บทที่ 96 กลับสู่ห้องทดลอง
ครั้งนี้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจมาก เก็บผลึกคริสตัลได้ทั้งหมดห้าชิ้น
มีผลึกคริสตัลที่เกินระดับ 5 หนึ่งชิ้น ที่เหลือเป็นระดับ 3 และระดับ 4 ตี้เจียงมองดูผลึกคริสตัลเหล่านั้นแต่ไม่ได้หยิบเอาสักชิ้น
“ผลึกคริสตัลพวกนี้ให้เธอหมดเลย เธอจะให้อาหารฉันเท่าไหร่?” นึกถึงที่มาของผลึกคริสตัลเหล่านี้แล้ว ตี้เจียงรู้สึกอึดอัดใจ
“อาหารสามพันชั่ง!” ลั่วฉิงเทียนไม่ได้สนใจอะไรมาก ยังไงผลึกคริสตัลพวกนี้ก็จะให้พื้นที่มิติดูดซับทั้งหมด
ลั่วฉิงเทียนพูดจบก็เก็บผลึกคริสตัลทั้งหมดเข้าไปในพื้นที่มิติอย่างมีความสุข
“หรงจี้ถังตายแล้ว ต่อไปฉันจะจัดการให้คนไปเจรจาที่ฐานทัพเฉายาง ตอนนี้ไม่มีหรงจี้ถังและหมอเลอะเลือนคนนั้นแล้ว คิดว่าครั้งหน้าที่พวกเรามาคงจะดีขึ้นบ้าง”
“อืม เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องของพวกนายแล้ว ในเมื่อสู้รบเสร็จแล้ว พวกเรากลับกันก่อนเถอะ! เฉินฮ่าวกับคนอื่น ๆ ยังรออยู่ที่ห้องทดลอง”
ลั่วฉิงเทียนพูดจบก็หยิบนกหวีดออกมาเป่าอย่างแรง
ไม่นานก็เห็น ต้าไป๋แบกอาจาร์ยเถียนวิ่งมาจากที่ไกล ๆ
ฉีเยี่ยและเฉินจื่อหยางเองก็ไล่ตามมา ลั่วฉิงเทียนเห็นว่าทุกคนมาพร้อมกันแล้ว จึงนำรถบ้านออกมาจากพื้นที่มิติอีกครั้ง และในขณะที่ไม่มีใครสังเกต เธอก็เก็บต้าไป๋กลับเข้าไปในพื้นที่มิตินั้น
เธอหาวแล้วเดินขึ้นรถ
“ฉันเหนื่อยมาก อย่าเรียกฉันจนกว่าจะถึงเวลาอาหาร”
ลั่วฉิงเทียนพูดจบก็เดินตรงเข้าไปในรถ เข้าห้องนอนปิดประตู แล้วเข้าไปในพื้นที่มิติของเธอ
ก่อนอื่นเธอไปที่ห้องอาบน้ำเพื่ออาบน้ำอุ่นอย่างสบายใจ ทำความสะอาดตัวเองเสร็จแล้วจึงออกมานอนบนเตียงเตรียมหลับสบาย
ทันทีที่ลั่วฉิงเทียนเพิ่งนอนลง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในสมองของเธอ
[ขอแสดงความยินดี คุณได้สังหารผู้มีพลังพิเศษระดับ 6 ไป 1 คน สังหารซอมบี้ระดับ 2 ไป 1 ตัว ระดับนักล่าเพิ่มขึ้น ทักษะนักล่าอัปเกรด ทักษะสามดอกศรเลเวล 15 ระยะยิงเพิ่มขึ้น 100 เมตร รวมระยะยิงทั้งหมด 1,300 เมตร ทักษะกับดักเลเวล 4 ทักษะจิตสัมผัสเลเวล 2 ทักษะการเจริญเติบโตเลเวล 4 ทักษะการเยียวยาเลเวล 4 สามารถทำให้แขนขาที่ขาดงอกใหม่ได้! ทักษะพิษร้ายเลเวล 1]
เสียงนั้นดังขึ้น ทำเอาลั่วฉิงเทียนถึงกับตะลึง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น
“ไม่น่าเชื่อ! หรงจี้ถังให้ค่าประสบการณ์ฉันถึงสองครั้งติดเลยเหรอเนี่ย?” ค่าประสบการณ์ที่ได้ ทำให้ระดับทักษะของเธอเพิ่มขึ้นโดยตรง!
ครั้งก่อนเธอได้เลื่อนระดับนักล่า ส่วนครั้งนี้เป็นการอัปเกรดทักษะนักล่า ทั้งสองอย่างพัฒนาขึ้นพร้อมกัน ทำให้เธอรู้สึกดีใจมาก
ลั่วฉิงเทียนรู้สึกสับสนกับความแตกต่างระหว่างการอัปเกรดทั้งสองแบบ
หญิงสาวยื่นมือไปลูบแขนของตัวเอง แล้วก็เห็นไอคอนขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าสุดของทักษะทั้งหมด ไอคอนนั้นเป็นรูปเล็ก ๆ ที่สวมหมวกนักล่า บนหมวกมีเลขสามเขียนอยู่
ด้านหลังไอคอนนั้นเป็นแถวของไอคอนทักษะต่างๆ เมื่อเห็นเช่นนี้ ลั่วฉิงเทียนก็เข้าใจได้ทันที
ระดับนักล่าหมายถึงพลังพิเศษของเธอเองกำลังอัปเกรด เปรียบระดับนักล่าเสมือนเป็นภาชนะ ส่วนทักษะต่าง ๆ เป็นสิ่งที่อยู่ในภาชนะนั้น
เมื่อทักษะนักล่าอัปเกรดถึงระดับหนึ่ง ความเร็วในการอัปเกรดก็จะช้าลงหรือหยุดลง
ต้องรอให้ระดับนักล่าอัปเกรดเพิ่มความจุของภาชนะก่อน ทักษะอื่น ๆ ถึงจะค่อย ๆ อัปเกรดตามไปทีละนิด
หากทักษะนักล่าเองได้รับการอัปเกรด จะทำให้คุณสมบัติโดยรวมของลั่วฉิงเทียนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ก่อนหน้านี้ลั่วฉิงเทียนรู้สึกเหนื่อยล้ามาก แต่หลังจากระดับนักล่าอัปเกรด เธอพบว่าพละกำลังของตัวเองเพิ่มขึ้นอีก
และไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่าแต่เธอรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองกระปรี้กระเปร่ามาก
ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ หลังจากผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่แบบนี้ เธอคงเหนื่อยจนทนไม่ไหวและหลับไปแล้ว
แต่ตอนนี้เธอเอนหลังนอนมานานแล้ว แต่กลับไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด
ไม่มีความหมายอะไรเลย
เส้นทางที่เหลือราบรื่น ใช้เวลาเพียงวันกว่า ๆ ก็กลับมาถึงห้องทดลอง
ตอนไปพวกเขาใช้รถจี๊ปทั้งหมดสี่คัน แต่ตอนกลับมาไม่เหลือแม้แต่คันเดียว
เหยียนหู่ขมวดคิ้วมองฉีเยี่ยที่กลับมา สายตาของเขาแทบจะกลืนกินฉีเยี่ยทั้งตัว
“หัวหน้า ผมไม่ได้ไม่อยากพาพวกเขากลับมาจริง ๆ แต่ครั้งนี้ซอมบี้ที่เราเจอมันเก่งเกินไป ถ้าไม่ใช่เพราะท่านนายพลผมคงต้องตายที่นั่นไปแล้ว!”
“ไอ้คนไร้ประโยชน์!”
เสียงของเหยียนหู่แทบจะดังออกมาจากซอกฟัน
คนที่ตายไปเหล่านั้นล้วนเป็นผู้มีพลังพิเศษทั้งนั้น ในจำนวนคนสิบคนจะมีแค่สามสี่คนเท่านั้นที่มีพลัง ใครจะรู้ว่าเขาสูญเสียคนไปมากแค่ไหนกว่าจะได้คนมีพลังมาจำนวนนี้
เขาจ้องมองตี้เจียงอย่างดุดัน แล้วหันไปมองลั่วฉิงเทียน สุดท้ายก็เหลือบมองรถบ้านที่อยู่ด้านหลังลั่วฉิงเทียน
ลั่วฉิงเทียนสังเกตเห็นสายตาของเขา จึงเก็บรถบ้านเข้าไปในมิติพิเศษต่อหน้าเหยียนหู่
“คุณเหยียน รถบ้านคันนี้ต้องเป็นของคุณอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ยังให้ไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องให้พวกเราได้เห็นเพื่อน ๆ ของพวกเราก่อนสิ”
เหยียนหู่รู้สึกโกรธในใจ แต่ก็ยังยิ้มมองลั่วฉิงเทียน
“คุณลั่ว ผมไม่รีบร้อนหรอก ในเมื่อเราจะเป็นพันธมิตรกัน ผมย่อมไม่ทำให้เพื่อนของคุณเดือดร้อนแน่นอน! เฉินเหมา พาคุณลั่วกับท่านนายพลตี้ไปหาเพื่อนของพวกเขาหน่อย”
ไม่นานชายคนหนึ่งก็สะพายปืนเดินเข้ามา ทำท่าเชิญลั่วฉิงเทียนและตี้เจียง
ลั่วฉิงเทียนชี้ไปที่เฉินจื่อหยางพลางพูดว่า
“คนนี้ชื่อเฉินจื่อหยาง ออกมาจากฐานทัพพร้อมกับพวกเรา ต่อไปเขาจะอยู่ในห้องทดลองและจงรักภักดีต่อท่านผู้บัญชาการเหยียนพร้อมกับพวกเรา”
เหยียนหู่หัวเราะลั่น
“ดี ๆ ๆ ๆ คุณลั่วไม่ใช่สตรีผู้กล้าหาญเสียเปล่า งั้นไปด้วยกันเลย!”
เฉินจื่อหยางก้มหัวคำนับอย่างนอบน้อมให้กับเหยียนหู่ แล้วรีบวิ่งตามลั่วฉิงเทียนเข้าไป
ในห้องพักชั้นเดียวที่อยู่ลึกที่สุดของห้องทดลอง เฉินฮ่าวและคนอื่น ๆ ถูกกักขังอยู่ที่นี่ แม้ว่าในช่วงหลายวันนี้เหยียนหู่จะไม่ได้ทำอะไรกับพวกเขา
แต่ก็ไม่อนุญาตให้พวกเขาออกจากห้องนี้ได้ จะกิน ดื่ม ขับถ่าย ล้วนต้องทำในห้องนี้ทั้งหมด
ในช่วงไม่กี่วันนี้ ฮั่วซีหยูแทบจะเสียสติ
ไม่ว่าเธอจะพยายามอธิบายกับคนข้างนอกอย่างไร พวกเขาก็ไม่ยอมปล่อยให้พวกเธอออกไป
ตอนนี้ทุกคนต้องจัดการทุกอย่างในห้องเดียวกันหมด
มันแทบจะทำให้เธอเป็นลมตายเพราะกลิ่นเหม็น
“เฮ้ พวกนายที่อยู่ข้างนอก คิดอะไรของพวกแกถึงจะจับพวกเราขังจริง ๆ อย่างน้อยก็ควรแยกชายหญิงสิ!”
ผู้ชายที่เฝ้าประตูอยู่ข้างนอกมองเธอด้วยสายตากึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม
“แยกกัน? ได้สิ เรียกฉันว่าคุณลุงสักหน่อย แล้วฉันจะทำให้เธออยู่อย่างสบายแน่นอน!”
ชายคนนั้นพูดพลางมองสำรวจฮั่วซีหยูตั้งแต่หัวจรดเท้า
แขนของฮั่วซีหยูขยับไม่ได้ ถ้าเธอต้องอยู่คนเดียวจริง ๆ ใครจะรู้ว่าพวกนี้จะรังแกเธอขนาดไหน เธอจ้องมองชายคนนั้นอย่างดุดัน
ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้ ถอยหลังไปสองก้าวแล้ววิ่งไปอยู่หลังหม่าจี้และคนอื่น ๆ
ชายเฝ้าประตูมองเธออย่างเยาะเย้ยแล้วไม่พูดอะไรอีก
ฮั่วซีหยูนั่งอยู่บนเตียงของตัวเองด้วยความโกรธแค้น เธอสาบานในใจว่าเมื่อกลับไปที่ฐานทัพที่หนึ่ง เธอจะให้พ่อส่งทหารมาสังหารคนที่นี่ให้หมด
ตอนนั้นเองมีเสียงไขกุญแจดังมาจากประตู ตามด้วยเสียงคนพูดที่หน้าประตู
“สองคนนี้มารับคน เปิดประตูให้พวกเขาด้วย!”
จากนั้นประตูก็เปิดออก เห็นลั่วฉิงเทียน ตี้เจียง และชายแปลกหน้าอีกคนยืนอยู่ที่ประตูกำลังยิ้มมองพวกเขาอยู่