บทที่ 144
กลุ่มคนปริศนา
“ พวกข้ามาตามคนของข้าคืน ”ตัวแทนของกลุ่มคนที่สวมใส่ชุดคลุมสีดำบริเวณด้านหน้ากล่าว
เดย์ผงะตกใจดวงตาทั้งสองข้างของเขาเสี้ยววินาทีหนึ่งแสดงแววตาตกใจแต่เขาเองก็กลับมาแสดงแววตาสงบนิ่งได้ในชั่วลมหายใจต่อมา
เขาแสดงใบหน้าสงบนิ่งมองตรงไปที่กลุ่มคนที่อยู่บริเวณด้านหน้าดวงตาของเขาจ้องมองไปที่กลุ่มคนที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้
มองดูจากท่าทีของพวกมันที่อยู่บริเวณด้านหน้าอย่างไรเสียมันเองก็ไม่ใช่คนดีอย่างแน่นอน
เดย์ประเมินจากสายตาพวกมันสวมใส่ชุดสีดำสนิทพวกมันมีท่าทางแปลกประหลาดแถมบรรยากาศบริเวณรอบตัวยังแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไปอีกด้วย
เดย์ตัวของเขาเป็นคนที่มีสัญชาตญาณภายในร่างกายค่อนข้างจะแรงกว่าคนธรรมดาทั่วไป
เขาเป็นคนชอบสังเกตแถมมองเห็นผู้คนมากมายประเมินจากสายตาก็รู้ได้ในทันทีว่าพวกที่อยู่บริเวณด้านหน้าไม่ใช่คนที่น่าไว้ใจนะ
พวกมันเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้อันที่จริงเขาก็รู้อยู่แล้วว่ามันต้องการอะไร
เดย์แสดงใบหน้าสงบนิ่งก่อนที่เขาจะถามออกไป “ตามคนคืนอย่างงั้นหรอ? ”
“ ไม่ทราบว่าพวกคุณหมายความว่ายังไงภายในสถานที่แห่งนี้เป็นคฤหาสน์ของผมจะมีคนของพวกคุณอยู่ได้ยังไง?”
เดย์ทำการตีใบหน้าใสซื่อเอ่ยถามออกไป
อันที่จริงแล้วตัวของเขาเองก็รู้อยู่แล้วว่าเจ้าคนพวกนี้ที่เดินทางมาพวกมันต้องการจะมาตามตัวเด็กพวกนั้นคืน
เดย์ประเมินจากเหตุการณ์ที่เด็กคนนั้นพบเจอมาก่อนหน้านี้และก็จากเรื่องราวทั้งหมดคนพวกนี้ไม่น่าจะใช่คนที่ดีนะ
ผู้นำของพวกมันที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าก้าวเท้าของตนเองก็มาแล้วพูดขึ้น“ พวกฉันสัมผัสได้ถึงพลังของเด็กพวกนั้นจากบริเวณด้านในนี้ ”
มันใช้นิ้วมือของตนเองชี้ตรงเข้าไปบริเวณด้านใน
ในตอนนี้ตัวของมันสัมผัสได้ถึงพลังของเด็กพวกนั้นจากบริเวณด้านในนั้น
เดย์คาดการณ์ว่าพวกมันคงจะสามารถสัมผัสได้จากพลังของคำสาปที่ปลดปล่อยออกมาก่อนหน้านี้
เพราะว่าเมื่อพลังของคำสาปมันปลดปล่อยออกมาเจ้าพวกนี้มันเองก็ปรากฏกายออกมาในทันทีเลยรู้ได้ในทันทีว่าพวกมันน่าจะจำพลังพวกนั้นมา
เดย์ยังคงแสดงท่าทางสงบนิ่งตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเฉยชาเช่นเดิม เขายักไหล่ทั้งสองข้างขึ้นพลางกล่าว “ผมไม่รู้ว่าพวกคุณหมายความว่ายังไง? ”
เดย์ที่เขายังกล้าตีหน้าใสซื่อแบบนี้มันเองก็เป็นเพราะว่าเขามองเห็นความแข็งแกร่งของพวกมัน
พวกมันไม่ได้แข็งแกร่งเนอะเทียบแล้วก็น่าจะอยู่ในระดับคนที่มีพลังเทียบเท่ากับนักผจญภัยระดับB
ซึ่งมันอยู่ในระดับที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากกว่าเขา เพราะแบบนั้นตัวของเขาจึงสามารถจัดการได้
ถ้าพวกที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันเป็นคนที่มีพลังอยู่ในระดับพวกนักผจญภัยระดับเอสเขาเองคงจะไม่พูด
แต่เพราะว่าพวกมันเป็นคนที่มีพลังเพียงแค่นี้เขาจึงกล้าโกหกพวกมัน
พวกกลุ่มคนที่อยู่บริเวณด้านหน้าสามสิบถึงสี่สิบคนหันมองหน้ากันไปมาก่อนที่ตัวของพวกมันจะหันมองตรงเข้าไปบริเวณด้านในพร้อมกับจะก้าวเดินเข้าไไปแต่คฤหาสน์โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต
ทันทีที่พวกมันแสดงเจตนาที่จะก้าวเดินออกมามันก้าวเท้าเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้นบรรยากาศบริเวณรอบๆก็เปลี่ยนไป
พวกกลุ่มคนพวกนั้นถึงกับผงะถอยหลังเท้าทั้งสองข้างของพวกมันที่กำลังจะก้าวเท้าออกมาหยุดนิ่ง
ดวงตาของพวกมันเบิกกว้างขึ้นสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังเวทย์มหาศาล
พลังเวทย์จำนวนมหาศาลมันปลดปล่อยออกมาจากร่างกายเดย์เดย์แสดงท่าทางที่เปลี่ยนไปแววตาของเขาฉายจิตสังหาร
ใช้ดวงตาคู่นั้นมองตรงไปที่กลุ่มคนที่อยู่บริเวณด้านหน้าเขาแสดงท่าทางข่มขู่
ด้วยพลังเวทย์ของเขาที่ปลดปล่อยออกมาทำให้พวกที่อยู่บริเวณด้านหน้านั้นต้องหยุดนิ่ง
พวกมันสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์ที่แตกต่างออกไปจากก่อนหน้านี้และระดับพลังเวทย์ของพวกมันก็ต่างชั้นกับตัวเดย์มาก
เพราะแบบนั้นพวกมันจึงหยุดนิ่งมันรู้ดีว่าพวกมันทุกคนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
เดย์ทำการข่มขู่ออกไปด้วยคำพูดอีกครั้ง “สถานที่แห่งนี้คือคฤหาสน์ของฉัน”
“ ถ้าแบบนั้นจะพูดอีกทีนึงถ้ามีใครรุกล้ำเข้ามาภายในคฤหาสน์ของฉันตามกฎหมายแล้วฉันสามารถลงโทษคนผู้นั้นได้ทุกเมื่อ ”
“ แล้วตัวของพวกแกเองก็คงจะรู้ดีว่าถ้าเป็นแบบนั้นพวกแกทุกคนจะโดนสังหารตายที่สถานที่แห่งนี้”
“ นี่ไม่ใช่คำขู่แต่ว่าเป็นการเตือน ”เดย์พูดออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง
คำพูดของเขามันทำให้ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าหยุดนิ่งแน่นอนว่าเมื่อมีคำขู่ออกมาแบบนั้นพวกมันเองก็ตัดสินใจยากในการขยับเขยื้อนร่างกาย
เพราะว่าพวกมันสามารถสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์อันมากมายภายในร่างกายเดย์พวกมันรู้ได้ในทันทีว่าถ้าพวกมันก้าวเท้าเข้าไปภายในอาณาเขตนั้นพวกมันคงจะโดนสังหารตายในทันที
แน่นอนว่าพวกมันทั้งหมดไม่มีใครที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับเทียบเท่ากับเดย์
ถึงแม้ว่าพวกมันจะเป็นตัวตนที่อันตรายขนาดไหนแต่ว่าพวกมันเองก็ยังคงต้องรักชีวิต
เพราะแบบนั้นเมื่อโดนคำขู่ออกมาแบบนั้นพวกมันก็เลยต้องค่อยๆก้าวถอยหลังออกไป
กลุ่มคนประมาณสามสิบถึงสี่สิบคนพวกนั้นตัดสินใจถอยหลังออกไปจากคฤหาสน์ของเดย์
เดย์แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉยจ้องมองไปที่พวกมันที่ค่อยๆเดินออกไป
เขาคิดภายในใจของตนเองอย่างรวดเร็วหลังจากเห็นพวกนั้นเดินทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้“ คนพวกนั้นเป็นใครกันไม่ธรรมดาเลย ”
“ ยังเป็นพวกที่มีความรู้สึกแปลกๆปกคลุมอยู่บริเวณรอบๆร่างกายพวกมันทำอะไรกับเด็กพวกนั้นและก็เดินทางมาสถานที่แห่งนี้เพราะตามพลังแห่งคำสาปมาสินะ”
“ น่าประหลาดเกินไปแล้วเจ้าคนพวกนั้นมันเป็นใครกันแน่” เดย์แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ในตอนนี้มีคำถามมากมายปรากฏขึ้นมาภายในหัวของเขา
ก่อนหน้านี้มีคำถามเกี่ยวกับเด็กพวกนั้นอยู่ภายในหัวของตนเองอยู่แล้วแต่ในตอนนี้เมื่อมีกลุ่มคนปริศนาพวกนั้นปรากฏกายออกมามันก็ทำให้เขานั้นสงสัยมากขึ้นไปอีก
เดย์เอายกฝ่ามือขึ้นมาลูบปลายคาง “ ไม่ว่าจะมองอย่างไรสถานการณ์ในตอนนี้มันเองก็มากกว่าที่เห็นถ้าอยากจะรู้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันคืออะไรกันแน่คงจะต้องตามสืบจากเด็กพวกนั้น”
“ ไม่สิสิ่งที่ควรจะทำการสืบมันคือเกี่ยวกับคนพวกนั้นต่างหาก”
เดย์ตั้งเป้าหมายอย่างแน่วแน่หลังจากที่พบเจอเหตุการณ์นั้นมามันก็ทำให้ตัวของเขานั้นรู้ว่าตนเองนั้นต้องไปตามสืบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดในตอนนี้
เขาค่อยๆเดินกลับเข้าไปภายในคฤหาสน์ของตนเองไปดูเด็กพวกนั้นอีกครั้งหนึ่ง
เด็กพวกนั้นยังคงสลบและก็นอนหลับอยู่ที่บริเวณบนโซฟาหลังจากที่ใช้เขตแดนชำระล้างแบบเรียบร้อยแล้วร่างของเด็กพวกนั้นก็หมดสติลงไป
เดย์ครุ่นคิดอย่างหนัก
เดย์พยายามคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับสถานการณ์และหนทางที่จะเอาตัวรอดต่อจาก
เขากำลังตัดสินใจว่าตนเองนั้นจะทำอย่างไรดีผ่านไปสักพักเสียงบริเวณด้านนอกดังขึ้นมา “ มีคนอยู่หรือเปล่า ”
เดย์ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเขาหันไปมองอย่างรวดเร็วเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นบริเวณด้านนอก
เดย์จดจำได้ในทันทีว่าเสียงที่มันดังเข้ามามันคือเสียงของซิลเวอร์เดย์รีบวิ่งตรงออกไปอย่างรวดเร็วมุ่งตรงออกไปบริเวณด้านนอก
เข้าทำการเปิดประตูคฤหาสน์ของตนเองอีกครั้งหลังจากที่เปิดประตูคฤหัสถ์ออกไปภาพที่เขามองเห็นบริเวณด้านหน้าก็คือซิลเวอร์และสมาชิกปาร์ตี้ของเขา
ทุกคนล้วนเป็นคนที่คุ้นเคยและเคยพบเจอกันก่อนหน้านี้ผ่านเรื่องราวเหตุการณ์มามากมายด้วยกัน
เดย์เมื่อมองเห็นพวกซิลเวอร์ปรากฏกายอยู่บริเวณด้านหน้าเขายกยิ้มขึ้นที่มุมปากภายในใจก็รู้สึกว่ามาได้ทันเวลาจริงๆ
ซิลเวอร์แต่งกายด้วยชุดธรรมดาธรรมดาไม่สวมใส่ชุดเกราะเขาสวมใส่ชุดผ้าสีเข้มอันเรียบง่ายมุมปากยกยิ้มขึ้นยกมือแล้วก็ทักทายอย่างสนิทสนม“ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ”
จบบท