เมเม่เดินถือแก้วกาแฟมาที่ห้องอาหารในโรงพยาบาลนั่งลงตรงข้ามรักจังที่เท้าคางมองเพื่อนสาวค่อยๆ หย่อนก้นลงนั่งช้าๆ
“สรุปเลยนะผู้หญิงคนนั้นคือไอดอลชื่อดัง”
“อืม”
“ชีวิตแกนี่เริ่มพัวพันกับวงการเหล่านี้แล้วหรือไง มันเื่ง่ายเลยนะถ้าแกตีสนิทได้”
“มันบังเอิญมากกว่ายังไงฉันก็ต้องทำเป้าหมายให้บรรลุให้ได้เพื่อบริษัท กะอีแค่กางเกงในตัวเดียวขอหน่อยไม่ได้หรือไง” รักจังแบะปากมองหน้าเมเม่ที่วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเลิกคิ้วมองกลับ
“เหมือนโรคจิต เป็ฉันนะฉันก็หวง จะบ้าหรือไงของใช้ส่วนตัว แกเริ่มจะเป็ยัยโรคจิตแล้วรู้ตัวเปล่า”
“มันจำเป็”
“ฉันว่าฉันเตรียมประกันตัวแกรอเลยดีกว่า”
“บ้า พูดจา” รักจังยกมือตีมือเมเม่ที่หัวเราะชอบใจก่อนเงยหน้ามองหมอหนุ่มเดินจ้ำอ้าวเข้ามาจับมือเมเม่ลุกขึ้น รักจังเอียงหน้ามองตามอย่างแปลกใจ
“ไปช่วยผมหน่อย เคสนี้หนักจริง”
“ดะเดี๋ยวหมอฉันเพิ่งดื่มไปสองจึกเองนะ”
“ไม่ทันแล้ว เร็วเข้า” หมอหนุ่มฉุดมือเมเม่ออกจากห้องอาหารชนิดไม่ฟังเสียงคัดค้านใดๆ จากหญิงสาว รักจังยกมือโบกลาคว้ากาแฟของเพื่อนสาวมาดูดแทน เมเม่เหลียวหลังเท้าเอวส่ายหน้าไปมาด้วยความเหนื่อยหน่ายสร้างความชอบใจให้กับรักจังที่ลุกขึ้นเดินไปที่ทางออกได้ยินเสียงรองเท้าวิ่งลุกลนตรงมาทางเธอ ผู้ชายสวมผ้าปิดปากสีดำกับหมวกแก๊ปวิ่งตรงเข้ามาหารักจังที่เบิกตาโตหาทางหลบแต่กลับถูกคว้ามือฉุดให้วิ่งออกไปด้วย ทั้งคู่วิ่งมาหลบอยู่หลังรถตู้ที่ลานจอดรถ รักจังลูบอกพยายามหายใจให้โล่งชะเง้อมองผู้หญิงกลุ่มหนึ่งวิ่งผ่านไปก่อนหันมามองชายที่ถอดหมวกมาพัดดับร้อนด้วยความเหนื่อยหอบพร้อมไอเบาๆ
“เหนื่อยเป็บ้า” เสียงสบถของเขาเอ่ยขึ้นเอาหลังพิงรถนั่งชันเข่าก่อนชะงักเมื่อมีหนึ่งหญิงที่เขาติดมือมาด้วยอย่างใ “เฮ้ย! คุณเป็ใคร”
“ประโยคนี้ฉันต้องเป็คนถาม คุณฉุดฉันวิ่งมา” รักจังเลิกคิ้วนั่งขัดสมาธิมองหน้าเขาช้าๆ อย่างงุนงง
“ผมเหรอ ตายจริงมือไวไปหน่อย” เขายกมือตบหน้าผากก่อนปลดผ้าปิดปากออกผ่อนลมหายใจยาวให้หายใจสะดวกแต่ต้องชะงักอย่างลืมตัวเมื่อสบตารักจังที่นั่งจ้องอยู่ “เฮ้ย คุณเห็นหน้าผมเหรอ”
“เฮ่อ เฮ่อ ก็ถอดขนาดนี้ไม่น่าถาม เห็นแล้วยังไง คุณคงเป็คนดังมีแฟนคลับตามสิเนอะ พาฉันมาวิ่งเหนื่อยเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นฉันไปนะ” รักจังตัดบทสนทนาลุกขึ้นแต่กลับถูกดึงมือให้ลดตัวนั่งลง
“คุณไม่รู้จักผมเหรอ”
“ฉันต้องรู้จักคุณด้วยหรือคะ” รักจังปัดมือเขาออกนั่งลงตรงข้ามชายหนุ่มที่เหวอค้าง
“ไม่รู้จักจริงๆ หรือหลอก”
“ฉันไม่อยากรู้จักใครทั้งนั้นแหละ”
“ผมอี้เหยียนสมาชิกริเวอร์ รู้จักหรือยัง”
“อี้เหยียน ใคร ไม่รู้จักค่ะ ไม่อยากรู้จักด้วย ไปได้หรือยังคะ” รักจังกอดอกมองหน้าอี้เหยียนที่หัวเราะชอบใจส่ายหน้าไปมา
“ฮ่ะ ฮ่า ฮา นี่ยังมีคนที่ไม่รู้จักริเวอร์อีกหรือเนี้ย”
“หัวเราะพอหรือยังคะ” รักจังจ้องหน้าเขาอย่างหาเื่ทำให้อี้เหยียนหยุดชะงักยกมือยอม
“ไม่หัวเราะก็ได้แค่แปลกใจพวกเราออกจะดังขนาดนั้นเป็การขอโทษที่ฉุดคุณมา ดื่มอะไรเย็นๆ กันไหมผมเลี้ยงเอง” อี้เหยียนฉีกยิ้มมองหน้ารักจังที่ทำหน้าเหยเก
“วันนี้ฉันดื่มมามากพอแล้วค่ะ จะให้ดีปล่อยฉันไปง่ายสุด”
“เอางั้นเหรอ ไม่ต่อว่าผมนะ”
“อืมค่ะ แฟนคลับคุณคงไม่ย้อนกลับมาแล้ว”
“ช่วยไปส่งที่รถหน่อยได้ไหม ผมไม่ค่อยคุ้นทางที่นี่เท่าไหร่ ถ้าไม่เป็หวัดไม่อยากจะมาหรอกโรงพยาบาล คุณช่วยผู้ชายตาดำๆ อย่างผมหน่อยนะ” อี้เหยียนมองตาปริบๆ ทำตาเศร้าเว้าวอนรักจังที่ขมวดคิ้วอ้าปากค้างอย่างไม่เข้าใจแต่ก็หลวมตัวพยักหน้ารับ
“ค่ะ”
“นำเลยครับ” อี้เหยียนยิ้มแห้งเดินตามรอยเท้ารักจังที่ลุกขึ้นผ่อนลมหายใจมองซ้ายมองขวาก่อนหยุดกึกทำให้อี้เหยียนหยุดไม่ทันชนเข้าเต็มหลังเธอจนหน้าหงายดีที่มือของอี้เหยียนไวพอจะช้อนเอวเธอรวบมาชิดตัวเองได้ทัน รักจังเบิกตาโตกลืนน้ำลายลงคอกะพริบตาถี่รีบปลดมือเขาออกเมื่อตั้งตัวได้เหลียวมองอี้เหยียนที่ยิ้มแหยๆ ยกมือสองข้างชูขึ้น
“ไม่เป็อะไรนะ”
“ค่ะ ไม่เป็ไร พอดีฉันจะถามว่ารถคุณอยู่ไหน”
“ผมยังไม่ได้โทรเรียก”
“อะไรนะ!” รักจังอุทานลั่นลานจอดจนเสียงก้องทำให้อี้เหยียนต้องยกมือปิดปากเธอพาเข้าไปหลบหลังเสาใหญ่
“คือผมรีบมาหาหมอกลัวเป็หวัดก่อนขึ้นคอนเสิร์ต หลังลงจากเครื่องผมก็รีบนั่งแท็กซี่มาหาหมอเลย คุณมีรถไหมพาผมกลับค่ายหน่อยสิ เดี๋ยวผมให้ค่าตอบแทนก็ได้”
“นี่มันอะไรกันเนี้ย ค่าตอบแทนนะอย่าลืม” รักจังปัดมืออี้เหยียนออกชี้นิ้วจ้องเขม็งย้ำประโยคหลังทำให้เขายิ้มกริ่มอย่างเข้าทาง
“ใช่ มีค่าตอบแทนแน่นอน คุณไปส่งผมใช่ไหม”
“ก็ได้ ถือว่าช่วยผู้ชายตาดำๆ” รักจังบ่ายเบี่ยงเนียนตอบคำถามให้ดูสวยหรูอย่างมีชั้นเชิง
“ขอบคุณนะ” อี้เหยียนฉีกยิ้มกว้างมองหน้ารักจังที่เดินนำไปที่รถของตนเอง
ภายในรถรักจังขับรถออกจากโรงพยาบาลเหล่มองอี้เหยียนนั่งกอดอกมองเส้นทางด้วยรอยยิ้มแล้วหันมามองหน้าเธอช้าๆ
“คุณขับรถนุ่มดีนะ”
“ค่ายคุณอยู่ที่ไหน”
“ผมอยากขับรถเองบ้างนะแต่ผมเป็ประเภทที่ซิ่งลุยแหลกเลยถูกสั่งห้าม” อี้เหยียนฉีกยิ้มอวดตนโดยไม่สนใจหน้าตาของผู้หญิงข้างๆ ที่จ้องเขม็ง
“ค่ายคุณอยู่ที่ไหน”
“แวะซื้อเบอร์เกอร์หน่อยนะ ไปฝากพี่ที่ค่าย”
“อะไรนะ”
“ค่าตอบแทน” อี้เหยียนหยิบกระเป๋าเงินออกมาตบกับฝ่ามือช้าๆ ยิ้มมุมปากแหย่รักจังที่งับปากมองตรงไปด้านหน้าหาร้านเบอร์เกอร์ อี้เหยียนล้วงหยิบมือถือขึ้นมาหมุนเล่นก่อนหันมาจ้องหน้ารักจังที่ขมวดคิ้วเหล่มองเขาอย่างไม่สบอารมณ์จนถึงร้านเบอร์เกอร์ใน่ค่ำ ชายหนุ่มลงจากรถวิ่งเข้าไปด้านในร้านพร้อมอุปกรณ์ที่ปกปิดตามระเบียบปล่อยให้รักจังนั่งผ่อนลมหายใจยาวอยู่ในรถกว่าเขาจะออกมาด้วยของที่เต็มไม้เต็มมือเปิดประตูเข้ามานั่งข้างๆ แล้วยื่นถุงเบอร์เกอร์ให้เธอ
“ผมเลี้ยงค่าวิ่ง”
“ขอบคุณค่ะ” รักจังรับถุงเบอร์เกอร์มาวางบนหน้าตักแล้วขับรถต่อ “สรุปค่ายคุณอยู่ไหน”
“ผมไม่ไปค่ายแล้ว ไปคริสตัลบลู คุณรู้จักไหม”
“จัดให้” รักจังตอบกลับสั้นๆ แล้วเหยียบคันเร่งหักพวงมาลัยย้อนกลับรถมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งความจำของเธอ อี้เหยียนนั่งกินพร้อมมองเส้นทางสลับกับหน้ารักจังที่พยายามเร่งเครื่องให้ถึงเร็วสุด
“ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ ผมไม่รีบนะ”
“แต่ฉันรีบ รีบมาก”
“ถ้ามันดึกก็จองห้องที่คริสตัลบลูเลยดีไหม ผมออกค่าห้องให้”
“นั่งกินไปเถอะค่ะ” รักจังแยกเขี้ยวตั้งหน้าตั้งตาขับรถอย่างไม่สนใจการยียวนของอี้เหยียนที่อมยิ้มชอบอกชอบใจมองข้างทางด้วยความเพลิน