เหล่าเจ้าสำนักทั้ง10คน ต่างพากันยิ้มอย่างยินดี ไม่คิดว่าการประลองครั้งนี้จะนำพาความรุ่งโรจน์มาสู่สำนักเซียน พวกเขาต่างเอ่ยชมเจ้าสำนักอักษร "ลูกศิษย์ของท่าน ไม่เลวเลยไม่คิดว่าจะ เก่งกาจถึงเพียงนี้" พวกเขาต่างไม่คาดคิดว่า อี้เฉินจะผ่านเข้าไปในรอบถัดไปได้ หากภายนอกรู้ได้เกิดความอึกทึกครึกโครมออกไป ทั่วดินแดนเป็นแน่
กลุ่มคนที่อยากเห็นความอับอายของ สำนักเซียน ถึงกับหน้ามืดทะมึน คิดไม่ถึงเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้กลับกลายเป็นสำนักเซียนได้ชื่อเสียงอย่างมากในการประลองครั้งนี้ แม้แต่จอมยุทธหลบซ่อนยังพ่ายแพ้ไปกันจนหมด ทำให้หลายๆ คนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง อนุชนที่ไร้ชื่อสองคนจะผงาดขึ้นมาในการประลองเพียงครั้งเดียว
อนุชนดินแดนร้อยแคว้นหลายคนต่างโหร้องยินดี พวกเขาเองก็ไม่คิดว่าตัวแทนของแคว้นพยัคฆ์ ที่นำโดยสำนักเซียนจะผ่านเข้ารอบไปได้ถึงสองคน ทำให้จอมยุทธดินแดนร้อยแคว้นมีที่ยืนขึ้นมา ในสามดินแดนใหญ่ ไม่ถูก ดูถูกดูแคลนจากดินแดนอื่นๆ อีกต่อไป
แต่ก็มีอนุชนบางคนของต่างดินแดน ยังคงพูดจาหยิ่งยโสไม่เปลี่ยน "เพียงแค่ผ่านเข้ารอบไปได้ ทำยังกับได้อันดับหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น "
แม้แต่เจ้าสำนักศักดิ์สิทธิ์ ยังขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจ หากปล่อยไว้แบบนี้ไอ้เด็กที่ชื่ออี้เฉินได้กลายเป็นอันดับหนึ่งแน่ อย่าลืมไปว่าไอ้เด็กนั้นมันมีปราณพลังสองชนิด เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ กลับกลายเป็นอี้เฉินที่ได้เปรียบ นางเริ่มมีท่าที วิตกกังวล
ส่งปราณจิตพูดคุยกับเจ้าสำนักเซียนทันที "เจ้าสำนักเซียน หากยังประลองแบบนี้ต่อไป ลูกศิษย์ของท่านจะไม่ได้เปรียบอนุชนคนอื่นๆ งั้นหรือ
อนุชนคนอื่นๆ ล้วนเสียปราณพลังกันไปมาก แต่ไอ้เด็กที่นามว่าอี้เฉินมันมีปราณพลัง อีกชนิดอยู่ในตัว ข้าว่ามันไม่ยุติธรรมเลย" นางตัดพ้อ หมายคิดใช้วิธีนี้กดดันเจ้าสำนักเซียนให้ตัดอี้เฉินออกจากลานประลอง ไม่อย่างนั้นคนอื่นๆ ได้แพ้แน่ ไม่เว้นแม้แต่ซีเอ๋อร์ลูกศิษย์ของนาง พวกเขาต่างไม่รู้อี้เฉินมีปราณพลังสองชนิดในกายา
เจ้าสำนักเซียนครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ เขาก็รู้อี้เฉินมีปราณพลังสองชนิดในกายา คิดจะตัดอี้เฉินออกจากการประลองมันก็เป็นเรื่องไม่สมควร เจ้าสำนักเซียน ส่งปราณจิตออกไปบอกกล่าว "เป็นไปไม่ได้ที่จะตัดชื่ออี้เฉินออกจากการประลอง มีเพียงสั่งห้ามให้อี้เฉินใช้ปราณพลังสายฟ้าเท่านั้น เจ้าคิดจะเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนว่ามา"
เจ้าสำนักศักดิ์สิทธิ์ถึงกับกัดฟันแน่น ไอ้แก่ได้โอกาสก็เตรียมรีดไถเลยนะ "ข้าจะเพิ่มของรางวัลของอันดับสองให้ เป็นโอสถแห่งการหยั่งรู้อีกหนึ่งเม็ด เจ้าคิดว่าอย่างไร" ตัวนางมั่นใจในตัวของ ซีเอ๋อร์เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ต้องผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้อย่างแน่นอน หากอี้เฉินไม่ได้ใช้ปราณพลังสายฟ้าก็ไม่มีอะไรให้น่าหวาดกลัว ตัวนางเตรียมที่จะมอบ โอสถแห่งการหยั่งรู้ให้ซีเอ๋อร์อยู่แล้ว จึงถือโอกาสนี้เอามาเป็นข้อแลกเปลี่ยนเสียเลย
เจ้าสำนักเซียนที่ได้ยินเสียงจากปราณจิตที่ส่งกลับมาทำให้เขายิ้มอย่างยินดี ก่อนจะหันหน้าไปทางนางแล้วพยักหน้ารับ ตัวเขาเองก็มั่นใจอี้เฉินหน้าจะมีศักยภาพ มากพอที่จะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ถึงจะไม่ใช้ปราณพลังสายฟ้าก็ตาม
เจ้าสำนักศักดิ์สิทธิ์ส่งปราณจิตกลับมาอีกครั้ง "หากศิษย์ของเจ้าใช้ปราณพลังสายฟ้าแม้แต่นิดเดียว ข้าจะถือว่าที่เราตกลงกันถือ เป็นโมฆะ"
เจ้าสำนักเซียน ส่งปราณจิตหาอี้เฉินในทันที "อี้เฉินเจ้าห้ามใช้ปราณพลังสายฟ้าเด็ดขาด ขอเพียงเจ้าชนะการประลองรอบถัดไปได้ โอสถแห่งการหยั่งรู้ก็จะเป็นของเจ้า"
อี้เฉินที่ได้ยินเสียงที่เจ้าสำนักเซียนส่งมา เขาถึงกับแปลกใจ ไม่ใช่อนุชนที่ได้อันดับหนึ่งงั้นหรือที่จะได้ โอสถแห่งการหยั่งรู้ไปครอบครอง หากเป็นแบบนี้ตัวเขาแค่ชนะอีกครั้งเดียวก็จะได้ โอสถแห่งการหยั่งรู้ก็ถือว่าคุ้มค่า แลกมากับการห้ามใช้ปราณพลังสายฟ้าก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่
พวกเขาทั้ง4คนที่ผ่านเข้ารอบมีสภาพไม่ดีไปกว่ากันมากนัก ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล เสื้อผ้าฉีกขาดเต็มไปด้วยคราบเลือด ปราณพลังเองก็สูญเสียไปมาก คงจะต่อสู้กันได้อีกไม่นาน หากเขาใช้ปราณพลังสายฟ้า คงจะเอาเปรียบอนุชนคนอื่นๆ มากเกินไป
อี้เฉินเองก็ไม่คัดค้าน หากเขาชนะด้วยการเอาเปรียบคนอื่นๆ มันจะมีความภาคภูมิใจอะไร ถึงโอสถแห่งการหยั่งรู้จะมีประโยชน์มาก ในการลดระยะเวลาในการหยั่งรู้ไปได้ถึง 2ปีแต่ก็ไม่มากพอที่ให้เขาเลื่อนขั้นพลัง กษัตริย์
ยิ่งขั้นพลังสูงมากเท่าใด เวลาที่ใช้ในการสะสมประสบการณ์ความรู้ให้ตกผลึกยิ่งนานมากขึ้นเท่านั้น แม้แต่เยว่ฉานยังใช้เวลาไปถึง
7ปีกว่าจะเลื่อนขั้นพลังกษัตริย์ได้
ว่ากันว่าจอมยุทธที่เลื่อนขั้นพลัง กษัตริย์ ได้ไวที่สุดใช้เวลาไปถึง3ปี กว่าจะสะสมประสบการณ์ความรู้ให้ตกผลึกได้ ของล้ำค่าส่วนใหญ่ที่ใช้เพียงแค่ช่วยร่นระยะเวลาให้ไวขึ้นเท่านั้น
ขั้นพลังกษัตริย์ ถือเป็นการก้าวข้ามครั้งใหญ่ ภายในดินแดนร้อยแคว้นมีไม่ถึง 2000คนเสียด้วยซ้ำ พวกเขาเหล่านั้นจะไม่ถูกเรียกว่าเป็น อนุชนรุ่นเยาว์อีกต่อไป กลายเป็นจอมยุทธเต็มตัว หลายๆ คนล้วนอยากก้าวข้ามไปอยู่ขั้น กษัตริย์ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มหันตสายฟ้าขั้นพลังกษัตริย์ นั้นรุนแรงเป็นอย่างมาก จอมยุทธมากกว่า3ส่วนถึงกับตายตกลงไป
ไม่นานเจ้าสำนักเซียนก็ตะโกนก้อง "การประลองรอบต่อไปเริ่มได้"
ทันทีที่พวกเขาทั้ง4คนได้ยินเสียงนี้ก็ออกจากการปิดขั้นพลังทันที พวกเขาต่างกวาดตามองไปที่อีกฝ่าย หมายประเมิน
ปราณพลังของอีกฝ่ายมีมากน้อยถึงเพียงใด สภาพของพวกเขาไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก พวกเขากวาดตามองกันอยู่พักหนึ่งก่อนที่
ซีเอ๋อร์จะบินทะยานขึ้นไปบนลานประลองแห่งเกียรติยศ
ฝูงชนเองก็จับตามอง ว่าซีเอ๋อร์จะเลือกท้าใครเป็นคู่ประลอง มันมีความหมายเป็นอย่างมาก เพียงเขาเลือกใครคนใดคนหนึ่งมา อีกคู่จะถูกมัดมือต่อสู้ทันทีไม่มีโอกาสได้เลือกคู่ต่อสู้
....
ทันที ที่อี้เฉินขึ้นลานประลองฝูงชนต่างจับตามอง พวกเขาไม่อาจสบประมาทเด็กหนุ่มผมขาวที่อยู่ตรงหน้านี้ได้อีกต่อไป ชายคนนี้อาจจะเป็นผู้นำยุคสมัยคนต่อไปก็เป็นได้
อนุชนหลายคนเองก็ให้ความสนใจอยากรู้อี้เฉินจะสร้างความฮือฮาได้อีกครั้งหรือไม่ รอบนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปชายตรงหน้าของเขาเป็นถึงนายน้อยแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ การต่อสู้รอบนี้เปรียบเสมือนศักดิ์ศรีของทั้งสองดินแดนว่าใครจะเป็นผู้ยืนหัวเต่ามังกร ของอนุชนรุ่นเยาว์
.....
หมายเหตุ
สำนวน ยืนหัวเต่ามังกรซึ่งสื่อถึงคุณลักษณะของคนที่คนเก่งเป็นอันดับ 1 หรือผู้ที่เชี่ยวชาญเป็นเลิศนั่นเอง
.....