ไอริณ ๒๕๖๙ สืบล่ากลไกมรณะ

    (2) กลิ่นอายจากอดีต

            Episode 2: กลิ่นอายจากอดีต (The Scent of the Past)


            เช้าวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าเหนือเมืองเก่าอยุธยายังคงปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีเทา 

            ไอริณไม่ได้นอนเกือบทั้งคืน ดวงตาของเธอยังคงจดจ้องอยู่กับผลตรวจเบื้องต้นจากห้องแล็บที่ส่งเข้ามือถือ

             *ไม่พบสารพิษร้ายแรง แต่มีอนุภาคของน้ำมันหอมระเหยที่ไม่สามารถระบุประเภทได้*

            เธอก้าวลงจากรถจี๊ปคู่ใจ 

            เสียงรองเท้าบู้ทหนังกระทบพื้นดินปนทรายดัง ตึก ตึก มุ่งหน้าไปยัง "บ้านไม้ทรงไทยเก่า" ท้ายวัดร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็๲ที่พักของชาญชัย ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ที่เสียชีวิต

            “พี่ไอริณ! รอด้วยครับ!” พิธาวิ่งหน้าตั้งตามมา แขนข้างหนึ่งหอบเอกสารพะรุงพะรัง 

            “ผมไปเช็คประวัติการเงินของแกมาอย่างที่พี่บอก พบว่า๰่๥๹สามเดือนก่อนตาย มีเงินโอนเข้าบัญชีแกสัปดาห์ละห้าหมื่นบาท จากบัญชีนอมินีที่ตามตัวไม่ได้”

            ไอริณหยุดกึกหน้าประตูบ้านไม้ที่ดูทรุดโทรม 

            “ห้าหมื่นบาท... สำหรับคนเฝ้าพิพิธภัณฑ์ มันมากเกินไป"

             "พิธา... นายได้กลิ่นอะไรไหม?”

            พิธาสูดหายใจฟุดฟิด 

            “กลิ่นธูปเหรอครับ? หรือกลิ่นไม้เก่า?”

            “ไม่ใช่...” ไอริณขมวดคิ้ว 

            กลิ่นนั้นมันเหมือนดอกพิกุลแห้งๆ ผสมกับกลิ่นสาบของเคมีบางอย่างที่ชวนให้คลื่นไส้ 

            “มันคือกลิ่นเดียวกับที่ติดตัวหุ่นหลวงวิชิต” เธอดึงถุงมือยางออกมาสวม แล้วถีบประตูไม้ที่แง้มอยู่เบื้องหน้าเบาๆ

            ภายในบ้านมืดสลัวและเต็มไปด้วยฝุ่น แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ "โต๊ะทำงาน" ของชาญชัย

            บนโต๊ะมีหม้อต้มไฟฟ้าขนาดเล็ก และก้อนขี้ผึ้งสีเหลืองหม่นที่ถูกตัดแบ่งเป็๲ชิ้นๆ 

            ไอริณใช้ไฟฉายสาดส่องไปรอบๆ จนพบกับถุงซิปล็อกขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชัก ภายในบรรจุผงสีขาวละเอียดที่มีกลิ่นหอมฉุนกึก

            “ยาเสพติดเหรอพี่?” พิธาถามพลางยื่นหน้ามาดู

            “ยังสรุปไม่ได้ แต่นี่ไม่ใช่ของที่ควรอยู่ในบ้านคนเฝ้าพิพิธภัณฑ์” ไอริณพึมพำ เธอหยิบผงนั้นขึ้นมาพิจารณา ทันใดนั้น... 

            แสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านรอยแตกของฝาบ้านส่องกระทบผงขาวนั่นจนเกิดประกายสีรุ้งจางๆ

            วินาทีนั้นเอง ประสาท๱ั๣๵ั๱ของไอริณก็บิดเบี้ยว

            เสียงลมพัดรอบบ้านจู่ๆ ก็ดังกระหึ่มเหมือนเสียงแตรสังข์ในงานพิธีโบราณ ภาพบ้านไม้เก่าค่อยๆ ซ้อนทับด้วยภาพศาลาเรือนไทยที่ประดับตกแต่งอย่างวิจิตร 

            เธอเห็นเงาร่างคนนับสิบสวมชุดโบราณคุกเข่าอยู่กลางบ้าน 

            และที่หัวแถว... คือร่างชายคนหนึ่งในชุดขุนนางสีแดงเข้ม 

            ใบหน้าเหมือนหุ่นหลวงวิชิตไม่มีผิดเพี้ยน!

            เขาหันมามองเธอ ดวงตาแก้วคู่นั้นดูราวกับมีเ๣ื๵๪เนื้อจริงๆ 

            เขายกมือขึ้นชี้หน้าเธอ

            “พี่ไอริณ! พี่!”

            เสียงของพิธาฉุดเธอกลับมา 

            ไอริณสะดุ้งสุดตัว เหงื่อผุดซึมตามไรผม 

            เธอหอบหายใจถี่พลางยันโต๊ะไว้

            “พี่เป็๲อะไรไป? หน้าซีดมากเลย” พิธา๻๠ใ๽

            “ฉัน... ฉันแค่หน้ามืด” 

            ไอริณพยายามรวบรวมสติ เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เ๱ื่๵๹บังเอิญ สารในผงขาวนั่นต้องซึมเข้าทางระบบหายใจหรือการ๼ั๬๶ั๼แน่ๆ 

            “พิธา เก็บของพวกนี้ไปส่งแล็บด่วน แล้วสั่งปิดล้อมพื้นที่หลังบ้านนี้ ฉันรู้สึกว่า ชาญชัยไม่ได้แค่เฝ้าหุ่น แต่เขากำลัง ‘ผลิต’ อะไรบางอย่าง”

            ไอริณเดินเลี่ยงออกมาสูดอากาศข้างนอก 

            เธอเดินไปที่เพิงพักหลังบ้านซึ่งติดกับคลองเล็กๆ ที่นั่นเธอพบหลักฐานชิ้นสำคัญ... 

            รอยล้อรถยนต์ใหม่เอี่ยม บนพื้นโคลนที่ยังไม่แห้งสนิท 

            รอยล้อนั้นดูเหมือนรถบรรทุกขนาดเล็กที่เพิ่งออกไปไม่นาน

            และที่ปลายรอยล้อ มีเศษผ้าไหมสีแดงเข้มที่ขาดติดอยู่กับกิ่งไม้ 

            เป็๞ผ้าชนิดเดียวกับที่หุ่นหลวงวิชิตสวมใส่

            “มันไม่ใช่ผีหรอกพิธา...” ไอริณพูดเสียงเรียบ แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น 

            “มีคนใส่ชุดหุ่นนั่น แล้วใช้บ้านหลังนี้เป็๞ที่พักยา หรือไม่ก็สถานที่ทดลองสารหลอนประสาทชนิดใหม่”

            ขณะที่เธอกำลังก้มเก็บเศษผ้า 

            เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ลึกลับก็ดังขึ้นที่ถนนหน้าบ้าน 

            ก่อนจะบิดทะยานหนีไปอย่างรวดเร็ว

            ไอริณวิ่งไปที่รถจี๊ปทันที 

            “พิธา! อยู่เคลียร์ที่นี่ ฉันจะตามมันไปเอง!”

            เธอเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไป ทิ้งให้ความลึกลับของกลิ่นพิกุลแห้งและเงาของขุนนางในอดีต

            วนเวียนอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยความลับนั้น...?!


            [To be continued in Episode 3...]