มหาศาสตรากู้แผ่นดิน

    ตอนที่ 76 เอาชนะอย่างง่ายดาย

    ตอนที่76 เอาชนะอย่างง่ายดาย

     

    ณสนามประลองที่ลานกว้าง......

     

    “ข้ามิรู้ดอกนะว่าเอ็งไปเอาความมั่นใจมาจากที่ใด แต่วันนี้แหละข้าจักเป็นผู้ดับความมั่นใจและสอนให้เอ็งได้รู้ ว่าโลกนี้มิใช่ง่ายสำหรับเด็กๆเยี่ยงเอ็ง!” ชายหนุ่มบุญสมพยายามที่จะใช้วาจาของเขาในการสะกดข่มกล้วยเพราะเขาเชื่อว่าเด็กยังไงก็เป็นเด็ก.......

     

    “ขอบน้ำใจพี่ชายบุญสมที่เตือนข้านะจ๊ะ แต่ข้าเองก็อยากจักเตือนท่านเช่นกันว่าท่านไม่ควรดูถูกเด็กหรือคนที่อายุน้อยกว่า มิเช่นนั้นท่านอาจจักถูกคนที่อายุน้อยกว่าล้มเอาก็ได้นะ!”

     

    ทว่ากลัวไม่ใช่เด็กทั่วๆไป เขาไม่มีทางหวั่นไหวกับแค่คำขู่ของชายหนุ่มบุญสมแน่ กลับกันเขากลับพูดจายอกย้อนชายหนุ่มบุญสมกลับไปอย่างเจ็บแสบแทน.....

     

    เอ็งนี่มัน.......

     

    ดี!

     

    “เยี่ยงนั้นก็แสดงให้ข้าดูหน่อยเถิด ว่าเอ็งจักทำได้เยี่ยงที่เอ็งพูดจาเอาไว้เสียใหญ่โตหรือไม่!”

     

    ย๊า!!!

     

    หมัดซ้าย!

     

    หวืดดดดดดดด!!

     

    หมัดขวา!

     

    หวืดดดดดดดด!!

     

    [กระบวนท่า บาทาสยบฝูงวัว]

     

    ย้า!!

     

    ตุบตุบ ตุบ!!

     

    ชายหนุ่มบุญสมกระหน่ำโจมตีเข้าใส่กล้วยทั้งหมัดศอก เขาและเท้าอย่างดุเดือด แต่ทุกการโจมตีของเขาล้วนแล้วแต่ถูกกล้วยปัดป้องเอาไว้ได้ทั้งหมดเลยจนในที่สุดชายหนุ่มบุญสมจึงต้องใช้กระบวนท่าพิเศษออกมาเพื่อเล่นงานกล้วยและกู้คืนใบหน้าของเขาที่เสียไป......

     

    อื้ม......

     

    “เป็นวิชามวยที่มิเลยเลวพี่ชายบุญสม ทว่า......การยืนของท่านมันผิดตำแหน่งไปหน่อยนะถ้าท่านขยับไปทางขวาอีกนิด และย่อตัวให้ต่ำลงกว่านี้อีกหน่อยการเตะนี้คงรุนแรงขึ้นมิใช่น้อย!”

     

    ถึงจะต้องรับมือกับกระบวนท่าพิเศษจากชายหนุ่มบุญสมแต่กล้วยก็ไม่ได้กังวลใดๆ เลยสักนิด เขากลับหลบเท้าของชายหนุ่มได้อย่างสบายๆแถมยังพูดวิเคราะห์การออกลูกเตะของชายหนุ่มไปด้วยในขณะที่เขาโยกตัวหลบซึ่งทุกการกระทำของเขามันดูสบายๆ อย่างมากราวกับว่าตอนนี้เขาไม่ได้กำลังประลองอยู่แต่เป็นการสอนมวยลูกศิษย์อยู่อย่างนั้นแหละ......

     

    อ้า!

     

    “นี่ข้ามิได้ฝันไปใช่หรือไม่? ใครก็ได้ช่วยหยิกข้าที!”

     

    ปึ๊ก!

     

    โอ้ย!

     

    “นี่เอ็งหยิกข้าทำไมวะ? ข้าก็แค่พูดเล่นเพียงเท่านั้นหาได้จริงจังไม่!”

     

    อ้าว!

     

    “ใครจะไปใคร่รู้กันเล่า ว่าเอ็งจักพูดเล่นมิได้พูดจริง แต่ดูท่าแล้วเอ็งคงไม่ได้กำลังฝันอยู่ดอก เพราะข้าก็เห็นเช่นเดียวกันกับเอ็งเหมือนกัน!”

     

    อ้า!

     

    ซึ่งภาพนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึงอย่างมากแทบจะไม่มีใครเชื่อในสายตาตัวเองเลยว่าศิษย์เอกผู้เก่งกาจที่สุดในหมู่บ้านจะไม่สามารถทำอะไรกล้วยที่อายุน้อยกว่าได้เลย......

     

    “ไม่หนูกล้วยมีฝีไม้ลายมือมิเลวเลย แม้ว่าจะยังไม่ออกหมัดตอบโต้ แต่ท่าเท้าและการเคลื่อนไหวก็ดีเป็นเลิศยิ่งนักมิรู้ว่าครูท่านใดเป็นผู้สอน”

     

    ชายชราหมานพูดขึ้นหลังจากที่เขาวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของกล้วยแม้ว่าเขาระดับพลังของเขาจะอยู่แค่ระดับนักรบชั้นหัวหมู่ขั้นต้นที่ต่ำกว่ากล้วยแต่เขาก็สามารถมองออกได้ว่า การเคลื่อนไหวของเขานั้นดีกว่าชายหนุ่มบุญสมอย่างมากและการที่เด็กอายุเพียงแค่สิบสี่สิบห้าสามารถทำได้ขนาดนี้เขาคนนั้นจะต้องมีครูสอนที่ดีและเก่งกาจอย่างมากแน่นอน......

     

    “นั่นแค่ส่วนหนึ่งขอรับพ่อเฒ่า!เด็กคนนั้นใช้ความสามารถออกมาเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เขายังมิได้ใช้กำลังอย่างเต็มที่และหากเขาใช้พลังอย่างเต็มที่ ไอ้บุญสมคงแพ้ตั้งแต่ไก่ยังมิทันขันและแม้แต่ข้าเองก็ยังมิอาจเป็นคู่มือกับไอ้หนูกล้วยได้!”

     

    แน่นอนว่าสำหรับครูมวยอย่างครูชัยแล้วเขาย่อมมองออกได้มากกว่าชายชราหมาน เพราะเขาเคยเป็นทหารที่ผ่านศึกมาก่อนดังนั้นเขาจึงรู้ว่ากล้วยยังเก็บออมแรงไว้อีกมากและแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ใช้คู่ต่อสู้ของกล้วย ถ้ากล้วยเอาจริงขึ้นมา.....

     

    อ้า.....

     

    “เช่นนั้นเรื่องที่ไอ้หนูกล้วยพูดบอกว่ามันจัดการกับพวกโจรป่าก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ?”มือได้ฟังคำอธิบายของครูชัย ชายชราหมานก็พลันนึกถึงเรื่องกลุ่มโจรที่พูดฆ่าตายไปก่อนหน้านี้ซึ่งเขาจำได้ว่ากล้วยเป็นคนบอกเขาเอง ว่ากล้วยเป็นคนลงมือฆ่า แต่เพราะเขาไม่เชื่อเขาจึงไม่ได้สนใจนัก.....

     

    “ก็อาจจักเป็นเยี่ยงนั้นขอรับ แต่การฆ่าคนนั้นมิใช่ใครที่ไหนจักทำได้ต่อให้เป็นผู้ใหญ่แล้วก็ยังยากที่จะทำใจฆ่าผู้อื่นได้ แต่ถ้าเด็กผู้นี้สามารถฆ่าคนอื่นได้ตั้งแต่อายุเพียงเท่านั้นจิตใจของเขาก็มิใช้ธรรมดาทั่วไปแล้วถ้าไม่เข้าสู่ด้านมืดก็เป็นคนที่มีจิตใจแน่วแน่เป็นอย่างมากเท่านั้น”

     

    ครูชัยเองก็เป็นกังวลเรื่องนี้เช่นกันแม้ว่าการฆ่าพวกคนเลวนั้นจะเป็นเรื่องที่สมควร แต่ก็ใช้ว่าทุกคนที่ฆ่าคนเลวจะไม่ใช้คนเลวเช่นกันเว้นเสียแต่จะได้รับการยืนยันแล้วว่ากล้วยไม่ใช่อย่างที่พวกเขาคิดเอาไว้พวกเขาถึงจะวางใจได้.....

     

    อื้ม.......

     

    หลังจากนั้นไม่นาน.....

     

    ย๊ากกกกกก!!

     

    “แน่จริงก็อย่าเอาแต่หลบสิวะ ถ้าเป็นลูกผู้ชายก็สู้กับข้าตรงๆ เสีย!”

     

    ได้!

     

    “เยี่ยงนั้นก็มาจบเรื่องนี้กันเถอะ!”

     

    ชายหนุ่มบุญสมดูจะโกรธอย่างมากในเวลานี้ไม่เพียงแค่โกรธเท่านั้น พละกำลังของเขาก็เริ่มที่จะหมดแล้วด้วยเพราะเขาเป็นฝ่ายที่กระหน่ำออกหมัดและเท้าใส่กล้วยอย่างไม่ยั้งตั้งแต่เริ่มมาเลยแต่ก็ไม่มีสักครั้งเดียวที่เขาจะสัมผัสถูกตัวกล้วยได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหน้าหนักไปกว่านี้ ชายหนุ่มจึงได้พูดท้าทายกล้วยและบอกให้กล้วยมาสู้กับเขาแบบลูกผู้ชาย ซึ่งกล้วยเองก็ตอบรับอย่างไม่ปฏิเสธใดๆเพราะเขาได้จดจำกระบวนท่าและเชิงมวยของชายหนุ่มเอาไว้หมดแล้ว.......

     

    ดี!

     

    “ถ้าเอ็งมิทำตัวหลบไปหลบมาเป็นลิงหลอกเจ้าเช่นนี้ข้าคงเอาชนะเอ็งไปเสียนานแล้ว รับหมัดข้า!”

     

    ย๊าก!!

     

    ชายหนุ่มบุญสมใช่พละกำลังที่เหลืออยู่ไปกับหมัดสุดท้ายของเขาเขาคิดว่าด้วยพลังทำลายจากหมัดนี้ ยังไงกล้วยก็ต้องแพ้ถ้าปะทะกันตรงๆทว่าในตอนนั้นเอง.....

     

    กร๊อบ!

     

    อ๊ากกกกกกกกก!!

     

    เสียงกระดูกแตกพลันเกิดขึ้นเมื่อหมัดของชายหนุ่มบุญสมปะทะกับหมัดของกล้วยซึ่งขนาดหมัดของทั้งคู่นั้นมีขนาดใหญ่พอๆ กันเลยแม้กล้วยจะอายุเพียงแค่สิบสี่ย่างเข้าสิบห้า แต่ร่างกายของเขาก็ดูโตพอเท่ากับวัยรุ่นอายุเกือบยี่สิบแล้ว.....

     

    แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักที่ทำให้กระดูกมือของชายหนุ่มบุญสมแตกแต่เป็นความแข็งแกร่งของกระดูกของกล้วยต่างหากบวกกับกล้วยที่เป็นถึงนักรบชั้นนายพันชั้นแล้วด้วยร่างกายของเขายิ่งทวีความแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัวแล้วแบบนี้แค่นักรบชั้นหัวหมู่ขั้นต้นจะเอาอะไรไปเทียบได้ถ้าพูดให้ถูกก็คงต้องเรียกว่ากระดูกคนละเบอร์.......

     

    มือข้า!

     

    มือของข้า!

     

    ชายหนุ่มบุญสมร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงด้วยความเจ็บปวดเพราะนี่นับได้ว่าเป็นครั้งแรกเลยที่เขากระดูกที่มือแตกเพราะการปะทะแม้แต่ตอนที่เขาซ้อมชกกับต้นไม้หรือวัตถุที่แข็งๆก็ยังไม่อาจที่จะทำให้กระดูกมือของเขาแตกได้เลย นี่แค่ปะทะกับหมัดของกล้วยเพียงครั้งเดียวเท่านั้น.......

     

    เอ้าเห้ย!

     

    “พวกเอ็งจักรอช้าอยู่ไย รีบเข้าไปช่วยไอ้บุญสมมันสิวะ!”

     

    อ้า!

     

    จ๊ะครู!

     

    เพราะเรื่องนี้ทำให้ทุกคนตกใจจนทำอะไรไม่ถูกหากไม่ได้เสียงร้องตะโกนของครูชัย คนอื่นๆคงไม่รู้ว่าควรจะเข้าไปช่วยหรือยืนดูเฉยๆ ดี......

     

    “ไอ้หนูกล้วย ข้าขอพูดกับเอ็งสักประเดี๋ยวได้หรือไม่?”

     

    เมื่อให้คนไปช่วยชายหนุ่มบุญสมแล้วครูชัยก็เรียกกล้วยเข้ามาคุยด้วยในทันที.....

     

    ได้สิจ๊ะ!

     

    แน่นอนว่ากล้วยย่อมตอบตกลงในทันทีอย่างไม่คิดมากเพราะเขาเชื่อว่าครูชัยคงไม่ทำอะไรตัวเขาเพียงเพราะเขาทำร้ายลูกศิษย์มือหนึ่งของครูชัยแน่.......

     

    ซึ่งนอกจากครูชัยแล้วตาเฒ่าหมานก็เดินตามทั้งสองไปด้วยเช่นกัน......

     

    ที่ใต้ถุนบ้านของเฒ่าหมาน.....

     

    “พวกท่านทั้งสองมีเรื่องกระไรจักพูดคุยกับข้าเยี่ยงนั้นหรือ?”

     

    “ก็มิได้มีกระไรดอก เพียงแต่ข้าอยากจักถามเอ็งว่าผู้ใดเป็นผู้สอนเชิงมวยแลศิลปะวิชาการต่อสู้ให้กับเอ็งกระนั้นรึ?”

     

    เป็นอย่างที่กล้วยคิดเอาไว้ที่ครูชัยเรียกกล้วยมาพูดคุยด้วยก็เพราะเขาอยากรู้ครูผู้สอนวิชาการต่อสู้ให้กับกล้วยต่างหากเพราะเขาไม่เคยเห็นเชิงมวยเช่นนี้มาก่อน.....

     

    “คนที่สอนข้ารึ? อันที่จริงแล้วเป็นข้าที่เรียนรู้วิชาการต่อสู้ต่างๆด้วยตนเองจากตำราของท่านปู่ที่เหลือทิ้งเอาไว้ให้ มิได้มีผู้ใดสอนสั่งดอก”

     

    กล้วยตอบคำถามของครูชัยออกมาตรงๆอย่างไม่ปิดบังแต่เพียงคำตอบที่เขาบอกไปนั้นมีเพียงแค่ครึ่งเดียวที่ถูกพูดออกมาจากความจริงทั้งหมด....

     

    อ๊ะ!

     

    กระนั้นรึ?

     

    เมื่อครูชัยได้รับคำตอบเขาก็รู้ว่ากล้วยไม่ต้องการที่จะเปิดเผยความลับในเรื่องนี้ดังนั้นเขาจึงไม่ถามอะไรต่ออีก และเลือกที่จะเชื่อตามคำบอกกล่าวของกล้วย......

     

    “แล้วเอ็งมีแผนที่จักไปที่ใดต่อเล่า? ถ้ายังไม่มีที่ไปลองอยู่ที่นี่อีกสักหลายๆ วันหน่อยเป็นไง?”

     

    ครั้งนี้เป็นเฒ่าหมานที่ถามซึ่งอันที่จริงแล้วเขาก็เคยถามกล้วยไปแล้วก่อนหน้านี้แต่ที่ถามอีกครั้งก็เพื่อใช้เป็นข้ออ้างขอให้กล้วยอยู่ที่นี่ต่ออีกสักหลายๆวัน.......

     

    “ข้าเองก็ยังมิรู้เลยว่าจักไปที่ใดดี แต่ถ้าจะให้ข้าอยู่ที่นี่หลายๆวันเห็นทีก็คงจะไม่เหมาะเช่นกัน”

     

    กล้วยเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเดินทางไปที่ไหนต่อดีเพราะเขายังไม่ได้ตรวจสอบแผนที่ตามความทรงจำของเขาเลยที่เขาคิดเอาไว้ก็แต่จะมาที่นี่ก่อนก็เท่านั้น ส่วนคำเชิญของเฒ่าหมานนั้นกล้วยไม่กล้าที่จะรับและอยู่ที่นี่หลายวัน เพราะเขาไม่ได้มีบ้านหรือคนรู้จักที่นี่ถ้าต้องอยู่หลายวันเขาก็ต้องรบกวนชายชราหรือใครสักคนในหมู่บ้านนี้เพื่อขอพักอาศัยรวมถึงอาหารและน้ำด้วย......

     

    “ไม่เหมาะอะไรกัน เอาอย่างนี้ดีหรือไม่? ถ้าเอ็งคิดว่าอยู่ต่อแล้วเกรงใจเช่นนั้นเอ็งก็ช่วยทำงานเพื่อแลกกับที่พักแลอาหารดีหรือไม่?”

     

    เมื่อเฒ่าหมานเห็นกล้วยปฏิเสธเขาก็คิดหาวิธีเพื่อทำให้กล้วยยอมรับที่จะอยู่ต่อซึ่งเขาเห็นว่ากล้วยเป็นคนที่ไม่ชอบเอาเปรียบใคร ดังนั้นเขาจึงได้เสนอความคิดทำงานแลกเปลี่ยนที่พักและอาหารให้กับกล้วย......

     

    เอิ่ม.......

     

    “อยู่ต่ออีกสักวันสองวันก็คงมิเป็นไรดอก....กล้วยอย่างไรตอนนี้พวกเราก็ยังมิได้คิดกันเลยว่าจักไปที่ใดอยู่ที่นี่เพื่อหาข้อมูลก็มิเสียหายนี่ จริงไหม?”

     

    ในตอนนั้นเองไอ้จ๋อที่นั่งเงียบเพราะเอาแค่กินกล้วยหอมลูกใหญ่อยู่ก็ได้พูดขึ้นเมื่อมันกินเสร็จมันคิดว่ากล้วยหอมที่นี่อร่อยมาก มันจึงเสนอให้กล้วยอยู่ที่นี่ต่อสักวันสองวันแต่เพื่อไม่ให้กล้วยด่าและหาว่ามันเห็นแก่กินมันจึงยกข้ออ้างเกี่ยวกับสภาพภูมิศาสตร์ของแถบนี้ว่าพวกเขายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพื้นที่แถบนี้เลยนอกจากข้อมูลในแผนที่ของพระฤๅษีคงที่ถูกทำขึ้นมานานมากแล้ว......

     

    “เอาแบบนั้นรึไอ้จ๋อ?” กล้วยหันไปมองหน้าไอ้จ๋อก่อนที่จะถามมันอีกครั้ง......

     

    ใช่!

     

    “เอาเยี่ยงนั้นก็ได้ แต่ว่าเอ็งจะต้องทำงานหนักกว่าข้าเป็นสองเท่านะ”

     

    หือ?

     

    “ทำไมข้าต้องทำงานเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าด้วยละ?”

     

    “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเอ็งเอ็งขออยู่ต่อก็เพื่อของกินซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องหาข้อมูลตามที่เอ็งว่ามาเลยสักนิด เช่นนั้นเอ็งก็ต้องทำงานเพิ่มขึ้นในส่วนของข้าด้วย!”

     

    เอ้านี่เอ็ง!

     

    ไอ้จ๋อคิดว่าตัวเองฉลาดแล้วแต่มันไม่คิดว่ากล้วยจะฉลาดหลักแหลมเสียยิ่งกว่ามันอีก......

     

    ฮ่าฮ่า ฮ่า!

    คล้ายกับเรื่องมหาศาสตรากู้แผ่นดิน ที่คุณอ่าน