เหมยซี ณ ขณะนี้ที่เหมือนตนอยู่ในภวังค์ นางได้เดินวนไปวนมา นางไม่พบแสงหรือทางออกใดๆ เลยมีเพียงควันสีขาวเต็มไปหมด
"มีใครอยู่ไหม มีใครอยู่บ้าง ได้ยินเสียงข้าหรือไม่ซือหยาเ้าอยู่ที่ใด อี้อ๋องเพคะพระองค์อยู่ที่ไหนพาหม่อมชั้นออกไปที" เหมยซีเดินวนไปในความมืดสลัวและเรียกให้คนเข้าช่วยตน นางหวาดกลัวเพราะไม่ทราบว่าตนอยู่ที่ใด ทางออกอยู่หนใด
และแล้วก็มีเสียงนึงเรียกนาง "เหมยซี... เหมยซี... ทางนี้เ้าจงเดินมาทางนี้ ข้ารอที่จะพบเจอเ้ามานานแล้ว"
เหมยซีได้ยินเสียงลอยมาแต่ไกล นางรีบเดินตามเสียงไปและพบเจอกับหญิงผู้นึงใส่เสื้อผ้าโบราณคล้ายกับตัวที่นางใส่ตอนตื่นมาครั้งแรกมิผิด และใบหน้าเช่นนี้ช่างคุ้นนัก ใบหน้าเรียบสวย ท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตน พลันนึกขึ้นได้ว่าแม่นางผู้นี้มีใบหน้าเหมือนกับตนรวมทั้งเสื้อผ้าทรงผมเหมือนกันมิผิดเพี้ยน
"หลินเหมยซี ใช่เ้าหรือไม่ ข้าตายแล้วหรือ" เหมยซีจำได้แต่เพียงว่าหลังจากดื่มน้ำชา นางก็หายใจไม่ออกและภาพก็ตัดไปในทันที
"ที่นี้คือปรโลกรึเปล่า ข้าตายแล้วแน่เลยถึงได้มาพบกับเ้าที่นี้ หลินเหมยซีเ้าของร่างกายที่ข้าอาศัยอยู่ที่จวน" หลินเหมยซีได้แต่ยิ้มอย่างเอ็นดู
"เ้ายังมิตายหรอกเหมยซี เ้าเพียงแต่จิตหลุดออกมาเท่านั้น นั้นเพราะข้า้าพบเ้าและขอบคุณเ้าที่ดูแลร่างกายของข้าร่วมทั้งท่านแม่ของข้าและซือหยาเป็อย่างดี ชีวิตข้านั้นอาภัพยิ่งนัก มิกล้าหาญเยี่ยงเ้าข้าจึงได้นำจิตของเ้าให้มาอาศัยในร่างกายของข้า" หลินเหมยซีอธิบายว่านางยังมิตาย
"จิตของข้างั้นรึ แล้วร่างกายที่แท้จริงของข้าในอนาคตเป็เยี่ยงไร เ้าเป็คนนำทางข้ามาที่นี้ใช่หรือไม่ ประตูบานนั้นที่ข้าััใช่หรือไม่" เหมยซีถามอย่างร้อนรนเพราะนางก็คิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่และพี่ชายร่วมทั้งเพื่อนรักของนางเป็อย่างมาก
"เหมยซีเ้าอย่าพึ่งร้อนรนไป ร่างกายของเ้าที่นั้นทำได้เพียงนอนแน่นิ่งเท่านั้น ที่จริงแล้วเ้าหมดอายุขัยแล้ว ส่วนอายุขัยของข้ายังมิหมดแต่ข้าไม่สามารถทนต่อความทรมานที่ได้รับและมิอาจเห็นคนที่ตนรักถูกรังแก ข้าจึงได้นำทางจิตเ้ามาอยู่ที่แห่งนี้แทน ส่วนข้าก็จะหมดอายุขัยนั้นแทนเ้า" หลินเหมยซีอธิบายถึงความทรมานั้แ่เด็กจนกระทั่งแต่งเข้าจวน นาง้าหาใครสักคนที่มีจิตใจกล้าแข็งมาต่อกรกับผู้ที่คอยจะทำร้ายตนและคนที่นางรัก นางจึงเลือกที่จะฝืนกฏธรรมชาตินี้แทน ส่วนนางก็จะได้ไปชดใช้กรรมทั้งในอดีตและปัจจุบันแทน
เหมยซีที่ได้ยินว่าตนหมดอายุขัยในอนาคตแล้วก็หลั่งน้ำตาเสียใจเพราะยังมีสิ่งต่างๆ มากมายที่นางยังทำมิสำเร็จ และยังอาลัยอาวรณ์ครอบครัวเพื่อนฝูงของตนเอง แต่นางก็ต้องยอมรับความจริงว่ามิอาจกลับไปได้แล้ว
"แล้วต่อจากนี้ข้าต้องทำเยี่ยงไร ข้าแค่อาศัยร่างของเ้าเท่านั้น ข้ายังมิได้วางแผนอะไรเลยเพียงแค่คิดว่าจะกลับไปได้อย่างไร แต่ข้า ณ เวลานี้รู้แล้วว่าตนถูกยาพิษและร่างกายเริ่มจะทนไม่ไหว แสดงว่าข้าคงใกล้ตายตามเ้าไป เกรงว่าจะทำให้เ้าผิดหวังเสียแล้ว" เหมยซีตัดพ้อที่ขนาดหนีความตายจากอนาคตมาแล้วยังมาถูกฆ่าตายในอดีตอีก เื่ราวมากมายที่อยากจะทำ ร่วมทั้งเขาคนนั้นอี้อ๋องจะทำเยี่ยงไรต่อไป ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดใจทำไมถึงได้เสียใจเพียงนี้ รึว่าเราเริ่มมีใจให้อี้อ๋องเสียแล้ว
หลินเหมยซีอมยิ้ม "เ้ายังมิตายหรอก และเ้าก็จากร่างมานานแล้วสมควรที่จะกลับไปได้แล้วเหมยซี จงใช้ชีวิตนี้ให้ดีแทนข้าและข้าข้อร้องเ้าโปรดช่วยดูแลคนที่ข้ารักแทนข้าด้วย จำไว้เหมยซีจงมีความสุขแทนข้า" พลันพูดเสร็จหลินเหมยซีก็พลักนางไปที่ประตูบานนึงที่เปิดออกพร้อมแสงสีขาวสว่างจ้า เหมยซีหลับตาในทันทีและนางก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาแม้ได้สติแต่ก็ยังไม่มีเรี่ยวแรงจะพูดและกระดิกตัว ทำได้เพียงกระพริบตาปริบๆ
ซือหยาเห็นผู้เป็นายฟื้นขึ้นมาก็ดีใจ "ท่านหมอพระชายาเอกทรงฟื้นแล้ว ท่านรีบมาดูอาการพระองค์ด้วยเถิด" ซือหยาตื่นเต้นดีใจที่พระชายาเอกฟื้นขึ้นมา
ด้านชายชรารีบมาจับชีพจรของนางในทันทีและยิ้มออกมา "นางมิเป็อะไรแล้ว พิษในตัวนางข้ากำจัดหมดแล้ว"
ด้านอี้อ๋องได้ยินเสียงะโของซือหยาก็รีบพลักประตูเข้ามาในทันที เข้าแทบจะวิ่งมายังเตียงพระชายาพลันเห็นนางลืมตา อี้อ๋องก็พลักท่านหมอออกแทบกระเด็น อี้อ๋องกุมมือนางขึ้นมาจุมพิศเบาๆ
"เ้าฟื้นแล้วเหมยซี เ้ามิเป็อันใดแล้วข้าดีใจยิ่งนัก" อี้อ๋องตาแดงกร่ำเนื่องด้วยมิได้นอนมาหลายคืนเพียงเฝ้าที่หน้าจวนคอยฟังข่าวเหมยซีแม้ว่าองค์รักษ์จะทรงอ้อนวอนขอร้องให้พระองค์เสด็จกลับไปบรรทมบ้างแต่ก็หาฟังไม่
"ท่านหมอนางฟื้นแล้วแต่เหตุไฉนนางจึงมิพูดหรือขยับตัวเลย หรือยาพิษยังมิหมด" อี้อ๋องที่กังวลพระทัยเนื่องจากเห็นว่าเหมยซีไม่สามารถขยับหรือพูดได้
ชายชราถอนหายใจและสายหน้าไปมา "เ้าจะรีบร้อนกระไรนักหนา เ้าจงคิดสิว่านางถูกพิษมานานเท่าใด และยังต้องรักษาพิษให้หมดจากตัวนานเท่าใด เป็เื่ปกติที่นางจะอ่อนแอไม่มีเรี่ยวแรง ส่วนเื่พิษนั้นข้าได้ตรวจแล้วว่าไม่มีพิษหลงเหลือในตัวนางแล้ว หลังจากนี้เ้าก็ให้หมอหลวงของเ้าจัดยามาบำรุงนาง ไม่กี่วันนางก็ลุกขึ้นมาวิ่งปร๋อแล้ว" ชายชราร่ายยาวบ่นทันที
อี้อ๋องที่ขณะโล่งอกได้รับสั่งให้หมอหลวงปรุงยาบำรุงมาถวายพระชายาเอกในทันที โดยที่อี้อ๋องเป็ผู้ป้อนยาและของบำรุงให้นางเองกับมือเพราะเขายังไม่สามารถไว้วางใจผู้ใด ได้อีกเกรงว่าจะเหมือนคร่าวก่อน
เหมยซีที่ได้รับฟังและสังเกตุพฤติกรรมที่อี้อ๋องดูแลตนไม่ห่าง นางก็แน่ใจในความรู้สึกแล้วว่า ชายตรงหน้านี้นั้น นางมีใจให้เขาเป็แน่แล้ว
หลังจากที่อี้อ๋องเพียรป้อนยาและของบำรุงต่างๆมากมาย รวมไปถึงโสมที่ฮ่องเต้ประทานมาให้เป็กรณีพิเศษ ตอนนี้เหมยซีแทบไม่อยากแตะต้องแล้ว นางสามารถลุกขึ้นมานั่งและพูดคุยได้แล้วเพียงแต่บางครั้งก็มีอาการเหนื่อยหอบบ้าง
"อี้อ๋องเพคะ หม่อมชั้นดีขึ้นมากแล้วไม่ต้องกินยากับของบำรุงได้หรือไม่ หม่อมชั้นเอียนเต็มทนแล้วเพคะ" นางอ้อนวอนขอไม่ดื่มยาเหล่านี้ที่ทั้งขม และบางอย่างยังเหม็นอีกด้วย
"ไม่ได้ เ้าจะต้องดื่มยาและของบำรุงอีกหนึ่งชุดนี้ให้หมดข้าสัญญาจะเป็ครั้งสุดท้ายแล้ว หลังจากนี้เ้าจะกินอะไรหรือดื่มอะไรข้าตามใจเ้าทุกอย่าง" อี้อ๋องพูดหว่านล้อมนางเสมือนผู้ใหญ่หลอกล้อเด็กให้กินยาก็มิปาน
เหมยซีได้แต่ค้อน "พระองค์พูดกับหม่อมชั้นแบบนี้หลายรอบแล้วนะเพคะ อีกชุดและก็อีกชุด หม่อมชั้นไม่ไหวแล้วและท่านดูสิหม่อมชั้นแข็งแรงแล้ว หายแล้วเพคะ" อี้อ๋องส่ายหน้าปฏิเสธในทันทีและบังคับให้นางดื่มยาให้หมด
ซือหยาและเผยหั่วได้แต่ยืนมองและยิ้ม พวกเขามีความสุขเหลือเกินเพราะแน่ใจแล้วว่าทั้งสองพระองค์ก็ต่างมีใจให้แก่กัน