กระบี่ฟ้าสังหาร

    กระบี่ฟ้าสังหาร ตอนที่ 51 : เมืองปริศนา

    “ ตูมม “ เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงที่กลางป่า แรงระเบิดซัดสาดกวัดกวาดแนวป่าราบพนาสูญ

     

    “ อั้ก “ ชิงหยางกระอักโลหิตออกเมื่อถูกแรงระเบิดซัดเข้าทั่วกายา

     

    ตู้ชางชานก็มิเว้นร่างของเขาล่องลอยไปตามแรงระเบิดพร้อมกับฝุ่นดินหินก้อนน้อยใหญ่

     

    ชิงหยางระเบิดพลังรั้งกายไว้ แลมองยังผืนป่าใหญ่ที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน

     

    เขากัดกรามแน่นเพราะเพิ่งเคยพบเจอการระเบิดที่รุนแรงขนาดนี้เป็นครั้งแรก

     

    ราวหนึ่งเค่อฝุ่นควันจึงจางหาย เมื่อไร้ฝุ่นควันพลันปรากฏเมืองใหญ่แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยความรุ่งเรือง

     

    ชิงหยางเบิกตากว้างมองยังเมืองใหญ่ที่รุ่งเรืองที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทั่วอาณานั้นเต็มไปด้วยยอดเขามากมาย บนยอดเขานั้นเต็มไปด้วยวิหารที่เปล่งแสงสว่างไสว

     

    “ เมืองแห่งนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก “ เขาพึมพำ

     

    โดยมิรอช้าเหล่ายอดยุทธชราต่างทะยานร่างเข้าไปในเมืองอย่างรวดเร็ว

     

    “ เปรี้ยงง “ พลันเกิดสายฟ้าฟาดผ่าเข้าใส่พวกเขาในทันใด

     

    “ อั้กก “ เหล่ายอดยุทธชราต่างพากันกระโลหิตออก เมื่อถูกสายฟ้าอัดกระแทกทั่วร่าง

     

    “ เหตุใดเข้ามิได้ “ ชิงหยางพึมพำ

     

    เขามองยังชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่เขตแดนผสานวิญญาณที่กำลังทะยานร่างเข้าไปในเมือง ร่างของชายหนุ่มพลันหายวับไปกับตา สองตาของเขาพลันเบิกโพลง “ ไป “ ชิงหยางร้องลั่นพร้อมกับทะยานร่างเข้าไปในเมืองอย่างรวดเร็ว

     

    ผู้คนมากมายที่เห็นเช่นนั้นต่างก็กระโจนร่างเข้าไปในเมืองอย่างบ้าคลั่ง แต่มีเพียงผู้ที่ขั้นฝึกต่ำเท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปในเมืองได้

     

    เหล่าผู้ชราทั้งหลายต่างก็กัดกรามแน่นเมื่อตนเองนั้นมิอาจเข้าไปในเมืองได้ ทำให้สูญเสียอย่างใหญ่หลวง

     

    ครั้นชิงหยางเข้ามาในเมือง สองตาของเขาพลันเบิกโพลงอีกครา เมื่อภาพที่เห็นข้างในนั้นมันต่างจากข้างนอกสิ้นเชิง ภาพข้างในนั้นมันเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวโลหิตแลเศษซากปรักหักพังทั่วอาณา ทั้งยังปรากฏโครงกระดูกมากมาย

     

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ พลันปรากฏเสียงหัวเราะทำลายความเงียบงัน

     

    “ หญ้าหนวดมังกร “ ชายหนุ่มคนหนึ่งร้องตะโกนลั่น

     

    “ หญ้าหนวดมังกร “ ผู้คนมากมายร้องตะโกนลั่น พร้อมกับทะยานร่างเข้ายื้อแย่งอย่างรวดเร็ว

     

    ชิงหยางส่ายหน้าแลเร่งทะยานร่างออกจากที่ตนยืนอยู่อย่างรวดเร็ว เขาพุ่งไปยังภูเขาลูกหนึ่งที่เต็มไปด้วยหมอกสีขาวหนาทึบ

     

    ผู้คนมากมายต่างเร่งแยกย้ายไปตามทางของตนอย่างรวดเร็ว

     

    ข่าวที่ปรากฏเมืองใหญ่ที่งดงามแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ครั้นคนที่เมืองหลวงได้รับข่าวพวกเขาเร่งเรียกอนุชนที่แข็งแกร่งแลเร่งเดินทางมาอย่างเร็ว อาณาโดยรอบของเมืองตะวันพลันเกิดการเคลื่อนไหวในทันใด

     

    เหล่าผู้ชราของเมืองตะวันต่างก็เป็นกังวลว่าหากพวกที่เมืองหลวงมาพวกเขาจะมิได้รับสิ่งใด พวกเขาจึงเร่งส่งอนุชนเข้าไปในเมืองอย่างรวดเร็ว

     

    เพียงมินานผู้คนของเมืองตะวันก็ได้เข้าไปในเมืองปริศนานับหมื่นคน

     

    “ หวังว่าเวลาที่มีน้อยนิดนี้จะช่วงชิงสิ่งใดได้บ้าง “

     

    “ นั่นสิ เวลามิคอยท่า หวังว่าเมื่อออกมาจะได้สิ่งใดติดไม้ติดมือออกมาบ้าง “

     

    ชิงหยางเข้ามาถึงยังม่านหมอก เขาสูดหายใจเข้าลึกแลเดินเข้าไปในหมอก

     

    สองเท้าก้าวออกอย่างเชื่องช้า มือหนึ่งกระชับกระบี่ฟ้าสังหารไว้แน่น สัมผัสที่ยอดเยี่ยมถูกส่งออกไปสำรวจทั่วบริเวณ

     

    เขาให้แปลกใจเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุใดจึงมิพบพานสิ่งใดในม่านหมอกนี้ ยิ่งเขาเดินมาถึงยังกลางภูเขา เขาก็ยิ่งมิพบเจอสิ่งใด เสมือนว่ามันมิมีสิ่งใดเลย

     

    ชิงหยางให้งุนงงสงสัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาเองที่คิดว่าภูเขาลูกนี้นั้นมันแปลกตาแลน่าจะมีสมบัติอยู่มาก แต่เขากลับคิดผิด

     

    เด็กหนุ่มเดินมาถึงยังยอดเขา หมอกขาวยิ่งหนาแน่นกว่าที่เบื้องล่าง เขารู้สึกว่าหมอกขาวที่ยอดเขานั้นมันแตกต่างจากหมอกขาวที่อยู่เบื้องล่างมากนัก เพราะหมอกขาวที่ยอดเขานั้นมันให้ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยพลัง

     

    “ พลังเพียงอย่างเดียวที่ข้าสัมผัสมิได้ก็คือพลังฟ้าดิน “ เขาพึมพำ

     

    “ หมอกขาวนี่น่าจะเป็นพลังฟ้าดิน “ เด็กหนุ่มพึมพำ

     

    ยิ่งเขาเดินเข้าไปลึกเท่าใดหมอกขาวก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น ครั้นเมื่อพ้นจากหมอกขาวสองตาของเขามองยังสมุนไพรต้นหนึ่งที่ปลดปล่อยหมอกขาวออกมา ทั้งยังแผดพลังบางสิ่งเบี้ยวบิดห้วงมิติจนพร่าเลือน

     

    ชิงหยางกลืนน้ำลายลงคอ แลสูดหายใจเข้าลึก เขามิรู้ว่ามันคือสมุนไพรอะไร แต่หากมันเกิดบนยอดเขาทั้งยังเกิดเพียงต้นเดียว มันย่อมต้องเป็นสมุนไพรที่ล้ำค่าเป็นแน่

     

    “ เก็บ “ เขาพึมพำ

     

    ชิงหยางย่อกายลงแลใช้สองมือค่อยๆเก็บสมุนไพรปริศนาอย่างแผ่วเบา เมื่อแล้วเสร็จเขาเร่งออกจากภูเขาอย่างเร็วไว

     

    ชิงหยางทะยานร่างมาได้ไกลเขาจึงเหลียวมองยังยอดเขา ปรากฏเมื่อไร้สมุนไพรหมอกขาวที่มีก็เริ่มเจือจางเบาบาง “ เป็นเพราะสมุนไพรจริงๆ “ เขาพึมพำ

     

    ชิงหยางละความสนใจจากยอดเขา เขาพุ่งทะยานร่างไปยังซากของวิหารที่หลงเหลืออยู่กึ่งหนึ่ง

     

    เมื่อมาถึงเขาเร่งรื้อค้นซากวิหารอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าเมื่อมิพบอะไรสักอย่าง

     

    “ วิ้ง “ พลันปรากฏแสงสว่างวาบสาดส่องออกจากถ้ำแห่งหนึ่ง เขาเร่งทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว

     

    เมื่อมาถึงถ้ำ เขาเร่งเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว เพราะผู้คนที่พบเห็นแสงสว่างต่างก็เร่งมาเช่นกัน

     

    ชิงหยางมองยังแผ่นเหล็กสีเงินยวงขนาดหนึ่งฝ่ามือ เขาให้งุนงงสงสัยยิ่งว่ามันคือสิ่งใด แต่ความโลภนั้นมันมากกว่าความสงสัย เขาเร่งเก็บแผ่นเหล็กสีเงินยวงแลออกจากถ้ำในทันใด

     

    “ เปรี้ยงงง “ แสงสังหารพุ่งทะยานเข้าหาอย่างรวดเร็ว

     

    ชิงหยางเรียกเกราะเก่าแก่ออกมาพร้อมกระบี่ฟ้าสังหาร เขาวาดกระบี่ออกในทันใด

     

    “ เปรี้ยงง “ แสงสังหารพุ่งทะยานเข้าต้านในทันใด

     

    “ ตูมม “ สองแสงสังหารระเบิดออกส่งร่างของเด็กหนุ่มเหยียดถอยไปหลายก้าว

     

    “ ไอ้หนู หากมิอยากตายเร่งส่งสิ่งที่เจ้าได้มาให้ข้า “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ผสานวิญญาณขั้นที่ห้า “ เด็กหนุ่มพึมพำ

     

    “ หากอยากได้มีเพียงใช้แรงช่วงชิงเอา “ ชิงหยางร้องออก

     

    “ ได้ “ ชายหนุ่มร้องออก

     

    “ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็อย่าได้คร่ำครวญว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ยังมิสู้จะรู้ได้เช่นใดว่าผู้ใดจะถูกรังแก “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ ตายยย “ ชายหนุ่มเลือดขึ้นหน้าร้องคำรามลั่น

     

    เขาระเบิดพลังวิญญาณออกพร้อมกับผสานปราณพลังวาดกระบี่ออกสุดแรง “ เปรี้ยงงง “ ปราณกระบี่ที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณพุ่งทะยานออก

     

    “ อือ “ ชิงหยางกัดกรามแน่นพร้อมกับหมุนวนเคล็ดวิชาชิงสวรรค์

     

    “ ใบหลิวเล่นลม “ ชิงหยางร้องลั่นพร้อมกับแทงกระบี่ฟ้าสังหารออก

     

    “ เปรี้ยงง “ ใบหลิวเล่นลมพุ่งทะยานออก

     

    “ ครืนน “ สองแรงกดดันพุ่งทะยานเข้าปะทะ

     

    “ ตูมม “ สองแสงสังหารระเบิดออก

     

    “ อือ “ เด็กหนุ่มเหยียดร่างถอยไปหลายก้าว

     

    ชายหนุ่มให้แปลกใจเป็นอย่างยิ่งเพราะเมื่อครู่นั้นเขาใช้พลังออกไปมากถึงแปดส่วนแต่ก็ยังมิอาจล้มเด็กหนุ่มได้

     

    “ อัปยศ อัปยศยิ่งนัก “ ชายหนุ่มร้องลั่น

     

    เขาสูดหายใจเข้าออกอย่างแรงจนอกยกกระเพื่อม

     

    “ ใบหลิวผ่าสมุทร “ ชิงหยางร้องคำรามลั่นพร้อมกับชูกระบี่ฟ้าสังหารขึ้นเหนือศีรษะ แลวาดลงมาอย่างรวดเร็ว

     

    “ เปรี้ยงง “ ใบหลิวผ่าสมุทรเส้นใหญ่หยาบหนาพุ่งทะยานตัดผ่าผืนพาราตรงดิ่งเข้าหาชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง

     

    “ อ้ากก “ ชายหนุ่มร้องคำรามออกสุดเสียง เมื่อเขาถูกแรงกดดันของใบหลิวผ่าสมุทรตรึงไว้

     

    “ ไม่ “ ชายหนุ่มร้องตะโกนออกสุดเสียง

     

    “ เปรี้ยงง “ แสงสังหารอีกหนึ่งเส้นสายพุ่งทะยานเข้าขัดขวางในทันใด

     

    “ ตูมม “ แรงระเบิดส่งร่างของเด็กหนุ่มล่องลอยไปตามแรงระเบิด

     

    เขารั้งกายไว้แลมองจ้องยังผู้สอดมือ “ สตรีรึ “ เขาพึมพำ

     

    ชิงหยางมองสำรวจยังสตรีนางนั้น “ ระดับเก้า “ เขาพึมพำ

     

    “ พี่สาว เหตุใดจึงกล้าสอดมือ “ ชิงหยางเอ่ยถาม

     

    “ ข้าก็แค่ทนดูที่เจ้ารังแกศิษย์ร่วมสำนักของข้ามิได้ “ นางเอ่ย

     

    “ หึ “ ชิงหยางแสยะยิ้ม

    คล้ายกับเรื่องกระบี่ฟ้าสังหาร ที่คุณอ่าน