“น้องหญิงรั่วเมิ่ง!”
เมื่อสีเฟยเยียนเห็นจั๋วอวิ๋นเซียนถูกจับเอาไว้จึงรีบพุ่งตัวเข้าไปรับ
“พี่หญิงเฟยเยียน...”
ซีโหลวรั่วเมิ่งพุ่งเข้าอ้อมกอดของสีเฟยเยียนด้วยความอ่อนแอสตรีทั้งสองต่างร้องไห้ ราวกับเพิ่งผ่านความเป็นตายด้วยกันมาสถานการณ์ค่อนข้างซาบซึ้ง
“มะ...ไม่ต้องร้องไห้ ไม่เป็นไรแล้วไอ้สารเลวนั่นถูกท่านลุงเสิ่นจับไว้แล้ว ทำเรื่องเลวร้ายไม่ได้อีกแล้ว”
สีเฟยเยียนปลอบโยนซีโหลวรั่วเมิ่งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและจ้องจั๋วอวิ๋นเซียนด้วยความเย็นชา
ผ่านไปไม่นานในที่สุดซีโหลวรั่วเมิ่งก็ได้สติกลับมาจากความหวาดกลัวนางมองไปที่จั๋วอวิ๋นเซียนด้วยความโกรธและสายตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมอำมหิต
เมื่อครู่นี้นางคิดว่าตัวเองใกล้จะตายหลายครั้งแล้วความรู้สึกที่ถูกความหวาดกลัวกัดกินเช่นนั้น ชั่วชีวิตนี้นางไม่อยากจะนึกถึงมันอีก
“พวกเจ้าช่วยคนกลับไปแล้ว ยังไม่รีบปล่อยน้องข้าอีกหรือ!”
จั๋วอวี้หวั่นหันไปมองเสิ่นว่านโหลวถึงแม้ในใจจะโกรธและไม่ยินยอม แต่ก็ทำได้เพียงอดกลั้นไว้ชั่วคราวรอช่วยจั๋วอวิ๋นเซียนไว้ได้ค่อยว่ากัน
“ไม่ได้ จั๋วอวิ๋นเซียนเกือบสังหารผู้คนไปแล้ว ทำผิดกฎหมายสมควรถูกลงโทษ”
เสิ่นว่านโหลวส่ายศีรษะกล่าวกับเหลียนเว่ยฉีว่า “แม่ทัพเหลียน จับตัวคนร้ายจั๋วอวิ๋นเซียนก่อน จากนั้นตรวจค้นจวนตระกูลจั๋วต้องหาหลักฐานที่จั๋วฟู่ไห่สมคบคิดกับปีศาจให้ได้”
“ข้าน้อยรับบัญชา!”
เหลียนเว่ยฉีขานรับและเคลื่อนไหวทันทีใบหน้าแฝงด้วยรอยยิ้มสบายๆ
“พวกเจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?”
จั๋วอวี้หวั่นพยายามขัดขวางเหลียนเว่ยฉีโดยไม่สนใจทุกสิ่งน่าเสียดายที่นางถูกผนึกพลังจึงมิอาจต่อต้านได้แม้แต่น้อย
ลุงเยี่ยนกำลังจะเข้าไปช่วยก็กลับถูกจั๋วไท่หยวนจับกดไว้ที่พื้นเช่นกัน “ไอ้แก่เอ๊ย ไสหัวไปเสีย อย่าได้มาขวางมือขวางเท้า!ถ้าไม่ใช่เห็นแก่ว่าเจ้ายังมีประโยชน์อยู่บ้าง ข้าคงสังหารเจ้าไปแล้ว!”
“จั๋วไท่หยวน ท่านผู้นำดีกับพวกเจ้ามากแต่พวกเจ้ากลับทำร้ายครอบครัวของเขาเช่นนี้ พวกเจ้า...ต้องได้รับผลที่ตามมาแน่!”
รอยย่นบนหน้าของลุงเยี่ยนขมวดจนกลายเป็นก้อนดูแก่ชราขึ้นอีกหลายส่วน
จั๋วไท่หยวนหัวเราะแต่ไม่ได้สนใจเพียงแค่เบี่ยงสายตาไปด้านข้าง
ทว่าขณะที่เหลียนเว่ยฉีกำลังจะแตะตัวจั๋วอวิ๋นเซียนก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นพลังอันร้อนแรงส่งผ่านฝ่ามือเข้าไปในร่างกายของเขาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาต้องชะงัก
“นี่มันบ้าอะไรกัน?”
เหลียนเว่ยฉีรีบชักมือกลับเขาสะบัดมือที่ถูกไฟไหม้จนกลายเป็นแผลร้อนแดง
เมื่อผู้คนได้ยินก็หันไปมองเห็นหน้าผากของจั๋วอวิ๋นเซียนมีแสงสว่างวาบตราประทับกระเรียนสีชาดพุ่งออกมาจากจุดชีพจรบินวนกลางอากาศด้วยท่าทางสง่างามและมีชีวิตชีวาเหมือนไม่ได้รับผลกระทบจากลูกปัดสงบจิต
“นั่นมันคือตัวอะไร?”
เมื่อเห็นกระเรียนสีชาดปรากฏตัวผู้คนไม่น้อยล้วนตกตะลึง โดยเฉพาะคนตระกูลจั๋วยิ่งรู้สึกตกใจ!ตระกูลจั๋วสืบทอดต่อกันมาสี่รุ่น ยังไม่เคยปรากฏตราประทับกระเรียนสีชาดมาก่อนไม่แม้แต่จะเคยได้ยิน
ภายใต้สายตาของทุกคนแสงวิญญาณเก้าสายรอบกระเรียนสีชาดก็พัวพันเข้าด้วยกัน ค่อยๆ หลอมรวมกัน...
จากนั้นในร่างกายของจั๋วอวิ๋นเซียนมีเปลวเพลิงสีชาดลุกไหม้ขึ้นมาส่องแสงสว่างออกมาปกคลุมทั่วร่างเขา
นี่คือ...ลางบอกเหตุตอนปลุกพรสวรรค์!
เมื่อเห็นภาพเช่นนี้จั๋วอวี้หวั่นทั้งยินดีและเป็นกังวลนางยินดีที่จั๋วอวิ๋นเซียนปลุกพรสวรรค์และได้กลายเป็นผู้บำเพ็ญเซียนที่แท้จริง แต่กังวลที่สถานการณ์ในตอนนี้พวกซีโหลวเหวินอวี่ไม่มีทางปล่อยจั๋วอวิ๋นเซียนไปแน่
“หลอมวิญญาณเก้ารอบ ปลุกพรสวรรค์!”
สีเฟยเยียนเผยอารมณ์ซับซ้อนนางลังเลเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ลงมือ
เมื่อซีโหลวรั่วเมิ่งเห็นกลับเผยสีหน้าดุร้าย “จั๋ว! อวิ๋น! เซียน! เจ้าทำให้ข้าต้องทุกข์ทรมานขนาดนี้ข้าจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตต่อไปได้อย่างไร!”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ซีโหลวรั่วเมิ่งก็สะกดความบ้าคลั่งในใจเอาไว้ไม่อยู่นางก้าวไปด้านหน้าจั๋วอวิ๋นเซียน ชิงกระบี่สั่นแล้วพลิกมือแทงอีกฝ่าย!
“ไม่นะ!”
จั๋วอวี้หวั่นสังเกตท่าทีผิดปกติของซีโหลวรั่วเมิ่งอยู่นานแล้วเมื่อเห็นอีกฝ่ายจะทำร้ายจั๋วอวิ๋นเซียน นางจึงพุ่งไปทางซีโหลวรั่วเมิ่งพร้อมจะตายไปพร้อมกับอีกฝ่าย
จั๋วไท่หยวนที่ยังมึนงงเล็กน้อยมิอาจหยุดได้ทันการณ์
ซีโหลวรั่วเมิ่งสัมผัสได้ถึงอันตรายจากจั๋วอวี้หวั่นจึงจำเป็นต้องหลบแต่กระบี่สั้นในมือกลับแทงไปที่ท้องของจั๋วอวี้หวั่นตามสัญชาตญาณ
“ฉึก!”
เลือดไหลรินตามกระบี่สาดกระจายทั่วพื้นจนเต็มไปด้วยสีแดงเลือด
“พี่หญิง!”
จั๋วอวิ๋นเซียนเบิกตาขึ้นเห็นภาพที่พี่สาวถูกกระบี่แทงพอดีความตกใจและความโกรธเผยให้เห็นทางสายตา เขาเผยสีหน้าหวาดกลัวออกมาเป็นครั้งแรก
เขาสามารถเผชิญหน้ากับการข่มขู่ของผู้แข็งแกร่งและสามารถอดทนกับแรงกดดันจากศัตรูที่รายล้อมแต่เขากลับรู้สึกกลัวว่าบิดากับพี่สาวของตนจะบาดเจ็บ...ทว่าตอนนี้เขาถูกสมบัติวิเศษจับเอาไว้มิอาจขยับเขยื้อน ทำได้เพียงมองพี่สาวล้มลงต่อหน้า แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย
ความรู้สึกเช่นนี้เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าตาย!
“เจ้า เจ้า เจ้า...”
ซีโหลวรั่วเมิ่งมองจั๋วอวี้หวั่นที่กำลังบาดเจ็บอย่างตะลึงนางคิดจะพูดบางอย่าง ทว่าเมื่อนางเห็นท่าทางเจ็บปวดรวดร้าวของจั๋วอวิ๋นเซียนในใจก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมา
สังหารจั๋วอวิ๋นเซียนในกระบี่เดียวหรือ?
ไม่!ไม่ได้ จะปล่อยให้มันตายสบายไม่ได้! ข้าต้องทำให้มันเจ็บปวดเจียนตายตายไปทั้งความเคียดแค้น
ซีโหลวรั่วเมิ่งเผยรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวนางจ้องมองจั๋วอวี้หวั่น “พี่หญิงอวี้หวั่นเจ้าวางใจเถอะ ข้าจะไม่สังหารเจ้า...เมื่อครู่จั๋วอวิ๋นเซียนทำกับข้าเช่นไรข้าก็จะทำกับเจ้าต่อหน้าเขา สิบเท่า! ร้อยเท่า! เฉือนร่างของเจ้าทีละกระบี่!ข้าอยากเห็นท่าทางเจ็บปวดของเขา! ฮึฮึฮึ...แคกๆ!”
ซีโหลวรั่วเมิ่งไออย่างรุนแรงใบหน้าที่เจ็บป่วยดูซีดขาวมากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อสีเฟยเยียนเห็นก็รู้สึกเจ็บปวดใจจึงเข้าไปป้อนโอสถพื้นพลังให้ซีโหลวรั่วเมิ่ง ช่วยนางฟื้นฟูอาการบาดเจ็บสำหรับความเป็นตายของพี่น้องจั๋วอวิ๋นเซียนกับจั๋วอวี้หวั่นนางไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย
……
“ผู้นำตระกูลซีโหลว บุตรสาวของท่านคงไม่ก่อเรื่องกระมัง?”
เสิ่นว่านโหลวขมวดคิ้วและกล่าวเตือนเบาๆ “ห้ามให้คนตายเด็ดขาด มิเช่นนั้นต่อให้โยนความผิดให้จั๋วฟู่ไห่ได้ก็คงยากจะเลี่ยงถูกคนเอาไปครหานินทาได้”
“วางใจเถอะ เจ้าเด็กรั่วเมิ่งก็แค่อยากจะระบายอารมณ์ ไม่ลงมือโหดเหี้ยมหรอก”
ซีโหลวเหวินอวี่หัวเราะอย่างไม่ใส่ใจเขาเข้าใจนิสัยของบุตรสาวตัวเองดี อาจจะเห็นแก่ตัวไปบ้าง แต่ก็รู้จักแยกแยะหนักเบาและเห็นแก่ภาพรวม
เมื่อเสิ่นว่านโหลวได้ยินก็พยักหน้าไม่ได้พูดสิ่งใดอีก
……
อีกด้านหนึ่งหลังจากซีโหลวรั่วเมิ่งฟื้นกำลังได้บางส่วนแล้วจึงยื่นหน้าไปหาจั๋วอวี้หวั่นอีกครั้ง เผยรอยยิ้มทรงเสน่ห์
ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์มีคนสูดลมหายใจดังไม่น้อย พวกเขาไม่เคยเห็นเด็กสาวที่จิตใจอำมหิตเช่นนี้มาก่อนโดยเฉพาะอีกฝ่ายที่ยังมีอายุเพียงสิบสี่สิบห้าปีเท่านั้นหากเติบโตขึ้นมาในอนาคตจะต้องเป็นหายนะอย่างแท้จริงแน่
“ฉึก!”
กระบี่แทงที่ไหล่ซ้ายของจั๋วอวี้หวั่นอีกครั้งเลือดอาบย้อมอาภรณ์จนเป็นสีแดง
จั๋วไท่หยวนถอนหายใจด้วยสีหน้าซับซ้อนสุดท้ายจึงหันหน้าหนี กลับกันจั๋วเหล่าเอ้อกับจั๋วเหล่าซานต่างมองดูภาพนี้อย่างมีความสุข
จั๋วอวี้หวั่นออกแรงขัดขืนน่าเสียดายที่พลังของนางถูกผนึกเอาไว้จะเป็นคู่ต่อสู้ของซีโหลวรั่วเมิ่งได้อย่างไร!
“กระบี่ต่อไป ข้าจะกรีดที่ใบหน้างดงามของพี่หญิงอวี้หวั่น จั๋วอวิ๋นเซียนเจ้าต้องดูให้ดี...ฮ่าฮ่าฮ่า”
เมื่อกล่าวซีโหลวรั่วเมิ่งค่อยๆยกกระบี่ขึ้นกำลังจะลงมือ...
แต่ทันใดนั้นเองเงาร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาปกป้องจั๋วอวี้หวั่นโดยไม่สนใจสิ่งใดเขาก็คือลุงเยี่ยน!
……