เฟยหรงเมื่อแยกตัวจากปู่แล้วเขาก็ได้เดินไปยังห้องของตัวเองในทันที ห้องนี้เป็ห้องริมสุดพอดีและมีวิวทิวทัศน์ที่งดงามเป็อย่างมากเนื่องจากมันติดกับสวนดอกไม้ของคฤหาสน์และไม่ไกลจากนั้นคือกำแพงคฤหาสน์ที่ติดกับชายป่า เขาคิดในใจเวลานี้ตัวเองอ่อนแอเกินกว่าที่จะท่องโลกกว้างได้ดังนั้นเขาจำเป็ต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้อย่างน้อยก็จะต้องแข็งแกร่งขึ้นจนไปถึงระดับผสานวิญญานเพราะจะได้รับรู้เื่ราวของพ่อกับแม่ของเขาด้วยนั่นเอง
"ด้วยทักษะบ่มเพาะระดับมหาวิถีเทวะนี้ภายในสามเดือนข้าจะไปให้ถึงระดับผสานวิญญานให้ได้"เด็กหนุ่มกล่าวออกมาอย่างมาดมั่น หากใครได้ยินเข้าเกรงว่าจะหัวเราะจนฟันล่วง ระดับผสานแก่นวิญญานภายในสามเดือนสำหรับคนอื่นๆแล้วนับว่าเป็เื่เพ้อฝันและไม่มีทางจับต้องได้ บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตยังมิอาจจะไปถึงเลยด้วยซ้ำ
เฟยหรงนั่งลงพร้อมหลับตาทำสมาธิทันทีพร้อมโคจรพลังปราณตามทักษะบ่มเพาะเทพันิรันทร์กาลในทันทีภายในเวลาไม่นานพลังปราณที่เข้มข้นและศักดิ์สิทธิ์พลันไหลบ่าเข้ามาในตัวของเขาราวกับน้ำที่เชี่ยวกราก พลังปราณธรรมดาได้ถูกกลั่นและเปลี่ยนเป็ปราณัอย่างรวดเร็วด้วยการผสานงานกันระหว่างเส้นลมปราณัาและกายาเทพัะ
ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วยามเด็กหนุ่มก็สามารถไปถึงระดับแรกเริ่มขั้นที่เก้าได้สำเร็จก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นและถอนหายใจยาว เขาต้องพักเส้นลมปราณเอาไว้ก่อนไม่เช่นนั้นมันจะทำงานหนักเกินไปและเสื่อมสภาพได้
"ไม่คิดว่าปราณัจนรุนแรงถึงเพียงนี้ ถึงขนาดทำให้เส้นลมปราณัาของข้าชาเลยทีเดียวหากยังบ่มเพาะต่อไปเกรงว่าเส้นลมปราณจะเสียหายได้ คงต้องพักการบ่มเพาะไปสักเจ็ดวันแล้วค่อยเริ่มใหม่ในเวลานี้ปัญหาของข้าคือทรัพยากรณ์และสถานที่ฝึกดีๆ เพราะพื้นที่แถมนี้มีลมปราณน้อยเกินไป"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้น เมื่อไม่สามารถฝึกฝนลมปราณได้เด็กหนุ่มจึงเลือกที่จะไปทำอย่างอื่นแทนอย่างเช่นปรับปรุงตำรา ฝึกกระบี่ ฝึกกระบวนท่า ฝึกท่าร่าง หรือแม้แต่ฝึกจิตวิญญานให้แข็งแกร่งเขาก็ทำแม้ว่าจิตวิญญานของเขามันจะแข็งแกร่งถึงขั้นราชันเทวะแล้วก็เถอะ
วันเวลาหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เฟยหรงกำลังฝึกฝนในทุกๆด้านของเขาอยู่นั้น เฟยหลินและเฟยเหลี่ยงข้ารับใช้คนสนิทก็พลันวิ่งมาหาเขาหน้าตั้งก่อนที่หยุดลงและพูดออกมาไม่เป็ภาษา
"พวกเ้าพักให้หายเหนื่อยก่อนแล้วค่อยพูด ข้าฟังไม่รู้เื่"เฟยหรงกล่าวออกไปเช่นนั้น ทั้งเฟยหลินและเฟยเหลี่ยงพลันตั้งสติก่อนจะกล่าว
"วันนี้เป็วันที่เ้าหญิงน้อยแห่งตระกูลเสี่ยว เสี่ยวเซียน ส่งจดหมายมาชวนท่านไปที่ตระกูลของนางน่ะขอรับ นายน้อยไม่ไปหรือ"เฟยหลินกล่าวออกมาด้วยความสงสัย เฟยหรงเมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็นึกไปถึงสาวน้อยเอาแต่ใจผมสีน้ำตาลเกาลัดที่ตอนเด็กๆคอยแกล้งเขาเป็ประจำ พอคิดถึงตรงนั้นความทรงจำที่ไม่ดีก็ผุดขึ้นมาบนในหัวของเขาเต็มไปหมด หญิงสาวนางนี้เคยถีบเขาตกน้ำ ต่อยเขาจนหน้าหงาย แถมยังชอบรังแกเขาเป็ที่สุดพอคิดได้ดังนั้นเฟยหรงจึงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
"ข้าไม่ไปหรอก นางโหดจะตายหากข้าไปนางไม่ทุกตีข้าหรือ!!"เขากล่าวออกไปเช่นนั้นแต่ความจริงเฟยหรงแค่ไม่อยากเสียเวลากับเื่ไร้สาระมากเกินไปต่างหาก
"เอ๋ แต่นางเชิญท่านไปนะขอรับ นางยังบอกอีกว่าหากนายน้อยไปไม่นางจะเสียหน้าอย่างมาก"
'เหอะ เสียหน้าอะไรกัน จะแกล้งอะไรข้าอีกละเนี้ยเอาเถอะข้าจะขอดูหน่อยแล้วกันว่าเ้าจะมาไม้ไหน'เฟยหรงคิดในใจเขาละวางทุกอย่างในทันทีกดตบะให้อยู่ระดับแรกเริ่มขั้นที่สี่พร้อมเดินออกไปพร้อมกับเฟยหลินและเฟยเหลี่ยง
เมื่อชายหนุ่มเดินออกมาจากคฤหาสน์แน่นอนว่าย่อมเป็จุดสนใจของหลายต่อหล่ยคนเนื่องจากมีบางคนััได้ว่านายน้อยไม่เอาไหนของพวกเขาได้เปลี่ยนไปแล้วแม้จะไม่นับเป็อัจฉริยะอะไรแต่ก็ถือว่าดีกว่าเดิมไม่น้อย ส่วนทางด้านเฟยหรงเขาไม่ได้สนใจผู้คนที่มองมาที่เขาเลย เด็กหนุ่มเพียงเดินไปเรื่อยๆไม่นานก็มาถึงคฤหาสน์ตระกูลเสี่ยวที่อยู่ใกล้ๆกับตระกูลเฟย
เด็กหนุ่มและคนสนิททั้งสองเดินเข้าไปในทันทีและคนที่มาตอนรับเขาในเวลานี้แน่นอนว่าไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตัวของเสี่ยวเซียนเอง นางเดินมาเส้นผมสีน้ำตาลสยายปริ้วไปตามลมพร้อมทั้งสวมอาภรณ์สีแดงราวกับเครื่องประดับในงานแต่งอย่างไรอย่างนั้นพอเห็นภาพนี้ คิ้วของเฟยหรงก็พลันกระตุกเล็กน้อยพร้อมมองไปที่หญิงสาวที่เดินเข้ามาด้วยความประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าการเชิญเขามาในวันนี้ไม่ใช่เื่ดีอย่างแน่นอน
"เ้ามาช้านะ จำไว้พอเข้าไปไม่ต้องกล่าวอะไรเพียงแค่ตามข้ามาเท่านั้น"นางกล่าวออกมาเช่นนั้นพร้อมทั้งเดินควงแขนเฟยหรงเข้าไปท่ามกลางของสหายรับใช้คนสนิทอย่างเฟยหลินและเฟยเหลี่ยงที่มองกันตาโต
"เสี่ยวเซียน ข้าว่าเ้ามาควงแขนข้าเช่นนี้ไม่เหมาะกระมัง ชายหญิงไม่ควร....."
"เงียบเถอะน่า หากผ่านเื่วันนี้ไปได้ข้าถือว่าเป็หนี้เ้าจะไม่แกล้งอะไรเ้าอีกเลยทั้งอีกทั้งยอมทำตามเ้าอย่างหนึ่งด้วย"ยังไม่ทันที่เฟยหรงจะกล่าวจบเสี่ยวเซียนก็กล่าวขึ้นมาเสียก่อน และพาเฟยหรงเดินเข้าไปยังห้องโถงในทันที
เมื่อเดินเข้ามายังห้องโถงดูเหมือนว่าเฟยหรงจะเข้าใจสาเหตุที่เสี่ยวเซียนทำเช่นนี้ในทันทีเพราะเบื้องหน้าของเขาคือเหล่าบรรดาผู้าุโหลายต่อหลายคนมองมาที่เขาเป็ตาเดียวพร้อมทั้งตรงกลางยังมีบุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหล่าสวมชุดสีแดงลักษณะเหมือนกับเสียวเซียนไม่มีผิด หากเฟยหรงคาดเดาไม่ผิดชายคนนี้น่าจะมาเข้าพิธีหมั้นหรืออาจจะมาขอเสี่ยวเวียนแต่งงานอย่างแน่นอน ส่วนเสียวเซียนเองก็คิดที่จะใช้เขาเป็เกาะกำบังเพื่อปฏิเสธการแต่งงานนี้ เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าเวลานี้เขาได้มีปัญหาเสียแล้ว
"เซียนเซียนๆเ้าทำอะไรไปพาเ้าขยะนี่มาทำไมกัน"ชายหนุ่มชุดแดงกล่าวขึ้นสายตาของมันมีแต่ความหึงหวงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนทางด้านผู้าุโทุกคนก็ได้แต่ยืนมองนิ่งไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้นเพราะถึงอย่างไรเฟยหรงก็เป็นายน้อยของตระกูลเฟย หากลงมือไปเกรงว่าจะต้องมีการสูญเสียครั้งใหญ่อย่างแน่นอน
"เหอะ ข้าพาคนรักของข้ามายืนยันอย่างไรละ หลี่เฉิง เท่านี้เ้าก็เลิกหวังที่จะแต่งกับข้าได้แล้ว"นางกล่าวออกมาเช่นนั้นทำให้บรรดาเหล่าผู้าุโถึงกับแตกตื่นกันไปตามๆกัน ส่วนผู้นำตระกูลเสี่ยวนั้นยังคงนั่งนิ่งเห็นได้ชัดว่าเขาเองก็ไม่้าให้งานแต่งนี้เกิดขึ้นเช่นกัน
"ฮ่าๆๆคนรักของเ้า ไอ้ขยะเนี้ยนะเป้นคนรักของเ้า เซียนเซียนเ้าอย่ามาโกหกไปหน่อยเลย หน้าตามันก็เทียบข้าไม่ได้ความแข็งแกร่งเองก็เช่นกัน แม้จะเพิ่มพลังมาได้ถึงระดับสี่แต่จะเทียบข้าที่อยู่ระดับหกได้อย่างไร"มันกล่าวเย้ยหยันพร้อมมองเหยียดมาที่เฟยหรง
'เห้อ เอาแล้วสิข้าแต่ก็น่าสนุกดีละนะขอร่วมแสดงหน่อยแล้วกันจะได้ไม่ขาดทุน'เฟยหรงคิดในใจ ก่อนที่เขาจะเอามือไปโอบเอวของหญิงสาวเอาไว้ ก่อนจะดึงนางเข้ามาซบที่อกพร้อมกล่าวออกมาท่ามกลางสายตาของผู้าุโและหลี่เฉิงแห่งตระกูลหลี่
"น้องหญิง ข้าก็ว่าอยู่ว่าทำไมเ้าจึงได้เรียกข้ามาในเวลาเช่นนี้ ที่แท้ก็มีคนคิดจะมาขโมยคนรักของข้านี่เองช่างน่าไม่อายนัก"เขากล่าวออกมาเช่นนั้น นั่นทำให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนี้ถึงกับนิ่งอึ้งไปในทันทีรวมไปถึงตัวต้นคิดเช่นเสี่ยวเซียนด้วย เวลานี้นางได้อยู่ในอ้อมอกของชายหนุ่มหน้าของนางพลันขึ้นสีแดงระเรื้อเต็มไปด้วยความเขินอายมองไปที่ดูหน้าตาที่ดูขี้เล่นของเขาในเวลานี้มันกลับทำให้นางสบายใจอย่างบอกไม่ถูก นี่ใช่เฟยหรงคนที่นางเคยเล่นด้วยสมัยเด็กแน่หรือ
"เสี่ยวเฟิงนี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน"ผู้นำตระกูลหลี่ะโกึงก้องพร้อมมองไปที่ประมุขตระกูลเสี่ยวที่มองดูละครฉากนี้ด้วยความสนอกสนใจ ตัวเขาไม่ได้อยากจะให้ลูกสาวออกเรือนโดยไม่เต็มใจเสียหน่อยทุกอย่างล้วนเป็การตัดสินใจของงบรรดาผู้าุโทั้งสิ้นดังนั้นเมื่อเห็นละครฉากนี้เขากลับรู้สึกขบขันเสียมากกว่า
"ฮ่าๆๆหลี่ไท่หยุน เ้าก็เห็นแล้วว่าธิดาของข้ามีคู่รักอยู่แล้วดังนั้นการมาสู่ขอครั้งนี้ถือเป็โมฆะแล้วกัน ถึงอย่างไรการแต่งงานในครานี้ก็ไม่ได้เป็ความคิดของข้าอยู่แล้ว"เสี่ยวเฟิงมองไปยังเหล่าบรรดาผู้าุโด้วยแววตาจริงจังในเวลานี้ผู้าุโที่กำลังเหมือนจะพูดอะไรออกมาพลันหุบปากในทันทีเห็นได้ชัดว่าครานี้เขาเอาจริง
"หึ ในเมื่อตระกูลเสี่ยวทำกับเราอย่างนี้ ตระกูลหลี่ก็จะจำการต้อนรับครั้งนี้เอาไว้เช่นกัน เฉิงเอ๋อกลับ!!"หลี่ไท่หยุนกล่าวออกมาอย่างเด็ดขาดแต่ดูเหมือนหลี่เฉิงจะไม่ยอมเลิกลาง่ายๆ
"เ้าสวะบังอาจแย่งเซียนเซียนของข้า!!"มันกล่าวออกมาพร้อมะเิท่าร่างพุ่งเข้ามาหาเฟยหรงอย่างรวดเร็ว
"ระวัง!!"เสี่ยวเซียนอุทานออกมาพร้อมกอดเฟยหรงเอาไว้และใช้ตัวเองกำบังการโจมตีนี้
"ตายซะ ฝ่ามือะเิ!"หลี่เฉิงะโก้องฝามือสีแดงฉานตรงมาที่หัวของเฟยหรงอย่างโเี้หมายจะฆ่าจริงๆ แต่เฟยหรงในตอนนี้กลับยกยิ้มเขาเพียงยื่นมือออกไปด้านหน้าแล้วเก็บนิ้วของเขาจนเหลือเพียงนิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวรับการโจมตีของหลี่เฟิงอย่างจัง เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นชั่วพริบตาหากมีใครเห็นเข้าเกรงว่าจะคิดว่าเฟยหรงบ้าอย่างแน่นอนที่เอานิ้วมารับการโจมตีเช่นนี้
"สวบ!"
ทันทีที่ฝ่ามือและนิ้วปะทะกันมันไม่ได้เกิดเสียงะเิใดๆแต่กลับเป็นิ้วของเฟยหรงต่างหากที่ทิ่มทะลุมือของหลี่เฉิงไปอย่างง่ายดายก่อนที่จะกระชากมันออกมาพร้อมสะบัดเืออก ภาพนี้เกิดขึ้นแล้วมามีเพียงคนเห็นว่านิ้วของเฟยหรงเปื้อนเือยู่เท่านั้นส่วนการกระทำอื่นย่อมไม่มีใครเห็นนอกจากผู้นำตระกูลหลี่และผู้นำตระกูลเสี่ยว
"ยอมจากไปเสียโดยดีเถอะอย่ามาต่อแยน้องหญิงข้าอีก!"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้น ทำให้หลี่เฉิงถึงกับหน้าเขียวคล้ำบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความโกรธไม่เหลือเค้ารางของความหล่อเหลาเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย
"โอ้ เพียงแค่นิ้วเดียวก็สามารถรับฝ่ามือะเิระดับดำของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย นี่เขาเป็ระดับแรกเริ่มขั้นสี่จริงๆหรือ"เสี่ยวเฟิงกล่าวออกมาเขามีความสนใจในตัวของเฟยหรงไม่น้อยเลยในเวลานี้ ส่วนหลี่ไท่หยุนนั้นโกรธจนแทบบ้าลูกชายหน้าโง่ของมันลงแม้แต่ลงแล้วก็ยังไม่สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้แถมยังได้รับาเ็อีก หากเื่นี้แพร่ออกไปด้านนอกคงจะต้องอับอายกันทั้งตระกูล