“ยายเฒ่าไปยกเจียงหมี่เถียวมา!” หวังชีหันไปตะโกนทางห้องนอน พ่นคำด่าทอในใจว่ามารดามันเถิด ข้าซื้ออาหารมากมาย คนในวงศ์ตระกูลล้วนมากันแล้วเจ้าไม่ยกของว่างมาแม้แต่จานเดียว เจิ้งหยวนที่เสียแขนไปข้างหนึ่งบ้านยากจนเพียงนั้น เพิ่งหาเงินจากการขายพริกสับดองได้เล็กน้อย แขกเหรื่อมาที่บ้านบนโต๊ะในห้องโถงมีเมล็ดแตง ถั่วลิสง ยังมีเจียงหมี่เถียวและม่ายหยาถังวางอยู่ข้าเป็นถึงหลี่เจิ้ง คราวนี้ขายพริกสับดองหาเงินได้เท่ากับเงินที่หามาหลายปียายเฒ่าทึ่มทื่อทั้งยังตระหนี่เช่นนี้ภายในห้องโถงของบ้านไม่มีของกินแม้แต่จานเดียว เสียหน้าข้าจริงๆ!
หากเป็นยามปกติเฟิ่งซื่อคงทะเลาะกับหวังชีไปนานแล้ว ครั้งนี้มีคนในวงศ์ตระกูลมามากมายยังมีผู้อาวุโสอายุเจ็ดสิบกว่าปีหลายคนอยู่ด้วย เฟิ่งซื่อจึงไว้หน้าหวังชีในครั้งนี้นางให้หลานชายคนโตหวังซานห่วงยกเมล็ดแตงคั่วหนึ่งจานไปที่ห้องโถง
ครั้นหวังชีเห็นเมล็ดแตงคั่วในใจก็ยิ่งโกรธเมื่อครู่เขาเอ่ยว่าเจียงหมี่เถียว เหตุใดถึงยกเมล็ดแตงมายังเป็นเพียงหนึ่งจานธรรมดาๆ เฟิ่งซื่อยายเฒ่าทึ่มทื่อผู้นี้ มารดามันเถิดในปีนั้นเขาช่างดวงตามืดบอดจริงๆ ที่ตบแต่งกับนาง!
“ปีก่อนบ้านข้าแม้แต่เมล็ดแตงคั่วก็เป็นของดีปีนี้ยังไม่เข้าเดือนล่าเยวี่ยก็ซื้อมาสิบกว่าจิน กินวันละหลายกํา ฆ่าเวลาไปพลางๆ”
“เมล็ดแตงบ้านอาเจ็ดขนาดเล็กด้านในยังเน่าอีก เมล็ดแตงเช่นนี้ราคาถูก บ้านข้าไม่ซื้อเมล็ดแตงเช่นนี้บ้านข้าซื้อก็ซื้อของดี”
“บ้านน้องเจ็ดไม่ได้ซื้อถั่วลิสงเจียงหมี่เถียว ม่ายหยาถังในช่วงปีใหม่หรือ? ปีนี้บ้านเจ้าหาเงินได้ไม่น้อยหลานเจ้าเยอะขนาดนี้ ควรซื้อไว้บ้าง”
คนในวงศ์ตระกูลเอ่ยคนละประโยคจนหวังชีได้แต่หัวเราะอย่างกระอักกระอ่วนในใจยิ่งด่าทอเฟิ่งซื่อเพิ่มขึ้น
ผู้อาวุโสของวงศ์ตระกูลมองทางหวังชีแล้วเปิดปากกล่าว“ คนมาครบแล้ว มาพูดเรื่องธุระเถิด”
หวังชีกระแอมไอหนึ่งเสียงเอ่ยเสียงดัง “ปีนี้ทุกบ้านล้วนหาเงินได้จำนวนหนึ่งเครื่องเซ่นไหว้ในวันพรุ่งนี้ต้องมากกว่าปีก่อนๆคนที่มาล้วนเป็นหัวหน้าของแต่ละครอบครัวแต่ละคนบอกว่าพรุ่งนี้จะมอบเครื่องเซ่นไหว้อันใดบ้าง”
หวังเหล่าต้าเป็นพี่ชายคนโตของลำดับรุ่นหวังชีเขาเป็นคนเปิดหัวข้อสนทนาทุกปี ทว่าปีนี้เขากลับจับจ้องผู้เฒ่าหวัง
ผู้เฒ่าหวังเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาในทันทีแต่เขาเข้าใจกฎเกณฑ์จึงอดกลั้นไม่พูดออกมา
หวังเหล่าต้าหัวเราะแล้วเอ่ย“ตระกูลพวกเราอาศัยบารมีของน้องห้า ปีนี้ทุกบ้านหาเงินจากการขายพริกสับดอง ตั้งแต่ที่หลี่ซื่อแต่งเข้ามาช่วงฤดูร้อนในตระกูลก็ไม่เคยเข้าร้านขายยา ทั้งประหยัดเงินได้จํานวนหนึ่ง น้องห้าน้องเจ็ดเป็นคนถ่อมตัว เคารพข้าที่เป็นพี่ใหญ่ เช่นนั้นข้าพูดก่อนเครื่องเซ่นไหว้ที่บ้านของข้าเตรียมในวันพรุ่งนี้คือเนื้อหมูสิบจินถั่วลิสงดิบสิบจิน!”
เนื้อหมูในช่วงเดือนล่าเยวี่ยขึ้นราคาแล้วแม้แต่เนื้อแดงล้วนหนึ่งจินก็ต้องใช้เงินสิบหกเหรียญทองแดงเมืองเซียงเป็นแหล่งปลูกถั่วลิสง ถั่วลิสงดิบหนึ่งจินหกเหรียญทองแดง
เนื้อหมูสิบจินถั่วลิสงดิบสิบจินรวมกันแล้วอย่างน้อยก็สองร้อยยี่สิบเหรียญทองแดงเท่ากับเงินสองเฉียนกว่า
ปีก่อนๆเครื่องเซ่นไหว้ของบ้านหวังเหล่าต้ามากสุดคือไข่ไก่ไม่กี่ฟอง ผักไม่กี่จินเป็นเงินสิบกว่าเหรียญทองแดง แต่ปีนี้เพิ่มขึ้นสิบกว่าเท่า
เมื่อได้ยินเช่นนี้ทุกคนก็มีสีหน้าแตกต่างกัน
ผู้เฒ่าหวังคิดไม่ถึงว่าบ้านของหวังเหล่าต้าจะมอบเครื่องเซ่นไหว้มากมายขนาดนี้พึงรู้ไว้ว่าผู้เฒ่าหวังตั้งใจให้เนื้อหมูยี่สิบจิน ถั่วลิสงยี่สิบจินเท่านั้น
ครอบครัวของเขาหาเงินได้มากกว่าครอบครัวหวังเหล่าต้าหลายเท่า
ต่อไปคือหวังเอ้อร์เขาเอ่ยอย่างภูมิใจ “เครื่องเซ่นไหว้ที่บ้านมอบคือหัวหมูสองหัว ไก่หนึ่งตัว”
มีผู้อาวุโสคนหนึ่งถามด้วยความสงสัย“หัวหมูของบ้านเจ้าซื้อมาแล้ว?”
หวังเอ้อร์เอ่ยอย่างลำพองใจ“ซื้อเรียบร้อยแล้ว บุตรชายคนโตข้าสั่งกับคนขายเนื้อในตำบลชิงอวี๋หัวหมูอยู่ที่บ้านข้าแล้วขอรับ”
ผู้อาวุโสคนนั้นอ้าปากที่มีฟันเพียงไม่กี่ซี่กว้างหัวเราะแล้วเอ่ย “หัวหมูดี มองแล้วก็เต็มไปด้วยความสุข!”
“ข้าเดาว่าเครื่องเซ่นไหว้ของพวกเจ้าทั้งหลายบ้านคงมอบเนื้อหมูบ้านข้าตั้งใจซื้อปลาตัวใหญ่หนักสิบจินสองตัว และซื้อส้มห้าจิน”
“บ้านญาติข้ามอบห่านหนึ่งตัวให้ที่บ้านเครื่องเซ่นไหว้ของบ้านข้าคือห่านหนึ่งตัว ไข่ไก่ห้าจิน”
คนในตระกูลต่างแย่งกันพูดถึงเครื่องเซ่นไหว้ที่บ้านตนเองเตรียมไว้ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ
“ปีนี้เครื่องเซ่นไหว้ของตระกูลพวกเราต้องมากกว่าหลายตระกูลในหมู่บ้านข้างๆเป็นแน่”
“เป็นเช่นนั้นตระกูลพวกเราเจริญรุ่งเรือง หาเงินได้มาก ฮ่าๆ”
ผู้เฒ่าหวังยิ่งฟังยิ่งรู้สึกพูดไม่ออกเกี่ยวกับเครื่องเซ่นไหว้ที่บ้านเขาเตรียมไว้เขาพยายามนึกถึงคําพูดของหลี่ชิงชิงยามที่เขาเอ่ยถึงของเซ่นไหว้เมื่อหลายวันก่อน...
“ซาลาเปายัดไส้เนื้อห้าร้อยลูกซาลาเปาหวานห้าร้อยลูก บ้านพวกเราขายซาลาเปา ในของเซ่นไหว้ต้องมีซาลาเปาเช่นนี้ถึงจะแสดงว่าบ้านเราไหว้บรรพบุรุษด้วยใจจริง แค่ซาลาเปาไม่พอเพิ่มเป็ดสองตัว ไก่สองตัว ข้านำเป็ดและไก่ทั้งตัวตุ๋นพะโล้ไว้แล้วเครื่องเซ่นไหว้หลังไหว้บรรพบุรุษเสร็จก็แบ่งให้ทั้งวงศ์ตระกูลได้กินหลังจากเซ่นไหว้บรรพบุรุษแล้ว ท่านพ่อ ท่านหั่นเป็ดและไก่ตุ๋นพะโล้เป็นชิ้นๆให้คนในวงศ์ตระกูลได้ลองชิมเจ้าค่ะ”
ยามนั้นหลี่ชิงชิงเอ่ยถึงเครื่องเซ่นไหว้สี่อย่าง
ผู้เฒ่าหวังคำนวณราคาแค่ซาลาเปาหนึ่งพันลูกก็เป็นเงินสองตำลึงกว่า บวกกับเป็ด ไก่ ก็เกือบจะสามตำลึงเงินแล้วมากกว่ารายได้ของชาวบ้านทั่วไปที่ทำไร่ทำนาหนึ่งปี
เครื่องเซ่นไหว้มากขนาดนี้มากเกินไปแล้ว ผู้เฒ่าหวังกล่าวว่าเครื่องเซ่นไหว้ตระกูลหวังจะมากกว่าบ้านอื่นไม่ได้อีกประการ เครื่องเซ่นไหว้ของปีนี้มาก ปีหน้า ปีถัดไปหากว่าการค้าไม่ดีแล้วมอบเครื่องเซ่นไหว้จำนวนมากไม่ได้จะทำอย่างไร?
ตอนนี้ก็ดีแล้วคนในตระกูลทุกครอบครัวต่างมอบเครื่องเซ่นไหว้จำนวนมาก ทำเอาผู้เฒ่าหวังที่ได้ยินถึงกับตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งราวกับนั่งอยู่บนพรมเข็มอย่างไรอย่างนั้น
หวังชีที่นั่งอยู่ด้านข้างผู้เฒ่าหวังก็ถูกปลุกเร้าแล้วเช่นกัน
เขาในฐานะหลี่เจิ้งและผู้นำตระกูลทุกครึ่งปีทางศาลาว่าการอำเภอยังจ่ายเงินให้เขาหนึ่งร้อยกว่าเหรียญทองแดงเครื่องเซ่นไหว้จะน้อยกว่าผู้อื่นได้อย่างไร เขาอาศัยช่วงที่ไปเข้าห้องสุขาเดินไปรอบๆ ห้องครัว เห็นหมูครึ่งตัววางอยู่ในกะละมังไม้ ยังมีส้มหนึ่งตะกร้านี่น่าจะเป็นของที่ครอบครัวจะกินในช่วงปีใหม่
เขาไม่ได้หารือกับเฟิ่งซื่อแต่ความจริงหารือไปก็ไร้ประโยชน์ เฟิ่งซื่อย่อมไม่เห็นด้วย
ในขณะที่ผู้เฒ่าหวังกําลังขบคิดว่าจะกลับบ้านไปหารือเรื่องเครื่องเซ่นไหว้กับหลี่ชิงชิงหรือไม่หวังชีก็กลับมา ยืนต่อหน้าทุกคนแล้วเอ่ยว่า “บ้านข้ามอบหมูครึ่งตัว ส้มสิบจิน!”
หมูครึ่งตัวอย่างน้อยเจ็ดสิบจินเนื้อหมูติดหนังและกระดูกหนึ่งจินราคาสิบสองเหรียญทองแดง
หมูครึ่งตัวอย่างน้อยก็หนึ่งตำลึงสี่เฉียน
ส้มสิบจินก็หกสิบเหรียญทองแดง
“ดี!”
“พี่เจ็ดเป็นแบบอย่างที่ดีจริงๆ!”
“เจ้าเจ็ดเจ้าทำหน้าที่ผู้นำตระกูลได้ดี!”
คนในวงศ์ตระกูลพากันเอ่ยชมเชยหวังชียังยกนิ้วหัวแม่มือไปทางเขา นี่ทำเอาหวังชีหัวเราะจนหุบไม่ลง
ผู้เฒ่าหวังนั่งไม่ติดแล้วโกหกว่าจะวิ่งกลับบ้านไปปลดทุกข์ ทันทีที่เข้าไปในลานบ้านก็รีบร้อนตะโกนขึ้นว่า “ชิงชิงล่ะ?”
เสียงอันดังของหลิวซื่อดังออกมาจากห้องโถง“ชิงชิงของข้ามีงานต้องทํา คนในบ้านมากมาย เจ้าหาคนอื่นมาทํางานไม่ได้หรือ!”
“ไอหยาข้าต้องการหารือกับชิงชิงเกี่ยวกับเครื่องเซ่นไหว้วันพรุ่งนี้ ข้าแก่จนเลอะเลือนแล้วข้าควรฟังคําพูดของชิงชิง เจ้าไม่รู้อันใดปีนี้คนในตระกูลต่างเตรียมเครื่องเซ่นไหว้จำนวนมาก
บ้านน้องเจ็ดให้หมูครึ่งตัวส้มสิบจิน! บ้านพวกเรามีเงินมากกว่าบ้านน้องเจ็ด ครอบครัวเรายังสร้างเรือนอิฐขุดบ่อน้ำ แต่บ้านเราเตรียมแค่เนื้อหมูยี่สิบจิน ถั่วลิสงยี่สิบจิน
ข้าไม่กล้าพูดออกไปหากข้าพูดไปแล้ว หน้าของข้าคงรักษาไว้ไม่ได้ ข้าไม่อาจเป็นคนในวงศ์ตระกูลได้แล้ว” ผู้เฒ่าหวังเข้าไปในห้องโถงและปิดประตูเอ่ยกับหลิวซื่อที่นั่งกินขนมดื่มน้ำชาอย่างสบายบนเก้าอี้ จากนั้นก็เอ่ยถามอีกครั้งว่า“ยายเฒ่า แล้วชิงชิงเล่า?”