"ศิษย์คารวะท่านอาจารย์!"ทันทีที่เทียนฉินมาถึงที่พักของเสิ้นจื่อ เขาก็ทำความเคารพอย่างนอบน้อม
"ทำตัวตามสบายเถอะ!"
"เจ้าคงเตรียมตัวจะไปยังตำหนักของท่านประมุขแล้วอย่างนั้นสิ"
เสียงทอดถอนใจของเสิ้นจื่อดังแว่วออกมาให้ได้ยิน เขารู้ตัวเองดีว่าลูกศิษย์คนนี้ของเขาอย่างไรก็คงไม่อาจจะอยู่กับเขาได้นาน ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ค่อยได้ดูแลเทียนฉินดีเท่าไหร่นัก แต่ความผูกผันที่เคยอยู่ร่วมกันมาก็พาให้ใจสั่นไหวไม่ได้
"ศิษย์อกตัญญู! ไม่อาจจะอยู่ดูแลรับใช้ท่านอาจารย์ได้อีก!"เทียนฉินคุกเข่าลงก่อนก้มหัวด้วยความละอายใจ
"เจ้าไม่ต้องรู้สึกผิดไปหรอกศิษย์เอ๋ย!"
"หนทางของการฝึกตนย่อมไม่อาจยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ เพียงแต่เจ้าต้องจำไว้อย่างหนึ่งทุกสิ่งที่เจ้าฝึกฝนมา ไม่ใช่เพื่อที่จะเอาไว้รังแกคนอ่อนแอ แต่มีเพื่อเอาไว้ปกป้องคนที่อ่อนแอกว่าเราต่างหาก!"เสิ้นจื่อกล่าวบอกเทียนฉินให้ไม่ต้องกังวลใจ
"ศิษย์จะจดจำคำสั่งสอนของท่านอาจารย์ไว้ให้ขึ้นใจ!"เทียนฉินพยักหน้าอย่างเข้าใจในสิ่งที่เสิ้นจื่อบอก
"นี่คือสิ่งที่อาจารย์จะมอบให้เจ้าได้ก่อนจะจากกัน!"
เสิ้นจื่อยื่นแหวนมิติวงหนึ่งให้กับเทียนฉิน ถึงแม้เขารู้ว่าต่อไปนี้เทียนฉินจะไม่ขาดแคลนทรัพยากรในการฝึกฝนอยู่แล้ว แต่นี่คือการแสดงน้ำใจอย่างหนึ่งของอาจารย์ที่มีต่อลูกศิษย์ของเขา
หลังจากนั้นเทียนฉินจึงกล่าวอำลาเสิ้นจื่อ เขาก็ไปหาศิษย์พี่ทั้งสองของเขาเพื่อจะพูดคุยเรื่องต่างๆ และเมื่อคุยกันจนเข้าใจดีแล้วเทียนฉินก็ขอตัวกลับที่พักของเขา
เมื่อถึงวันที่สองตามที่หยางชิงเว่ยได้กำหนดไว้ อาวุโสกุ่ยก็ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าท่านประมุขได้รับเทียนฉินให้เป็นศิษย์ส่วนตัว ทำให้เรียกเสียงฮือฮาขึ้นมาในนิกายอีกครั้งหนึ่ง
ภายในบริเวณบ้านพักหลังหนึ่งจิงอี้หลานก็รีบวิ่งมาหาเฟยลี่ ก่อนตะโกนเรียกอย่างตื่นตระหนก
"เสี่ยวเฟยๆ"
"มีอะไรหรือเสี่ยวจิง! ทำไมวิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้"เฟยลี่ถามออกมาอย่างขบขันที่เห็นท่าทางของจิงอี้หลาน
"นี่เจ้ารู้หรือยังว่าอีตาบ้านั่นถูกท่านประมุขรับไว้เป็นศิษย์แล้ว!"จิงอี้หลานเอ่ยออกมาด้วยเสียงเหนื่อยหอบ
"อีตาบ้าคนไหนกัน!"เฟยลี่เอ่ยออกมายิ้มๆ
"ก็อีตาบ้าเทียนฉินนั่นไง! ไม่รู้ว่าไปทำอีท่าไหนถึงถูกใจท่านประมุขเข้า"จิงอี้หลานที่หายเหนื่อยแล้วกล่าวออกมาด้วยความประชดแกมอิจฉา
"อ่อ! เรื่องนั้นข้าได้ยินที่อาวุโสกุ่ยประกาศแล้ว!"
เฟยลี่ทำท่าเหมือนพึ่งเข้าใจ อันที่จริงเขาได้ยินประกาศพร้อมกับทุกคนในนิกายนั้นแหละ แต่อยากแกล้งจิงอี้หลานสักหน่อย เพื่อดูว่าจะมีปฎิกริยาอย่างไรหลังจากที่ได้ยิน
"เสี่ยวเฟย! นี่เจ้ากำลังแกล้งข้าใช่มั้ย?"
จิงอี้หลานที่พึ่งรู้ตัวก็โวยวายออกมาทันที
"คิคิ! ข้าแค่ล้อเล่นเฉยๆ เจ้าอย่าโกรธข้าเลยนะ!"เฟยลี่เอ่ยปลอบจิงอี้หลายอย่างอารมณ์ดี
"เชอะ! ข้าไม่พูดกับเจ้าแล้ว"จิงอี้หลานที่เขินอายก็หันหลังวิ่งกลับไปที่พักของตนทันที
เมื่อจิงอี้หลานลับหายไปแล้ว เฟยลี่ก็หันหน้าไปทางที่ตำหนักของหยางชิงเว่ยตั้งอยู่ก่อนจะพึมพำออกมาเสียงเบา
"พวกเราจะมีโอกาสได้เจอกันอีกมั้ยนะ!"
ฮัดเช้ย!!
เทียนฉินที่ยังง่วนจัดของอยู่ในตำหนักก็จามออกมาเสียงดังจนตาเฒ่าหม่าหันมามองอย่างสงสัย
"นี่เจ้าแพ้ฝุ่นหรือเปล่า?"
เทียนฉินหันมายิ้มแหยๆก่อนจะเดินออกไปนอกตำหนักทันทีโดยไม่กล่าวอะไรออกมา
ตาเฒ่าหม่าเห็นดังนั้นก็ส่ายหัวก่อนหันกลับไปจัดข้าวของให้เข้าที่ตามเดิม
เมื่อเดินมาถึงตำหนักหลังใหญ่เทียนฉินได้พบกับชายชราคนหนึ่งนอนเอนหลังอยู่ที่เก้าอี้โยกหน้าตำหนัก ซึ่งตอนมาครั้งแรกนั้นเทียนฉินไม่ได้เห็นชายชราคนนี้เลย จึงนึกขึ้นได้ว่าอาจารย์เคยบอกไว้ว่าจะให้คนมาคอยดูแล แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเดินเข้าไปทำความเคารพอย่างเกรงใจ
"ข้าน้อยเทียนฉินคารวะอาวุโส!"
ชราชราลืมตาขึ้นมามองที่เทียนฉินพิจารณาไปทั่วทั้งตัว พลางสงสัยว่าชายหนุ่มคนนี้มีดีอะไรกันถึงทำให้ท่านประมุขอยากได้เขามาเป็นศิษย์
ส่วนเทียนฉินก็ยืนรออย่างใจเย็น ไม่ได้สนใจสายตาของชายชราที่มองมาทางเขาแต่อย่างใด
"เจ้ามาหาท่านประมุขอย่างนั้นสินะ!"
ไม่นานเสียงของชายชราก็ทำลายความเงียบงันที่เป็นอยู่ในขณะนี้
"ใช่แล้วขอรับ!"เทียนฉินตอบรับมาแค่เพียงสั้นๆ
"เจ้าคงรู้แล้วว่าท่านประมุขกำลังเก็บตัวเพื่อข้ามผ่านระดับไปให้ได้!"
"แต่เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป ท่านประมุขได้ฝากฝังให้ข้าดูแลเจ้าอย่างดีที่สุด"ชายชราคนนั้นเอ่ยออกมาเสียงเรียบ
"ข้าน้อยรบกวนผู้อาวุโสแล้ว!"เทียนฉินตอบกลับด้วยความนอบน้อมเช่นเคย
"ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ตามข้ามาด้านในเถอะ!"
ชายชราลุกขึ้นก่อนจะเดินนำหน้าไปโดยไม่ได้หันกลับมามองเลย ส่วนเทียนฉินก็เดินตามไปอย่างเงียบๆ เพียงไม่นานทั้งสองก็เดินเข้ามาด้านใน
ภายในตำหนักถูกตกแต่งใว้อย่างสวยงาม ตามผนังมีรูปต่างๆถูกแขวนไว้อย่างเป็นระเบียบ ชายชราพาเทียนฉินเดินผ่านห้องโถงมาจนมาถึงประตูบานหนึ่ง ด้านหน้าคล้ายมีค่ายกลบางอย่างปิดกั้นไว้อย่างแน่นหนา
ชายชราหยิบผลึกทรงกลมออกมาก่อนจะวางทาบไปตรงช่องว่างด้านหน้าประตู ชั่วพริบตาแสงสีฟ้าก็เปล่งแสงออกมาจากผลึกทรงกลมแล้วกระจายออกไปทั่วบานประตูนั้น
เสียงกริ๊กดังขึ้นหนึ่งครั้งก่อนประตูบานนั้นจะเปิดออกอย่างช้าๆ
"เจ้าคงสงสัยว่าข้าพาเจ้ามาทำอะไรที่นี่ใช่หรือไม่?"ชายชราหันมาทางเทียนฉินก่อนจะเอ่ยถามออกมา
เทียนฉินพยักหน้าคล้ายยอมรับว่าเขาสงสัยจริงๆ ชายชราคนนี้พาเขามาโดยไม่กล่าวอะไรออกมาตลอดทาง เขาไม่รู้เลยว่าอาจารย์คนนี้ของเขากำลังเล่นอะไรอยู่กันแน่
"ที่นี่คือคลังสมบัติส่วนตัวของท่านประมุข!"
"และท่านประมุขได้บอกไว้ด้วยว่าของภายในคลังสมบัตินี้ หากเจ้าสนใจสิ่งใดก็เลือกหยิบออกไปได้ตามใจเลย เพราะนี่คือสิ่งที่ประมุขให้เป็นของขวัญในการรับศิษย์!"
ชายชรากล่าวบอกออกมาหลังจากที่เห็นเทียนฉินไม่ได้เอ่ยออะไรออกมา ก่อนจะยกมือขึ้นเพื่อเชื้อเชิญให้เทียนฉินเข้าไปด้านใน
"ข้าสามารถเลือกได้ทุกอย่างเลยอย่างนั้นรึ!"
เทียนฉินตกตะลึงเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยคิดเลยว่าอาจารย์คนใหม่ของเขาจะใจปล้ำขนาดนี้ จากนั้นจึงเดินเข้าไปด้านในด้วยแววตาที่คาดหวังเป็นอย่างมาก
"หวังว่าด้านในจะมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่นะ!"
ภายด้านในคลังสมบัติมีของหลายอย่างถูกวางไว้บนชั้นอย่างเป็นระเบียบ ถึงแม้ว่าสิ่งของด้านในจะมีจำนวนไม่เยอะมาก แต่สิ่งของแต่ละอย่างก็ดูมีค่าและหายากอย่างมาก
เทียนฉินมองข้ามพวกอาวุธที่ถูกวางไว้เกือบสิบชิ้นอย่างไม่แยแส เพราะสำหรับตัวเขาแล้วการได้ดาบเขี้ยวพยัคฆ์มาถือว่าดีที่สุดแล้วแม้ว่ามันไม่มีจิตวิญญาณอยู่ก็ตาม
เมื่อเดินมาถึงชั้นที่มีตำราวางตั้งอยู่ตามชั้น เทียนฉินจึงเลือกเปิดดูตำราทีละเล่มอย่างไม่รีบร้อน ตำราส่วนใหญ่เป็นเคล็ดวิชาต่างๆที่เทียนฉินไม่เคยเห็นจากหอกิจกรรมเลย แต่เมื่อเปิดดูแล้วเขาก็เลิกสนใจอีก เพราะไม่ว่าเคล็ดวิชาฝึกลมปราณหรือทักษะการต่อสู้ต่างๆเขาล้วนแต่ไม่ได้ขาดแคลนอะไร
แต่เมื่อหันมาดูอีกทางเทียนฉินจึงพบกับสิ่งที่ตนเองสนใจจนได้ ด้านหน้าของเขามีผลึกหลายชนิดถูกวางไว้อยู่เกลื่อนกลาด พลันรอยยิ้มของเขาก็ปรากฏขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะผลึกตรงหน้านี้คือผลึกที่แฝงไปด้วยแก่นแท้ธาตุต่างๆนั่นเอง
ผลึกก้อนเล็กก้อนใหญ่วางเรียงแยกกันเป็นสีๆในแต่ละธาตุ เทียนฉินไม่ลังเลเลยที่เก็บผลึกทั้งหมดมาไว้ในแหวนมิติ
"นี่เจ้าคิดจะทำความเข้าใจแก่นแท้ธาตุอื่นด้วยอย่างนั้นรึ?"
ชายชราที่เดินตามหลังมามีสีหน้าแววตาสับสนเป็นอย่างมาก เขาไม่นึกว่าลูกศิษย์ของประมุขนิกายจะโลภมากขนาดนี้
"พอดีข้าน้อยมีเคล็ดวิชาที่สามารถหล่อหลอมแก่นแท้ธาตุต่างๆได้น่ะขอรับ"
อันที่จริงเทียนฉินไม่จำเป็นต้องอธิบายให้ชายชราได้รู้เสียด้วยซ้ำ แต่ในเมื่ออาจารย์ของเขาให้ชายชราคนนี้มาคอยดูแลเขา จึงไม่อาจจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้
"เป็นเคล็ดวิชาอะไรกัน ทำไมข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน!"ยิ่งได้คำตอบชายชราก็ยิ่งเกิดความสงสัยเข้าไปใหญ่
"เป็นข้าโชคดีที่บังเอิญได้เคล็ดวิชานี้มาจากหอคอยปฐมอัคคี!"เทียนฉินตอบไปตามตรง
"อ่อ!"
"แต่ถึงแม้ว่าเจ้าจะมีเคล็ดวิชานั้นอยู่ แต่ข้าก็อยากให้เจ้ามุ่งเน้นไปที่ธาตุใดธาตุหนึ่งดีกว่า"ชายชราบอกเตือนด้วยความหวังดี
"เอ่อ!ที่จริงข้าทำความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไฟถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว เพราะฉะนั้นผู้อาวุโสไม่ต้องกังวลเรื่องนี้หรอก!"เทียนฉินตัดสินใจบอกความจริงไปอย่างไม่ปิดบัง
จบตอนที่ 87