เฉียวเฟิงที่รู้คุณค่าของเพชรเม็ดนี้ดี และเฝ้ามองดูจากการเจริญเติบโตของเด็กน้อยคนนี้มาโดยตลอด ในใจลึกๆ เฉียวเฟิงรู้ดีหากจิ้งเหอได้อยู่ข้างๆ ตัวมันโดยตลอดเฉกเช่นพานลี่เด็กน้อยแล้วละก็ จิ้งเหอเด็กน้อยในตอนนี้คงจะต้องเป็นอันดับหนึ่งของเด็กทั้งสี่คนในด้านความเร็วในการฝึกฝนและฝีมือในการต่อสู้เป็นแน่ แม้จิ้งเหอจะไม่สามารถเข้าใจเคล็ดวิชาได้หลากหลายเท่าพานลี่ หากแต่เพียงเคล็ดวิชาดาบที่เด็กน้อยเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งกว่าผู้อื่น ก็น่าหวาดกลัวมากพอแล้ว
ส่วนคนที่พิเศษอยู่สักหน่อยในความคิดของเฉียวเฟิงก็คือหลีกัง นั้นเพราะเด็กน้อยนับว่าสร้างความแปลกใจแก่เฉียวเฟิงยิ่ง เพราะเด็กน้อยหลีกังคนนี้แม้จะเรียนรู้ช้า แต่กลับมีความตั้งใจสูง และโดดเด่นในเรื่องพลังกาย และการฝึกฝนพลังปราณในระดับสูงมาก แถมร่างกายก็คล้ายมีความประหลาดแฝงอยู่ หากเด็กน้อยหลีกังเป็นคนฉลาดกว่านี้สักนิด... เฉียวเฟิงไม่อยากคิดถึงความสามารถของการเติบโตและระดับฐานพลังของเด็กน้อยจะก้าวหน้าได้รวดเร็วแค่ไหน นับว่าเป็นม้ามืดที่ไม่คิดไม่ฝันอย่างแท้จริง...
"พานลี่ หลีกัง ส่วนเจ้าสองคนอีกสองเดือนข้างหน้าต้องไปสอบเข้าสำหนักบรรจบฟ้าแล้ว พวกเจ้าต้องจำสิ่งที่ข้าเคยบอกให้ขึ้นใจและอย่างได้ลืมโดยเด็ดขาด หนึ่งพวกเจ้าต้องกดระดับพลังของตัวเองเอาไว้อย่าได้แสดงพลังที่แท้จริงอย่างเด็ดขาดไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ สอง.ห้ามใช้เคล็ดวิชาระดับกลางที่ข้าสอนพวกเจ้ายกเว้นจะอยู่ในอันตรายถึงชีวิตจริงๆ เท่านั้น เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของการไปเรียนของพวกเจ้าในครั้งนี้หาใช้เพื่อการใฝ่หาเคล็ดวิชาหรือยอดโอสถเสริมพลังที่หายาก แต่เป็นการไปเรียนรู้ เพื่อรู้จักชีวิตและผู้คน โดยเฉพาะเจ้าพานลี่หากวิชาระดับกลางใดอาจารย์ยังมิได้สอนเจ้า เจ้าก็ไม่สมควรใช่มันอย่างเด็ดขาด เจ้าเป็นคนมีพรสวรรค์เหล่าอาจารย์ที่นั้นต้องให้ความสนใจในตัวเจ้าแน่นอน"
"ข้าจะจดจำไว้เจ้าคะศิษย์พี่" พานลี่กล่าวตอบรับด้วยรอยยิ้มและนัยน์ตาสดใส
"ส่วนเจ้าหลีกัง" เฉียวเฟิงเดินไปใกล้ๆ พร้อมเอามือวางไว้บนไหล่ทั้งสองข้างก่อนจะโน้มหน้าไปใกล้ๆ และกล่าว "กดระดับพลังของเจ้าไว้ 2 ระดับและห้ามให้พานลี่รู้ว่าเจ้าระดับฐานพลังสูงกว่านางเด็ดขาด เจ้าจำได้นะ"
"ข้าจะจำไว้และไม่ลืมขอรับศิษย์พี่"
หนึ่งเดือนมานี้หลีกังที่พรสวรรด์เรื่องปราณพลังและความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อเปล่งประกาย หลังจากได้ลงแช่บึงวิญญาณ
เด็กน้อยทำให้เฉียวเฟิงตื่นตะลึง เพราะความรวดเร็วในการยกระดับฐานพลังนั้นแทบจะมากกว่าตัวเฉียวเฟิงเองด้วยซ้ำ
ทำให้ตอนนี้ระดับฐานพลังของหลีกังตอนนี้เป็นถึงระดับนักรบขั้นที่ 1 แล้ว [ระดับ 4 ขั้น 1]
ส่วนพานลี่ฐานพลังนั้นอยู่ที่ระดับสูงขั้นที่ 8 เท่านั้น [ระดับ 3 ขั้น 8]
และหากนางรู้เข้าว่าหลีกังนั้นเหนือล้ำกว่านาง นางเด็กตัวน้อยต้องแอบไปเสียใจและร้องไห้แน่ๆ
พานลี่ตอนนี้นางยังเป็นเด็กน้อยที่มีนิสัยเอาแต่ใจอยู่มาก คนส่วนใหญ่พูดคุยกับนาง นางก็ไม่ค่อยเชื่อฟัง มีแต่เฉียวเฟิงนี่แหละที่พูดอะไรนางก็เชื่อหมด
ส่วนตัวเฉียวเฟิงเองก็ไม่รู้ทำไมจึงรักและเอาใจใส่พานลี่เด็กน้อยมากเป็นพิเศษนัก มันจึงชอบนึกคิดในใจบ่อยๆ ว่าตัวมันคงฝันที่จะมีลูกสาวน่ารักๆ สินะ ถึงได้ตามใจและสนใจความรู้สึกของเด็กน้อยพานลี่มากขนาดนี้
ในระหว่างที่เหม่อยืนนิ่งคิดอยู่ซักพักหนึ่ง เสียงของพานลี่ก็ดังขึ้น
"ศิษยพี่แล้วท่านจะไม่เข้าสอบด้วยรึ"
ตัวเฉียวเฟิงส่ายหน้าในทันที สำหรับการสอบเข้าสำนักบรรจบฟ้านั้นสำหรับมันหาได้จำเป็นไม่ นั่นเพราะตัวมันจำเป็นที่จะต้องเฝ้ารอคอยโชคชะตาของตัวมัน ซึ่งมันจะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า หากมันไปเข้าสู่สำนักบรรจบฟ้าตอนนี้ทุกอย่างที่มันเข้าใจอาจจะไม่เหมือนเดิม
แต่แม้เฉียวเฟิงจะเลือกรอคอยให้โชคชะตาบางอย่างมาถึง แต่ตัวมันก็ไม่รู้จริงๆ ว่า โชคชะตานั้นของตัวเองจะเป็นเหมือนเดิมจริงๆ ไหม
ลึกๆ มันรู้สึกเสมอว่าเส้นทางของตัวมันและจ้าวหมื่นมารช่างแตกต่าง
.
.
.
ในมุมเมืองแห่งเมืองหางมังกรสะบัดน้ำ ในวันนี้เวลาค่ำคืน ทั่วเมืองเต็มไปด้วยแสงไฟและโคมประทีป
ร้านค้าน้อยใหญ่ต่างเปิดค้าขาย เนื่องด้วย อีกไม่กี่วันในเมืองแห่งนี้จะมีงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เพราะสำนักบรรจบฟ้าจะเปิดรับศิษย์ใหม่อีกครั้ง ผู้คนจากทั่วแดนจะพาลูกหลานมาที่เมืองหางมังกรสะบัดน้ำแห่งนี้เพื่อหวังให้บุตรหลานได้ฝากตัวเป็นศิษย์สำนักอันมีชื่อแห่งนี้
และนั้นก็จะทำให้ทั่วเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนและความคึกคัก และเพราะแบบนั้น ตลอด 3 เดือนก่อนงานรับศิษย์สำนักบรรจบฟ้าจะเริ่มขึ้น เมืองหางมังกรสะบัดน้ำแห่งนี้จะจัดงานเลี้ยงฉลอง เปิดร้านค้ายามค่ำคืนตอนรับผู้คน
เฉียวเฟิงวันนี้ก็เช่นกัน มันเดิมชมเมืองและความสุขของผู้คน
ผ่านร้านค้าของอร่อยต่างๆ ผ่านร้านใดก็ต้องแวะกินแวะซื้อของอร่อยอยู่เสมอ เสพรับประสบการณ์ต่างโลกอันยากยิ่งที่ผู้ใดจะได้สัมผัส
หากแต่ในระหว่างที่เดินหาซื้อของกินอยู่นั้น
เฉียวเฟิงในชุดเด็กน้อยเก่าซ่อมซ่อ บัดนี้ถูกหนึ่งบุรุษผู้แต่กายด้วยชุดเสื้อผ้ามีฐานะ พลักเสียแล้ว
"ไอ้เด็กน้อยขอทานเอ๊ย มายื่นเกะกะอะไรตรงนี้ เมื่อกี้เจ้าเกือบจะชนข้าแล้วรู้ไหม"
เฉียวเฟิงในร่างเด็กน้อยมีทีท่าสำรวม ก่อนจะมองสำรวจผู้คน นอกจากไอ้คนที่กำลังด่าว่ามันอยู่ ด้านหลังนั้นก็มีคนติดตามมาอีกสอง ทั้งหมดต่างเป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธ์ แต่ระดับฐานพลังไม่สูงเลย มีแต่ฐานพลังระดับสูงขั้น 4 ทั้งนั้น ดีหน่อยก็คงเป็นไอ้คนที่อยู่ด้านนี้ที่มีฐานพลังอยู่ที่ระดับสูงขั้น 9
ในใจเฉียวเฟิงเย้ยหยันพวกมัน
หากแต่ด้วยฐานะในตอนนี้ และไม่ต้องการให้ชะตาแห่งตัวเองเปลี่ยนแปลง เกรงว่าการลงมือกับไอ้สวะทั้งสาม จะทำให้โชคชะตาของตัวเองเปลี่ยน และไม่อาจจะได้พบยอดหญิงงามและเป็นศิษย์อาจารย์กัน ทำให้ตอนนี้เฉียวเฟิงได้แต่ยิ้มบางเบาก่อนโค้งกายขอโทษ
"นายท่าน ข้าผิดไปแล้ว เป็นข้าเองที่ยืนไม่ดี"
"หลบไป" ไอ้บุรุษคนเดิมไม่สนใจคำพูดของเฉียวเฟิง มันพลักร่างเด็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปหน้าร้านขายอาหารพื้นเมืองที่เฉียวเฟิงยืนต่อคิวรอสั่งอยู่
และคนอื่นๆ ที่ยืนต่อคิวอยู่ก็เช่นกัน ถูกไอ้บุรุษผู้นี้พลักหลีกทางแทบทั้งหมด
หากแต่ด้วยการแต่งกายที่ดูมีฐานะ ทำให้คนสามัญและชาวพื้นเมืองไม่กล้ามีอะไรกับทั้งสาม
หากแต่ในไม่ช้าเสียงเล็กใสก็ดังก้อง นี่คือเสียงของเด็กหญิง
"วิญูชนไม่ทำสิ่งต่ำทราม ผู้ฝึกปราณและวิชาไม่ข่มเห่งผู้คน แต่พวกเจ้าทั้งสามช่างเป็นตัวทุเรศจริงๆ"
สามบุรุษแต่งกายดีตอนนี้หันเหลียวแล้ว ไม่ช้าก็พบเด็กหญิงหน้าตาน่ารักสดใสผู้หนึ่ง ที่เครื่องแต่งกายดูมีราคาทั้งนั้น ทั้งสามขมวดคิ้ว ก่อนที่คนที่หน้าจะเป็นคุณชายเจ้าพูดกล่าว
"แม่หนูเป็นเด็กเป็นเล็กโปรดระวังปาก เจ้าไม่รู้สินะว่าบิดาข้าเป็นใคร อย่าเห็นว่าเป็นเด็กแล้วข้าไม่กล้าจะสั่งสอนเจ้านะ ไปเรียกบิดามารดาของเจ้ามา ข้าจะตบปากมันสั่งสอนที่เลี้ยงดูบุตรไม่ดี"
"เจ้ามีปัญญารึ ไม่คิดนึกว่าวาจาเช่นนี้จะออกมาจากปากบุรุษ อะไรนะแค่เริ่มพูดกล่าวเจ้าก็อ้างฐานะ อ้างบิดาแล้ว นิเจ้าคงหาเรื่องคนอื่นโดยใช้ชื่อบิดามารดาในการข่มเห่งผู้อื่นมาตลอดสินะช่างน่าสมเพชจริงๆ คิกคิก" พานลี่เด็กน้อยหัวเราะเย้ยหยัน
ไอ้คุณชายตอนนี้มีโทสะแล้ว
"หนอยนังเด็กน้อย คิดว่าข้าไม่กล้าลงมือกับเจ้ารึ" ร่างบุรุษพุ่งตัวรวดเร็ว ตอนนี้ผู้คนโดยรอบต่างรู้แล้วว่าคุณชายผู้นี้ต้องเป็นชาวยุทธ์ที่มีระดับฝีมือไม่ธรรมดา
หากแต่...
!!!ปัก
หนึ่งเด็กหญิงตัวน้อยกับหมุนร่างสะบัดฝ่าเท้าวาดวงราวกับจันทร์เสี้ยว เท้าเล็กๆ ของนางกระทบเข้ากับใบหน้าคุณชายน้อยที่แต่งกายดีในทันที
ตอนนี้ผู้คนในร้านโดยรอบต่างอื้ออึงแล้ว
โครมเสียงแตกหักของร้านค้าดังลั่น ฝ่าเท้าของเด็กหญิงช่างไม่ธรรมดา