จะว่าไปแล้ว ซูฉินก็นับว่าเก่งไม่น้อย
แม้เสิ่นอี๋เหวินจะเป็คุณหนูบ้านสามเช่นเดียวกับเสิ่นหลิงหลง แต่เสิ่นอี๋เหวินกลับไม่สนิทกับเสิ่นหลิงหลง แต่ไปสนิทกับซูฉินซึ่งเป็บุตรสาวญาติห่างๆ ที่มาอาศัยอยู่ในจวนแม่ทัพเสียมากกว่า
ทว่าเสิ่นม่านซูเพียงนึกถึงว่าเ้าของร่างเดิมเองก็เคยมีความสัมพันธ์อันดีกับซูฉิน ก็เข้าใจคุณหนูสี่เสิ่นอี๋เหวินขึ้นมาทันที
จะว่าไป นักเขียนนิยายต้นฉบับช่างเขียนเพี้ยนเสียจริง แม้แต่บทของตัวละครยังจัดวางผิด
นางเอกตัวจริงกลับไม่ได้บทนางเอก หากคนที่ได้บทนางเอกกลับเป็ซูฉินผู้นี้
ทันทีที่ซูฉินเห็นเสิ่นม่านซู นางก็เม้มปาก ก่อนเอ่ยอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ “พี่หญิงสาม ท่านยังโกรธข้าอยู่หรือ”
ฝีเท้าของเสิ่นม่านซูชะงักเล็กน้อย นางหันกลับมาแล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง “ใช่”
ซูฉิน “…”
เสิ่นอี๋เหวินที่อยู่ด้านข้างได้ยินมาว่าแท้จริงแล้วองค์ชายเจ็ดมีใจให้ซูฉินต่างหาก จึงรีบเอ่ยว่า “พี่หญิงสาม น้องซูฉินไม่ได้ตั้งใจ ท่านจะกดดันนางถึงเพียงนี้ทำไมกันเ้าคะ”
ทว่าในใจของเสิ่นอี๋เหวินกลับแอบสะใจ โชคดีที่พี่หญิงสามไม่ได้แต่งงานกับองค์ชายเจ็ด มิฉะนั้นหากพี่หญิงสามได้เป็ชายาขององค์ชาย ไม่ใช่ว่านางจะยิ่งสูงกว่าตนไปอีกหรือ
เสิ่นม่านซูคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มมองเสิ่นอี๋เหวินพลางกล่าว “น้องสาวสี่ เ้าคงลืมไปแล้วกระมัง ก่อนหน้านี้ซูฉินสนิทกับข้ามากกว่าเ้าเสียอีก แต่กลับไปมีใจตรงกันกับองค์ชายเจ็ดเสียอย่างนั้น อย่างไรก็ดี เื่นี้ไม่กระทบเ้าหรอก เพราะตอนนี้เ้าก็ยังไม่มีคนที่ชอบมิใช่หรือ”
เสิ่นอี๋เหวินชะงักงัน
ทางด้านซูฉินหน้าซีดเผือด ร่างกายโอนเอนเล็กน้อย ก่อนกล่าวเสียงสั่น “พี่หญิงสาม ข้ารู้ว่าท่านไม่พอใจ แต่จำเป็ต้องเหยียบย่ำข้าเช่นนี้เลยหรือ”
“เ้าอย่าสำคัญตนผิดเกินไปนักเลยน้องซูฉิน” เสิ่นม่านซูเอ่ยเสียงเรียบแล้วพาสาวใช้จากไป
จริงๆ แล้วให้องค์ชายเจ็ดรีบแต่งซูฉินไปก็ดีไม่น้อย อยู่ดีๆ ก็คิดว่าตนถูกผู้อื่นกลั่นแกล้งตลอดเวลา
นางยุ่งจะตาย จะไปมีเวลากลั่นแกล้งอีกฝ่ายที่ไหนกัน ตัวอย่างเช่น...อากาศร้อนถึงเพียงนี้ ทำบัวลอยเผือกไปคลายร้อนให้ต้นขาทองคำไป๋ดีหรือไม่นะ
เมื่อเห็นเสิ่นม่านซูเดินจากไป แววตาของซูฉินก็ฉายความสงสัยวาบหนึ่ง
เพราะองค์ชายเจ็ดมีใจให้นาง เสิ่นม่านซูจึงเกลียดชังนางเช่นนั้นหรือ
หรือว่า...เพราะเื่กลืนทอง?
แต่ซูฉินกลับรู้สึกว่า เสิ่นม่านซูไม่ได้เกลียดนางเลย ราวกับว่าไม่ได้เห็นนางอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
ช่างประหลาดยิ่งนัก!
เสิ่นม่านซูกลับไปยังเรือนของตน แต่ยังไม่ได้ลงมือทำบัวลอยเผือกในทันที
หลักๆ เพราะยังไม่ทราบสถานการณ์ทางจวนตระกูลไป๋ อีกทั้งมารดาก็ส่งคนไปจัดเตรียมครัวเล็กให้นางแล้ว รวมถึงบิดาก็ส่งหีบเงินใบใหญ่มาให้
แม้ครัวเล็กในเรือนของเสิ่นม่านซูจะมีขนาดเล็ก ทว่าค่าใช้จ่ายบางอย่างไม่อาจเบิกจากบัญชีกลางได้ นางต้องออกเอง
โชคดีที่บิดาให้เงินมาไม่น้อย
เสิ่นม่านซูจดรายการของที่ต้องจัดซื้อไว้เรียบร้อยแล้วมอบให้เจ๋อหลัน ให้พาจินหลิงออกไปซื้อ ส่วนป้านเซี่ยที่ไม่ได้รับมอบหมายงานใด ทำหน้าน้อยใจราวกับจะหลั่งน้ำตา
เสิ่นม่านซูจึงให้นางคอยดูความคืบหน้าของครัวเล็กแทน
“เ้าทำงานละเอียดที่สุด คอยจับตาดูให้ดี อย่าให้พวกเขาลักไก่ลดวัสดุ”
“เ้าค่ะ!” สาวใช้น้อยตอบอย่างมุ่งมั่น พลางยิ้มทั้งน้ำตาคลอ
เสิ่นม่านซูจึงไปยังครัวเล็กของมารดาอีกครั้ง เพื่อทำขนมตามที่รับปากว่าจะส่งให้ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นอายุมากแล้ว กินของหวานจัดไม่ได้ นางจึงทำขนมอบเหอเถา[1]แบบเรียบง่าย เนื้อบางกรอบ หอมมันกำลังดี แต่นางทำไม่มาก เพราะผู้สูงวัยกินมากไปจะย่อยยาก
เมื่อทำเสร็จ หลินซื่อเห็นบุตรสาวเหน็ดเหนื่อย จึงสั่งให้ชุนเถาส่งขนมอบเหอเถาไปยังเรือนว่านโซ่ว พร้อมใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากบุตรสาวอย่างอ่อนโยน
หลินซื่อมองบุตรสาวผู้สดใสงดงาม หลังผ่านประตูผีมาแล้วหนึ่งครา บัดนี้ความสนใจของนางกลับอยู่ที่ครัวมากกว่าองค์ชายเจ็ดเสียอีก
หลินซื่อเองก็ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือกังวลดี
“ท่านแม่ เป็อะไรหรือเ้าคะ หรือว่าบนหน้าลูกมีแป้งติดอยู่?”
เมื่อเห็นดวงตาใสเป็ประกายของบุตรสาว รวมทั้งคราบแป้งเล็กๆ ที่ปลายจมูก หลินซื่อก็ยื่นมือไปเช็ดออกให้
ท้ายที่สุดแล้ว นางก็รู้สึกว่ามีความสุขมากกว่ากังวล
คุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่หลงใหลในการทำอาหารก็ไม่ได้มีสิ่งใดไม่ดี ขอเพียงบุตรสาวร่างกายแข็งแรง มีความสุขในทุกวัน เพียงเท่านี้ก็ประเสริฐยิ่งกว่าสิ่งใดแล้ว
ทางด้านเรือนว่านโซ่ว ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นนั่งอยู่บนตั่งนุ่ม โดยมีเสิ่นอี๋เหวินกับซูฉินนั่งอยู่บนเก้าอี้กลมด้านข้าง
แม้จะรู้ว่าซูฉินเป็เด็กสาวที่มีจิตใจลึกซึ้งซ่อนเร้น แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นก็คือฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น นางหาได้แสดงออกมาทันที เพียงแต่ความเ็าที่ไม่ปรากฏชัดเจนนั้นมีอยู่จริง
ทว่าซูฉินกลับไม่รู้สึกถึง ส่วนเสิ่นอี๋เหวินนั้นตั้งใจมาฟ้องเต็มที่
“ท่านย่า ท่านไม่รู้หรอกว่าพี่หญิงสามเหลวไหลเพียงใด ถึงกับสร้างครัวเล็กในเรือนของตนเอง!”
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเหลือบตามองเล็กน้อย “อย่างนั้นหรือ”
เสิ่นอี๋เหวินราวกับได้รับกำลังใจจึงพูดต่อ “จริงสิเ้าคะ เมื่อครู่ข้ากับน้องซูฉินเดินผ่าน เห็นว่าเกือบจะสร้างเสร็จแล้ว”
เห็นฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นยังมีสีหน้าเรียบเฉย เสิ่นอี๋เหวินจึงรีบกล่าวอีก “ท่านย่า พี่หญิงสามเปลี่ยนไปมากเช่นนี้ จะมีปัญหาอะไรหรือไม่เ้าคะ ข้าจำได้ว่าก่อนหน้านี้ นางอยู่ในครัวไม่ถึงหนึ่งเค่อ[1]ก็ทนไม่ไหวแล้ว”
ซูฉินก้มหน้าเล็กน้อย
นี่ก็เป็เื่ที่นางอยากรู้เช่นกัน
นางอยากรู้ว่าเสิ่นม่านซู…จะเป็เหมือนนางหรือไม่…
ทันใดนั้นฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นก็วางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแรง จนเสียงดัง ‘เคร้ง’
ทำเอาเสิ่นอี๋เหวินสะดุ้งห่อไหล่เข้าหากัน
ในเวลานั้นเอง สาวใช้ด้านนอกก็รายงานว่า “เรียนฮูหยินผู้เฒ่า ฮูหยินใหญ่ส่งขนมอบเหอเถามาให้เ้าค่ะ”
“เอาเข้ามา”
เมื่อม่านประตูแหวกออก ชุนเถาถือกล่องอาหารเดินเข้ามา จากนั้นก็คำนับฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นแล้วมอบกล่องให้
ชิวเย่ว์รับไปแล้วมองฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นกล่าวว่า “เอามาให้ข้าชิม”
“เ้าค่ะ”
ชิวเย่ว์เปิดกล่องอาหาร ยกจานหยกขาวด้านในออกมา
กลิ่นหอมหวานของกลิ่นเหอเถาลอยอบอวลในอากาศ เพราะเพิ่งทำเสร็จจึงยังอุ่นเล็กน้อย พอกัดแล้วกรอบอร่อย ไม่มันเลี่ยน ทั้งหอมทั้งหวานกำลังพอดี
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นหยิบขนมอบเหอเถากินทีละชิ้น กระหายเมื่อใดก็มีชาอุ่นวางอยู่ข้างกาย
ชิวเย่ว์เห็นว่าปริมาณในจานไม่ได้มากนัก จึงไม่ได้ห้ามปราม ส่วนเสิ่นอี๋เหวินกับซูฉินสบตากันผาดหนึ่ง
เหตุใดท่านย่าจึงเอาแต่กินขนม ไม่สนใจพวกนางแล้ว?
เสิ่นอี๋เหวินอดทนอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ถามออกไปด้วยความอยากรู้
“ท่านย่า ขนมนี้อร่อยหรือไม่เ้าคะ”
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น นางฟ้องมาตั้งนาน เหตุใดท่านย่าจึงไม่มีท่าทีใดเลยเล่า
อย่างน้อยก็น่าจะตำหนิพี่หญิงสามสักหน่อยสิ!
หรือไม่ก็ให้เรียกหมอมาดูเสียหน่อยก็ยังดี นิสัยเปลี่ยนไปกะทันหันเช่นนี้ เกรงว่าสมองจะมีปัญหา…
ซูฉินยังคงสีหน้าเรียบนิ่ง ราวกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้ส่งสายตาให้เสิ่นอี๋เหวินเลยแม้แต่น้อย
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นหยุดเล็กน้อย ยกชาขึ้นจิบหนึ่งอึกก่อนกล่าวว่า “รสชาติดีไม่น้อย”
กล่าวจบก็เหลือบมองชิวเย่ว์
ชิวเย่ว์ยิ้มเล็กน้อย หยิบถุงเงินที่บรรจุเศษเงินยื่นให้ชุนเถาที่รออยู่ด้านข้าง
ชุนเถารีบยิ้มแล้วโบกมือปฏิเสธ “เรียนฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนูสามทำขนมนี้เพื่อนำมามอบให้ท่านโดยเฉพาะ บ่าวเพียงนำขนมมาส่งเท่านั้น มิกล้ารับความดีความชอบเ้าค่ะ”
“อย่างนั้นหรือ” ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเอ่ยก่อนจะหยิบขนมชิ้นสุดท้ายเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ แล้วกล่าวเสียงแ่ “ซูเอ๋อร์กตัญญูยิ่งนัก ชุนเถา เ้ารับเงินนี้ไว้เถิด ส่วนชิวเย่ว์ เ้าไปบอกผู้ดูแลจวนให้นำแป้งหนึ่งกระสอบไปส่งที่ครัวเล็กของคุณหนูสาม”
“เ้าค่ะ”
[1] เค่อ หมายถึง การบอกเวลาให้ยุคจีนโบราณ 1 เค่อ เท่ากับ 15 นาที
[1] ขนมอบเหอเถา คือ ขนมที่ทำจากแป้งผสมผงวอลนัต มักอบจนกรอบร่วน มีกลิ่นหอมมันของถั่ว นิยมรับประทานเป็ของว่างหรือของหวาน