บทที่ 53
เกาเฉิน
มีแต่เรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นแม้แต่ตัวของเจียงเฟิงที่มักจะสงบนิ่งก็รู้สึกปวดหัวเป็นอย่างมาก
การพบเจอกับบุรุษผู้นี้มันทำให้ตัวของเขานั้นถึงกับไม่รู้ว่าตนเองจะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองอย่างไร
แม้ว่าในเวลาปกติเขามักจะควบคุมอารมณ์ของตนเองได้เป็นอย่างดี
แต่เมื่อเจอกับคนนิสัยประหลาดที่ไม่สามารถคาดเดาได้แบบนี้เขาก็รู้สึกปวดหัวไม่น้อย
อีกฝ่ายบอกว่าตัวของเขาเป็นผู้ฝึกตน แล้วอีกฝ่ายไม่ใช่ผู้ฝึกตนหรือยังไง
แถมยังเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตห้าอีก หรือว่าอีกฝ่ายไม่รู้ว่าตนเองเป็นผู้ฝึกตน
เจียงเฟิงส่ายหัวเมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจจะไม่สนใจกับคนผู้นั้น
ในตอนนี้เจียงเฟิงหันหัวม้ามุ่งตรงไปด้านหน้า ตั้งใจจะเดินทางไปที่เมืองด้านหน้าแล้ว
บุรุษหนุ่มผู้นั้นเหมือนกับเห็นศัตรูของตนเองหนีไป เขารีบตะโกนออกมาอย่างรวดเร็ว “ไปๆรีบตามไป”
บุรุษหนุ่มกระโดดขึ้นหลังรถม้าขบวนพ่อค้าออกเดินทางอีกครั้ง
แน่นอนว่าพวกโจรพวกนั้นยังคงนอนหน้านิ่งอยู่ที่พื้น
ร่างกายของพวกมันในตอนนี้เรียกได้ว่าทั่วทั้งร่างกายมีกระดูกที่หักมากมาย
อย่าว่าแต่จะฟื้นตัวเลยในตอนนี้แม้กระทั่งจะขยับตัวก็ไม่สามารถทำได้
พวกโจรพวกนี้เองก็รู้สึกเสียใจในใจวันนี้พวกมันคงจะออกบ้านผิดเวลาอย่างแน่นอน ถึงต้องมาเจอพวกยอดฝีมือที่ซ่อนตัวแบบนี้
เจียงเฟิงออกเดินทางมาได้สักพักแล้ว
แน่นอนว่าในตอนนี้อารมณ์ของเขาดีขึ้นมาก
อย่างน้อยที่สุดเขาเองก็ไม่ต้องพบเจอคนบ้าอย่างบุรุษหนุ่มผู้นั้น
หลังจากเดินทางไปอีกสักพักนึงตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มค่อยๆมืดลง
เจียงเฟิงพบเจอเมืองข้างหน้าแน่นอนว่าเป็นเมืองที่ตัวของเขาตั้งใจจะพักในวันนี้
หลังจากที่เข้าไปภายในเมืองหาโรงเตี๊ยมแห่งนึงแล้วก็เข้าพัก
เรื่องเงินทองนั้นไม่จำเป็นจะต้องกังวลเขานำเอาเงินทองและสมบัติติดตัวมาไม่น้อย
เกี่ยวกับเรื่องการพักโรงเตี๊ยมชั้นดีเป็นเรื่องที่สามารถทำได้
เมื่อฝากม้าแล้วตัวของเขาเองก็เข้าพักที่โรงเตี๊ยม
หลังจากที่เข้าพักภายในห้องในโรงเตี๊ยมได้ไม่นาน ยังไม่ได้ทันได้เอนตัวลงบนเตียงเลยด้วยซ้ำ ด้านนอกก็มีเสียงโวยวายดังขึ้น
เจียงเฟิงถึงกับขมวดคิ้ว ตัวของเขาลุกขึ้นแล้วออกไปดูนอกหน้าต่าง ในตอนนี้พบเห็นพวกยามที่เฝ้าด้านหน้าลงเตี๊ยมกำลังทะเลาะกับบุรุษหนุ่มที่เขาพบเจอบนทางเดินม้าอยู่
บุรุษหนุ่มที่มีนิสัยแปลกประหลาดผู้นั้นโวยวายอยู่บริเวณด้านหน้าโรงเตี๊ยม
ทางด้านของเจียงเฟิงเมื่อเห็นแบบนั้นไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี
และในเวลานั้นเองบุรุษผู้นั้นก็เงยหน้าแล้วก็มองเห็นเขา อีกฝ่ายหัวเราะออกมาแล้วก็พูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ข้าพบเจอเจ้าแล้ว เจ้าหัวหน้าโจร”
เมื่อพูดจบคนผู้นั้นก็กระโดดขึ้นสูง
ด้วยพละกำลังของอีกฝ่ายแน่นอนว่าร่างกายของมันทะยานขึ้นจากด้านล่าง
ในตอนนี้เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจมันก็ขึ้นมาจนถึงบริเวณหน้าต่างชั้นสามที่เจียงเฟิงกำลังยืนอยู่
“เจ้าเป็นใครข้ารู้จักเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
“เหตุใดต้องตามข้ามาด้วย?” เจียงเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
อีกฝ่ายยิ้มแล้วก็ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ “ข้ามีนามว่าเกาเฉิน”
เมื่อได้ยินแบบนั้นคิ้วทั้งสองข้างของเจียงเฟิงก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน
ตัวของเขาไม่คิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้ในตอนนี้เหมือนว่าเขานึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้
แต่เมื่อคิดถึงข้อมูลในส่วนนั้นเขาเองก็สลัดความคิดภายในหัวของตนเองออกไป
ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิดเมื่อมองไปที่อีกฝ่ายอีกฝ่ายก็จ้องมองมาที่ตนเอง
เจียงเฟิงใบหน้าราบเรียบสงบนิ่งไม่แสดงความรู้สึกอันใดออกมา
ก่อนที่เจียงเฟิงเริ่มอธิบาย “ตัวของข้าไม่รู้จักกับเจ้า”
“เมื่อตอนกลางวันข้าผ่านทางไปตรงนั้นพอดี”
“อยู่ๆเจ้าก็บอกว่าข้าเป็นหัวหน้าโจรแล้วก็หันมาโจมตีข้าเจ้าต้องการอันใด”
เกาเฉินเมื่อได้ยินคำอธิบายแบบนั้นก็เริ่มคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้
เมื่ออีกฝ่ายลองคิดดูก็คิดว่าคำอธิบายของเจียงเฟิงนั้นน่าจะเป็นจริง
เกาเฉินยกมือทุบเข้าหากันราวกับว่าทำความเข้าใจได้แล้ว “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”
เจียงเฟิงที่ยืนอยู่ในตอนนี้ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี
ตัวของเขาไม่เข้าใจเลยว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้มีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ได้อย่างไร
เกี่ยวกับเรื่องง่ายๆแบบนี้ก็ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ เหมือนกับว่าภายในหัวสมองของอีกฝ่ายไม่ได้มีการไตร่ตรองเกี่ยวกับแผนการหรือว่าลำดับขั้นตอนอันใดเลยแม้แต่น้อย
ในโลกแห่งผู้ฝึกตนที่แสนโหดร้ายการมีชีวิตอยู่นั้นเป็นเรื่องที่ยากเย็นเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆยิ่งเป็นผู้ฝึกตนแล้วก็ยิ่งแล้วใหญ่
ผู้คนอาจจะมองว่ามนุษย์ธรรมดานั้นเอาตัวรอดได้ยากเย็น
แต่จริงๆแล้วสำหรับผู้ฝึกตนเองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายในการเอาตัวรอดเช่นเดียวกัน
บางทีแล้วผู้ฝึกตนอาจจะเอาตัวรอดได้ยากกว่าพวกมนุษย์ธรรมดาเสียอีก
เพราะว่าผู้ฝึกตนนั้นมีการต่อสู้และแย่งชิงกันตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการหลอกใช้ และรวมไปการที่ตนเองนั้นตกไปอยู่ในแผนการของผู้อื่นถูกคนอื่นใช้เป็นหมาก
ทุกๆอย่างนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งหมดเมื่อตนเองนั้นเป็นผู้ฝึกตน
แต่ว่าบุรุษหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าของเขาในตอนนี้เหตุใดจึงเป็นคนที่มีนิสัยแปลกประหลาดแบบนี้
ด้วยนิสัยที่ค่อนข้างจะซื่อบื้อถึงขนาดที่เรียกได้ว่าโง่เขลาก็ไม่ผิดสามารถเอาตัวรอดได้ยังไง
แถมอีกฝ่ายยังเป็นคนที่มีขอบเขตที่สูงพอสมควรอีกด้วย
เจียงเฟิงไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยสักนิด
ในขณะที่ต่างฝ่ายต่างกำลังจ้องมองกันอยู่ คนผู้หนึ่งอยู่ด้านในห้อง ส่วนอีกคนนึงยืนอยู่บริเวณด้านนอกหน้าต่าง
ในขณะนั้นเองบรรยากาศบริเวณรอบๆเปลี่ยนไป
เจียงเฟิงที่ยืนอยู่ด้านในห้องขมวดคิ้ว
เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารบางอย่างจากบริเวณรอบๆ
เขาค่อนข้างจะรวดเร็วต่อจิตสังหารพวกนี้เลยสามารถสัมผัสได้
เหมือนกับว่ามีคนที่กำลังเพ่งเล็งในจุดที่พวกเขาอยู่ แล้วคนผู้นั้นเองก็เผลอปล่อยจิตสังหารออกมา
ในขณะที่เจียงเฟิงกำลังสงสัยนั่นเองมันก็มีเงาสีดำเงานึงพุ่งตรงเข้ามา
เงาสีดำนั้นตอนนี้ทั่วทั้งร่างกายของมันแผ่ซ่านปราณวิญญาณที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
ไม่เพียงแค่นั้นทั่วทั้งร่างกายยังห่อหุ้มด้วยจิตสังหารบ่งบอกให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ได้มีเจตนาดี
เจียงเฟิงที่ยืนอยู่ภายในห้องมองออกไปด้านนอกหน้าต่างแต่ตัวของเขาไม่ได้เคลื่อนไหว
ในตอนที่เขาสงบนิ่งเป็นอย่างมากเพราะว่าเงาสีดำที่พุ่งกระโจนเข้ามาแล้วเต็มไปด้วยจิตสังหาร มันไม่ได้พุ่งเข้ามาหาเขาแต่ว่ามันพุ่งไปยังบุรุษหนุ่มที่มีนามว่าเกาเฉินผู้นั้น
เงาสีดำน่าจะเป็นนักฆ่าที่มีฝีมือไม่ธรรมดา อีกฝ่ายเองก็เป็นผู้ฝึกปราณขอบเขตห้า
ในตอนนี้มันพุ่งกระโจนอย่างรวดเร็วในมือของมันมีกระบี่เล่มหนึ่ง
การเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายรวดเร็วแถมอีกฝ่ายยังปกปิดตัวเองได้อย่างมิดชิด แม้แต่ใบหน้าและรูปร่างเองก็มองเห็นได้อย่างไม่ชัดเจน
ในตอนนี้เองเจียงเฟิงก็สามารถสังเกตเห็นได้อีกอย่างนึง
เกาเฉินที่ยืนอยู่ด้านนอกหน้าต่างในตอนนี้เปลี่ยนไป
ไม่ใช่รูปร่างที่เปลี่ยนไปแต่เป็นบรรยากาศที่อยู่บริเวณรอบร่างกาย
มันมีความรู้สึกที่เย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาทั่วทั้งบริเวณ
เจียงเฟิงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเย็นยะเยือกที่เป็นภัยคุกคามเป็นอย่างมากมันแผ่ซ่านออกมาจากตัวของเกาเฉิน
ในตอนนั้นเองภาพที่เขาพบเห็นเองก็เป็นภาพที่ทำให้เขาตกตะลึง
นักฆ่าที่เป็นผู้ฝึกปราณขอบเขตห้าคนนั้นที่พุ่งเข้ามา
มันโดนหมัดของเกาเฉินต่อยจนศีรษะระเบิดด้วยหมัดเดียว
หัวของอีกฝ่ายระเบิดเละ พลังหมัดที่ทรงพลังพร้อมกับปณิธานต่อสู้ที่มากมายถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับหมัดที่ถูกปล่อย เพียงการลงมือเพียงครั้งเดียวสามารถสังหารคนที่อยู่ในขอบเขตเดียวกับตนเองได้อย่างง่ายดาย
เจียงเฟิงที่ตอนนี้กำลังตกตะลึงจ้องมองไปที่เกาเฉินที่ในตอนนี้มีบรรยากาศที่เปลี่ยนไป
ในตอนนี้เองภายในหัวของเจียงเฟิงก็สามารถนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้
“มารดามันเถอะ! จิตหยินหยาง”