“แปลกจริง ๆ เลย”
การเคลื่อนไหวที่อยู่ด้านล่างทำให้เซี่ยฮุยรู้ได้ทันทีว่าตุ๊กตาดินเผากำลังไล่ตามมา
เจี่ยปิงอวี่ที่อยู่ใกล้เขายังคงวิ่งไปด้านหน้าอย่างไม่หยุด
เซี่ยฮุยพูด “ตุ๊กตาดินเผาพวกนี้วิ่งไม่หยุดเลย ทำอย่างกับรู้ว่าพวกเรากำลังวิ่งขึ้นไปด้านบนอย่างนั้นแหละ”
“เหมือนกับพวกมันกำลังต้อนเราให้วิ่งขึ้นไปด้านบนเลย” เจี่ยปิงอวี่พูดเสริม
“ภารกิจนี้คงไม่ได้ง่ายอย่างที่พวกเราคิดแล้วสิ”
เซี่ยฮุยวิ่งไปพลางก็หันไปมองด้านหลังไปพลาง
ถึงแม้ว่าระดับความเร็วในการวิ่งของตุ๊กตาดินเผาไม่ได้รวดเร็วเท่าไหร่นัก แต่พวกมันก็วิ่งอย่างไม่หยุด พวกเขาจึงทำได้เพียงแค่วิ่งไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง
ความสูงในตอนนี้เทียบเท่ากับตึกที่มีความสูงเกือบสิบชั้น บันไดยังคงทอดยาวไปด้านบนจนทำให้เซี่ยฮุยเริ่มเกิดความตึงเครียดขึ้น
บันไดนี้ต้องไม่ใช่บันไดเดิมของตึกนี้แน่ ๆ แค่เห็นก็รู้แล้วว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่โรงเรียนกลายเป็นโรงเรียนร้าง
เดิมทีเขาคิดว่าเจินเจินคือผู้อยู่เบื้องหลังสิ่งเหล่านี้ แต่จากสถานการณ์ในเวลานี้เขากล้าใช้น่องไก่สองน่องเดิมพันได้เลยว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังต้องเป็นคนอื่นแน่นอน
“ใกล้จะถึงชั้นบนสุดแล้ว”
ตอนที่หมอกสีเทาบางเบาปรากฏขึ้นข้าง ๆ เขา จู่ ๆ เฉียนตัวตัวที่วิ่งนำอยู่ด้านหน้าสุดก็ตะโกนบอกทุกคน
ผ่านไปได้ไม่นานพวกเขาก็มาถึงจุดสูงสุดของบันไดแห่งนี้
ตอนที่ข้ามบันไดขั้นสุดท้าย เซี่ยฮุยและคนอื่น ๆ ก็พบว่าที่นี่เป็นทางตันและไม่มีทางให้ไปต่อแล้ว
ตอนที่พวกเขากวาดตามองไปรอบ ๆ สิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าทำให้ตกตะลึงไปในทันที ตอนนี้พวกเขายืนอยู่บริเวณทางเดินในห้องพักอีกครั้งแล้ว
ตอนที่หันกลับไปมองก็พบว่าทางเดินที่พวกเขาวิ่งผ่านมาก่อนหน้านี้ยังคงอยู่ เหล่าตุ๊กตาดินเผาที่อยู่ด้านหลังก็ยังวิ่งตามมา
พวกเขาทั้งหกรีบหมุนตัวกลับไปและยืนอยู่ในโหมดพร้อมรับการโจมตี พลังงานที่อยู่บนร่างกายถูกเปิดใช้งาน
เตรียมตัวต้านการโจมตี
ตอนที่ตุ๊กตาดินเผาวิ่งมาถึงบันไดขั้นสุดท้ายพวกมันก็หยุดการเคลื่อนไหวทันที
พวกมันยืนนิ่งอยู่กับที่เหมือนกับที่เซี่ยฮุยเจอพวกมันในอาคารเรียนก่อนหน้านี้ ไร้ซึ่งความรู้สึก ไม่ว่าจะมองทางไหนก็ไม่ได้ต่างจากตุ๊กตาดินเผาธรรมดา
แต่เซี่ยฮุยและคนอื่น ๆ จะเห็นมันเป็นตุ๊กตาดินเผาธรรมดา ๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน?
เซี่ยฮุยกวาดตามองตุ๊กตาดินเผาอย่างละเอียด จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรถึงทำให้พวกมันสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้พวกเราถูกขังให้อยู่ที่นี่แล้ว”
“พวกเธอรู้สึกไหมว่าที่นี่คุ้นตามาก?” ในเวลานี้เอง จู่ ๆ หลี่เหมยก็พูดโพล่งขึ้นมา
สิ่งที่เธอพูดทำให้เซี่ยฮุยต้องหยุดคิดอีกครั้ง และเขาก็รู้สึกคุ้นตาเช่นเดียวกัน
บริเวณทางเดินทั้งมืดสนิท เงียบสงัด อีกทั้งยังมีพลังลมปราณเย็นยะเยือก
ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัย
ที่นี่ไม่มีแสงสว่างให้เห็นแม้แต่น้อย หลังจากที่ป๋ายเสียวเสี่ยวเปิดใช้ลูกไฟ ทางเดินที่มืดสนิทก็เกิดแสงรำไรขึ้น
ทันทีที่เห็นภาพชัดเจนขึ้น พวกเขาก็เกิดอาการเหงื่อตกในทันทีเพราะบริเวณทางเดินในเวลานี้เหมือนกับชั้นสี่ไม่มีผิด
ไม่เพียงแต่หมายเลขห้องพักเท่านั้น แม้แต่ตำแหน่งรอยเปื้อนบนผนังก็เหมือนกัน
เซี่ยฮุยเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจเพราะเมื่อกี้เขาแอบได้ยินเสียงแปลกประหลาดบางอย่างดังข้าง ๆ หู
“ติ๋ง...ติ๋ง...”
ทันทีที่ได้ยินเสียงนี้ เซี่ยฮุยก็มั่นใจได้ในทันทีว่าเขาไม่ได้หูแว่วไปเอง บริเวณด้านในสุดของทางเดินมีเสียงน้ำกระทบกับพื้น
“ทุกคนระวังตัวนะ”
เซี่ยฮุยชี้นิ้วไปที่ด้านในสุดของทางเดิน “เสียวเสี่ยว...ทางนั้น”
ยิ่งลูกไฟเข้าใกล้จุดนั้นมากเท่าไหร่ การมองเห็นทางฝั่งนั้นจึงชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ยิ่งลูกไฟเข้าใกล้จุดนั้นมากเท่าไหร่ ร่างของใครบางคนก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ
ตอนที่ลูกไฟเคลื่อนไปอยู่ด้านในสุดของทางเดิน เซี่ยฮุยก็เห็นสิ่งที่อยู่ด้านในได้อย่างชัดเจน
มันคือเงาที่ถูกปกคลุมด้วยดินเหนียว
เซี่ยฮุยมั่นใจได้เพราะเขาเห็นว่าดินเหนียวไม่ได้ปกคลุมทั่วทั้งร่าง จึงทำให้มีเสื้อสีขาวตัดฟ้าโผล่ออกมาให้เห็น
เซี่ยฮุยจำชุดยูนิฟอร์มนี้ได้เพราะตอนที่พวกเขาไปรวมตัวกันที่โรงเรียน เขาเคยเห็นชุดยูนิฟอร์มของเด็กโรงเรียนนี้
“เสี่ยว...หง...”
เซี่ยฮุยเปล่งเสียงแหบผ้าออกมาสองพยางค์หลังจากเห็นเงาของใครบางคนที่อยู่ด้านใต้ดินเหนียว
“เธอคือ...”
เซี่ยฮุยแอบคาดเดาภายในใจ ทันใดนั้นทางเดินก็เปลี่ยนไปจากเดิมอีกครั้ง
วินาทีนั้นบริเวณทางเดินก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้น
เสียงภายในห้องโถงดังขึ้นพร้อมกับเงาจำนวนมากที่ปรากฏขึ้นบริเวณชั้นนี้
ภาพมายา!
ยังไม่ทันได้มีเวลาให้พวกเขาได้หลบเงาเหล่านั้น จู่ ๆ ร่างของพวกเขาก็ยืนอยู่บริเวณตรงกลางของทางเดิน
ใบหน้าของเจ้าของเงาชัดเจนทันตาเห็น เหล่าเด็กนักเรียนจำนวนหนึ่งวิ่งผ่านทางเดินแห่งนี้ไปอย่างรวดเร็ว
“ตึง!”
ในเวลานี้เอง ด้านในสุดของทางเดินก็ปรากฏเงาของใครบางคนถูกผลักออกมา
แรงที่ดันร่างนั้นออกมารุนแรงเสียจนทำให้เงานั้นล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น
เซี่ยฮุยและคนอื่น ๆ ไม่สามารถได้ยินเสียงเหล่านั้นได้ ราวกับพวกเขากำลังยืนดูละครใบ้ที่เห็นได้เพียงแค่ภาพเท่านั้น
เงาที่กำลังวิ่งเข้ามาไม่มีใครช่วยพยุงร่างของเด็กนักเรียนที่ถูกผลักแม้แต่คนเดียว
นอกจากนี้คนเหล่านั้นยังเข้ามาล้อมรอบตัวเธอพร้อมกับชี้นิ้วและหัวเราะเยาะเย้ยด้วยความสะใจ
“นั่นมันจางเสี่ยวหงไม่ใช่เหรอ?”
เฉียนตัวตัวชี้ไปที่เด็กผู้หญิงที่กำลังถูกคนอื่น ๆ รังแกพร้อมกับตะโกนถามเสียงดัง
คนอื่น ๆ ก็เห็นภาพเหล่านั้น และพวกเขาก็รู้ดีว่านี่เป็นแค่เพียงภาพลวงตาเท่านั้น
เงาประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ถูกสร้างขึ้นมาจากเงามายาอย่างนั้นหรือ?
หรือว่ามันกำลังแสดงภาพความทรงจำที่เคยเกิดขึ้นให้พวกเขาดู?
“น่าสงสารจัง”
ป๋ายเสียวเสี่ยวพูดขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนร่วมห้องกำลังสาดน้ำจากกะละมังใส่ร่างของจางเสี่ยวหงจนร่างกายเปียกปอนไปทั้งตัว
“ไม่คิดจะขัดขืนบ้างเลยเหรอ”
หลี่เหมยกำหมัดแน่น ถ้าหากเป็นเธอที่นั่งอยู่ตรงนั้นเธอต้องลุกขึ้นสู้กับคนพวกนั้นแน่ ๆ
ภาพตรงหน้าเปลี่ยนเป็นฉากอื่นอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วอึดใจเงาจำนวนนับสิบคนก็หายไป
แสงสว่างบริเวณทางเดินค่อย ๆ มืดหม่นลง เหลือเพียงจางเสี่ยวหงที่ยังอยู่ตรงนั้น
เธอขดตัวอยู่บนพื้น แม้ว่าจะไม่มีใครรุมเตะเธอ แต่ร่างกายของเธอกลับกระตุกอย่างไม่หยุด
ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยผ่านไปนานแค่ไหน เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นจากพื้นด้วยท่าทางทุลักทุเล ในเวลานี้เองเซี่ยฮุยและคนอื่น ๆ ก็เห็นใบหน้าเธอได้อย่างชัดเจน
คือจางเสี่ยวหงอย่างที่คิดไว้จริง ๆ
แต่เซี่ยฮุยกลับรู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดบางอย่างเพราะจางเสี่ยวหงที่พวกเขาเจอก่อนหน้านี้ไม่ได้มีนิสัยแบบนี้
จางเสี่ยวหงในเวลานี้อยู่ในโหมดด้านมืด เธอค่อย ๆ เดินกลับเข้าไปในห้องพักทีละก้าว จากนั้นก็ปิดประตูลง...
จากนั้นฉากตรงหน้าก็เปลี่ยนไปยังฉากต่อไป
สิ่งที่เซี่ยฮุยและคนอื่น ๆ เห็นคือเงาที่ถูกปกคลุมไปด้วยดินเหนียวที่ยืนอยู่บนทางเดิน
“เสี่ยว...หง...”
เงานั้นค่อย ๆ เดินตรงเข้ามาหาพวกเขาอย่างช้า ๆ
ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่ เซี่ยฮุยก็มั่นใจได้ในทันทีว่าเจ้าของร่างคือจางเสี่ยวหง
แต่ทำไมเธอถึงเอาแต่เรียกชื่อเสี่ยวหงล่ะ? คนที่ชื่อเสี่ยวหงก็คือเธอไม่ใช่เหรอ?
แต่ “จางเสี่ยวหง” ไม่ได้ปล่อยให้เซี่ยฮุยได้มีเวลาหยุดคิด ตอนที่เธอเดินเข้ามาใกล้ พลังงานความเย็นจากน้ำแข็งเหมันต์ก็ส่งตรงเข้ามาหาพวกเขา
“หยุดอยู่ตรงนั้นนะ จางเสี่ยวหง!”
ในเวลานี้เอง เจี่ยปิงอวี่ก็เรียกเสาน้ำแข็งออกมาหนึ่งต้นและดันไปที่หน้าผากของ “จางเสี่ยวหง” เพื่อให้เธอหยุดเดิน
“จาง...เสี่ยว...หง”
เจี่ยปิงอวี่ตะโกนเรียกชื่อเธอจนทำให้เงาของเสี่ยวหงหยุดชะงัก
เธอยืนนิ่งอยู่กับที่และมองมาที่เจี่ยปิงอวี่ด้วยท่าทางแข็งทื่อ
หลังจากนั้นมุมปากของเธอก็ขยับพร้อมกับเปล่งเสียงออกมาสามพยางค์
จู่ ๆ สายตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นความน่าสะพรึงกลัว “จางเสี่ยวหงอยู่ที่ไหน?”
“รีบบอกฉันมา พวกเธอพาเธอไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน”
“พูดแบบนี้...หมายความว่าเธอคือเจินเจินเหรอ?” จู่ ๆ เซี่ยฮุยก็ถามขึ้น
“ทำไมนายถึงรู้จักชื่อของฉัน?”
เจินเจินหันมามองเซี่ยฮุยและถามด้วยความสงสัย
เซี่ยฮุยไม่ได้ตอบคำถามของเธอ คนอื่น ๆ หันมาสบตากันด้วยความตกตะลึง
ถ้าหากเงานี้ไม่ใช่เจินเจิน ถ้าเช่นนั้นคนที่ถูกเซี่ยฮุยฆ่าตายก่อนหน้านี้คือใคร?
“อย่าบอกนะว่าคนที่ฉันฆ่าตายคือ...”
สายตาของเซี่ยฮุยค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความตกตะลึง