“จะให้ฉันช่วยยังไงคะ?”
กู้ซืออวี่หน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความเคร่งเครียดพวกพี่น้องตระกูลหยวนที่อยู่ด้านนอกนั่นไม่ต่างอะไรกับฝูงหมาป่าที่กระหายการเข่นฆ่า!
ลำพังแค่จะหนีออกไปจากถ้ำแห่งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ได้การันตีความปลอดภัยเลยสักนิด
เขาจะมีวิธีไหนกันแน่นะ?
ทว่าเซียวเยี่ยกลับเอ่ยออกมาทีละคำเป็นประโยคที่ทำให้กู้ซืออวี่ถึงกับใจหายวาบ “ผมต้องการให้คุณขุดศพของผมขึ้นมาหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง”
“ว่าไงนะ!?”
กู้ซืออวี่หลุดปากอุทานด้วยความตกใจ“ศพ... ศพอะไรกัน คุณคิดจะทำอะไร?”
เซียวเยี่ยที่อยู่ตรงหน้าเธอก็ยังเป็นคนเป็นๆที่มีเลือดเนื้อไม่ใช่หรือไง? แล้วทำไมถึงพูดเรื่องจะให้ช่วยขุดศพขึ้นมาล่ะ?
แม้ภายในถ้ำแห่งนี้จะมีแสงสว่างรำไรลอดเข้ามาบ้างแล้วแต่ก็ยังมืดสลัว ภายใต้บรรยากาศที่ชวนขนหัวลุกอยู่แต่เดิมกู้ซืออวี่รู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แล่นปราดขึ้นมาตามแผ่นหลังเธอถามด้วยเสียงตะกุกตะกักว่า “คุณ...คุณเป็นคนหรือเป็นผีกันแน่คะ?”
เซียวเยี่ยชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “ผมก็ต้องเป็นคนสิไม่เชื่อคุณลองจับดูก็ได้!”
เซียวเยี่ยยื่นแขนออกไปอย่างนึกขันแต่นึกไม่ถึงว่ากู้ซืออวี่จะขยับเข้าไปใกล้ด้วยความระแวดระวังจริงๆ เธอใช้มือน้อยๆยื่นไปจับดูเบาๆ เพื่อทดสอบ เมื่อแน่ใจแล้วจึงผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกก่อนจะถามด้วยความไม่เข้าใจ “แล้วคุณพูดเรื่องศพทำไมกันคะ?ทำเอาฉันตกใจหมดเลย...”
เซียวเยี่ยฉายยิ้มที่มีเลศนัยทันใดนั้นร่างกายของเขาก็พลันแข็งทื่อแล้วหงายหลังล้มตึงลงไปกับพื้นดั่งร่างที่ไร้วิญญาณ
“กรี๊ด!”
กู้ซืออวี่ร้องลั่นด้วยความขวัญเสียเธอรีบถลาเข้าไปหาแล้วยื่นมือไปอังที่ใต้จมูกของเซียวเยี่ย...ปรากฏว่าเขาไม่มีลมหายใจแล้ว!
เมื่อเหลือบไปมองแผงสถานะพลังชีวิตของเซียวเยี่ยกลายเป็นศูนย์ไปแล้วจริงๆ!
เขาตายแล้ว!
“คุณ... อย่ามาหลอกฉันแบบนี้สิ!?”
กู้ซืออวี่ลนลานจนขอบตาเริ่มแดงก่ำน้ำตาไหลพรากพลางสะอื้นไห้ “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?เมื่อกี้คุณยังสู้กับปีศาจภูตพรายวิปริตตัวนั้นอยู่เลยนี่นาคุณบาดเจ็บตรงไหน หรือว่าโดนพิษหรือเปล่าคะ...”
“อยู่ดีๆ... ทำไมถึงตายไปได้ล่ะ...”
ฉับพลันนั้นเองเซียวเยี่ยก็พ่นลมหายใจยาวออกมาทางปากและจมูกเขาเบิกตาโพลนแล้วลุกพรวดขึ้นมานั่งตรงๆ
ท่าทางที่รุนแรงนั้นทำให้กู้ซืออวี่เสียขวัญจนหน้าถอดสีอีกรอบ“คุณ... คุณกลับมาหลอกหลอนฉันอีกทำไมเนี่ย?”
เซียวเยี่ยยิ้มบางๆพลางอธิบายว่า “ใจเย็นๆ!นี่เป็นคุณสมบัติเสริมพรสวรรค์ของผมเอง... ดักแด้แสร้งตาย”
“เมื่อเปิดใช้งานแล้ว จะเข้าสู่สภาวะจำลองการตายดูภายนอกแล้วไม่ต่างอะไรกับศพเลยสักนิด”
[ดักแด้แสร้งตาย]
นี่คือคุณสมบัติเสริมพรสวรรค์ระดับAเป็นสิ่งที่เซียวเยี่ยได้รับจากการเซ่นสังขารมอนสเตอร์ผีเสื้อใบไม้แห้ง ในตอนที่เขากำลังเก็บค่าประสบการณ์ให้ถึงระดับ 50 ในพื้นที่เขตนอก
มอนสเตอร์ชนิดนี้เชี่ยวชาญการพรางตัวเป็นอย่างยิ่งเมื่อมันใกล้จะตาย มันจะห่อหุ้มตัวเองให้กลายเป็นดักแด้ดูราวกับซากศพที่ตายสนิทไปแล้ว
และจะรอจนกว่าศัตรูจะจากไปถึงค่อยกลับมาฟื้นฟูลมหายใจอีกครั้ง!
ผีเสื้อใบไม้แห้งที่อยู่ในสภาวะแสร้งตายนั้นหากมองด้วยตาเปล่าจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามันยังมีชีวิตอยู่
ตอนนั้นเซียวเยี่ยเองก็เคยถูกวิชาแสร้งตายของพวกมันหลอกเอาหลายครั้งนึกไม่ถึงว่าตอนเซ่นสังเวย เขาจะได้คุณสมบัติเสริมนี้มาโดยบังเอิญ
ดักแด้แสร้งตายสำหรับการต่อสู้ทั่วไปอาจจะไม่มีความหมายอะไรเลย
แต่ในสถานการณ์พิเศษบางอย่างมันจะกลายเป็นคมดาบในมือเซียวเยี่ยที่สังหารคนได้โดยไม่ต้องเปื้อนเลือด!เช่นในตอนนี้
“เดี๋ยวผมจะออกไปข้างนอกก่อนเพื่อไปจัดการล้างแค้นพวกพี่น้องตระกูลหยวนนั่น”
สีหน้าของเซียวเยี่ยแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาเขาเอ่ยย้ำทีละคำ “จากนั้นผมจะใช้ดักแด้แสร้งตายแกล้งทำเป็นโดนพวกมันฆ่าตาย แล้วพวกมันจะชิงอุปกรณ์ของผมไปและต้องใช้เวทมนตร์ธาตุดินเพื่อฝังศพผมเพื่อทำลายหลักฐานแน่ๆ”
“ประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นผมต้องการให้คุณไปหาตำแหน่งที่พวกมันฝังผมไว้ แล้วขุดศพของผมขึ้นมา”
กู้ซืออวี่ฟังแล้วรู้สึกเหมือนหัวจะระเบิดเธอรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน “ไม่... ไม่ได้นะคะ!แบบนี้มันมุทะลุเกินไปแล้ว!?”
“ถ้าเกิดคุณตายด้วยน้ำมือพวกมันจริงๆ ขึ้นมาจะทำยังไงคะ? แล้วถ้าพวกมันคิดจะหั่นศพคุณทิ้งล่ะ...”
กู้ซืออวี่รู้สึกว่าคำพูดของตัวเองเริ่มจะถูกชายคนนี้ชักจูงไปในทางที่สยองขวัญขึ้นทุกทีเธอรีบพูดต่อว่า “แล้วอีกอย่าง...ถ้าฉันหาศพคุณไม่เจอล่ะคะ?”
“วางใจเถอะ!” เซียวเยี่ยกลับยิ้มออกมาแล้วเอ่ยว่า“อย่างแรกเลย พวกมันฆ่าผมไม่ได้หรอกฝีมือของพวกมันยังไม่ถึงขั้นนั้น”
“อย่างที่สอง ในเมื่อกลุ่มของพวกมันมีจอมเวทธาตุดินถึงสองคนการใช้เวทดินฝังศพย่อมเป็นวิธีทำลายหลักฐานที่ดีที่สุด”
“และถ้าพวกมันคิดจะหั่นศพผมจริงๆ ผมก็จะยกเลิกแผนการแล้วหนีออกมาด้วยตัวเอง”
กู้ซืออวี่ได้ฟังก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อครู่เธอเพิ่งเห็นกับตาว่าชายคนนี้สังหารบอสขั้นทองคำระดับ 55อย่างปีศาจภูตพรายวิปริตได้ด้วยตัวคนเดียวเธอจึงเชื่อว่าเซียวเยี่ยย่อมมีความสามารถในการเอาตัวรอดแน่
ต่อให้ไม่สามารถสู้กับคนจำนวนมากเพียงลำพังได้แต่ด้วยทักษะก้าวย่างที่น่าสะพรึงของเขา ย่อมหนีออกมาได้ไม่ยากใช่ไหมนะ?
“แต่ว่า... ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าพวกมันฝังคุณไว้ที่ไหน? แล้วถ้าเกิดเลยเวลาไปล่ะคะ?”
กู้ซืออวี่ถามด้วยความรู้สึกหวาดเสียวการกระทำของเซียวเยี่ยครั้งนี้เท่ากับฝากชีวิตไว้ที่เธอเลยนะ!
ทว่าเซียวเยี่ยกลับหยิบหลอดแก้วสองหลอดที่มีแมลงอยู่ข้างในออกมาจากกระเป๋ามิติเขาพรรณนาพลางยื่นให้เธอหลอดหนึ่ง “แมลงพวกนี้ชื่อว่าแมลงแม่ลูกทันทีที่ปล่อยมันออกมา แมลงตัวลูกจะตามกลิ่นเพื่อไปหาตำแหน่งของแมลงตัวแม่”
“ผมจะเอาตัวแม่ไว้กับตัว หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง คุณก็ใช้ตัวลูกตามหาผม”
กู้ซืออวี่เอื้อมมือไปรับหลอดแก้วที่มีแมลงตัวเล็กจิ๋วมาในหัวของเธอยังคงมึนงงไปหมด
เอ๊ะ...เดี๋ยวก่อนสิ! แผนการที่หลุดโลกขนาดนี้ ทำไมเธอถึงยอมตกลงไปได้ล่ะเนี่ย?!
“แต่... แต่นี่มันก็ยังเสี่ยงเกินไปอยู่ดีนะคะ!”
เซียวเยี่ยยิ้มแล้วตอบว่า“เชื่อใจผมเถอะ ผมไม่ตายง่ายๆ หรอก”
ความจริงต่อให้กู้ซืออวี่หาศพเขาไม่เจอภายในหนึ่งชั่วโมงเซียวเยี่ยก็ยังสามารถยกเลิกทักษะดักแด้แสร้งตายได้ด้วยตัวเอง
ในขณะที่อยู่ในสภาวะแสร้งตายประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขายังคงอยู่กู้ซืออวี่เป็นเพียงมาตรการป้องกันชั้นที่สองเท่านั้น
“คือว่า...”
ขณะที่กู้ซืออวี่ยังคงลังเลและต่อสู้กับความคิดในใจเซียวเยี่ยก็ใช้กระบี่ยาวเขี่ยร่างของปีศาจภูตพรายวิปริตแล้วเขาก็พบอุปกรณ์สองชิ้นที่เปล่งแสงสีทองสุกใสเมื่อครู่พวกเขาทั้งคู่ต่างมัวแต่จมอยู่กับความดีใจที่รอดตายมาได้จนไม่ได้สังเกตเลยว่าบอสตัวนี้ดรอปอุปกรณ์ออกมาสองชิ้น
ชิ้นหนึ่งเป็นปลอกแขนสีทองส่วนอีกชิ้นดูเหมือนจะเป็นมงกุฎผ้าสำหรับอาชีพจอมเวท
“มีไอเทมดรอปด้วย! น่าจะเป็นอุปกรณ์ทองคำ คุณเก็บไว้ก่อนเถอะไว้เราค่อยมาแบ่งกันหลังจากออกไปจากที่นี่แล้ว”
เซียวเยี่ยยื่นอุปกรณ์ทองคำทั้งสองชิ้นให้กู้ซืออวี่เธอรับมันมาด้วยความรู้สึกกังวลปนดีใจ และในจังหวะที่เธอเผลออยู่นั้นเซียวเยี่ยก็ถือโอกาสเซ่นสังเวยเพลิงประทีปของปีศาจภูตพรายวิปริตทันที
[สังเวยเพลิงประทีปปีศาจภูตพรายวิปริตสำเร็จ! แต้มแก่นอัคคี +50!]
ข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นแต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้รับคุณสมบัติเสริมใหม่ๆ เพิ่มเติม
เซียวเยี่ยถอดอุปกรณ์ที่สวมใส่ออกและเก็บเข้ากระเป๋ามิติจากนั้นจึงเปลี่ยนไปสวมใส่อุปกรณ์สามชิ้นที่ชิงมาจากคุณชายสี่แห่งเป่าลี่กรุ๊ป...ปลอกแขนเกล็ดอสรพิษ เกราะโซ่ถักไหมทอง และกริชทะลวงวิญญาณทั้งยังจงใจสวมเสื้อคลุมสีดำปิดบังใบหน้าเอาไว้ด้วย
ภายใต้แสงสลัวของถ้ำเขาดูราวกับมือสังหารที่คลุ้มคลั่งในดันเจี้ยนสุสานแม่ทัพไม่มีผิด!
ภาพนี้ทำให้กู้ซืออวี่ถึงกับหนาวสะท้านขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเซียวเยี่ยส่งกระเป๋ามิติของเขาให้เธอด้วยความไว้ใจก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“การแสดงเริ่มได้!”