล พุ่งตรงมาที่นางพร้อมกัน! แม้จะมีผ้าปิดปาก แต่รัศมีความงามที่พุ่งออกมาและดวงตาสีฟ้าใสอันเป็นเอกลักษณ์นั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้คนที่เคยเห็นประกาศจับ หรือได้ยินข่าวลือ จดจำนางได้!


    ณิชาหยุดนิ่งอยู่กับที่ รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา... การทดสอบยังไม่ทันจะเริ่ม แต่นางกลับต้องมาตกเป็นเป้าสายตาและเผชิญหน้ากับศัตรูเก่าเสียแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดธิดาสวรรค์ผู้เหี้ยมโหด(Devil in the Goddess) ที่คุณอ่าน