จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 39 มีดสั้น+12!

                หลังจากรับแหวนช่องมิติและปล่อยให้หลี่เฉิงเฟิงกลับไปพักผ่อนไป๋หยุนเฟยก็ไม่ยอมเสียเวลารีบปิดประตูขังตนเองอัพเกรดมีดสั้นที่ได้รับมา

                อัพเกรดอัพเกรด และอัพเกรด ทุกครั้งที่พลังวิญญาณใกล้จะหมดสิ้น ไป๋หยุนเฟยจะหยุดการอัพเกรดมีดสั้นลงและใช้วิชาฝึกปรือวิญญาณเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณวิธีนี้แม้จะไม่ช่วยให้พลังวิญญาณเพิ่มพูนอย่างรวดเร็วง่ายดายเช่นเดียวกับการใช้พลังวิญญาณจนหมดสิ้นแต่ก็ช่วยไม่ให้เสียเวลายามที่มันหมดสติไปได้

                เพื่อจะอัพเกรดมีดสั้นถึงระดับ+8 จะเป็นต้องใช้แต้มวิญญาณเฉลี่ยราวหนึ่งร้อยแต้ม ยามนี้ไป๋หยุนเฟยมีพลังวิญญาณราวหนึ่งพันห้าร้อยแต้มซึ่งใกล้เคียงกับระดับพลังวิญญาณของด่านวีรชนวิญญาณระดับกลางดังนั้นแล้วตั้งแต่เช้าตรู่จนกระทั่งถึงเวลาอาหารค่ำในยามสนธยา ไป๋หยุนเฟยก็อัพเกรดมีดสั้นถึงระดับ+8 ได้ทั้งหมดสามสิบหกเล่ม

                ไป๋หยุนเฟยลากสังขารที่ใกล้สิ้นเรี่ยวแรงออกมารับประทานมื้อค่ำอย่างเร่งรีบจากนั้นกลับห้องเพื่อทำการอัพเกรดต่อไป

                มันพลิกข้อมือหงายขึ้นก็ปรากฏมีดสั้นหรูหราอยู่ในมือจะเป็นสิ่งใดหากไม่ใช่หนึ่งในมีดสั้นระดับสุดยอดที่หลี่เฉิงเฟิงกล่าวถึง

                       “ระดับไอเทม: ดีเลิศ”

                       “พลังโจมตี: 76”

                       “สิ่งจำเป็นในการอัพเกรด:แต้มวิญญาณ 6 แต้ม”

                ไป๋หยุนเฟยเคยผ่านตาสิ่งของระดับดีเลิศมาแล้วสองชิ้นชิ้นแรกคือแหวนช่องมิติ ส่วนอีกชิ้นคือมีดสั้นฝังอัญมณีของจางหยาง อีกอย่างมีดสั้นนั้นมีพลังโจมตีได้แปดสิบห้าหน่วยซึ่งมากกว่าเล่มนี้อยู่บ้างแต่กระนั้นมันก็ถูกทำลายไปแล้วระหว่างการอัพเกรดเมื่อไม่กี่วันก่อน

                “ธรรมดา ชั้นดีดีเลิศ หายาก สมบัติตกทอด นี่คือระดับสิ่งของที่ข้าเคยเห็นผ่านตามาก่อน...”ขณะจ้องมองมีดสั้นในมือ แทนที่จะอัพเกรดทันที ไป๋หยุนเฟยกลับครุ่นคิดแยกแยะระดับสิ่งของที่เคยพบพานมา

                “สิ่งของสามระดับแรกมีพลังโจมตีไม่ถึงหนึ่งร้อยหน่วยแต่หนามธารน้ำแข็งที่หายากระดับต่ำมีพลังโจมตีมากกว่าสองร้อยหน่วยนี่หมายความว่า... สมควรมีระดับที่คั่นกลางอีกหนึ่งระดับหรือไม่?”

                “หรือว่าอาวุธที่พลังโจมตีมากกว่าสองร้อยหน่วยจะมีแต่วัตถุวิญญาณเท่านั้น? เมื่อเริ่มอัพเกรดสิ่งของสามระดับแรกจะใช้พลังวิญญาณเพียงเล็กน้อยแต่เมื่อระดับการอัพเกรดเพิ่มขึ้นจะต้องการพลังวิญญาณที่มากขึ้นทีละน้อยส่วนเป็นวัตถุวิญญาณที่เป็นระดับหายากขึ้นไปใช้แต้มวิญญาณจำนวนคงที่เพื่ออัพเกรด...”

                “มีดสั้นชั้นดีจะมีพลังโจมตีเทียบได้กับมีดสั้นธรรมดา+10 แต่ทว่า... ไฉนมีดสั้นธรรมดา +10 จึงทรงพลังกว่าอย่างเห็นได้ชัด? หรือจะเป็นเพราะ... พลังวิญญาณที่ถูกถ่ายเทลงไป? เดิมทีไม่อาจถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าสู่สิ่งของที่ไม่ใช่วัตถุวิญญาณได้แต่เมื่อข้าใช้กระบวนการอัพเกรดก็กลับกลายเป็นสามารถทำได้แม้จะถ่ายเทพลังวิญญาณลงไปเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้สิ่งของเหล่านี้กลายเป็นทรงพลังได้”

                “นี่หมายความว่าพลังของวัตถุวิญญาณนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติที่เป็นตัวเลขเพียงอย่างเดียวแต่ยังเกี่ยวข้องกับวิธีที่ใช้อีกด้วย...”

                “เช่นนั้นก็ลงมือต่อเถอะข้าต้องอัพเกรดของเหล่านี้เป็นระดับสูงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว หวังว่าข้าจะไม่โชคร้ายในจังหวะสุดท้ายอีก”

                “ทุกครั้งข้าเพียงสามารถฝากความหวังกับโชคดีหรือจะไม่มีหนทางอื่นที่จะเพิ่มโอกาสอัพเกรดสำเร็จได้? บัดซบ...”

                “อัพเกรด...”

                … … … …

                วันต่อมาไป๋หยุนเฟยก็ปิดขังตนเองและใช้เวลาทั้งวันเพื่ออัพเกรดสิ่งของอยู่ในห้องอีก

                เช้าวันต่อมาหลี่เฉิงเฟิงมองประตูที่ถูกปิดลั่นดาลด้วยแววตากังวลขณะที่มันจะเข้าไปเคาะประตูตามไป๋หยุนเฟยออกมารับประทานอาหารเช้า ประตูก็ถูกผลักเปิดส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดพร้อมกับไป๋หยุนเฟยเดินออกมาด้วยท่าทีเหนื่อยล้าแต่เปี่ยมด้วยความตื่นเต้นยินดี

                “หยุนเฟย เจ้า...หรือเจ้าจะทำสำเร็จแล้ว?” เมื่อเห็นไป๋หยุนเฟยเดินออกมาหลี่เฉิงเฟิงก็งงงันวูบก่อนจะรู้สึกตัวเอ่ยปากถามอย่างคาดหวัง

                “มิผิด นับว่าข้าโชคดีไม่น้อยจึงทำสำเร็จในที่สุดไปทดสอบพวกมันกันเถอะ!” กล่าวจบไป๋หยุนเฟยก็ออกจากบ้านไป

                “ช้าก่อน ช้าก่อน!หยุนเฟยเจ้าเหน็ดเหนื่อยแล้วสมควรล้างหน้าก่อนแล้วก็รับประทานมือเช้าก่อนจะออกไปทดสอบ ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ”แม้หลี่เฉิงเฟิงจะต้องการทดสอบอาวุธพิเศษที่ไป๋หยุนเฟยสร้างขึ้นในบัดดลเช่นกันแต่ก็ยังหักห้ามความอยากรู้อยากเห็นพลางชี้มือไปยังอาหารบนโต๊ะ

                “โอ...ข้ายังไม่เป็นไร เพียงแต่เหน็ดเหนื่อยอยู่บ้างเท่านั้น รีบรับประทานก่อนเถอะ”เมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะไป๋หยุนเฟยจึงพยักหน้าแล้วหันไปกล่าวกับหลิงเอ๋อร์ที่ด้านข้าง “จริงสิหลิงเอ๋อร์ในห้องข้ามีเศษผงโลหะกองสุมอยู่ รบกวนเจ้าช่วยเก็บกวาดให้ข้าด้วย”

                หลังจากทานอาหารเช้าไป๋หยุนเฟยก็ดูมีเรี่ยวแรงขึ้นมันและหลี่เฉิงเฟิงออกไปยังลานนอกหมู่บ้านอย่างกระตือรือร้น

                เห็นสีหน้าคาดหวังของหลี่เฉิงเฟิงไป๋หยุนเฟยก็หัวเราะและสะบัดข้อมือ มีดสั้นเล่มหนึ่งก็ปรากฏอยู่ในมือ

                       “ระดับไอเทม: ชั้นดี”

                       “ระดับการอัพเกรด:+12”

                       “พลังโจมตี: 45”

                       “พลังโจมตีเพิ่มเติม:176”

                       “ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ+10: เมื่อจู่โจมมีโอกาส 3% ที่จะทำให้เป้าหมายตาบอดเป็นเวลาสูงสุด 3 วินาที”

                       “ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ+12: เมื่อปะทะกับอาวุธศัตรู มีโอกาส 8% ที่จะตัดแยกอาวุธนั้นได้(โอกาสเกิดผลกระทบผกผันกับระดับอาวุธของศัตรูผลกระทบนี้ไร้ผลกับอาวุธระดับสมบัติตกทอดขึ้นไป)”

                       “สิ่งจำเป็นในการอัพเกรด:แต้มวิญญาณ 61 แต้ม”

                หลังจากยืนยันคุณสมบัติของอาวุธอีกคราไป๋หยุนเฟยก็มอบให้แก่หลี่เฉิงเฟิงพลางกล่าวว่า“รับมีดนี้ไปก่อนประเดี๋ยวข้าค่อยอธิบายคุณสมบัติแก่เจ้า”

                จากนั้นพลิกข้อมืออีกครามีดสั้นอีกเล่มก็ปรากฏในมือ

                       “ระดับไอเทม: ดีเลิศ”

                       “ระดับการอัพเกรด:+12”

                       “พลังโจมตี: 78”

                       “พลังโจมตีเพิ่มเติม:202”

                       “ผลกระทบพิเศษสำหรับ+10: เมื่อจู่โจมมีโอกาส 4% ที่สร้างภาพมายา”

                       “ผลกระทบพิเศษสำหรับ+12: เมื่อปักมีดลงจะสร้างความเสียหายเป็นสองเท่า”

                       “สิ่งจำเป็นในการอัพเกรด:แต้มวิญญาณ 66 แต้ม”

                ด้วยข้อมูลที่เพิ่งปรากฏในจิตใจไป๋หยุนเฟยก็อดไม่ได้ต้องกัดฟันกล่าวกับหลี่เฉิงเฟิง “นี่เฉิงเฟิงไฉนข้าจึงรู้สึกว่าเจ้ามักจะโชคดีกว่าข้าเสมอ? เช่นครานี้แม้มีดส่วนใหญ่ที่ข้าพยายามยกระดับให้แก่เจ้าจะถูกทำลายแต่หนึ่งในสองเล่มที่เหลืออยู่นี้กลับเป็นถึงมีดระดับดีเลิศมิหนำซ้ำผลกระทบของมันยังทำให้ข้าอิจฉาแทบตายแล้ว...”

                หลี่เฉิงเฟิงงงงันวูบก่อนจะกล่าวอย่างกระดาก“บางทีเจ้าน่าจะเก็บไว้ใช้เองที่จริง...มีดสองเล่มที่ได้มาจากเจ้าก่อนหน้าก็ดีมากแล้ว”

                “อ้อ...สองเล่มนั้นถูกทำลายไปแล้ว”

                “… …”

                “ฮ่า ฮ่าข้าเพียงหยอกเจ้าเล่นข้าบอกต่อเจ้าแล้วว่าจะยกระดับอาวุธแก่เจ้าแล้วจะให้ข้าเก็บไว้ใช้เองได้หรือ?ที่สำคัญเจ้าคิดว่าข้ายังจะขาดแคลนสิ่งของพวกนี้หรือ?” ไป๋หยุนเฟยกล่าวกลั้วหัวเราะ “อีกอย่างข้าไม่ได้แตะต้องมีดสองเล่มนั้น เพราะข้าทราบว่าเจ้าอยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก”

                “เอาล่ะข้าจะอธิบายผลกระทบพิเศษจากมีดสั้นทั้งสองเล่มแต่เจ้า เจ้าต้องทำความเข้าใจและจดจำให้ดีเมื่อใช้ต่อสู้ในภายหน้าจะได้ทราบว่าต้องทำอย่างไร”

                … … … …

    คล้ายกับเรื่องจ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน