ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 37 ได้ทีซ้ำเติม

            มู่จื่อรั่วเห็นท่าทีเดือดแค้นถึงเพียงนี้ของไป๋ชิงโหรวแล้วก็อดประหลาดใจไม่ได้แม้นางคิดว่าไป๋ชิงโหรวจะโง่เง่าไปบ้าง ทว่าก็มีหน้ามีตาในสังคมทีเดียวไม่ว่าอย่างไรก็งามเป็นรองเพียงตนเท่านั้น

            อีกทั้งทุกวันนี้ยังได้รับอานิสงส์จากความดีความชอบของอาสามของนางกิตติศัพท์ย่อมขจรขจายไปด้วย

            ตนคลับคล้ายคลับคลาเคยได้ยินมาว่าพี่สาวของไป๋ชิงโหรวผู้นี้มีใบหน้าอย่างปีศาจจิ้งจอกสาวกับข่าวลือเรื่องหนีตามคนรักไปในอดีตจนให้กำเนิดสองเลือดเนื้อเชื้อไขชั่วออกมาไม่รู้เหมือนกันว่าแท้จริงแล้วมารดานางสานสัมพันธ์ผิดจารีตกับชายไม่รู้หัวนอนปลายเท้าที่ไหนเลยเถิดถึงขั้นมีพี่น้องชายหญิงคู่นี้เสียด้วย ตนเคยเห็นคนพี่ไม่กี่หนแม้รูปงาม แต่เมื่อเทียบกับเฟิ่งเจาเกอที่ทรงพลังอำนาจแล้วก็ยังด้อยกว่าโข

            เฟิ่งเจาเกอเฉพาะในสกุลเฟิ่งก็ถือว่ามีอิทธิพลมากแล้ว ส่วนในต้าฉีเนื่องด้วยมีฮองเฮาเป็นพระมารดา กอปรกับความเป็นเลิศของเจ้าตัวทำให้เขาได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้และไทเฮาอย่างยิ่งจึงเป็นที่เนื้อหอมในวังหลวงนัก แต่เจ้าตัวดันไม่ข้องแวะกับสตรีเสียอย่างนั้นจริงอยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอกดูหล่อเหลาไร้พิษภัย ทว่านิสัยโหดร้ายทารุณมิใช่น้อย ถึงกระนั้นต่อให้ต้องเป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟแล้วอย่างไร มีสตรีนับไม่ถ้วนที่อยากเอาชนะใจเฟิ่งเจาเกอต่อให้ต้องเสี่ยงชีวิตก็ไม่เสียดาย

            “แค่ผู้หญิงต่ำต้อยด้อยค่าคนหนึ่งมีอะไรให้ต้องหวั่นกลัว” มู่จื่อรั่วไม่ยี่หระ

            ไป๋ชิงโหรวที่อยู่อีกด้านพยักหน้าหงึกๆด้วยความเห็นชอบ แต่ในใจยังคงอยากชมเรื่องบันเทิงไป๋เซียงจู๋ในตอนนี้เปรียบเสมือนเสี้ยนหนามสำหรับนาง แม้ตนไม่ต้องการให้นางไปงานเลี้ยงชมดอกไม้บัดนี้นางก็คงไม่สามารถไปได้แล้วนั่นแลถึงเวลานั้นตำแหน่งหญิงงามอันดับสองจะเป็นของตนดังเดิม อย่างไรก็ตาม มู่จื่อรั่วเย่อหยิ่งมาโดยตลอดนางวางตัวสูงส่งเกินใครๆ ทระนงดุจเทพสวรรค์ชั้นฟ้าที่ลอยล่องเหนือแผ่นดินมนุษย์หากทำให้นางได้เจอกับหญิงน่าชังอย่างไป๋เซียงจู๋ไม่รู้นางจะยังรักษาภาพลักษณ์ที่เป็นอยู่ได้หรือไม่

            “ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อครู่เจ้าใช้กลเม็ดบางอย่างเพื่อกันไม่ให้นางมางานชมดอกไม้แล้วมิใช่หรือ” จู่ๆ มู่จื่อรั่วก็เปลี่ยนประเด็นและมองมายังไป๋ชิงโหรวแทน

            ไป๋ชิงโหรวสะท้านไปทั้งร่างราวกับว่าเจตนาอกุศลพวกนั้นของนางถูกมองเห็นทะลุปรุโปร่งในชั่วขณะนี้นางยิ้มแย้มแก้ต่างอย่างกระอักกระอ่วน “น้องก็ทำเพื่อไม่ให้นางไปขัดหูขัดตาท่านพี่น่ะเจ้าค่ะ”

            “ฮึ น่าขันข้าจะกลัวคนอย่างนางหรือ น้องโหรวคงกลัวนางชิงตำแหน่งหญิงงามอันดับสองของน้องไปมากกว่ากระมังเจ้าไม่มั่นใจในตัวเองเช่นนี้ฉายาหญิงงามอันดับสองที่เจ้าครองอยู่นี่ช่างน่าเสียดายจริงๆ ”

            เมื่อมู่จื่อรั่วพูดจบก็ยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบเบาๆชุ่ยอวี้สาวใช้ข้างกายกุลีกุจอใช้ตะเกียบหยกคีบขนมฝูหรงชิ้นหนึ่งส่งมา

            “นางคนซื่อบื้อ! ข้าจะเอาขนมรากบัว เจ้าไม่รู้หรือ ขนมฝูหรงทั้งเหนียวติดฟันทั้งไม่อร่อยหรือว่าเจ้าอยากให้ข้าขายหน้า”

            “บ่าวสมควรตายเจ้าค่ะบ่าวสมควรตาย” ชุ่ยอวี้รีบเปลี่ยนเป็นขนมรากบัวมาแทนทว่ามู่จื่อรั่วไม่ต้องการอีกแล้ว

            “ช่างเถิดอย่ากินอะไรเลยดีกว่า ถึงเวลาเกิดมีกลิ่นในปากขึ้นมาจะทำอย่างไร” นางว่าพลางก้มศีรษะดื่มชาพลางไม่สนใจไป๋ชิงโหรวซึ่งยืนหน้าเขียวหน้าซีดอยู่ข้างๆ แม้แต่นิดเดียว

            มู่จื่อรั่วปากบอกไม่แยแสแท้จริงแล้วใส่ใจยิ่งนัก แม้ทุกครั้งที่ปรากฏตัว นางจะแต่งกายค่อนข้างเรียบง่ายทว่าตนสังเกตเห็นกล่องเครื่องประดับไม้จันทน์บนเบาะรองนั่งในรถม้านั่นแล้วเดาว่าอีกสักครู่นางน่าจะเปลี่ยนชุด

            อาการสงสัยและอิจฉาจากไป๋ชิงโหรวอยู่ในสายตาของมู่จื่อรั่วทั้งหมด นางใช้ชีวิตฟู่ฟ่าตั้งแต่เล็กจนโต ถูกประคบประหงมเอาใจและเหิงชินอ๋องบิดานางยังมีความสัมพันธ์อันดีกับฮ่องเต้ฮ่องเต้จึงอุ้มชูจวนเหิงชินอ๋องเป็นอย่างดีทุกประการ ดังนั้นไม่ว่านางอยู่ที่ไหนก็จะเป็นจุดสนใจของผู้คนเสมอนอกจากนี้คุณสมบัติต่างๆ ของนางก็เลิศเลอ มารดาคือจวิ้นจู่ ท่านตาของนางคือขุนนางขั้นเจิ่งซื่อ [1] เสนาบดีกรมยุติธรรมด้านพี่ชายผู้เป็นลูกของท่านลุงนั้นรับราชการในวังหลวง ครอบครัวท่านลุงไม่มีบุตรสาวพี่ชายนางเอ็นดูน้องสาวคนนี้ยิ่งนัก ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลค่อยๆ ก่อให้เกิดความเคยชินกับการอยู่สูงเหนือกว่าใครเช่นนี้และนางก็สุขสมกับสายตาอิจฉาริษยาจากคนอื่นที่ทอดมายังนางเหลือเกินชื่นชอบเป็นที่สุด

            นี่คงเป็นโรคอวดดีประเภทหนึ่งสินะ

            “ชุ่ยอวี้ส่งกล่องมา”

            “เจ้าค่ะ”

            มู่จื่อรั่วเปิดกล่องไม้นั่นออกช้าๆเบื้องหน้าแววตาที่กำลังลุกเป็นไฟของไป๋ชิงโหรว สีทองอร่ามแพรวพราวทำให้ไป๋ชิงโหรวตาพร่า

            “นะ...นี่ปิ่นแปดสหาย?” ไป๋ชิงโหรวโพล่งออกมา ตื่นตาตื่นใจจนไม่สามารถละสายตาไปได้แม้สักน้อย

            “ปิ่นแปดสหายนี้มีอยู่สองอันฮ่องเต้องค์ก่อนรับสั่งให้ทำขึ้นเพื่อประทานแก่ไทเฮาเมื่อครั้งพระองค์ยังสาวอันหนึ่งคือทองเนื้อเก้าขึ้นรูปเป็นดอกไห่ถังผลิบานส่วนอีกชิ้นหนึ่งก็คือดอกโบตั๋นตูมนี้ มองแวบแรกจะเห็นไม่ชัดต้องเพ่งดูอย่างละเอียด ข้าจะใส่มันในวันนี้เพื่อเสริมความงามที่มีให้เด่นชัดยิ่งขึ้น”

            ขณะมู่จื่อรั่วกำลังสาธยายนางก็สั่งให้ชุ่ยอวี้ปักปิ่นลงบนผมของตนต่อหน้าไป๋ชิงโหรวดุจดังแต่งเติมลายมวลผกาบนผ้าทอผืนงามจริงๆบัดนี้มู่จื่อรั่วที่เดิมทีดูสูงสง่ากลับมีเสน่ห์ขึ้นมากทันทีงามจนผู้พบเห็นต้องตกตะลึง งามประหนึ่งเทพธิดา

            เมื่อเห็นท่าทีอิจฉาของไป๋ชิงโหรวมู่จื่อรั่วชอบใจเป็นอย่างยิ่ง นางถามด้วยรอยยิ้มน้อยๆ “เป็นอย่างไร น้องโหรว งามหรือไม่”

            “งามงามเจ้าค่ะ ท่านพี่จื่อรั่วงามเสมือนบุปผชาตินานาพรรณ พอปักปิ่นนี้แล้วยิ่งขับเน้นความงามของท่านพี่ให้ประจักษ์แก่สายตาอย่างสมบูรณ์แบบ” ไป๋ชิงโหรวพูดในสิ่งที่ฝืนใจตนเพราะในใจนางรู้สึกริษยาแทบแย่แล้วเมื่อเทียบกับปิ่นนี้ ชุดที่ตกทอดมาจากฮองเฮาในราชวงศ์ก่อนที่นางสวมอยู่ยังด้อยกว่าโขดูท่าวันนี้คงเป็นไปไม่ได้แล้วที่จะเอาชนะมู่จื่อรั่ว

            นิ้วมือใต้แขนเสื้อค่อยๆกำเข้าหากันแน่น หากตระกูลตนมิได้เป็นเพียงวาณิชหลวงธรรมดาหากบิดาตนเป็นท่านอ๋องสักองค์บ้าง ตนคงไม่ด้อยกว่าคนอื่นไปเสียทุกอย่างต้องโทษบิดาตนที่ไร้ประโยชน์!

            ไป๋ชิงโหรวคิดอย่างแค้นเคืองจิตใจร้อนรุ่มด้วยไฟโทสะ อดกลั้นจนเกือบทำตัวเองช้ำในเลยทีเดียว

            ----------------------------------------

            อีกด้านหนึ่งงานเลี้ยงชมดอกไม้ใกล้จะเริ่ม ทว่าพวกนางยังไม่ผ่านเข้าประตูเมืองด้วยซ้ำ

            ตู้เจวียนกระวนกระวายมากขึ้นเรื่อยๆ “คุณหนูงานชมดอกไม้จะเริ่มในไม่ช้า หากไปสาย พระสนมจะตำหนิได้ เช่นนั้นพวกเรากลับจวนไปหารถม้าใหม่เดี๋ยวนี้ดีไหมเจ้าคะ หรือว่ารอติดรถม้าของฮูหยินรองที่จะสัญจรผ่านทางนี้”

            ไป๋เซียงจู๋ส่ายหน้ามองไปยังเพลารถที่กระจัดกระจายเละเทะ “ท่านน้าของข้าคงเปลี่ยนเส้นทางแล้วกลับจวนแล้วมาใหม่ยิ่งไม่ได้ ไกลเกินไปไม่ทันกาลเหมือนกันนั่นแล”

            ไป๋ชิงโหรวอุตส่าห์หาทางทำลายเพลารถจนเสียหายเช่นนี้อวี๋ซื่อจะไม่รู้ได้อย่างไร นางคงใช้อีกเส้นทางเข้าวังไปนานแล้ว

            ตู้เจวียนเข้าใจแจ่มแจ้งโดยพลันลอบด่าทอฮูหยินรองกับคุณหนูรองในใจว่าช่างร้ายกาจเหลือทนไม่นึกว่าจะใช้วิธีนี้ขัดขวางไม่ให้คุณหนูไปร่วมงานเลี้ยงชมดอกไม้แต่เมื่อคุณหนูที่ทั้งสวยและน่าหลงใหลปานนี้ไปร่วมงานชมดอกไม้ก็อาจกลายเป็นจุดเด่นของงานได้ จึงไม่แปลกใจที่พวกนางจะวางแผนการเช่นนี้

            “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้จะทำเช่นไรดีล่ะเจ้าคะ” ตู้เจวียนร้อนรนมาก

            ในจดหมายเชิญระบุว่าบุตรีในภรรยาเอกของตระกูลไป๋ต้องเข้าร่วมจะขอลาหรือผัดผ่อนเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้อีกต่อไปและไม่รู้ด้วยว่าคุณหนูรองจะช่วยคุณหนูอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ทว่าอย่างไรเสียคงไม่ทำแบบนั้น แค่ไม่ซ้ำเติมให้เลวร้ายไปใหญ่ก็ถือว่าดีมากแล้ว

            ไป๋เซียงจู๋คลี่ยิ้ม ในเมื่อไม่อยากให้นางไปถึงเพียงนี้นางก็ยิ่งต้องไปให้ได้!

     

     

    เชิงอรรถ

    [1]正四品  ขั้นเจิ่งซื่อ คือยศขั้นหนึ่งของขุนนาง จากเก้าขั้นสิบแปดชั้น (九品十八阶)แบ่งเป็นทั้งหมดเก้าขั้น (九品) ตั้งแต่หนึ่งถึงเก้า ขั้นหนึ่งคือสูงที่สุดเรียงไปจนถึงขั้นเก้าซึ่งต่ำที่สุดและทุกขั้นแบ่งแยกย่อยเป็นชั้นเอก (正 ออกเสียงเจิ่ง) กับชั้นโท (从 ออกเสียงจ้ง)รวมทั้งหมดสิบแปดชั้น

    คล้ายกับเรื่องความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน