Battle of the Super Star ยุทธการจับนายซุปตาร์ ซีซั่น1

    Ep 5.2

    เมเม่เดินถือแก้วกาแฟมาที่ห้องอาหารในโรงพยาบาลนั่งลงตรงข้ามรักจังที่เท้าคางมองเพื่อนสาวค่อยๆ หย่อนก้นลงนั่งช้าๆ

            “สรุปเลยนะผู้หญิงคนนั้นคือไอดอลชื่อดัง”

            “อืม”

            “ชีวิตแกนี่เริ่มพัวพันกับวงการเหล่านี้แล้วหรือไง มันเ๹ื่๪๫ง่ายเลยนะถ้าแกตีสนิทได้”

            “มันบังเอิญมากกว่ายังไงฉันก็ต้องทำเป้าหมายให้บรรลุให้ได้เพื่อบริษัท กะอีแค่กางเกงในตัวเดียวขอหน่อยไม่ได้หรือไง” รักจังแบะปากมองหน้าเมเม่ที่วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเลิกคิ้วมองกลับ

            “เหมือนโรคจิต เป็๞ฉันนะฉันก็หวง จะบ้าหรือไงของใช้ส่วนตัว แกเริ่มจะเป็๞ยัยโรคจิตแล้วรู้ตัวเปล่า”

            “มันจำเป็๲”

            “ฉันว่าฉันเตรียมประกันตัวแกรอเลยดีกว่า”

            “บ้า พูดจา” รักจังยกมือตีมือเมเม่ที่หัวเราะชอบใจก่อนเงยหน้ามองหมอหนุ่มเดินจ้ำอ้าวเข้ามาจับมือเมเม่ลุกขึ้น รักจังเอียงหน้ามองตามอย่างแปลกใจ

            “ไปช่วยผมหน่อย เคสนี้หนักจริง”

            “ดะเดี๋ยวหมอฉันเพิ่งดื่มไปสองจึกเองนะ”

            “ไม่ทันแล้ว เร็วเข้า” หมอหนุ่มฉุดมือเมเม่ออกจากห้องอาหารชนิดไม่ฟังเสียงคัดค้านใดๆ จากหญิงสาว รักจังยกมือโบกลาคว้ากาแฟของเพื่อนสาวมาดูดแทน เมเม่เหลียวหลังเท้าเอวส่ายหน้าไปมาด้วยความเหนื่อยหน่ายสร้างความชอบใจให้กับรักจังที่ลุกขึ้นเดินไปที่ทางออกได้ยินเสียงรองเท้าวิ่งลุกลนตรงมาทางเธอ ผู้ชายสวมผ้าปิดปากสีดำกับหมวกแก๊ปวิ่งตรงเข้ามาหารักจังที่เบิกตาโตหาทางหลบแต่กลับถูกคว้ามือฉุดให้วิ่งออกไปด้วย ทั้งคู่วิ่งมาหลบอยู่หลังรถตู้ที่ลานจอดรถ รักจังลูบอกพยายามหายใจให้โล่งชะเง้อมองผู้หญิงกลุ่มหนึ่งวิ่งผ่านไปก่อนหันมามองชายที่ถอดหมวกมาพัดดับร้อนด้วยความเหนื่อยหอบพร้อมไอเบาๆ

            “เหนื่อยเป็๲บ้า” เสียงสบถของเขาเอ่ยขึ้นเอาหลังพิงรถนั่งชันเข่าก่อนชะงักเมื่อมีหนึ่งหญิงที่เขาติดมือมาด้วยอย่าง๻๠ใ๽ “เฮ้ย! คุณเป็๲ใคร”

            “ประโยคนี้ฉันต้องเป็๞คนถาม คุณฉุดฉันวิ่งมา” รักจังเลิกคิ้วนั่งขัดสมาธิมองหน้าเขาช้าๆ อย่างงุนงง

            “ผมเหรอ ตายจริงมือไวไปหน่อย” เขายกมือตบหน้าผากก่อนปลดผ้าปิดปากออกผ่อนลมหายใจยาวให้หายใจสะดวกแต่ต้องชะงักอย่างลืมตัวเมื่อสบตารักจังที่นั่งจ้องอยู่ “เฮ้ย คุณเห็นหน้าผมเหรอ”

            “เฮ่อ เฮ่อ ก็ถอดขนาดนี้ไม่น่าถาม เห็นแล้วยังไง คุณคงเป็๞คนดังมีแฟนคลับตามสิเนอะ พาฉันมาวิ่งเหนื่อยเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นฉันไปนะ” รักจังตัดบทสนทนาลุกขึ้นแต่กลับถูกดึงมือให้ลดตัวนั่งลง

            “คุณไม่รู้จักผมเหรอ”

            “ฉันต้องรู้จักคุณด้วยหรือคะ” รักจังปัดมือเขาออกนั่งลงตรงข้ามชายหนุ่มที่เหวอค้าง

            “ไม่รู้จักจริงๆ หรือหลอก”

            “ฉันไม่อยากรู้จักใครทั้งนั้นแหละ”

            “ผมอี้เหยียนสมาชิกริเวอร์ รู้จักหรือยัง”

            “อี้เหยียน ใคร ไม่รู้จักค่ะ ไม่อยากรู้จักด้วย ไปได้หรือยังคะ” รักจังกอดอกมองหน้าอี้เหยียนที่หัวเราะชอบใจส่ายหน้าไปมา

            “ฮ่ะ ฮ่า ฮา นี่ยังมีคนที่ไม่รู้จักริเวอร์อีกหรือเนี้ย”

            “หัวเราะพอหรือยังคะ” รักจังจ้องหน้าเขาอย่างหาเ๹ื่๪๫ทำให้อี้เหยียนหยุดชะงักยกมือยอม

            “ไม่หัวเราะก็ได้แค่แปลกใจพวกเราออกจะดังขนาดนั้นเป็๲การขอโทษที่ฉุดคุณมา ดื่มอะไรเย็นๆ กันไหมผมเลี้ยงเอง” อี้เหยียนฉีกยิ้มมองหน้ารักจังที่ทำหน้าเหยเก

            “วันนี้ฉันดื่มมามากพอแล้วค่ะ จะให้ดีปล่อยฉันไปง่ายสุด”

            “เอางั้นเหรอ ไม่ต่อว่าผมนะ”

            “อืมค่ะ แฟนคลับคุณคงไม่ย้อนกลับมาแล้ว”

            “ช่วยไปส่งที่รถหน่อยได้ไหม ผมไม่ค่อยคุ้นทางที่นี่เท่าไหร่ ถ้าไม่เป็๲หวัดไม่อยากจะมาหรอกโรงพยาบาล คุณช่วยผู้ชายตาดำๆ อย่างผมหน่อยนะ” อี้เหยียนมองตาปริบๆ ทำตาเศร้าเว้าวอนรักจังที่ขมวดคิ้วอ้าปากค้างอย่างไม่เข้าใจแต่ก็หลวมตัวพยักหน้ารับ

            “ค่ะ”

            “นำเลยครับ” อี้เหยียนยิ้มแห้งเดินตามรอยเท้ารักจังที่ลุกขึ้นผ่อนลมหายใจมองซ้ายมองขวาก่อนหยุดกึกทำให้อี้เหยียนหยุดไม่ทันชนเข้าเต็มหลังเธอจนหน้าหงายดีที่มือของอี้เหยียนไวพอจะช้อนเอวเธอรวบมาชิดตัวเองได้ทัน รักจังเบิกตาโตกลืนน้ำลายลงคอกะพริบตาถี่รีบปลดมือเขาออกเมื่อตั้งตัวได้เหลียวมองอี้เหยียนที่ยิ้มแหยๆ ยกมือสองข้างชูขึ้น

            “ไม่เป็๞อะไรนะ”

            “ค่ะ ไม่เป็๲ไร พอดีฉันจะถามว่ารถคุณอยู่ไหน”

            “ผมยังไม่ได้โทรเรียก”

            “อะไรนะ!” รักจังอุทานลั่นลานจอดจนเสียงก้องทำให้อี้เหยียนต้องยกมือปิดปากเธอพาเข้าไปหลบหลังเสาใหญ่

            “คือผมรีบมาหาหมอกลัวเป็๞หวัดก่อนขึ้นคอนเสิร์ต หลังลงจากเครื่องผมก็รีบนั่งแท็กซี่มาหาหมอเลย คุณมีรถไหมพาผมกลับค่ายหน่อยสิ เดี๋ยวผมให้ค่าตอบแทนก็ได้”

            “นี่มันอะไรกันเนี้ย ค่าตอบแทนนะอย่าลืม” รักจังปัดมืออี้เหยียนออกชี้นิ้วจ้องเขม็งย้ำประโยคหลังทำให้เขายิ้มกริ่มอย่างเข้าทาง

            “ใช่ มีค่าตอบแทนแน่นอน คุณไปส่งผมใช่ไหม”

            “ก็ได้ ถือว่าช่วยผู้ชายตาดำๆ” รักจังบ่ายเบี่ยงเนียนตอบคำถามให้ดูสวยหรูอย่างมีชั้นเชิง

            “ขอบคุณนะ” อี้เหยียนฉีกยิ้มกว้างมองหน้ารักจังที่เดินนำไปที่รถของตนเอง

    ภายในรถรักจังขับรถออกจากโรงพยาบาลเหล่มองอี้เหยียนนั่งกอดอกมองเส้นทางด้วยรอยยิ้มแล้วหันมามองหน้าเธอช้าๆ

            “คุณขับรถนุ่มดีนะ”

            “ค่ายคุณอยู่ที่ไหน”

            “ผมอยากขับรถเองบ้างนะแต่ผมเป็๞ประเภทที่ซิ่งลุยแหลกเลยถูกสั่งห้าม” อี้เหยียนฉีกยิ้มอวดตนโดยไม่สนใจหน้าตาของผู้หญิงข้างๆ ที่จ้องเขม็ง

            “ค่ายคุณอยู่ที่ไหน”

            “แวะซื้อเบอร์เกอร์หน่อยนะ ไปฝากพี่ที่ค่าย”

            “อะไรนะ”

            “ค่าตอบแทน” อี้เหยียนหยิบกระเป๋าเงินออกมาตบกับฝ่ามือช้าๆ ยิ้มมุมปากแหย่รักจังที่งับปากมองตรงไปด้านหน้าหาร้านเบอร์เกอร์ อี้เหยียนล้วงหยิบมือถือขึ้นมาหมุนเล่นก่อนหันมาจ้องหน้ารักจังที่ขมวดคิ้วเหล่มองเขาอย่างไม่สบอารมณ์จนถึงร้านเบอร์เกอร์ใน๰่๭๫ค่ำ ชายหนุ่มลงจากรถวิ่งเข้าไปด้านในร้านพร้อมอุปกรณ์ที่ปกปิดตามระเบียบปล่อยให้รักจังนั่งผ่อนลมหายใจยาวอยู่ในรถกว่าเขาจะออกมาด้วยของที่เต็มไม้เต็มมือเปิดประตูเข้ามานั่งข้างๆ แล้วยื่นถุงเบอร์เกอร์ให้เธอ

            “ผมเลี้ยงค่าวิ่ง”

            “ขอบคุณค่ะ” รักจังรับถุงเบอร์เกอร์มาวางบนหน้าตักแล้วขับรถต่อ “สรุปค่ายคุณอยู่ไหน”

            “ผมไม่ไปค่ายแล้ว ไปคริสตัลบลู คุณรู้จักไหม”

            “จัดให้” รักจังตอบกลับสั้นๆ แล้วเหยียบคันเร่งหักพวงมาลัยย้อนกลับรถมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งความจำของเธอ อี้เหยียนนั่งกินพร้อมมองเส้นทางสลับกับหน้ารักจังที่พยายามเร่งเครื่องให้ถึงเร็วสุด

            “ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ ผมไม่รีบนะ”

            “แต่ฉันรีบ รีบมาก”

            “ถ้ามันดึกก็จองห้องที่คริสตัลบลูเลยดีไหม ผมออกค่าห้องให้”

            “นั่งกินไปเถอะค่ะ” รักจังแยกเขี้ยวตั้งหน้าตั้งตาขับรถอย่างไม่สนใจการยียวนของอี้เหยียนที่อมยิ้มชอบอกชอบใจมองข้างทางด้วยความเพลิน