เกิดใหม่ในเรื่องแนวยูริ

    ตอนที่แปดสิบสาม เอเชี่ยนแด๊ดอีกแล้วครับท่าน

    ตอนที่แปดสิบสาม เอเชี่ยนแด๊ดอีกแล้วครับท่าน

    ผมไม่ได้คิดมากขนาดนั้น ปรกติเรื่องราวทำนองนี้จะมากจะน้อยพวกเราก็ต้องชกหน้าเทพเจ้าในตอนที่ดำเนินเรื่องไปอยู่แล้ว

    ปัญหาคือนี่คือโลกความจริงที่ผมแอบโกงรีโหลดโรลแบ็กกลับมาเล่นก่อนที่จะแพ้ไม่ได้ทำให้ผมต้องรอบคอบมากขึ้นเท่านั้นเอง

    หากญี่ปุ่นจมลง

    ต่อให้ไม่มีสติปัญญาอัจฉริยะผมก็เดาว่าทั้งโลกได้รับผลกระทบไปด้วยแน่ๆ

    ดังนั้นผมต้องให้คนอื่นเสียสละเพื่อให้ความฝันของผมสำเร็จ

    เสียใจด้วยนะคุณหัวโมฮ็อก

    ในเรื่องทำนองนี้คุณค่าของหัวโมฮอว์กนั้นมีคุณค่าน้อยกว่าสาวๆคนอื่นๆน่ะ

    และเหนืออื่นใดต่อให้มีพลังหรือทรัพยากรน้อยกว่าคนอื่นแต่ผมมั่นใจว่าพี่หัวโมฮอกจะสามารถรอดชีวิต หาน้ำมันรถ รถมอเตอร์ไซค์เยลใส่ผมและเสื้อหนังฯลฯ

    ได้แม้ในยามที่โลกกลายเป็นแม็ดแม็กซ์หรือปี199X  แล้วก็ตาม

    ...

    เปรี้ยง

    “ไปเลย อย่ากลับมาที่บ้านนี้อีก”

    ร้านค้าราเม็งเก่าแก่แห่งหนึ่งได้มีชายชราผู้หนึ่งได้ชกหน้าลูกชายของตนเอง

    “เหอะ บ้านอย่างนี้ชั้นไม่อยากอยู่หรอก”

    ลูกชายนักเลงกล่าวก่อนจะเดินออกไปอย่างโมโห

    “คุณคะ”

    ภริยาของชายคนนั้นแตะแขนสามีอย่างปลอบใจ

    “ทำไมไม่บอกกับแกไปตามตรงล่ะคะว่าจะกลับมาเมื่อไรก็ได้ ทั้งที่คุณก็เป็นห่วงปัดกวาดห้องอิจิโร่ให้ทุกคืน”

    “ลูกผู้ชายน่ะ จะทำอย่างนั้นง่ายๆได้อย่างไรกัน?ผู้หญิงกับเด็กน่ะสามารถคิดเรื่องความสุขได้แต่เรื่องลำบากต้องเป็นหน้าที่ของผู้ชายแบกรับเท่านั้น”

    ลุงขายราเม็งกล่าวความคิดของเอเชี่ยนแด๊ดที่ไม่เคยคุยดีดีกับลูกชายตนเอง

    “อย่ากลับมาจนกว่าจะได้เป็นนักเลงอันดับหนึ่งอย่างที่แกเคยบอกสิอิจิโร่ ลูกผู้ชายน่ะไม่สามารถยอมแพ้กลับคำพูดของตนเองได้อย่างนั้นหรอกนะ”

    เอเชี่ยนแด๊ดกล่าวอย่างหันหลังไม่กล้ามองไปทางลูกชายที่โมโหออกจากบ้านไปอีกครั้ง

    เพราะกลัวน้ำตาของลูกผู้ชายจะหลั่งออกมาเมื่อมองลูกจากไป

    ขณะที่ภริยาเอากล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้ที่มีที่กำแก้วเอาไว้ก่อนที่จะชกลูกชายตนเอง

    “ไม่ว่าแกจะกลับมากี่ครั้งชั้นจะอัดแกกลับไปทุกครั้งจนกว่าแกจะได้เป็นนักเลงอันดับหนึ่งอย่างที่พูดไว้ให้ได้นั่นล่ะคือหน้าที่ของคนเป็นพ่อ”

    “คุณคะ”

    “ร้านราเม็งนี้น่ะมันเล็กไปสำหรับแกไม่ใช่หรือ ไปเป็นนักเลงอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นให้ได้สิ อิจิโร่”

    ภริยาพยายามปลอบใจสามีและคิดถึงลูกชายแบบเดียวกับเรื่องแนวโชวเน็นที่มองเรื่องการใช้ความรุนแรงชกหน้าลูกเป็นเรื่องธรรมดาที่ดูน่าชื่นชม

    แต่หากคนไซฮกเอ๊ยตะวันตกมาเห็นคงมองว่า

    ยูใช้ความรุนแรงในครอบครัวทามมายนี่มัน domestic abuse นะนี่

    แต่จิตวิญญาณของแดนอาทิตย์อุทัยที่พ่อกำแก้วไว้เพื่อไม่ให้ชกหน้าลูกชายแรงเกินไปน่ะ คนตะวันตกไม่เข้าใจหรอก

    “หึ เจ้าพ่อบ้า กำแก้วชกชั้นอีกแล้วอย่างนี้ชั้นก็ยอมแพ้ไม่ได้สิ ชั้นต้องตามล่าแกให้ได้เจ้าโอตาคุอ้วน”

    พี่หัวโมฮอกหรืออิจิโร่กล่าวสาบานต่อหมัดที่พ่อของเขาชกมาที่หน้านี้

    ตกลงคนในดินแดนนี้มันเป็นมาโซคิสม์กันหรือนี่?

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในเรื่องแนวยูริ ที่คุณอ่าน