เทพเซียน ครองพิภพ สยบสวรรค์

    บทที่ 8 หอตำรา

    บทที่ 8 หอตำรา
    ฮืมม
    "ตื่นแล้วรึนายท่าน?"สุยลั่วพูดพร้อมกับยิ้มหวาน
    *น่ารัก~
    อะฮึม!
    "นี่ยัยหนู...ทำไมข้ามาอยู่ตรงนี้หละ"เขาถามพร้อมกับมองหน้าสุยลั่ว
    "ก็อยู่ดีๆท่านก็นอนหลับไปแล้วข้าคิดว่าพื้นมันแข็งก็เลยให้ท่านนอนบนตักข้าแทน"นางตอบพร้อมกับทำหน้าสงสัย
    "งั้นรึ แล้วข้าหลับไปนานแค่ไหน?"เขาถาม
    "สี่ชั่วโมงเจ้าคะ"นางตอบ
    "งั้นรึ...เอาหละเจ้าไปฝึกทักษะเถอะเดี๋ยวข้าจะลองฝึกด้วยตัวเองดู"เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้น
    "ข้ารู้ว่าเจ้าทำได้แต่แรงกดดันของเจ้ายังไม่นิ่งพอถ้าทำแบบนี้บ่อยๆมันจะเป็นอันตรายต่อเจ้าและข้าด้วย"เขารู้สึกแปลกใจที่สุยลั่วสร้างแรกกดดันได้มาก
    "เจ้าค่ะ"เมื่อได้ยินอย่างนั้นนางก็เดินห่างออกไปและนั้งสมาธิและเริ่มฝึกทันที
    ส่วนเทียนฟิงนั้น ก็กำลังจะไปฝึกของตัวเองแต่ทันใดนั้นเองเขาก็รู้สึกบางอย่างและหันมามองสุยลั่ว
    "เพิ่มขึ้นและลงลงอย่างสม่ำเสมอ ขยายเข้าและออกเป็นคลื่นค่อยๆขยายออกไปทีละนิด"ที่เขาตกใจก็เพราะวิธีที่นางใช้นั้นเป็นวิธีเดียวกันกับที่เขาใช้ในโลกก่อนซึ่งเข้ามั่นใจว่าเขาไม่เคยสอนใครและเขาเป็นคนคิดขึ้นมาเอง
    "ยัยหนูเจ้ารู้จักวิธีนี้ได้ยังไง?"เขาถามด้วยความสงสัยและใช้เสียงที่ค่อนข้างตกใจเล็กน้อย
    "เจ้าคะ?"นางลืมตาขึ้นช้าๆและถามเขาเพื่อความแน่ใจ
    "เจ้ารู้จักวิธีฝึกแบบนี้ได้ยังไง"เขาถาม
    "ข้าคิดว่าเป็นเพราะท่าน"นางตอบ
    "เพราะข้า...ยังไง"เขายังคงสงสัยในคำตอบของเธอ
    "ข้าเป็นสายเลือดโดยตรงของเผ่ามายา ใช่ไหม ข้าพิเศษกว่าคนอื่นก็เพราะสิ่งนี้แหละ ถ้าข้าทำสัญญากับใครคนๆจะไม่ใช้แค่เปลื่ยนรูปลักภายนอกเท่านั้น แต่จิตก็ด้วย"
    "จิต?อย่าบอกนะว่า!"เขาทำหน้าตกใจและมองมาที่สุยลั่ว
    "ถูกต้องแล้วเจ้าคะ มันคือการที่ข้าจะมีนิสัยเหมือนท่าน ในทางกลับกันท่านก็จะมีนิสัยเหมือนข้าแต่ไม่ใช้ทั้งหมดแต่เป็นหนึ่งในสี่และไม่ใช้แลกเปลี่ยนแต่เป็นเพิ่มเติม"นางพูดพร้อมกับยิ้มให้เขา
    "อ่า ให้ตายสิมีแบบนี้ด้วยรึเนี่ย"เขาพูดพร้อมกับเอามือก่ายหน้าผาก
    "แต่ก็ช่างเถอะถ้าออกไปข้านอนข้าจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก เจ้าเป็นเด็กดีก็พอแล้ว...เจ้าฝึกต่อเถอะ"เขาพูดเสร็จและกำลังจะเดินไปหาที่ฝึกฝนแต่ก็มีเสียงที่น่าหลงไหลและขี้เล่นดังขึ้น 
    "ถ้าข้าเป็นเด็กไม่ดีหละ...ท่านจะทำอะไรข้า"นางพูดและยิ้มอย่างสดใส 
    ฮืม~  
    "เอ่อ ข้าแค่ถามเล่นๆหนะ"นางพูดด้วยท่าทีเขิลอาย
    "ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าจะดัดนิสัยเจ้าเอง ข้าค่อนข้ามั้นใจว่าเจ้าจะไม่ทำแบบนั้น...เอาหละข้าว่าเจ้าไปฝึกต่อได้แล้วหละ"เขาพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
    "เจ้าคะ"นางรีบหันหลังและทำสมาธิ
    เฮ้อ
    "ข้าเป็นห่วงอนาคตของตัวเองจัง"
    เขาเป็นห่วงเพราะว่าสุยลั่วนั้นตังแต่ทำสัญญามานั้นก้เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นและพุดได้คล่องขึ้นมีสติมากขึ้น และเวลาที่เขาให้เธอช่วย เขารู้สึกถึงความสุขจากการที่เธอใช้แรงกดดันทำให้เขาลำบากในการฝึกมากขึ้น และยังมาตอนนี้ที่เธอเริ่มที่จะกล้าพูดด้วยท่าทางขี้เล่นใส่เขา เขาเริ่มที่จะเห็นผู้คุมเข้าไปทุกที
    เฮ้อ
    "เอาเอาหละทางเราก็ตั้งใจฝึกดีกว่า"เขาพูดพร้อมกับนั้่งสมาธิ
    รวบรวมพลังชีในตันเถียนเปลี่ยนเป็นธาตุลมปราณ 
    *เราจะได้ธาตุอะไรน่า อย่ากได้ธาตุแสงจัง หรือไม่ก็ธาตุไม้ก็ได้
    และในขณะนั้นเอง เขารู้สึกถึงบางอย่าง 
    "ได้อะไรน่า"ค่อยๆพูดด้วยน้ำเสียงที่ลุ้นและตื่นเต้นมากเพราะมันจะเป็นตัวบอกว่าอนาคตเขาจะเป็นอย่างไร 
    มีภาพปรากฏในหัวของเขาที่เขาเห็นคือลูกกลมๆหลากสี
    "ฮึฮึฮึ ฮ่าฮ่าฮ่า ดี ดีมากๆ ข้านี่มันโชคดีจริงๆ"เขาหัวเราะอย่างสะใจ
    "ข้าได้จิตไร้ธาตุรึนี่ ตาแก่ท่านเห็นรึไม่ ข้าได้จิตไร้ธาตุละ...อยากให้ท่านเห็นจัง"เขาหัวเราะได้ไม่นานและก็ทำหน้าเศร้าเพราะว่าที่ คนที่เขาสนิที่สุดได้ตายลงไปเพราะไม่มีจิตไร้ธาตุแต่ยังจะฝืนใช้ชีวิตแบบคนที่มีจิตไร้ธาตุ
    "ข้าจะแข็งแกร่งจนท่านเทียบไม่ติดเลยคอยดูเถอะ"เขาพึมพัมกับตัวเอง
    สุยลั่วที่ปังเอิญลืมตาขึ้นมาเพราะเสียงหัวเราะของเขานั้นก็ถามเข้าว่า
    "นายท่านเป็นอะไรรึเจ้าคะ"นางถามด้วยสีหน้าสงสัย
    อะฮึ่ม
    "ไม่มีอะไรหรอกเจ้าฝึกต่อเถอะ"เขาตอบแบบไม่มองหน้า
    เจ้าคะ
    ฝึกต่อดีกว่า
    เขาเดินไปยังมุมของห้อง

    "เอาหละ มาเริ่มกันเถอะ"เขาพูดพร้อมกับใช้ทักษะ แรงดันจักรพรรดิ 
    บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนาแน่น เขาเริ่มรู้สึกถึงน้ำหนักประมาณแบกหินก้อนใหญ่อยู่ เขากดจุดตัวเองเพื่อให้ร่างกายตัวเองแข็งแรงมากขึ้นและเพิ่มแรงดันให้มากขึ้นเป็นสามเท่า
    ครืนน
    อ่า
    "หนักเป็นบ้า ยังงี้ไงถึงไม่อยากเป้นผู้ฝึกตนนะ"เขาบ่นพร้อมกับเริ่มวิ่งตามขอบผนังไปเรื่อยๆ
    เขาวิ่งไปโดยไม่หยุดจนครบหนึ่งรอบ
    ตุบ!
    แฮก! แฮก! แฮก!
    "เหนื่อย...แฮก...เป็นบ้า...แฮก"เขาพูดพร้อมกับคลายจุด
    จิ้ม จิ้ม
    อ่าา
    "ให้ตายเถอะน่า"เขาบ่นเพราะความเหนื่อย เขานั่งสมาธิสักพักเพื่อลดอาการเหนื่อย
    พรึบบ
    เขาออกมาจากศึลา
    "อ่า ต้องไปอาบน้ำแล้วสิตัวเหนียวหมดแล้ว"เขาพูดพร้อมกับไปอาบน้ำ
    ฟุบ
    เมื่ออาบน้ำเสร็จเขาก็โดนไปนอนบนเตียงทันที่
    "เมื่อยจริงจริ๊งง!"เขาบ่นพร้อมกับหยิบกล่องเข็มออกมาจากศิลากลืนกิน
    "ดีนะที่ขอกล่องเข็มจากท่านพ่อไว้"เขาพูดจบแล้วก็เริ่มฝังเข็มเพื่อรักษาตัวเองทันทีหลังจากนั้นไม่นานเขาก็เอาเข็มออก
    อ่า~ฟิน~
    "นี้แหละสิ่งที่คู่ควร"เขาพูดพร้อมกับนอนหลับไป
    เขาทำแบบนี้ทุกวันจนครบหนึ่งเดือน ร่างกายของเขานั้นแข็งจนดาบธรรมดาฟันไม่เขาไปแล้ว ด้วยการฝึกฝนอย่างหนักนั้นทำให้ระดับพลังของเขาทะลวงไปถึงปราณพื้นฐานขั้น 6 ชั้นสูงแล้วแต่มันก็ยังช้ากว่าการนั่งดูดซับพลังชีอยู่ ถึงมันจะเป็นผลพลอยได้ก็เถอะเพราะเขาตั้งใจจะฝึกร่างกายอยู่แล้ว 
    และเขาก็รู้ถึงบางอย่างนั้นก็คือสุยลั่วนั้นตั้งแต่เจอกันกับเขานั้นนางยังไม่ได้กินข้าวเลยเขาก็นึกโทดตัวเองเพราะสุยลั่วบอกว่านางอยู่ในนี้มานานจนจำไม่ได้เขาเลยคิดว่าอยู่มานานขนาดนั้นก็ยังไม่ได้กินอะ
    และตอนนี้ก็เหลื่ออีกเดือนเดียวก็จะถึงวันทดสอบของตระกูลแล้วและเดือนนี้เขาตั้งใจจะฝึกฝนทักษะต่อสู้อยู่แล้วเขาก็เลยไม่อยากเป็นที่สนใจของคนอื่นมากเกินไป เขาคิดว่าจะขอให้ท่านพ่อพาไปยังหาตำราเพื่อเลือกทักษะในตระกูลมันจะได้ไม่เด่นเกินไป
    ห้องทานข้าว
    "นี่ท่านพ่อ"ตอนกำลังกินข้าวอยู่นั้นเทียนเฟิงก็ได้เปิดปากถามขึ้น
    "มีอะไรรึเฟิงเอ๋อ"เขาหยุดกินและมองหน้าลูกชาย
    "ข้ามีเรื่องให้ท่านช่วย"เมื่อเขาพูดเสร็จเขาก็หันไปหยิบน่องไก่และกินข้าวตามอย่างมูมมาม
    "ค่อยๆกินก็ได้เฟิงเอ๋อไม่มีใครมาแย่งเจ้าหรอก"ฮุยหลิงพูดยด้วยเสียงที่เอ็นดูและลูบผมของเขา
    *ผู้หญิงนี่ชอบลูบผมจังเลยน่า
    "ก็ได้"พอพูดเสร็จเขาก็กินช้าลงแต่ก็ถือว่าเร็วอยู่ดี
    "แล้วมีเรื่องให้พ่อช่วยเรื่องอะไรหละ"ซือคงถาม
    "ข้าอยากไปหอตำรา"เขาพูดพร้อมกับวางถ้วยข้าวลง
    "โอวว ในที่สุดเจ้าก็ขอร้องให้ข้าไปเลือกทักษะจนได้ ข้าคิดไว้แล้วไม่มีผิด เจ้าคิดถูกแล้วหละที่มาบอกข้า"ซือคงพูดพร้อมกับยืดอกด้วยความภูมิใจ
    "แล้วเจ้าเจ้าจะไปตอนไหนหละ"ซือคงถาม
    "ตอนนี้"เขาตอบและกินข้าวต่อการทีออกำลังกายทำให้เขาหิวยิ่งเขาออกกำลังกายมากเท่าไหร่เขาก็หิวมากเท่านั้น
     "โอวเจ้านี่รีบหน้าดู เจ้าจะเอาที่หนึ่งปีนี้เลยรึยังไง แต่เดือนนี้ได้ยินว่าลูกสาวของท่านผู้นำตระกูลเดือนนี้อยู่ระดับพื้นฐานขั้น 7 ชั้นต้นแล้วนะเจ้าอยู่ชั้น 5 จะเอาไรไปสู้นาง"เขาพูดพร้อมกับกินข้าวต่อ
    "ข้าก็ ระดับพื้นฐานขั้น 6 ชั้น 9 แล้วน่าข้าไม่คิดว่าข้าจะแพ้หรอก"
    แอค! แอค!(ข้าวติดคอ)
    "เจ้าว่าไงนะระดับ 6 ขั้น สูง!"ซือคงตกใจมากเพราะว่าเทียนเฟิงฝึกด้วยตัวเองโดยไม่ขอให้เขาช่วยแต่เขากลับพัฒนาขึ้นมากจนลืมไปเลยว่าเคยอ่อนแอ
    "ฮ่าฮ่า เยี่ยมมากสมกับเป็นลูกข้า ฮ่าฮ่า"เขาพูดออกมาด้วยความดีใจ
    โปก! โอย!
    "น้องหลิงเจ้าตีข้าทำไม"เขาถามพร้อมกับเอามือลูบหัว
    "นี่เรากำลังกินข้าวกันอยู่นะเดี๋ยวท่านกินไม่ทันเฟิงเอ๋ออีกหรอก แล้วท่านคิดว่าลูกข้าจะชนะไม่ได้รึไง รีบกินแล้วก็รีบพาลูกไปหอตำราเค้าจะได้ชนะเข้าใจไหม!"นางพูดพร้อมกอดออก
    "คะ ครับ"วือคงรีบทำตามทันที
    ง่ำๆๆ
    *ท่านแม่นี่หน้ากลัวแฮะ
    หลังจากนั้นไม่นาน
    "ถึงแล้วหอตำรา"ซือคงพูดขึ้นเมื่อมาถึง
    "ว้าว ที่นี้มีคนเยอะเหมือนกันแหะ"เขาพูออกมาเมื่อมองคนรอบๆ
    ส่วนใหญ่มีแต่เด็กรุ่นเดียวกับเทียนเฟิงเพราะว่าช่วงนี้ใกล้จะถึงวันสอบของตระกูลแล้วส่วนใหญ่ก็จะมาหาทักษะไปฝึกกันคนละหนึ่งถึงสองอย่างเพราะการทดสอบรอบที่สามจะเป็นการต่อสู้ถึงแม้ว่าจะผ่านสองด่านแล้วจผ่านการทดสอบแต่ว่าการที่หลีกเลี้ยงการต่อสู้ก็จะถูกดูถูกจากคนรุ่นเดียวกันได้แต่ไม่เหมือนกับเด็กบางคนที่โดนดูถูกมาตั่งแต่เด็กที่กำลังจะไปเลือกทักษะในหอนี้
    "เอ๋ดูนั้นสิ นั้นผู้อาวุโสซือคงนิ นั้นคงจะเป็นลูกชายของเขาสินะ"
    "ใช่แล้วหละข้าได้ยินมาว่าเขาร่างกายอ่อนแอเกินไปไม่เหมาะจะเป็นผู้ฝึกยุทธนี่แล้วเขามาที่นี่ทำไม?"
    "นั้นสิข้าก็ได้ยินมาว่าเขาเรียนเป็นจอหงวนนิทำไมเขาถึงไม่ไปห้องสมุทรละ?"
    "นี่พวกเจ้าพูดเบาๆหน่อยถึงลูกชายเขาจะอ่อนแอแต่พวกเจ้าพูดถึงลูกชายเค้าแบบนี้ แต่ถ้าผูอาวุโสซือคงเขายั้วะขึ้นมาละก็พวกเจ้าลำบากแน่ข้าขอเตือนด้วยความหวังดี"
    "นั้นข้าว่าพวกเราเลือกทักษะกันต่อดีกว่า"
    ผู้คนรอบข้างเริ่มหันมาสนใจพวกเขาและหันกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเพราะถ้าช้าทักษะดีๆก็จะถูกชิงไปก่อนพวกเขาไม่อยากพลาดโอกาศดีๆไปอยู่แล้ว
    หลังจากที่เทียนเฟิงและซือคงเดินเข้ามาถึงโต๊ะตรงท่างออกนั้นและครงข้ามบันไดขึ้นไปชั้นสองที่มีป้ายเขียนว่า[ผู้ดูแล]นั้นก็มีเสียงดังขึ้นมาว่า
    "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ซือคง "