โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล

    บทที่ 35 เหยื่อสังเวย

    บทที่ 35 เหยื่อสังเวย

     

     

     

    ไม่นานนักป่าที่เคยสงบสุขก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ลึกลับชวนขนลุก เสียงขยับเขยื้อน และเสียงกิ่งไม้หักทำให้หัวใจของผมเต้นระรัวความรู้สึกถึงลางร้ายเริ่มหนักอึ้งขึ้นในทุกวินาทีที่ผ่านไป

     

    และแล้ว มอนสเตอร์ตัวนั้นก็ปรากฏกาย

     

    มันก้าวออกมาจากพุ่มไม้หนาทึบด้วยจังหวะที่เชื่องช้าทว่ามั่นคงอุ้งเท้าขนาดมหึมาบดขยี้พุ่มไม้ และใบไม้แห้งจนเกิดเสียงกรอบแกรบที่ชวนให้รู้สึกคลื่นไส้ทุกย่างก้าวของมันหนักหน่วงจนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดิน

     

    ทว่าสิ่งที่น่าสยดสยองที่สุดคือดวงตาของมัน...พวกมันเรืองแสงสีส้มผิดธรรมชาติราวกับมีเปลวเพลิงที่คุกรุ่นอยู่ภายในร่างของมันจริงๆ

     

    คลื่นมานาอันมหาศาลแผ่ซ่านเข้าปกคลุมทั่วบริเวณส่งผลให้ทุกคนยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว

     

    ขณะที่มันคืบคลานเข้ามาป่าทั้งป่าก็พลันเงียบสงัดลงเรื่อยๆ เสียงขู่คำรามต่ำก้องกังวานอยู่ในอากาศแรงสั่นสะเทือนของมันสั่นท้านไปถึงกระดูก

     

    มันจ้องมองมาที่ผมอีกครั้งก่อนจะละสายตาลงมองที่พื้นดินตรงหน้าอย่างเย็นชา

     

    [หมีเถ้าถ่าน เลเวล 20]

     

    เลเวลของมันเพิ่มขึ้นคลื่นมานาที่แผ่ออกมาจากร่างมหึมานั่นทำให้ท้องไส้ของผมปั่นป่วนจนอยากจะอาเจียนบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมด

     

    แม้แต่การขยับปอดเพื่อหายใจเข้ายังกลายเป็นเรื่องยากลำบาก

     

    หมีเถ้าถ่านก้าวเข้ามาหาเราอีกสองสามก้าวแล้วหยุดลงมันจ้องมองพวกเราด้วยดวงตาที่ดุดันแต่แฝงไว้ด้วยความเฉลียวฉลาดที่น่าขนลุก

     

    หนึ่งนาที... สองนาที...สามนาทีผ่านไปโดยไม่มีใครกล้าขยับเขยื้อนจนกระทั่งความเงียบถูกฉีกกระชากด้วยเสียงกรีดร้องแห่งความสิ้นหวังของใครบางคน

     

    หูของมอนสเตอร์ตัวนั้นกระดิกรับเสียงมันเพียงแค่คำรามตอบกลับมาสั้นๆแต่แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็ทำให้กระจกหน้าต่างที่เหลืออยู่บนตู้ขบวนรถไฟแตกละเอียดทันที

     

    เสียงกรีดร้องนั้นเงียบลงฉับพลันแทนที่ด้วยเสียงสะอื้นและคำถามที่เต็มไปด้วยความกลัว

     

    "มันต้องการอะไรกันแน่?!"

     

    "ขาฉัน... ขยับไม่ได้"

     

    "หรือว่ามันอยากจะกินอะไรสักอย่าง...เหมือนคราวที่แล้วไง?"

     

    คำพูดนั้นทำให้ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงันภาพร่างของเดนี่ ที่ถูกกัดกินทั้งเป็นผุดขึ้นมาในหัว

     

    มอนสเตอร์เริ่มขยับเข้ามาใกล้ขึ้นมันเหยียบผ่านแนวรั้วไม้ระแนงจนแหลกละเอียดโดยไม่เกิดแม้แต่รอยขีดข่วนบนผิวหนัง

     

    ผู้คนเริ่มแลกเปลี่ยนสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงอากาศรอบตัวหนาแน่นขึ้นจนเหงื่อเย็นๆ ไหลอาบแผ่นหลัง

     

    ผมเคยคิดว่าถ้าเจอหน้ามันอีกครั้งผมคงพอจะทำอะไรได้บ้างแต่ความจริงคือผมทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวแค่คิดจะวิ่งหนียังเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ... สมเพชตัวเองชะมัด

     

    ในวินาทีแห่งความสิ้นหวังนั้นเอง อีธานมหาเศรษฐีจอมขี้อวด ก็แผดเสียงออกมา ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้

     

    "เราควรจะโยนใครสักคนให้มันเหมือนคราวที่แล้วไง! เราต้องสละ... ใครสักคน!"

     

    สายตาของเขาลอกแลกมองหาเหยื่อสังเวยกลุ่มคนต่างถอยกรูดด้วยความสยดสยอง แต่ลึกๆความกลัวก็ทำให้หลายคนเริ่มโอนอ่อนตามความคิดนั้น

     

    สายตาของอีธานไปหยุดอยู่ที่ลิลลี่เด็กสาวร่างเล็กที่ดูไร้ทางสู้ที่สุดในกลุ่ม

     

    "ฉันขอโทษนะลิลลี่!"

     

    เขาขยับตัวด้วยความลนลานพลางกระชากแขนเด็กสาวจนเธอร้องเสียงหลงทุกคนตกใจจนตอบสนองช้าไปก้าวหนึ่งเมื่อเขาเริ่มฉุดกระชากเธอเข้าไปใกล้รัศมีของหมีร้าย

     

    ผมมองภาพนั้นด้วยสายตาเย็นชา... จริงๆผมก็เห็นด้วยกับเขานะ เขาแค่พยายามดิ้นรนเพื่อรักษาชีวิตตัวเองไว้แต่มันติดอยู่ที่เรื่องเดียว

     

    ไอ้หมอนี่คิดว่ามันกำลังทำอะไรอยู่?คิดจะลากคนของผมไปสังเวยต่อหน้าผมเนี่ยนะ?

     

    ในที่สุดผมก็ตัดสินใจจมดิ่งสู่สภาวะสมาธิขั้นสุดมานาไหลเวียนเข้ากระตุ้นทั่วร่างจนพอจะฝืนแรงกดดันขยับตัวออกไปได้

     

    ผมพุ่งตัวเข้าไปคว้าคออีธานไว้พร้อมกับอัดพลังกายเต็มพิกัดมืออีกข้างของผมออกแรงบิดหักข้อมือที่อีธานกำลังกระชากลิลลี่จนกระดูกลั่นกร้าว

     

    เขาแผดร้องด้วยความเจ็บปวดแต่ผมไม่สนผมใช้พละกำลังจากการเสริมมานาเหวี่ยงร่างของเขาลอยละลิ่วตรงไปทางหมีเถ้าถ่านทันที

     

    ขอบใจนะอีธานที่เริ่มลงมือก่อนในวินาทีนี้ยอมรับเลยว่าแกเด็ดขาดมาก

     

    แต่โทษทีนะ เด็กสาวคนนั้นคือถังเลือดสำรอง ของผม แถมเธอยังพูดจาดีและไม่เคยทำตัวน่ารำคาญ

     

    ส่วนแกเอาแต่พล่ามเรื่องเงินไม่หยุดเพราะฉะนั้นลองไปติดสินบนไอ้หมีเวรนั่นดูหน่อยเป็นไง!

     

    ร่างของอีธานลอยไปตกกระแทกพื้นแล้วกลิ้งไปหยุดอยู่แทบเท้าของมอนสเตอร์พอดีเขาเงยหน้าขึ้นด้วยความมึนงงก่อนจะกรีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นคมเขี้ยวขนาดมหึมาอยู่ตรงหน้า

     

    เขาพยายามกางบาเรียมานาสีฟ้าอ่อนออกมาปกป้องตัวเองด้วยความลนลาน

     

    สายตาของผมสบเข้ากับดวงตาของหมีเถ้าถ่านครู่หนึ่งชั่วขณะนั้นมันเมินเฉยต่อเสียงกรีดร้องใต้ฝ่าเท้าของมันโดยสิ้นเชิง

     

    แต่เพียงไม่นานมันก็ค่อยๆหันกลับไปมองอีธานอย่างช้าๆบาเรียสีฟ้านั่นแตกสลายลงทันทีในวินาทีที่อุ้งเท้าของมอนสเตอร์แตะต้องมันราวกับเป็นเพียงแผ่นแก้วบางๆ เท่านั้น

     

    กร๊อบ!

     

    อุ้งเท้ามหึมาเหยียบขยี้ลงบนมือซ้ายของอีธานโล่มานาที่เจ้าตัวพยายามเรียกออกมาวาบขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะพังทลายลงเหมือนเศษแก้ว

     

    หมีร้ายก้มลงฝังคมเขี้ยวเข้าที่มืออีกข้างของเขาแล้วสะบัดกระชากอย่างแรงเสียงกล้ามเนื้อและเอ็นที่ฉีกขาดดัง แว่วมาถึงหูคนฟังพร้อมกับอวัยวะที่หลุดกระเด็นออกไปในพริบตา

     

    อีธานยังคงแผดร้องสุดเสียงเขายังมีชีวิตและสติครบถ้วนในขณะที่หมีเถ้าถ่านค่อยๆเคี้ยวหมับที่มือของเขาอย่างเชื่องช้ามันก้มมองดูชายที่ดิ้นพล่านอยู่ใต้ฝ่าเท้าด้วยความสงสัยราวกับกำลังสำรวจของเล่นที่ยังส่งเสียงได้

     

    จากนั้นมันก็ก้มตัวลงฝังเขี้ยวลงบนหน้าท้องของเขาแล้วฉีกทึ้งออกมาคำโตผมมั่นใจเลยว่าเสียงกรีดร้องที่โหยหวนราวกับไม่ได้มาจากมนุษย์ในวินาทีนั้นจะตามหลอกหลอนผมไปจนวันตาย

     

    เสียงนั้นค่อยๆ แหบพร่าและแผ่วลงเรื่อยๆอีธานกระอักเลือดกองโตออกมาคำสุดท้ายก่อนจะแน่นิ่งไป

     

    มอนสเตอร์ตัวนั้นค่อยๆบรรจงกัดกินร่างที่ไร้วิญญาณอย่างช้าๆ มันกวาดสายตามองพวกเราที่ยืนตัวสั่นเป็นพักๆอย่างไม่ใส่ใจ ไร้ซึ่งร่องรอยของการระแวดระวัง

     

    ราวกับพวกเราเป็นเพียงมดปลวกที่ไม่มีค่าพอให้มันต้องหยุดมื้ออาหารอันโอชะ

     

    หลังจากอิ่มหนำมันเลียคราบเลือดที่ติดอยู่รอบปากอย่างพึงพอใจ

     

    ทันใดนั้นคลื่นมานาอันเข้มข้นอีกระลอกก็พุ่งทะลวงตรงมาที่ผมครั้งนี้ผมสัมผัสได้ชัดเจนว่ามันไม่ได้เล็งมาที่ตัวผม แต่มันเจาะจงไปที่เศษสร้อยคอแตกหักซึ่งอยู่ในกระเป๋าของผม

     

    มันจ้องลึกเข้ามาเหมือนจะย้ำเตือนบางอย่างก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าป่าลึกไปอีกครั้งทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือดและความเงียบงันที่น่าอึดอัดเกินจะบรรยาย

     

    ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากหมีเถ้าถ่านจากไปผมตัดสินใจเดินมุ่งหน้าเข้าป่าไปเพียงลำพัง

     

    ผมไล่ล่า และฆ่าทุกสิ่งที่ขวางหน้าไม่ว่าจะเป็นโทรลล์ ก็อบลิน หรือหมาป่าทุกชีวิตที่ผ่านเข้ามาในสายตาถูกสังหารทิ้งอย่างไร้ความปราณี ความโกรธแค้น และมานาที่ลุกโชนอยู่ในเส้นเลือดทำให้ผมลงมืออย่างบ้าคลั่ง

     

    ผมไม่เคยรู้สึกอ่อนแอขนาดนี้มาก่อนความรู้สึกไร้ทางสู้มันกัดกินใจจนเกินทน

     

    สิ่งเดียวที่ผมทำได้ในตอนนั้นคือนั่งมองดูเหตุการณ์อยู่เฉยๆแม้แต่จะวิ่งหนีก็ยังทำไม่ได้ได้แต่รอคอยอย่างสิ้นหวังและภาวนาให้ชีวิตของคนคนเดียวเพียงพอต่อความต้องการของมัน

     

    น่าสมเพช... ผมเกลียดตัวเองและรังเกียจความรู้สึกนี้จับใจ ผมไม่อยากรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว ไม่มีวัน!

     

    เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ในที่สุดผมก็ได้เห็นข้อความที่รอคอย

     

    [คุณสังหารโทรลล์ เลเวล 11 สำเร็จ]

     

    [เลเวล 9 > เลเวล 10]

     

    [เควสต์รองเสร็จสมบูรณ์แล้วโปรดเลือกหนึ่งใน ลักษณะเฉพาะ ซึ่งลักษณะเฉพาะเหล่านี้จะอ้างอิงจากการกระทำและผลงานของคุณที่ผ่านมาภายในบทเรียนเริ่มต้น]

     

    [ข้อควรระวัง:มนุษย์สามารถครอบครองลักษณะเฉพาะได้จำกัดเพียง 3 อย่างเท่านั้นโปรดเลือกอย่างระมัดระวัง]

     

     

    คล้ายกับเรื่องโหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล ที่คุณอ่าน