“ ตูมม “ เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงที่กลางป่า แรงระเบิดซัดสาดกวัดกวาดแนวป่าราบพนาสูญ
“ อั้ก “ ชิงหยางกระอักโลหิตออกเมื่อถูกแรงระเบิดซัดเข้าทั่วกายา
ตู้ชางชานก็มิเว้นร่างของเขาล่องลอยไปตามแรงระเบิดพร้อมกับฝุ่นดินหินก้อนน้อยใหญ่
ชิงหยางระเบิดพลังรั้งกายไว้ แลมองยังผืนป่าใหญ่ที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน
เขากัดกรามแน่นเพราะเพิ่งเคยพบเจอการระเบิดที่รุนแรงขนาดนี้เป็นครั้งแรก
ราวหนึ่งเค่อฝุ่นควันจึงจางหาย เมื่อไร้ฝุ่นควันพลันปรากฏเมืองใหญ่แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยความรุ่งเรือง
ชิงหยางเบิกตากว้างมองยังเมืองใหญ่ที่รุ่งเรืองที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทั่วอาณานั้นเต็มไปด้วยยอดเขามากมาย บนยอดเขานั้นเต็มไปด้วยวิหารที่เปล่งแสงสว่างไสว
“ เมืองแห่งนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก “ เขาพึมพำ
โดยมิรอช้าเหล่ายอดยุทธชราต่างทะยานร่างเข้าไปในเมืองอย่างรวดเร็ว
“ เปรี้ยงง “ พลันเกิดสายฟ้าฟาดผ่าเข้าใส่พวกเขาในทันใด
“ อั้กก “ เหล่ายอดยุทธชราต่างพากันกระโลหิตออก เมื่อถูกสายฟ้าอัดกระแทกทั่วร่าง
“ เหตุใดเข้ามิได้ “ ชิงหยางพึมพำ
เขามองยังชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่เขตแดนผสานวิญญาณที่กำลังทะยานร่างเข้าไปในเมือง ร่างของชายหนุ่มพลันหายวับไปกับตา สองตาของเขาพลันเบิกโพลง “ ไป “ ชิงหยางร้องลั่นพร้อมกับทะยานร่างเข้าไปในเมืองอย่างรวดเร็ว
ผู้คนมากมายที่เห็นเช่นนั้นต่างก็กระโจนร่างเข้าไปในเมืองอย่างบ้าคลั่ง แต่มีเพียงผู้ที่ขั้นฝึกต่ำเท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปในเมืองได้
เหล่าผู้ชราทั้งหลายต่างก็กัดกรามแน่นเมื่อตนเองนั้นมิอาจเข้าไปในเมืองได้ ทำให้สูญเสียอย่างใหญ่หลวง
ครั้นชิงหยางเข้ามาในเมือง สองตาของเขาพลันเบิกโพลงอีกครา เมื่อภาพที่เห็นข้างในนั้นมันต่างจากข้างนอกสิ้นเชิง ภาพข้างในนั้นมันเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวโลหิตแลเศษซากปรักหักพังทั่วอาณา ทั้งยังปรากฏโครงกระดูกมากมาย
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ พลันปรากฏเสียงหัวเราะทำลายความเงียบงัน
“ หญ้าหนวดมังกร “ ชายหนุ่มคนหนึ่งร้องตะโกนลั่น
“ หญ้าหนวดมังกร “ ผู้คนมากมายร้องตะโกนลั่น พร้อมกับทะยานร่างเข้ายื้อแย่งอย่างรวดเร็ว
ชิงหยางส่ายหน้าแลเร่งทะยานร่างออกจากที่ตนยืนอยู่อย่างรวดเร็ว เขาพุ่งไปยังภูเขาลูกหนึ่งที่เต็มไปด้วยหมอกสีขาวหนาทึบ
ผู้คนมากมายต่างเร่งแยกย้ายไปตามทางของตนอย่างรวดเร็ว
ข่าวที่ปรากฏเมืองใหญ่ที่งดงามแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ครั้นคนที่เมืองหลวงได้รับข่าวพวกเขาเร่งเรียกอนุชนที่แข็งแกร่งแลเร่งเดินทางมาอย่างเร็ว อาณาโดยรอบของเมืองตะวันพลันเกิดการเคลื่อนไหวในทันใด
เหล่าผู้ชราของเมืองตะวันต่างก็เป็นกังวลว่าหากพวกที่เมืองหลวงมาพวกเขาจะมิได้รับสิ่งใด พวกเขาจึงเร่งส่งอนุชนเข้าไปในเมืองอย่างรวดเร็ว
เพียงมินานผู้คนของเมืองตะวันก็ได้เข้าไปในเมืองปริศนานับหมื่นคน
“ หวังว่าเวลาที่มีน้อยนิดนี้จะช่วงชิงสิ่งใดได้บ้าง “
“ นั่นสิ เวลามิคอยท่า หวังว่าเมื่อออกมาจะได้สิ่งใดติดไม้ติดมือออกมาบ้าง “
ชิงหยางเข้ามาถึงยังม่านหมอก เขาสูดหายใจเข้าลึกแลเดินเข้าไปในหมอก
สองเท้าก้าวออกอย่างเชื่องช้า มือหนึ่งกระชับกระบี่ฟ้าสังหารไว้แน่น สัมผัสที่ยอดเยี่ยมถูกส่งออกไปสำรวจทั่วบริเวณ
เขาให้แปลกใจเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุใดจึงมิพบพานสิ่งใดในม่านหมอกนี้ ยิ่งเขาเดินมาถึงยังกลางภูเขา เขาก็ยิ่งมิพบเจอสิ่งใด เสมือนว่ามันมิมีสิ่งใดเลย
ชิงหยางให้งุนงงสงสัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาเองที่คิดว่าภูเขาลูกนี้นั้นมันแปลกตาแลน่าจะมีสมบัติอยู่มาก แต่เขากลับคิดผิด
เด็กหนุ่มเดินมาถึงยังยอดเขา หมอกขาวยิ่งหนาแน่นกว่าที่เบื้องล่าง เขารู้สึกว่าหมอกขาวที่ยอดเขานั้นมันแตกต่างจากหมอกขาวที่อยู่เบื้องล่างมากนัก เพราะหมอกขาวที่ยอดเขานั้นมันให้ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยพลัง
“ พลังเพียงอย่างเดียวที่ข้าสัมผัสมิได้ก็คือพลังฟ้าดิน “ เขาพึมพำ
“ หมอกขาวนี่น่าจะเป็นพลังฟ้าดิน “ เด็กหนุ่มพึมพำ
ยิ่งเขาเดินเข้าไปลึกเท่าใดหมอกขาวก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น ครั้นเมื่อพ้นจากหมอกขาวสองตาของเขามองยังสมุนไพรต้นหนึ่งที่ปลดปล่อยหมอกขาวออกมา ทั้งยังแผดพลังบางสิ่งเบี้ยวบิดห้วงมิติจนพร่าเลือน
ชิงหยางกลืนน้ำลายลงคอ แลสูดหายใจเข้าลึก เขามิรู้ว่ามันคือสมุนไพรอะไร แต่หากมันเกิดบนยอดเขาทั้งยังเกิดเพียงต้นเดียว มันย่อมต้องเป็นสมุนไพรที่ล้ำค่าเป็นแน่
“ เก็บ “ เขาพึมพำ
ชิงหยางย่อกายลงแลใช้สองมือค่อยๆเก็บสมุนไพรปริศนาอย่างแผ่วเบา เมื่อแล้วเสร็จเขาเร่งออกจากภูเขาอย่างเร็วไว
ชิงหยางทะยานร่างมาได้ไกลเขาจึงเหลียวมองยังยอดเขา ปรากฏเมื่อไร้สมุนไพรหมอกขาวที่มีก็เริ่มเจือจางเบาบาง “ เป็นเพราะสมุนไพรจริงๆ “ เขาพึมพำ
ชิงหยางละความสนใจจากยอดเขา เขาพุ่งทะยานร่างไปยังซากของวิหารที่หลงเหลืออยู่กึ่งหนึ่ง
เมื่อมาถึงเขาเร่งรื้อค้นซากวิหารอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าเมื่อมิพบอะไรสักอย่าง
“ วิ้ง “ พลันปรากฏแสงสว่างวาบสาดส่องออกจากถ้ำแห่งหนึ่ง เขาเร่งทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงถ้ำ เขาเร่งเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว เพราะผู้คนที่พบเห็นแสงสว่างต่างก็เร่งมาเช่นกัน
ชิงหยางมองยังแผ่นเหล็กสีเงินยวงขนาดหนึ่งฝ่ามือ เขาให้งุนงงสงสัยยิ่งว่ามันคือสิ่งใด แต่ความโลภนั้นมันมากกว่าความสงสัย เขาเร่งเก็บแผ่นเหล็กสีเงินยวงแลออกจากถ้ำในทันใด
“ เปรี้ยงงง “ แสงสังหารพุ่งทะยานเข้าหาอย่างรวดเร็ว
ชิงหยางเรียกเกราะเก่าแก่ออกมาพร้อมกระบี่ฟ้าสังหาร เขาวาดกระบี่ออกในทันใด
“ เปรี้ยงง “ แสงสังหารพุ่งทะยานเข้าต้านในทันใด
“ ตูมม “ สองแสงสังหารระเบิดออกส่งร่างของเด็กหนุ่มเหยียดถอยไปหลายก้าว
“ ไอ้หนู หากมิอยากตายเร่งส่งสิ่งที่เจ้าได้มาให้ข้า “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ผสานวิญญาณขั้นที่ห้า “ เด็กหนุ่มพึมพำ
“ หากอยากได้มีเพียงใช้แรงช่วงชิงเอา “ ชิงหยางร้องออก
“ ได้ “ ชายหนุ่มร้องออก
“ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็อย่าได้คร่ำครวญว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ยังมิสู้จะรู้ได้เช่นใดว่าผู้ใดจะถูกรังแก “ ชิงหยางเอ่ย
“ ตายยย “ ชายหนุ่มเลือดขึ้นหน้าร้องคำรามลั่น
เขาระเบิดพลังวิญญาณออกพร้อมกับผสานปราณพลังวาดกระบี่ออกสุดแรง “ เปรี้ยงงง “ ปราณกระบี่ที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณพุ่งทะยานออก
“ อือ “ ชิงหยางกัดกรามแน่นพร้อมกับหมุนวนเคล็ดวิชาชิงสวรรค์
“ ใบหลิวเล่นลม “ ชิงหยางร้องลั่นพร้อมกับแทงกระบี่ฟ้าสังหารออก
“ เปรี้ยงง “ ใบหลิวเล่นลมพุ่งทะยานออก
“ ครืนน “ สองแรงกดดันพุ่งทะยานเข้าปะทะ
“ ตูมม “ สองแสงสังหารระเบิดออก
“ อือ “ เด็กหนุ่มเหยียดร่างถอยไปหลายก้าว
ชายหนุ่มให้แปลกใจเป็นอย่างยิ่งเพราะเมื่อครู่นั้นเขาใช้พลังออกไปมากถึงแปดส่วนแต่ก็ยังมิอาจล้มเด็กหนุ่มได้
“ อัปยศ อัปยศยิ่งนัก “ ชายหนุ่มร้องลั่น
เขาสูดหายใจเข้าออกอย่างแรงจนอกยกกระเพื่อม
“ ใบหลิวผ่าสมุทร “ ชิงหยางร้องคำรามลั่นพร้อมกับชูกระบี่ฟ้าสังหารขึ้นเหนือศีรษะ แลวาดลงมาอย่างรวดเร็ว
“ เปรี้ยงง “ ใบหลิวผ่าสมุทรเส้นใหญ่หยาบหนาพุ่งทะยานตัดผ่าผืนพาราตรงดิ่งเข้าหาชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
“ อ้ากก “ ชายหนุ่มร้องคำรามออกสุดเสียง เมื่อเขาถูกแรงกดดันของใบหลิวผ่าสมุทรตรึงไว้
“ ไม่ “ ชายหนุ่มร้องตะโกนออกสุดเสียง
“ เปรี้ยงง “ แสงสังหารอีกหนึ่งเส้นสายพุ่งทะยานเข้าขัดขวางในทันใด
“ ตูมม “ แรงระเบิดส่งร่างของเด็กหนุ่มล่องลอยไปตามแรงระเบิด
เขารั้งกายไว้แลมองจ้องยังผู้สอดมือ “ สตรีรึ “ เขาพึมพำ
ชิงหยางมองสำรวจยังสตรีนางนั้น “ ระดับเก้า “ เขาพึมพำ
“ พี่สาว เหตุใดจึงกล้าสอดมือ “ ชิงหยางเอ่ยถาม
“ ข้าก็แค่ทนดูที่เจ้ารังแกศิษย์ร่วมสำนักของข้ามิได้ “ นางเอ่ย
“ หึ “ ชิงหยางแสยะยิ้ม