“ คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูเสวี่ยหรงเจ้าคะ ไฟไหม้แล้วเจ้าค่า ฮือ ฮือ! ”
ความเศร้าเสียใจถาโถมเข้าใส่ยี่ยี่ เรือนของคุณหนูถูกไฟลุกลามแล้ว เธอไม่สามารถดับไฟที่เกิดจากน้ำมันได้เลย ไม่ว่าจะพยายามเช่นไรเปลวไฟยังคงโหมกระหน่ำ เธอที่ยกถังน้ำขนาดใหญ่ไปมาด้วยพลังของผู้ฝึกยุทธ์ระดับเริ่มต้นเริ่มมีเลือดไหลเต็มฝ่ามือ ถึงอย่างนั้นเธอยังคงกวักน้ำไปเรื่อยๆหวังว่าเพลิงจะสงบลง
เสียงร้องเศร้าเสียใจของสาวใช้ส่งออกมาจากข้างในตระกูลม่อ มันได้สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนที่อยู่ใกล้ กำแพงที่ล้อมรอบตระกูลไม่สามารถปกปิดเปลวไฟที่กำลังโหมกระหน่ำได้ ผู้คนที่อาศัยอยู่ใกล้ๆเริ่มวิ่งหนีด้วยความกลัวตาย พวกเขากลัวว่าเปลวไฟจะลามเข้าบ้านแล้วเผาพวกเขาไปทั้งเป็น
“ เกิดสิ่งใดขึ้นที่ตระกูลม่อกัน ”
“ ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ข้าได้กลิ่นเหม็นไหม้จึงลุกขึ้น แล้วก็เป็นอย่างที่เห็น เปลวไฟลุกไหม้ขึ้นที่ตระกูลม่อ ข้าจึงหอบลูกเมียหลบหนีออกมา ”
“ ผู้ใดกันที่เป็นคนลงมือ ”
ชาวบ้านเริ่มคุยกันเกี่ยวกับเปลวไฟ ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ เปลวไฟแรงเกินไป ชาวบ้านธรรมดาไม่มีความสามารถมากพอจะต้านทานเปลวไฟเหล่านั้น
ปึงปึง!
ประตูหน้าทางเข้าบ้านตระกูลม่อถูกทุบจากด้านนอก ผู้ที่อยู่ด้านในกลับไม่มีใครขานรับ กลุ่มคนที่อยู่ด้านหน้าจึงออกแรงทุบอีกครั้งพร้อมกับส่งเสียงเรียกเผื่อจะมีใครได้ยิน
“ เปิดประตู ผู้ใดอยู่ข้างใน เปิดประตูให้เราเข้าไปที! ”
“ ได้ยินข้าหรือไม่ เปิดประตูให้พวกข้าเข้าไปที! ”
ลุงหานหันมองสาวใช้ด้วยใบหน้าสงสาร พื้นที่เกือบทั้งหมดของตระกูลม่อตกอยู่ภายใต้เปลวไฟแล้ว แม้จะดับไฟลงได้ความเสียหายนับว่ามากพอควร เขาจึงบอกให้สาวใช้หยุดมือก่อนที่จะบาดเจ็บไปมากกว่านี้ มือน้อยๆที่คอยทำงานหนักรับใช้คุณหนูมาตลอดตอนนี้เต็มไปด้วยเลือดผสมไปกับน้ำ
“ ยี่ยี่ ” ลุงหานร้องเรียกชื่อยี่ยี่เพื่อดึงสติของเธอกลับคืนมา หูของเขากลับได้ยินเสียงร้องตะโกนจากหน้าทางเข้าตระกูลม่อ เสียงที่กำลังร้องตะโกนมาจากผู้คนมากมาย ลุงหานที่เห็นว่าตระกูลม่อยังคงมีโชคอยู่ จึงหันไปหายี่ยี่แล้วตะโกนสั่งการ
“ ยี่ยี่ ฟังข้า รีบไปนำภาชนะที่สามารถตักน้ำมาที่นี่เร็ว ยี่ยี่! ”
สาวรับใช้ได้สติ เสียงร้องตะโกนเมื่อครู่มีการผสานปราณมาด้วยมันจึงปลุกให้เธอออกมาจากอาการตกใจ
“ ไปนำภาชนะมา มีคนคิดจะช่วยเราดับไฟ ไปหาภาชนะมาให้พวกเขา ยิ่งมากยิ่งดี! ”
“เจ้าค่ะ ข้าจะรีบนำพวกมันมาเจ้าค่ะ ” ยี่ยี่ใช้มือปาดน้ำตาแล้วรีบวิ่งไปทางห้องครัว แม้หลังคาจะถูกเผาไปแล้วด้านในยังคงไม่มีเปลวไฟลุกลามเข้าไป
หลังจากพังประตูเข้ามาด้านในเธอจึงรีบคว้าทุกอย่างที่มองเห็นใส่ลงไปในหม้อใบใหญ่แล้วโยนออกไปนอกเรือนเพื่อไม่ให้ถูกไฟเผา จาน ชาม ถังไม้ ทุกอย่างที่รองน้ำได้ถูกโยนออกไปจนหมดจากนั้นเธอก็ตามออกไปเก็บแล้วนำพวกมันกลับไปให้ลุงหาน
“ ลุงหาน ท่านอยู่ที่ใด ลุงหานเจ้าคะ! ”
เปลวไฟลุกไหม้รอบด้าน ในจุดที่เคยมีลุงหานเหลือเพียงแค่เธอเท่านั้น ยี่ยี่คิดว่าตัวเองถูกทิ้งจึงร้องไห้เพราะคิดว่าตนเองจะต้องตาย แต่แล้วลุงหานที่หายไปก็ได้กลับมาพร้อมกับคนกลุ่มหนึ่ง
“ ยี่ยี่ ข้าจะเป็นคนตักน้ำ เจ้าช่วยพาพวกเขานำน้ำไปดับไฟที ”
“ ลุงหาน พวกเขา.. ”
“เร็วเข้า! ”
ผู้คนที่เข้ามาล้วนแล้วสวมใส่เสื้อผ้าฉีกขาด เธอรู้ว่าแต่ละคนที่คิดจะช่วยดับไฟมาจากตรอกซิ่นฮวา คนกลุ่มนี้ยังไม่ได้กลับไปยังที่เดิมของตนเพราะปักหลักอยู่รอบๆตระกูลม่อ
ร่างกายของพวกเขากลับดูดีกว่าวันที่เธอไปพบภายในตรอก เมื่อเห็นว่าไม่มีเวลาแล้วเธอจึงรีบแจกจ่ายภาชนะที่สามารถตักน้ำให้กับทุกคน โดยมีลุงหานตักน้ำขึ้นมาจากบ่อใส่ลงไปในถังใบใหญ่ให้ทุกคนตักมันไปใช้
“ ดับไฟที่เรือนคุณหนูก่อน ส่วนที่เหลือค่อยดับ! ”
ลุงหานพยายามร้องตะโกนสั่งการ ทันใดนั้นเขาก็พบว่าพ่อบ้านหวางเดินแหวกเปลวไฟออกมา ตามร่างกายเต็มไปด้วยรอยไหม้ ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็รอดตายมาได้จากดาบและเปลวเพลิง
“ ยี่ยี่ พาพ่อบ้านหวางหลบออกมาก่อน ”
ยี่ยี่รีบวิ่งไปอุ้มพ่อบ้านหวางมาวางไว้ด้านข้างบ่อน้ำ จากนั้นเธอก็กลับไปดับไฟจนกว่าจะไม่มีน้ำเหลืออยู่
ผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาที่ลุกขึ้นมาช่วยดับไฟล้วนแล้วแสดงใบหน้าเหน็ดเหนื่อยเพราะไม่ได้เคลื่อนไหวนานมากแล้ว ถึงอย่างนั้นภายในแววตาของพวกเขาทุกคนกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะดับไฟ
“ เร็วเข้าเจ้าค่ะ ตระกูลม่อกำลังจะถูกเผาทำลายแล้วเจ้าค่ะ! ”
แม่นมหลิงร้องไห้ ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ทางการคนไหนออกมารับเรื่องของเธอเลย เธอจึงพยายามร้องตะโกนให้ดังมากยิ่งขึ้นพร้อมกับตีกลองร้องทุกจนกว่าจะมีใครออกมา
“ ท่านเจ้าเมืองชุยฉาน เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ”
เจ้าเมืองชุยฉานหันมองไปยังเงาที่เข้ามาในห้องทำงานช่วงค่ำ เขากำลังพักผ่อนจากการทำงานมาตลอดทั้งวัน แม้จะยังไม่ใช่เวลาเข้านอนก็ตาม เขากลับรู้สึกไม่พอใจที่เงาโผล่เข้ามาหาตนเอง
“ ข้ามีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ ตระกูลม่อถูกไฟเผา คาดว่ามีคนลงมือ ”
“ มันเป็นผู้ใด ตามตัวได้หรือไม่ ”
“ เงาส่วนหนึ่งตามไปแล้วแต่ถูกสกัดเอาไว้ ”
“ มีใครเข้าช่วยเหลือหรือยัง ”
“ ยังไม่มีใครเข้าช่วยเหลือ ที่ว่าการของท่านอยู่ในวันจัดเลี้ยง พวกเขาคงยังไม่รู้ว่าเกิดเพลิงไหม้ที่ตระกูลม่อ ”
“ ทำไมพวกเขาจัดเลี้ยงวันนี้กัน มันคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกใช่หรือไม่ ”
ท่านเจ้าเมืองหวังให้เรื่องในวันนี้ไม่ใช่การวางแผนครั้งใหญ่เพื่อเผาทำลายตระกูลม่อให้สิ้นซาก เขาจึงรีบสวมใส่เสื้อผ้าแล้วนำคนจากจวนเจ้าเมืองมุ่งหน้าไปยังตระกูลม่อ หากรอคนจากที่ว่าการที่แต่งตั้งขึ้นมาเอง คงไม่มีใครไปถึงที่นั่นแน่นอนเพราะกำลังจัดเลี้ยงที่ย่านโคมแดง
---------------------------------------------------------------
“ คุณหนู ท่านมีมันเพียงแค่ 15 ขวดเองหรือเจ้าคะ ”
เสวี่ยหรงมองตรงไปยังเถ้าแก่ไฉ่หง หลังจากเธอชำระล้างหญิงคณิกาไป 10 คนเถ้าแก่จึงขอคุย วันนี้เธอรักษาใครอีกไม่ได้แล้วเพราะพลังหมดเสียก่อน
การที่เธอสร้างข้อจำกัดก็เพราะต้องการมาที่นี่ให้บ่อยขึ้น อย่างน้อยในช่วงที่เธอชำระล้างปราณปีศาจ โรงเตี๊ยมตระกูลไป่อาจจะไว้หน้าเธอบ้าง โดยไม่คิดจะทำสิ่งใดกับน้ำหอมของเธอจนทำให้ขายไม่ได้ราคา
“ ตอนนี้ข้ามีมันเพียงแค่ 15 ขวด แต่ข้าสามารถเพิ่มมันให้มากกว่านี้ได้และข้าวางแผนว่าจะนำมันออกมาขาย ”
“ คุณหนู ท่านช่วยขายให้พวกข้าทั้งหมดได้หรือไม่ ”
เถ้าแก่ไฉ่หงไม่คิดจะปล่อยสิ่งที่เรียกว่าน้ำหอมให้หลุดไปอยู่ภายในมือของผู้อื่น หากสามารถซื้อไว้ได้ทั้งหมด โรงเตี๊ยมตระกูลไป่สาขาเมืองชุยฉานจะต้องมีผู้คนเข้าออกไม่ขาดสายอย่างแน่นอน แม้แต่ตัวของเธอเองยังถูกกระตุ้นจากกลิ่นหอมอ่อนๆ ทุกครั้งที่โบกสะบัดมือเบาๆ กลิ่นจากน้ำหอมที่ทาไว้บนข้อมือสามารถโปรยไปรอบๆจนทำให้รู้สึกเคลิ้มตาม
“ อันที่จริงข้าว่าจะขายให้กับคุณหนูตระกูลต่างๆนี่สิ ถ้าหากข้าขายให้โรงเตี๊ยมตระกูลไป่ เกรงว่าน้ำหอมของข้าที่คิดจะผลิตขึ้นมาขายอาจจะไม่เป็นที่รู้จัก ”
“ เอาแบบนี้เช่นไรเล่า ท่านผลิตได้แค่ไหน ข้าจะขอซื้อมันเอาไว้ทั้งหมด ท่านคงรู้ใช่หรือไม่ว่าโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ของเราไม่ได้มีแค่ที่เมืองชุยฉานที่เดียว เราต้องการน้ำหอมของคุณหนู พวกข้ายินดีที่จะซื้อในราคา 6 เหลียงต่อขวดเลยเจ้าค่ะ ”
เสวี่ยหรงเก็บรอยยิ้มเอาไว้ให้มิด เหยื่อของเธอติดกับแล้ว ดูท่าเถ้าแก่ไฉ่หงคิดการใหญ่ หากน้ำหอมมีเพียงโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ ผู้คนคงแห่กันเข้าใช้งานเพื่อสัมผัสกลิ่นนี้
ลูกค้าโรงเตี๊ยมตระกูลไป่จะเพิ่มขึ้นอย่างเท่าทวี อย่างไรก็ตามเธอต้องการเงินก้อนใหญ่จากตระกูลนี้ก่อนที่น้ำหอมจะถูกเลียนแบบจึงขอเรียกเงินให้มากยิ่งขึ้นอีกเล็กน้อย และต้องไม่ใช่การเรียกที่สูงเกินไปจนอีกฝ่ายรู้สึกไม่พอใจที่ต้องซื้อ
“ คุณหนูยังไม่พอใจหรือเจ้าคะ เอาแบบนี้เป็นอย่างไรเจ้าคะ เราจะขอซื้อขวดละ 7 เหลียง ” เถ้าแก่ยังคงนั่งนิ่งคอยตรวจสอบท่าทางของคุณหนูม่อเสวี่ยหรง
“ ถ้าพวกท่านอยากจะได้น้ำหอมเอาไว้ทั้งหมด ข้าขอทำสัญญากับพวกท่านเอาไว้ได้หรือไม่ ”
“ คุณหนูเอ่ยมาได้เลยเจ้าค่ะ ”
“ ตระกูลไป่จะต้องไม่นำน้ำหอมของข้าไปขายต่อและไม่ส่งมอบมันให้ผู้อื่นนอกจากคนจากตระกูลไป่และโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ ”
“ เพียงเท่านี้หรือเจ้าคะ ”
เสวี่ยหรงพยักหน้ารับ เธอรู้ดีว่าตระกูลไป่จะต้องหานักปรุงยามาลอกเลียนแบบน้ำหอมอย่างแน่นอน การให้ข้อเสนอที่มากเกินไปอีกฝ่ายอาจจะรู้ตัวว่าเธอวางแผนบางอย่างเอาไว้ เสวี่ยหรงจึงมอบข้อเสนอให้เพียงแค่ 2 อย่าง
หลังจากเขียนสัญญาทั้งหมด เสวี่ยหรงก็ได้พลิกอ่านสัญญาอีกครั้ง
“ คุณหนูสามารถส่งมอบน้ำหอมให้พวกข้าได้อีกเมื่อไหร่ ”
“ ไม่เกิน 2 วันข้าจะนำมันมาขายอีก 57 ขวด ท่านอย่าลืมเตรียมเงินเอาไว้ด้วย ”
“ เจ้าค่ะ ให้ข้าไปส่งที่ตระกูลม่อหรือไม่เจ้าคะ ”
“ ไม่จำเป็น ”
เสวี่ยหรงเก็บเงิน 75 เหลียงจากการขายน้ำหอม 15 ขวด เธอเหลือวัตถุดิบพอจะทำน้ำหอมอีก 19 ขวด เมื่อนำเงินที่ได้จากการขายในวันนี้รวมกับเงินที่พอมีติดตัวอยู่บ้างไปซื้อวัตถุดิบมาเพิ่ม ภายใน 2 วันเธอสามารถส่งมอบน้ำหอมได้อีก 57 ขวด รวมแล้วเธอจะได้เงินทั้งสิ้น 399 เหลียง หลังจากขายขวดละ 7 เหลียง
เมื่อออกมาถึงด้านหน้าโรงเตี๊ยมตระกูลไป่เสวี่ยหรงก็ได้หันมองไปยังตระกูลม่อเตรียมจะกลับไป เพียงแต่ว่าแสงสว่างที่เกิดขึ้นทางฝั่งตระกูลม่อทำให้เธอตกใจ ดูเหมือนว่าจะเกิดบางอย่างขึ้นเธอจึงให้พี่สาวซินอวี๋พากลับบ้านให้เร็วที่สุด ไม่แน่เปลวไฟที่เธอเห็นอาจจะมาจากตระกูลของตนเอง/