ถงมามาขมวดคิ้วมองดูเรือนร่างที่สูงโปร่งเกินไปของไป๋สู่ขุยก็รู้สึกลังเล
ตามที่นางสังเกตมาสามปี แม้ไป๋สู่ขุยจะเป็คนร่าเริงสดใส แต่กลับมีลักษณะนิสัยเยือกเย็นหนักแน่น โดยเฉพาะการร่ายรำ เขียนบทกลอนและเขียนอักษรต่างๆ ถือว่าดีมาก ซึ่งฮ่องเต้องค์ปัจจุบันโปรดผู้หญิงที่มีลักษณะนิสัยเช่นนี้ หากไปอยู่ในวังคงมีประโยชน์ต่อพระสนมกุ้ยเฟยยิ่งนัก
ฮ่องเต้ชอบเด็กสาวที่รูปร่างเล็กบอบบางอย่างสวีชุ่ยจือ หากเทียบระหว่างสองคนไป๋สู่ขุยกลับสูงกว่า
ถงมามาคิดอยู่นาน จึงตัดสินใจว่าอย่างไรสุดท้ายก็ต้องดูความยินยอมของไป๋สู่ขุยเป็หลัก
นางมองไป๋สู่ขุย ถามว่า “สู่ขุยวันนี้มีสองทางให้พวกเ้าทั้งหกคนเลือก ระหว่างเข้าวังหลวงไปรับใช้พระสนมกุ้ยเฟย กับไปรับใช้อยู่วังผิงอ๋องที่กานโจว เ้ายินดีที่จะเข้าวังหลวงหรือไปกานโจว”
เมื่อสู่ขุยได้ฟังก็รู้สึกยินดีในใจ ค่อยๆ กำมือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ นางย่อเข่าทำความเคารพและพูดว่า “เรียนมามา ข้ายินดีจะไปอยู่กานโจวเ้าค่ะ”
โอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้ว นางต้องคว้าไว้ให้มั่น
นางอยากไปกานโจวที่อยู่ตะวันตกเฉียงเหนือ
ถงมามาหรี่ตาลงพูดว่า “สู่ขุยหากเข้าวัง เ้าแค่รับใช้พระสนมกุ้ยเฟยในไม่ช้าอาจได้ขึ้นตำแหน่งสูง แต่หากไปอยู่กานโจว เ้าก็เป็ได้แค่นางกำนัลคนหนึ่งของวังผิงอ๋องตลอดไป”
ท่านอ๋องอายุยังน้อย นิสัยโผงผาง ไม่ชอบเข้าใกล้เพศหญิง แม้จวนไท่เว่ยทำตามรับสั่งของพระสนม เตรียมเลือกเด็กสาวสวยเพริศพริ้งส่งไปให้ท่านอ๋องกี่คนก็ตาม ซึ่งท่านอ๋องจะ้าผู้ใดหรือไม่นั้นก็ยังเป็สิทธิ์ของท่านอ๋อง
สู่ขุยยิ้มน้อยๆ พูดว่า “ถงมามาข้าอยากไปอยู่กานโจว แม้ว่าจะเป็ได้แค่นางกำนัลไปตลอดชีวิต”
ถึงแม้จะเป็แค่นางกำนัลอยู่วังอ๋องที่เมืองชายแดนเล็กๆ ไปชั่วชีวิต ก็ยังดีกว่าเข้าวังหลวงไปสู้กับสาวงามอีกนับพันเพื่อปรนนิบัติฮ่องเต้สูงวัย
ถงมามาครุ่นคิดแล้วตอบว่า “ข้าเข้าใจแล้ว เ้าออกไปได้!”
จากนั้นต่อมาอีกสามวัน ถงมามานำเด็กรับใช้ จ้วนเอ๋อร์ ตานชิง รวมทั้งสาวใช้อีกหลายคนไปที่ลานบ้าน ประกาศเส้นทางเดินของไป๋สู่ขุย สวีชุ่ยจือ หลิวอวี้หนู เหลียงชีชี ฉินเจินเมี่ยว และเฟิงสี่เจิน
ไป๋สู่ขุย หลิวอวี้หนู และเฟิงสี่เจินไปอยู่วังผิงอ๋องที่กานโจว สวีชุ่ยจือ เหลียงชีชี และฉินเจินเมี่ยวเข้าวังไปรับใช้พระสนมกุ้ยเฟย
หลังจากถงมามานำคนเ่าั้กลับไป ไป๋สู่ขุยยืนใจลอยอยู่ที่ลาน มองกุหลาบสีแดงซึ่งแบ่งบานในแปลงข้างๆ ในใจปนเปทั้งสุขและเศร้า
ในที่สุดครั้งนี้นางก็สามารถลิขิตโชคชะตาของนางเองโดยได้ไปกานโจวตามที่ปรารถนาซึ่งควรเป็เื่น่ายินดี แต่เมื่อมองเด็กสาวที่อยู่ด้วยกันมาสามปีตรงหน้า นางกลับรู้สึกใจหาย ถึงอย่างไรพวกนางก็อยู่ด้วยกันมาตั้งสามปี
หลิวอวี้หนู เฟิงสี่เจิน และเหลียงชีชีกอดกันร้องไห้
สวีชุ่ยจือกับฉินเจินเมี่ยวร้องไห้ แล้วเข้าไปกอดไป๋สู่ขุยแน่น ทั้งสามคนจึงร้องไห้ด้วยกัน
แม้สู่ขุยจะกลั้นน้ำตาไว้ แต่น้ำตาก็ยังรินไหล
พวกเด็กสาวแต่ละคนแม้มีสาเหตุหลากหลาย แต่ก็เป็แค่เด็กสาวที่ถูกพ่อแม่และครอบครัวขายให้หย่าผอ
หลังจากถูกขาย พวกนางก็ไม่ต่างจากแหนในแม่น้ำอวิ้นที่ลอยไปมา พวกนางอยู่ด้วยกันสามปีก็เสมือนแหนที่บังเอิญลอยมาเจอกัน พอลมพัดพวกนางก็ต้องแยกกันไปตามกระแสลม หลังจากนี้คงยากที่จะได้มาอยู่ร่วมกันอีก
หลังเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง[1]ก็ถึงเวลาที่สู่ขุยต้องจากสถานที่ที่อยู่มาสามปี สู่ขุย หลิวอวี้หนู และเฟิงสี่เจินตามถงมามาขึ้นเรือ
เรือลำใหญ่หันหัวไปทางทิศตะวันตก มุ่งหน้าสู่เมืองลั่วหยาง
พวกนางจะขึ้นรถม้าที่ลั่วหยางแล้วเดินทางสู่กานโจว
“กาเว้า กาเว้า” นกกาเหว่าส่งเสียงร้อง ไป๋สู่ขุยที่ตอนนี้อายุครบสิบห้าปีได้เริ่มการผจญภัยครั้งใหม่
หลังจากเดินทางสามเดือน ในที่สุดถงมามาก็นำสู่ขุยและคนอื่นๆ ไปถึงกานโจว เมืองชายแดนทิศตะวันตกเฉียงเหนือของราชวงศ์ซ่ง
ตอนออกจากเมืองเปี้ยนจิงก็ได้ยินนกกาเหว่าส่งเสียงร้อง เมื่อไปถึงเมืองกานโจว เทศกาลไหว้พระจันทร์ก็ผ่านไปแล้ว
เมื่อเทียบกับเปี้ยนจิงที่เจริญ กานโจวเป็เมืองที่เงียบและเปล่าเปลี่ยว ใต้ฟ้าสีครามสดใสคือพื้นดินกว้างสุดลูกหูลูกตา ต้นไม้ชนิดเดียวที่เห็นขึ้นทั่วไปคือต้นไป๋หยาง ซึ่งดูราวกับป่าต้นไป๋หยางแผ่กระจายไปถึงขอบฟ้า
พอไปถึงกานโจว ทิวทัศน์ก็เป็เช่นนี้ตลอดทาง พวกหลิวอวี้หนูรู้สึกเบื่อหน่าย แต่สู่ขุยกลับชื่นชอบ รู้สึกว่าทางตะวันตกเฉียงเหนือนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ทำให้ใจเธอปลอดโปร่งสบาย
เมื่อถึงศาลาหลักนอกเมืองกานโจว วังผิงอ๋องส่งคนมารับถงมามากับพวกเด็กสาว
ถงมามากับเฟิงสี่เจินนั่งรถม้าคันหน้า ไป๋สู่ขุยกับจ้วนเอ๋อร์นั่งคันกลาง หลิวอวี้หนูกับตานชิงนั่งคันหลัง รถม้าวิ่งเข้าเมืองกานโจวทางประตูเมืองทิศตะวันออก
รถม้าวิ่งไปเรื่อยๆ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ในที่สุดรถม้าถึงหยุด
สู่ขุยค่อยเปิดม่านหน้าต่างรถม้าดูภายนอกรถ เห็นประตูใหญ่วังอ๋องสง่าน่าเกรงขาม
คนของวังอ๋องนำทางรถม้าไปเข้าวังจากประตูข้าง รถม้าวิ่งเลียบไปตามถนนสายใหญ่ใต้เงาไม้ที่อยู่กลางวัง ใช้เวลาสั้นๆ รถม้าก็หยุด
หลังจากความวุ่นวายโกลาหลของการต้อนรับขับสู้ผ่านไป สาวใช้สูงวัยที่คอยทำงานทั่วไปของวังอ๋องนำสู่ขุย เฟิงสี่เจิน และหลิวอวี้หนูเข้าไปด้านในเรือนปีกตะวันออกของเรือนส่วนใน
แม้เป็เรือนปีก แต่ที่จริงก็ใหญ่มาก บริเวณเรือนมีต้นไป๋หยางขนาดใหญ่หลายต้น
สู่ขุยเดินตามสาวใช้สูงวัยไปข้างหน้า นางแหงนมองท้องฟ้าและมองต้นไป๋หยางขนาดใหญ่กับอาคารสูงตรงหน้า อารมณ์สดใสนัก
สาวใช้สูงวัยพาสู่ขุย เฟิงสี่เจิน และหลิวอวี้หนูเดินไปถึงเรือน ชี้อาคารรองฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตกทั้งสองฝั่งให้พวกนางดู “แม่นางทั้งสาม อาคารหลักสามห้องมีคนอยู่แล้ว อาคารรองฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตกยังว่างอยู่ มีสามห้องเช่นกัน พวกเ้าเลือกเอาว่าจะอยู่ห้องไหน”
นางหัวเราะ พูดต่อว่า "ถึงวังผิงอ๋องมีเรือนของส่วนในไม่มาก แต่มีอาคารเยอะ ไม่จำเป็ต้องเบียดกันอยู่ในห้องเดียว"
สู่ขุยมองเรือนที่ตนกำลังจะเข้าไปอยู่ พอได้ยินก็อดยิ้มไม่ได้
นางรู้ดีว่าอาคารรองฝั่งตะวันออกรับแสงได้ค่อนข้างดี จึงอยากอยู่อาคารรองฝั่งตะวันออกอยู่แล้ว อีกอย่างนางรู้ว่าหลิวอวี้หนูเป็คนเลือกมาก มีอะไรก็ต้องแย่งมาให้ได้ เฟิงสี่เจินกับหลิวอวี้หนูเป็เพื่อนรักกัน ทั้งสองต้องร่วมมือกันจัดการนางแน่ แต่สู่ขุยไม่อยากทะเลาะกับเฟิงสี่เจินและหลิวอวี้หนู เพราะจะเป็ที่น่าหัวเราะเปล่าๆ จึงรอให้สองคนนั้นเลือกก่อน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/003a2929fa2dd28f0e5a0bbc981a208f
[1] เทศกาลฉลองวันที่ห้าเดือนห้าตามปฏิทินจันทรคติจีน เพื่อรำลึกถึงชวีหยวน ขุนนางผู้ซื่อสัตย์สุจริต