ย้อนอดีตกลับมาเป็นคนรวย

    ตอนที่12 ตบหน้า

    ข้าวหอมออกไปจากห้องอัดด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น เธอไม่สนใจเต้ยที่กำลังคลอเคลียกับอีฟ เดินเข้าไปพูดเลยว่า
    “พี่คะ นี่ฉันจะต่อชั่วโมงนะ ทำไมถึงให้ไม่ได้ล่ะ?”
    เต้ยที่กำลังมีความสุขกับอีฟถึงกับชะงัก เขารู้สึกหงุดหงิดจริงๆ ที่ถูกขัดจังหวะ
    “น้องครับ น้องหมดเวลาแล้ว คนอื่นเขาจองก็ต้องใช้ห้องต่อ” เต้ยพูดอย่างสุภาพ แม้จะไม่พอใจที่อีกฝ่ายเข้ามาขัดจังหวะก็ตาม
    “แต่ว่าพี่คะ หนูจ่ายเงินนะ! ไม่ได้ขอใช้ฟรีสักหน่อย” ข้าวหอมพูดเหมือนตัวเองถูก ก็แหงละฉันง่ายเงินนี่ จะใช้เท่าไหร่กี่ชั่วโมงก็ได้ ใครจะทำไมฮะ! นั่นคงเป็นความคิดในใจของเธอ
    ดิวที่ยืนฟังอยู่รู้สึกปวดกระบานจริงๆ ดูเหมือนตรรกะของเด็กสาวคนนี้จะบิดเบี้ยว
    “คนอื่นเขาก็จ่ายเงินนะครับ ถ้าน้องอยากใช้ห้องต่อ พี่ว่าพรุ่งนี้ดีกว่านะครับ” เต้ยพยายามพูดอย่างสุภาพอีกครั้ง เพราะโดยปรกติเขาไม่ใช่คนอย่างนี้ แต่นี่เห็นว่าข้าวหอมสวยหรอก
    “พี่!” ข้าวหอมกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นว่าพูดกับเต้ยไปก็เสียเวลาเปล่าจึงเปลี่ยนเป้าหมาย เป็นดิวที่ยืนอยู่ตรงนั้น
    “เฮ้นาย จองห้องอัดต่อพวกเราเหรอ? ฉันขอซื้อเวลาต่อได้มั้ย” ข้าวหอมคิดว่าดิวต้องตอบตกลงแน่ แต่ดูเหมือนเธอจะคิดผิด
    “ไม่ล่ะครับ ผมรีบ” เด็กสาวมัธยมปลายตรงหน้าสวยก็จริง แต่แล้วทำไมเขาต้องสนใจด้วยล่ะ เธอก็แค่สวยแต่โง่จริงมั้ย?
    “ฉันจะเพิ่มให้หนึ่งร้อย! เพราะงั้นหลีกทางให้ฉันซะ” ข้าวหอมยังไม่ยอมแพ้ อันที่จริงเธอไม่ใช่คนรวยหรอก พอดีแม่ไปทำงานที่พัทยา ได้ผัวฝรั่ง จึงส่งเงินมาให้ลูกสาวใช้ไม่ขาด ไม่งั้นเธอคงเป็นแค่เด็กน้อยบ้านๆ ที่แต่งตัวปอนๆ
    “เฮ้ ฉันว่าเธอชักจะน่ารำคาญแล้วนะ รีบออกไปเถอะ ดิวจะได้เล่นสักที” เห็นว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ชักจะเอาใหญ่ อีฟจึงทนฟังเฉยๆ ไม่ได้อีกต่อไป
    “อ๋อ! ที่แท้ก็พวกเดียวกันนี่หว่า” เห็นว่าอีฟที่กำลังคลอเคลียกับเต้ยเข้ามามีส่วนร่วม ข้าวหอมพลันเข้าใจได้ถึงบางอย่าง ว่าพวกเขาต้องเป็นพวกเดียวกันแน่ๆ
    “ดูเหมือนจะไม่ได้ว่ะ พวกเรา” ข้าวห้อมบอกพวกชัย ก่อนจะเก็บกระเป๋านักเรียนพาดบ่า
    “เห้อ หงุดหงิดชะมัด” เต๋อรู้สึกหงุดหงิด แต่เขาทำอะไรไม่ได้
    “แม่ง ไอ้หมอนี่มันเป็นใครวะ มันคิดว่ามันร้องเพลงเจ๋งมากเหรอ?” ชัยพูดจาเยาะเย้ย
    “งั้นทำไมเราไม่อยู่ฟังล่ะ พี่เต้ยแกคงไม่ว่าหรอก หากเราไม่เกะกะ” เห็นว่าทุกคนหงุดหงิด แหลมจึงอยากสุมไฟเข้าไปอีก เขาอยากให้ทุกคนรู้สึกสมเพชดิว อยากให้ดิวรู้สึกขายหน้า มีเสียงร้องห่วยๆ แบบนี้เนี่ยนะ แต่ยังกล้ามาใช้ห้องอัด น่าสมเพชเกินไปแล้ว
    “เห้ย! ความคิดของนายแม่งเจ๋งว่ะแหลม งั้นเอาตามนี้นะพวกเรา” ข้าวหอมมองหน้าพวกเต๋อ และพวกเขาก็พยักหน้าเห็นด้วย
    “อ้าว ยังไม่กลับเหรอ?” เห็นว่าเด็กๆ ออกมาจากห้องแล้วเต้ยก็รู้สึกเบาใจ แต่ที่เขาประหลาดใจคือทำไมเด็กๆ พวกนี้ถึงยังไม่กลับ จะมายืนออกันทำไมให้เกะกะ
    “พวกเราจะขอดูพี่คนนั้นสักหน่อยครับ ว่าฝีมือจะเป็นยังไง พี่เต้ยคงไม่ว่าหรอกใช่มั้ย” แหลมอธิบาย และนั่นทำให้อีฟอดขำไม่ได้
    “ขำอะไรกันคะ มีอะไรน่าขำเหรอ?” ข้าวหอมไม่ชอบผู้หญิงคนนี้เลยจริงๆ เล่นหูเล่นตา ดูก็รู้ว่าเป็นผู้หญิงอย่างว่า น่ารำคาญชะมัด
    “เปล่า สงสัยดิวคงทำให้พวกเธอผิดหวังแล้วละ”
    “นั่นสินะคะ เสียงของเขาคงแย่มาก ก็ไม่แปลกหรอก” ข้าวหอมเห็นด้วยกับอีฟ แต่ผิดถนัด อีฟหมายความว่าอีกอย่างต่างหาก
    “ดิว...งั้นเหรอ?” เต๋อรู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นๆ แต่เขานึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหน
    ข้างในห้องอัดมีเครื่องดนตรีอยู่หลายชนิด และแน่นอนว่าดิวใช้เป็นทุกอย่าง แม้จะเป็นแค่พื้นฐานก็ตามที แต่ว่านั่นคือพื้นฐานระดับสูงเชียวนะ
    “พี่เต้ย ผมถามอะไรหน่อยสิ เขาจะเล่นดนตรีคนเดียวเหรอ?” ในระหว่างที่ดิวจับกีต้าร์ขึ้นมาปรับสาย แหลมรู้สึกแปลกๆ ที่เห็นดิวคนเดียวในห้องอัด จึงถามไป คนอื่นๆ เองก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน พวกเขาเพิ่งรู้ตัวว่าดิวมาคนเดียว และแน่นอนว่าเต้ยพยักหน้า
    “ใช่ ดิวจะเล่นคนเดียว เขาจะใช้เครื่องดนตรีทุกอย่าง...รวมถึงร้องด้วย”
    คำตอบของเต้ยทำเอาพวกชัยเผยสีหน้าประหลาด ต่อให้มีพรสวรรค์ยังไงมันก็มีขีดจำกัดบ้างละ แต่นี่กับจะเล่นเครื่องดนตรีทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว บ้าไปแล้ว!
    แม้แต่นักดนตรีคนหนึ่งยังไม่สามารถทำได้เลย คนเราจะเก่งแค่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือสองอย่างเท่านั้น ไม่มีใครหรอกที่เก่งไปทุกอย่าง
    “หึหึ ผู้ชายคนนี้ก็แค่อวดเก่งเท่านั้น บางทีเขาแค่อยากโชว์หญิง....” ข้าวหอมรู้สึกขบขันในแผนการของดิว ตอนนี้เธอมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว ความจริงแล้วเขาไม่ได้รักดนตรีหรอก แต่ที่ต้องการแสดงฝีมือแบบนี้ น่าจะเป็นเพราะอีฟที่อยู่ข้างเต้ยต่างหาก
    “เป็นผู้ชายที่ไร้ค่าจริงๆ” ข้าวหอมไม่ได้พูดออกมา เพียงแค่ยิ้มอ่อนเท่านั้น
    เมื่อเครื่องดนตรีอยู่ในมือ อารมณ์ของดิวก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน โดยเฉพาะกีต้าร์ นี่คือเครื่องดนตรีที่เขาซื้อคู่มือเสริมอย่างเฉพาะเจาะจง ต่างจากเครื่องดนตรีชนิดอื่นที่พอเล่นได้ มันทำให้จิตใจของดิวผ่อนคลาย และเขาคิดว่าจะทำให้อารมณ์ของตัวเอง อยู่ในท่วงทำนองของเสียงเพลงด้วยกีตาร์ที่ถนัด ก่อนจะเล่นเครื่องดนตรีชนิดอื่น
    ดิวมีเพลงที่แต่งบนดอยห้าเพลง แต่เขาคิดว่าวันนี้คงอัดไม่ทันหรอกห้าเพลง อย่างน้อยน่าจะเพลงสองเพลง
    เสียงกีตาร์ของดิวดังขึ้นมา มันเป็นเสียงที่ช้าและไม่รุนแรงนัก ซึ่งแน่นอนว่าเขาอยากให้มันเป็นแบบนี้ ก่อนที่จะรุนแรงและหนักขึ้นเรื่อยๆ พอถึงท่อนโซโลกีตาร์ เขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน!
    กีตาร์ที่อยู่ในมือเหมือนกับฉายแสง เขาโซโล่กีตาร์อย่างบ้าคลั่ง เมโลดี้ที่ดิวแต่งเข้ากับอารมณ์ของร้านเหล้า ดูเหมือนกับผู้ชายที่เพิ่งอกหักในรัก อารมณ์ที่ว่าจึงกระแทกแรงๆ ทำเอาพวกข้าวหอมที่ยืนหัวเราะเยาะอยู่งงเป็นไก่ตาแตก เหมือนมีคนมาตบหน้าแรงๆ!
    “อะไรกัน...เทคนิคระดับเทพแบบนี้ ทำได้ยังไง?” ข้าวหอมยากที่จะยอมรับ เธอคิดว่าดิวคงกะจะโชว์สาวเท่ๆ แต่ดูเหมือนสิ่งที่คิดจะผิดถนัด อารมณ์ที่เขาได้แสดงออกมา มันทำให้หัวใจของเธอสั่นระรัว
    “พระเจ้า เขาโซโล่กีตาร์แบบนี้ได้ยังไง มันสุดยอดมาก!” ในฐานะที่เล่นกีตาร์เหมือนกัน แหลมจึงเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้มากกว่าข้าวหอม แล้วรู้ด้วยว่าเทคนิคที่ดิวได้แสดง มันสุดยอดมาก
    ชัยก็สีหน้าไม่ต่างกัน เขาเล่นเบสเพราะงั้นจึงเข้าใจเหมือนกับแหลม ส่วนเต๋อตอนนี้มีสีหน้าตกตะลึงสุดๆ
    “กูรู้แล้วว่าเขาคือใคร เขาคือผู้ชายที่เล่นกีต้าร์บนดอย!” เต๋อเพิ่งดูคลิปเมื่อเช้านี้ คราวแรกก็ว่าคุ้นๆ แต่นึกไม่ออก แต่พอได้เห็นท่าทางของดิวเท่านั้นแหละ เขาถึงกับกระโดดโลดเต้นอย่างกับถูกหวย
    “อะไรนะ เขาเหรอ?” ข้าวหอมรู้สึกหัวใจจะสลาย เธอไม่คิดเลยว่าดิวจะเป็นคนคนเดียวกับในคลิป ข้าวหอมรู้สึกชื่นชมผู้ชายในคลิปมาก เสียงร้องของเขามีสเน่ห์ที่พิเศษ ยากที่จะเลียนแบบ และเธอยังคอมเมนต์ให้กำลังใจเขาแล้วด้วย แต่ดูตอนนี้สิ เธอทำอะไรลงไป พูดคำหยาบกับคนที่ชอบ ดูถูกเขาสาระพัด แบบนี้จะเอาหน้าไว้ที่ไหน เขาจะโกรธหรือเปล่านะ?
    เมื่อเสร็จจากกีต้าร์ ดิวก็เล่นเครื่องดนตรีชนิดอื่นทันที เขาใช้เครื่องดนตรีชนิดอื่นพอกล้อมแกล้ม ไม่เหมือนกับกีตาร์ที่สุดยอด แต่คงเป็นผลพลอยได้จากกีตาร์ ทำให้พวกเต๋อยังตกอยู่ในภวังค์ แม้การเล่นเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ จะเป็นแค่พื้นฐานก็ตามที
    มาถึงปิดท้ายของงาน นั่นคือเสียงร้อง!
    มันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษ จนถึงขนาดที่ว่าข้าวหอมลืมหายใจ ปล่อยให้ท่วงทำนองไพเราะของเขา เข้ามากระชากหัวใจของเธอไปอย่างช้าๆ
    ไม่ใช่แค่ข้าวหอมคนเดียวเท่านั้นที่เป็นอย่างนี้ แต่คนอื่นๆ เองก็เหมือนกัน
    นี่คือเพลงรักอกหักในวงเหล้าแห่งปีเลยก็ว่าได้ คนบ้าอะไรถึงแต่งเพลงแบบนี้ได้ ต้องมีประสบการณ์ด้านความรักขนาดไหนกันนะ กว่าจะรู้ตัวว่าดิวร้องเสร็จก็เป็นเวลาหนึ่งนาที โชคดีที่เต้ยไม่ลืมที่จะอัดไว้ ไม่งั้นคงต้องเข้าไปเล่นอีกครั้ง
    ตอนแรกคิดว่าต้องใช้เวลาสามชั่วโมงไปกับหนึ่งเพลง แต่เอาเข้าจริงมันใช้น้อยกว่าที่คิด วันนี้ดิวจึงเล่นไปถึงสามเพลงในสามชั่วโมง โดยปกติจะต้องเสียค่ามิกซ์เสียงด้วย แต่เพราะเต้ยถูกใจดิวมาก เขาจึงทำให้โดยไม่คิดเงินสักบาท
    ตอนแรกเต้ยคิดว่าดิวต้องการอวดเก่ง ซึ่งไม่ต่างจากข้าวหอมคิดนัก แต่ตอนนี้เขาต้องกลับไปคิดใหม่แล้ว ว่าหมอนี่มันเทพแห่งดนตรีชัดๆ คนบ้าอะไร ใช้เครื่องดนตรีแค่สามชิ้น แต่กลับสร้างเสียงเพลงที่ไพเราะออกมาขนาดนี้ได้ นี่มันจะเทพเกินไปแล้ว!
    “ผมอยากให้งานออกมาดีที่สุด ยังไงก็ฝากด้วยนะครับ” ดิวซับเหงื่อบนหน้าผาก ขณะบอกเต้ยที่กำลังทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้
    “ได้เลย ผมรับรองเลยว่ามันต้องเจ๋งมาก!” เต้ยยกนิ้วโป้งให้
    ตอนนี้บรรยาศได้เปลี่ยนไปแล้ว แต่ว่ากลุ่มเด็กเหล่านั้นนี่สิยังไม่กลับ แต่กับมายืนออ รอดิวอยู่ข้างหน้า
    “พี่ เทคนิคการเล่นกีตาร์ของพี่เจ๋งมากเลย สนใจรับผมเข้าไปร่วมวงด้วยมั้ย!”
    “พี่ ผมมีเทคนิคเล่นเบสที่โคตรเด็ดนะ ถึงจะไม่เท่าพี่ แต่ผมก็มีฝีมือนะ”
    “พี่ รับสมัครมือกลองมั้ย”
    เต๋อ แหลม ชัย ต่างเข้ามารุมล้อมดิวจนหายใจไม่ออก ข้าวหอมเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกโกรธพวกเขา จึงตะโกนไปว่า
    “ออกมาได้แล้วไอ้พวกบ้า อย่ายุ่งกับพี่ชายของฉันนะ!”
    พวกชัยที่กำลังห้อมล้อมดิวอยู่ถึงกับชะงักค้าง ก่อนจะหันไปมองข้าวหอมอย่างงงๆ นี่เธอไปเป็นน้องสาวของเขาตั้งแต่ตอนไหนเหรอ?