
ตอนที่148 ยาเจ็ดสีพฤกษา
หรือว่าเขาจะหากุญแจดอกอื่นต่อไป เพราะยังไงกล่องสีทอง ที่เก็บอาวุธวิเศษก็อยู่กับตัวเองและชายหนุ่มไม่อาจจะแพร่งพราย เรื่องนี้ออกไปให้ใครรู้ได้ แม้ว่าผู้ใดจะซื้อลูกกุญแจได้ในราคาสูง มันก็เหมือนของไร้ค่า ถ้าไม่ได้อยู่ในมือของเขา
"ตกลงว่าท่านจะรับข้อเสนอของข้าหรือเปล่า รู้ว่าคนอื่นเดือดร้อน แล้วยังเล่นตัวอยู่ได้ ช่างเป็นผู้ชายใจดำโคตรๆ .."
นางกล่าวพร้อมกับเมินหน้าไปทางอื่นแอบเสียใจนิดหน่อย เขาอาจจะไม่ได้เป็นคนที่นางคิดว่า บุพเพสันนิวาสส่งมาให้สาวสวยที่แข็งแกร่ง ตอนนี้จิตใจกับว้าวุ่นอ่อนไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน กับพฤติกรรมแปลกๆของเขา
"ข้าไม่คิดอยากได้ค่าตอบแทนสิบเปอร์เซ็นต์จากการขายของ ของเจ้าหรอกนะแต่ข้าก็จะไปส่งเจ้าในนครก็ได้ พอดีข้าอยากไปเปิดหูเปิดตาดูซิว่าในนครนั้นจะมีอะไรน่าสนใจหรือไม่ แต่เจ้าก็พยายามอย่าหาเรื่องต่อยตีละกัน ข้าไม่ชอบฆ่าคน..."
กริชเพชรกล่าวขึ้นขณะมองหน้าหญิงสาว ยกยิ้มแบบยียวนกวนประสาท
"ข้าไม่เคยหาเรื่องใครก่อนเจ้าก็รู้ พวกมันมาดักปล้นรุมทำร้ายข้าก่อน พวกมันอยากจะได้สมบัติของข้า ข้าผิดด้วยรึ...! "
หมาล่ากล่าวด้วยความน้อยใจ ไม่ยอมรับฟังคำเตือนของชายหนุ่ม ตามนิสัยที่ดื้อรั้นของหญิงสาว
"เฮ้อๆ ..ข้าไม่ได้ว่าเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ข้ากำลังพูดถึงเรื่องที่จะดำเนินต่อไป ขณะที่พวกเราเข้าไปในเมือง ข้าไม่ได้มีพลังรบที่ยิ่งใหญ่มหาศาล พอที่จะปกป้องเจ้าได้ตลอดเวลาหรอกนะ เหนือฟ้ายังมีฟ้าคนเราต้องรู้จักประเมินตน ไม่ใช่วิ่งวุ่นวายไปทั่วป่าคนเดียวอย่างเจ้า ยิ่งครอบครองของมีค่ายิ่งสร้างอันตรายให้กับตัวเอง พวกนี้เขาเรียกว่าทำตัวอยู่ในจุดเสี่ยงเจ้ารู้หรือไม่..."
กริชเพชรทำท่าวางก้ามสั่งสอนหญิงสาวทำให้นางเบะปากมองหน้าชายหนุ่ม
"หรอออ! ..ท่านมิได้เป็นบิดาของข้าอย่ามาสั่งสอน..ข้าอยู่ได้ด้วยตัวเองคนเดียว ถ้าเรื่องนี้ไม่มีการค้าใหญ่และถ้าข้าไม่ได้รับบาดเจ็บ อย่าหวังเลยว่าข้าจะชวนเจ้าไปให้เกะกะตารู้ตัวไว้เสียด้วย...เชอะ"
หญิงสาวกล่าวอย่างหัวเสียนางเริ่มอารมณ์ไม่ดี กับคำพูดกวนประสาทของชายหนุ่ม
" แล้วตกลงเจ้าจะเดินทางเข้าไปในนครยังไง เจ้าใช้กระสวยลอยตามน้ำไปเหมือนเดิมก็คงจะใช้ได้อยู่นะ เดี๋ยวข้าจะบินอยู่บนอากาศคอยคุ้มครองเจ้าก็แล้วกัน...."
สิ้นคำกล่าวของกริชเพชร หญิงสาวพยักหน้าอย่างขัดเคืองแล้วกระโดดลงน้ำไปทันที นางไม่ได้กล่าวอะไรอารมณ์หมาล่าหงุดหงิดเพราะคำพูดของชายหนุ่ม
ก่อนที่ร่างของหมาล่าจะถึงผิวน้ำเกราะรูปทรงกลมคล้ายกล้วยของนาง ก็ห่อหุ้มเป็นเหมือนเรือดำน้ำสีดำพุ่งทะยานไป ด้วยใบพัดด้านหลังหมุนติ้วส่งนางลอยตามน้ำเข้าไปในนคร
กริชเพชรทะยานขึ้นไปกลางอากาศกลายร่างเป็นหนอนชิเมโจได๋ระดับสาม ขยับปีกผีเสื้อโปร่งแสงของเขาตามนางไป ชายหนุ่มส่งกระแสจิตไปควบคุมรัศมีห้าร้อยวา ตลอดการเดินทาง สำรวจรอบตัวของหญิงสาวที่อยู่ในน้ำ ป้องกันการเกิดเหตุสุดวิสัยที่นางจะถูกลอบโจมตีอีกครั้ง ทั้งสองใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ ในการเดินทาง สุดท้ายก็มาปรากฏกายที่หน้าประตูเมืองของนครอสูรพฤกษา
"พวกเราต้องรายงานตัวเสียค่าผ่านประตูเข้านครอสูรพฤกษาก่อน แล้วจึงจะได้ป้ายเข้าไปเพราะถ้าเราไม่ใช่พลเมือง ของนครอสูรพฤกษาเราสามารถอยู่ในนั้นได้แค่สองวัน ถ้าซื้อป้ายพวกเราจะสามารถอยู่ได้ถึงเจ็ดวัน.."
หญิงสาวอธิบายให้กับชายหนุ่มฟังกริชเพชรพยักหน้ารับรู้
"ท่านอยากได้ป้ายชนิดไหนล่ะ...."
หญิงสาวหันมาถามกริชเพชร
"หมายความว่าอย่างไง ป้ายมีหลายชนิดหรือ.."
ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย
"ป้ายเงินก็จะอยู่ได้เจ็ดวันแต่ต้องซื้ออาหารหรือที่พักสำหรับตัวเอง แต่ถ้าป้ายทองจะมีอาหารและที่พัก ให้แขกผู้มาเยือนครบเจ็ดวันเพราะท่านไม่ใช่คนของนครอสูรพฤกษา"
หญิงสาวอธิบายให้เขาเข้าใจ ขณะขยับข้อมือปรากฏเงินดอ์ขึ้นแสนเหรียญ
"แต่ข้าว่าพวกเราใช้ป้ายทองดีกว่า"
หญิงสาวเดินไปที่หน้าประตู ตกลงซื้อป้ายทองสำหรับเข้าเมืองให้กับกริชเพชร ชายหนุ่มดูนางเงียบๆ
"นี่มันเสียค่าด่านเข้าเมืองด้วยหรอ..โอโหทันสมัยไฮเทคสุดๆ เหมือนเสียเงินซื้อทัวร์ไปเที่ยวต่างประเทศเลย.."
หลังจากที่ทั้งสองได้ป้ายทองเข้าเมืองแล้วก็เดินทางไปที่โรงเตี๊ยมเจ้าพฤกษา ซึ่งเป็นที่พักขนาดใหญ่ระดับห้าดาวสำหรับไว้ให้ผู้ที่ซื้อป้ายทอง
ส่วนมากคนระดับถือป้ายทองจะต้องเป็นผู้ที่มีเบื้องหลังยิ่งใหญ่ เพราะอีกหนึ่งวันข้างหน้าจะมีงานประมูล ที่นครอสูรพฤกษาจัดขึ้นเป็นงานประจำปี เหล่านักผจญภัยและผู้ฝึกกายใช้เป็นแหล่งค้าขายหาทรัพยากรที่ล้ำค่า เพื่อใช้ในการพัฒนาตน ให้มีพลังรบที่เหนือล้ำกว่าผู้อื่น
ทั้งสองมายืนอยู่หน้าโรงเตี๊ยมขณะที่กำลังจะเดินเข้าไป กลับมีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านหลัง
"พวกเจ้าจะรังแกคนมากเกินไปแล้ว..ยาของข้ามีไว้ประมูล..ไม่ได้มีไว้ขายให้พวกเจ้าเวลานี้ข้าไม่ขาย..."
เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงสาวผู้หนึ่งดังขึ้นอย่างหัวเสีย กริชเพชรหันหน้าไปมองสาวน้อยชุดเขียว โดนชายกลุ่มหนึ่งรุมล้อมอยู่
พวกมันเหมือนมาจากเผ่าเดียวกันใส่เสื้อลายเสือ ที่กริชเพชรคุ้นตา
"กรอด..ไอ้พวกป่าเถื่อนเผ่าสิงห์สั่งป่าอีกแล้ว พวกมันชอบรังแกข่มเหงคนอื่น แม้ว่าจะอยู่ในเมืองก็ตาม.."
หมาล่าขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเดือดดาลเมื่อเห็นพฤติกรรมของพวกเผ่าสิงห์สั่งป่าศัตรูคู่แค้นของนาง หญิงสาวขยับตัวหมายจะออกไปขัดขวางช่วยเหลือหญิงชุดเขียว
"คริๆ ..ที่นี่เป็นบริเวณหน้าโรงเตี๊ยมนครอสูรพฤกษาขอต้อนรับผู้ที่ถือป้ายทอง ถ้าใครมีป้ายทองจะได้รับการคุ้มกันจากพวกเรา.."
ฉับพลันมีเสียงของสาวผู้หนึ่งดังขึ้น เดินตามด้วยหญิงรับใช้สองคน รูปร่างของนางสูงสง่าเสื้อผ้าน้อยชิ้นโชว์ ส่วนเว้าส่วนโค้งเย้ายวนใจกริชเพชรเหลือบไปเห็นต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างลืมตัว
อาการหื่นที่รักษายากของชายหนุ่มก็ประดังขึ้นมา เมื่อเจอสาวสวยเซ็กซี่อยู่ตรงหน้า
"เผ่าอสูรสิงห์สั่งป่าย่อมมีความสามารถที่ยิ่งใหญ่ เรื่องป้ายทองย่อมเป็นเรื่องเล็ก นี่คือป้ายทองของคุณชายเจ็ด ขอท่านหญิงใหญ่ตระกูลสือพิจารณา..."
คนผู้หนึ่งที่อยู่ด้านหลังของผู้ชายที่รูปร่างกำยำหน้าตาหล่อเหลา แต่มีแววเย่อหยิ่งเอาแต่ใจ ปรากฏอยู่บนนั้นถึงเจ็ดส่วน ยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
"แม่นางสือหงษ์นี่เองรูปโฉมงดงามดั่งคำเล่าลือจริงๆ ข้ามู่หลง คุณชายเจ็ดแห่งเผ่าสิงห์สั่งป่าผู้ยิ่งใหญ่ในแดนเหนือ คารวะแม่นางสือหงส์.."
สาวสวยยกยิ้มให้กับเขานางพยักหน้าตอบพร้อมกับหันไปถามสาวน้อยที่ใส่ชุดสีเขียวหน้าตาของนางแม้จะสวยน่ารัก แต่มีริ้วรอยของความมอมแมมบนนั้นด้วย
"แล้วเจ้าล่ะ..มีป้ายทองหรือไม่? .."
สือหงษ์ถามด้วย มารยาทที่งดงามสมกับรูปร่างหน้าตาอันแสนสวยของนาง
"ท่านหญิงตระกูลสือ ข้าเสี้ยวนาบีคารวะท่านหญิง ข้าไม่มีหรอกป้ายทอง ข้ามีแต่ป้ายเงิน
ข้าเพียงเดินผ่านโรงเตี้ยมของท่านเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนามาเข้าพัก ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้วข้าขอตัว.."
หญิงสาวก้มหน้าคาราวะหมายจะขยับเดินจากไป
"ช้าก่อนคนของเผ่าปรุงยาเจ้ายังไปไม่ได้ ข้าไม่อนุญาต.."
เสียงเย่อหยิ่งของคุณชายเผ่าสิงห์สั่งป่าร้องเรียกด้วยเสียงเย็นชาแฝงด้วยการวางอำนาจ
"คือคนของข้าได้ยินว่าเจ้ามียาเจ็ดสีพฤกษา พี่ใหญ่ของข้าได้รับบาดเจ็บพวกเราต้องการยานั้นด่วน เจ้าต้องขายให้ข้าเดี๋ยวนี้ ข้าต้องการช่วยคนไม่มีเวลาให้เจ้าประมูล เจ้าจะต้องการราคาเท่าไหร่ว่ามา ..."
คุณชายเจ็ดแห่งเผ่าสิงสั่งป่าพูดแบบไม่อ้อมค้อม หญิงชุดเขียวหันมามองหน้าชายผู้นั้นอย่างขัดเคืองเช่นกัน
"ยาเจ็ดสีพฤกษาของข้ามีจำนวนจำกัด ข้าต้องการนำขึ้นประมูล เพราะข้าจำเป็นต้องนำเงิน ไปซื้อวัตถุดิบในการปรุงยาอีกหลายชนิด ถ้าเจ้ามาซื้อตัดหน้าแบบนี้แล้วข้าจะได้ราคาที่ดีได้อย่างไร.."
เสียงของนางกล่าวขึ้นอย่างหัวเสียเพราะนางรู้ดีว่าพวกคนเผ่าสิงห์สั่งป่าแม้พวกมันจะมั่งมีเป็นอันดับแปดของชนเผ่าต่างๆ ในเขตแดนอสูรพฤกษา แต่พวกมันก็ป่าเถื่อนไม่เคยค้าขายขาดทุน มีแต่กดขี่ข่มเหงหรือแย่งชิง ที่มันเสนอซื้อเพราะตอนนี้นางมาอยู่ในการดูแลของผู้ปกครองอสูรพฤกษา
ดังนั้นมันจึงฝืนกฎประจำตัวยื่นข้อเสนอในการซื้อขายครั้งนี้แต่ที่จะให้ราคาดีนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ ทุกเผ่าในดินแดนอสูรพฤกษาย่อมรู้เรื่องนี้ดี
"ยาเจ็ดสีพฤกษาของเจ้า ข้าให้ราคาหนึ่งแสนดอร์ต่อหนึ่งเม็ด เจ้าว่าราคาดีหรือไม่..."
คุณชายเจ็ดตระกูลเผ่าสิงห์สั่งป่าเสนอราคาให้หญิงสาวชุดเขียว
"เจ้ารู้ว่าข้ามียาเจ็ดสีพฤกษา..เจ้าย่อมรู้จักสรรพคุณของมันดี โอสถนี้ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บที่รุนแรงได้ประเสริฐ โดยเฉพาะมันจะไปกระตุ้นชำระกายอสูรและบอลดวงจิตแก่นแท้ให้บริสุทธิ์สะอาดถึงเจ็ดส่วน
ถ้าใครสามารถกินครบหนึ่งร้อยเม็ดย่อมรู้ดีว่าจะสามารถผ่านวิกฤตเลื่อนระดับลดความเจ็บปวดได้ถึงสามส่วน การผ่านวิกฤตของการเลื่อนระดับกายอสูร มันสุดแสนจะทรมานปานใด ยาเจ็ดสีพฤกษาของข้า มีคุณสมบัติระงับความเจ็บปวดนั้นได้
ด้วยสรรพคุณเหล่านี้ หนึ่งเม็ดต่อหนึ่งแสนดอร์ ท่านจะดูถูกยาของข้าเกินไปแล้ว การปรุงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แค่วัตถุดิบในการสรรหามาปรุงยาเจ็ดสีพฤกษาต่อหนึ่งเม็ด ก็มากกว่าแสนดอร์ถึงสามเท่าตัว ถ้าเจ้าเสนอราคาแค่นี้สู้เจ้าปล้นยาจากข้าเลยดีกว่า..."
...........................................................................................................................................................................................