“ใครกันที่มันพูด รีบออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!” สือก้วนผิงลุกขึ้นยืน รู้สึกโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ อี้ฉางชุนเองก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน แต่หากเทียบกับสองตระกูลนี้ซ่งซือเจียงเพียงยิ้มบาง แล้วลุกขึ้นยืน เดินไปหาเจ้าของเสียงก่อนจะคารวะแบบจีน
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สือก้วนผิงและผู้นำสกุลอี้ตกตะลึง
เนื่องจากชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่หน้าตาอ่อนเยาว์มาก อย่างน้อยที่สุดก็อายุ 20 ปีต้นๆ แต่ตาเฒ่าซ่งกลับอ่อนน้อมถ่อมตนถึงที่สุด เป็นไปได้ไหมว่านี่คือลูกหลานของตระกูลร่ำรวยอันดับหนึ่งแห่งชุนเหลียน
คุณชายฉี?
“คุณหลิน ในที่สุดคุณก็มา ขอบคุณมากนะครับที่เดินทางมาวันนี้ ผมในฐานะผู้นำตระกูลซ่งขอขอบคุณคุณจากใจจริง” ผู้นำตระกูลซ่งกล่าวจากใจ
“หึ! คุณปู่ทำเกินไปแล้ว เขาจะชนะหรือเปล่ายังไม่แน่เลย ทำไมถึงต้องกลัวเขาขนาดนั้นกัน” ในสายตาของซ่งเฉินหยู ยังมีอคติกับเขาตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้
“เฉินหยู รีบขอโทษคุณหลินเดี๋ยวนี้นะ!” ซ่งซือเจียงตวาด ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นน่ากลัวจนลูกชายของเขาต้องเข้ามาจับไว้ ประเดี๋ยวลูกสาวจะถูกทุบตี
“ขะ...ขอโทษก็ได้ค่ะ” ซ่งเฉินหยูกัดฟันกรอด ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่ถูกบังคับ จึงเดินห่างออกมาจากคุณพ่อและคุณปู่
“ตาเฒ่าซ่ง อย่าบอกนะว่าเขาคือคนที่นายบอก” สือก้วนผิงเข้ามาถาม จะอย่างไรก็คนรุ่นเดียวกัน เขารู้จักซ่งซือเจียงตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถม หมอนี่ไม่เคยก้มศีรษะให้กับใครเลย โดยเฉพาะกับเด็กรุ่นหลาน ดังนั้นตัวตนของชายแซ่หลินย่อมไม่ธรรมดา
เรื่องนี้ไม่สามารถประมาทได้!
“นั่นสิ เขาคือคุณหลินที่บอกเหรอ ยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลย อายุไล่เลี่ยกับหลานของฉัน” อี้ฉางชุนเอามือลูบคาง กำลังวิเคราะห์เกี่ยวกับคนที่มาใหม่
ซ่งซือเจียงเมื่อได้ยินคำถาม ก็หัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข คล้ายกับว่าลืมความพ่ายแพ้ก่อนหน้านี้ 2 รอบติด
“คุณหลินคือระดับปรมาจารย์หวิงชุน ทักษะหมัดมวยของคุณหลินเหนือกว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่”
สือก้วนผิงถึงกับหัวเราะขัน ชี้ไม้ชี้มือ “ฮ่าฮ่า ตาเฒ่าซ่ง นายทำให้ฉันขำมากนะรู้ไหม อายุเด็กคนนี้ยังไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำแต่นายกลับบอกว่าเขาเป็นถึงปรมาจารย์หวิงชุนงั้นเหรอ ตลกเกินไปไหม ถ้าหากเขาเป็นถึงปรมาจารย์หวิงชุนจริงๆ ละก็ ไม่ฝึกตั้งแต่ท้องแม่มาหรือไง”
“เหอะ! พวกไม่เห็นภูเขาไท่ซานอยู่ตรงหน้า พูดไปก็หาว่าคุย พวกนายรอดูเถอะ เดี๋ยวคุณหลินจะจัดการพวกนายเอง!” ซ่งซือเจียงสะบัดมือ ท่าทางเย่อหยิ่งดูแคลน
สือก้วนผิงและผู้นำสกุลอี้รู้สึกโกรธกับท่าทางของตาเฒ่าซ่ง
“ก็ได้ ในเมื่อตาเฒ่าบอกแบบนั้น พี่สือเราก็ควรจะกลับไปนั่งที่ รอดูการต่อสู้อีก 2 รอบที่เหลือ” อี้ฉางชุนถึงโกรธแต่ก็ควบคุมอารมณ์ได้ ดีกว่าสือก้วนผิงที่กำลังจะอาละวาด
“นั่นสินะ เหลืออีก 2 รอบ ชัยชนะก็จะตกเป็นของตระกูลสือ กลับไปนั่งที่โต๊ะกันดีกว่า” สือก้วนผิงไม่ให้ราคาหลินอู๋เฉิน ยังไงเสียหมากตานี้ก็ถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่เห็นต้องกังวลเลยนี่นา
เมื่อทั้งคู่เดินจากไปซ่งซือเจียงจึงสั่งให้คนยกเก้าอี้มาให้หลินอู๋เฉินนั่ง
“คุณหลิน เชิญ”
หลินอู๋เฉินพยักหน้า นั่งลงตามคำแนะนำของนายผู้เฒ่า
สำหรับวิธีการของซ่งซือเจียง ผู้นำ 2 ตระกูลต่างก็สงสัย โดยเฉพาะสือก้วนผิงยิ่งเห็นแบบนี้ก็คิดไปเองว่าตัวตนของหลินอู๋เฉินจะต้องเป็นคนร่ำรวยอันดับหนึ่งเป็นแน่ แม้แต่ตระกูลซ่งยังไม่อาจเทียบได้
“เอาล่ะ การต่อสู้รอบที่ 4 เริ่มได้”
ชายในชุดขาวสองคนเดินลงไปบนเวที พวกเขามองหลินอู๋เฉิน ประมาณว่าเมื่อไหร่กันที่นายจะเดินลงมาให้พวกฉันเชือด
“คุณหลินครับ อนาคตตระกูลของผมขอฝากไว้ที่คุณด้วยนะครับ” ซ่งซือเจียงไม่สามารถบังคับได้ ถึงแม้ตอนนี้หลานสาวของเขาจะเป็นผู้หญิงหลินอู๋เฉินก็ตาม ยังคงนอบน้อมถ่อมตน
หลินอู๋เฉินมองเขาทีหนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ไม่ต้องพูดมาก แค่จัดการ'มด'ปลวกในสนามมันจะยากอะไร”
“ดีแต่พูด เมื่อไหร่จะลงมือล่ะ หรือว่ากลัวจนไม่กล้าขยับ?” ซ่งเฉินหยูเหน็บแนม สำหรับผู้หญิงคนนี้หลินอู๋เฉินมองว่าเป็นคนไร้มารยาท เทียบไม่ได้กับจื่อจิงที่คล้ายกับแมวขี้อ้อน
“สำหรับเรื่องนั้น เธอไม่ต้องกังวลหรอก”
ซ่งเฉินหยูทำเสียงเฮอะ แต่ยังมองการกระทำของเขาไม่ห่าง จะว่ายังไงดี การเผชิญหน้ากับสองผู้นำตระกูลเมื่อครู่เขาไม่แม้แต่จะตกใจหรือแสดงสีหน้าออกมาให้เห็น ช่างเป็นคนที่เข้าใจยากเหลือเกิน หรือว่าเขาจะเก่งอย่างที่พูดจริงๆ นะ
หลินอู๋เฉินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ มองชายสองคนบนเวทีก่อนจะยกยิ้มมุมปาก “ต่อหน้าทวยเทพ 'มด'ทำไมถึงยังไม่รีบคุกเข่า”
คำพูดของหลินอู๋เฉินเป็นการไม่ให้เกียรติคู่ต่อสู้ พวกเขาถึงกับทนไม่ได้ และต้องการเข้ามาโจมตี แต่ทันใดนั้นทั้งคู่ทำได้เพียงคุกเข่าลงบนพื้น สีหน้าเจ็บปวดแสนสาหัสจนยากที่จะทานทน
“นี่พวกเขา...กำลังทำอะไรอยู่” สือก้วนผิงไม่เข้าใจ คนที่เขาจ้างมาคือมือดีเชียวนะ แม้แต่เสือยังฆ่ามาแล้วจะมากลัวคำพูดของเด็กคนหนึ่งได้ยังไง
แต่ถ้างั้นเพราะอะไรล่ะ พวกเขาถึงได้คุกเข่าตามคำพูดของหลินอู๋เฉิน
“นี่มัน...” ซ่งซือเจียงรู้สึกผิดคลาด ตอนแรกคิดว่าคุณหลินจะขึ้นไปต่อสู้ แสดงทักษะอันยอดเยี่ยมออกมาแต่ไม่แคล้วอีกฝ่ายดันมาคุกเข่าจริงๆ บ้าบอเกินไปแล้ว
“อาหลาน รีบๆ ลุกขึ้นมาสิ จะคุกเข่าไปถึงเมื่อไหร่ หรือว่าอยากจะให้อาจารย์อับอายขายหน้า!” ชายชราในชุดขาวตะโกน ดูเหมือนว่าคนที่อยู่บนสนามจะเป็นลูกศิษย์ในสำนักของเขา
อาหลานปั้นหน้ายากสุดขีด พยายามลุกขึ้นยืน แต่คล้ายกับมีภูเขาขนาดใหญ่กดทับร่างกายไว้ ทำให้ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้
“โฮ่...ดื้อด้านจริงนะ เป็นแค่'มด'แต่กล้าต่อต้านเทพ” หลินอู๋เฉินหรี่ตาเล็กลง จงใจเพิ่มแรงกดดัน'เนตรหมื่นอาณาจักร'ผ่านการมอง
ทันใดนั้นนักสู้ชุดขาวทั้ง 2 คนต่างล้มฟุบลงไปบนเวที ร่างกายของพวกเขาปรากฏเลือดไหลออกมา ได้ยินเสียงแตกหักคล้ายกับกระเบื้อง ซึ่งความจริงแล้วเป็นกระดูก
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น...” สือก้วนผิงลุกขึ้นยืน ใบหน้าเขาปรากฏคำถามมากมาย เพียงแต่ถามไปมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้
“คุณหลิน...” ซ่งซือเจียงแอบกำหมัดลับๆ ดูเหมือนว่าตัวตนของคุณหลินจะเกินกว่าที่คาดไว้มาก แค่ประโยคเดียวทั้งคู่ก็ทนไม่ไหว ตอนนี้สะบักสะบอมเลือดออกไปทั้งตัว
“พูดว่ายอมแพ้ ไม่งั้น...ตาย!” หลินอู๋เฉินยังนั่งไขว้ห้างอยู่ที่เดิม แต่คำพูดของเขากลับทำให้ใครหลายคนหวาดกลัว
นักสู้ในสนามประลอง 2 คนกัดฟันแน่น สุดท้ายขอยอมแพ้ทั้งที่ยังไม่ออกหมัด ทันใดนั้นแรงกดดันที่กดทับลงมาบนตัวได้สลายหายไป พวกเขาจึงได้หายใจสะดวก
ชายชราในชุดสีขาวรีบเร่งขึ้นมาบนเวที เข้าไปตรวจสอบชีพจรจองทั้งคู่พลางกล่าวถาม “อาหลาน เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ ทำไมถึงไม่สู้ แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมร่างกายถึงเป็นแบบนี้”
อาหลานแทบจะไม่มีแรงพูด มองอาจารย์ด้วยหัวใจสั่นเทา “ทะ...ท่านอาจารย์ ชายคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป เขา...เป็นผู้ฝึกยุทธ!”
“อะไรนะ ผู้ฝึกยุทธ!” ชายชราเผยสีหน้าจริงจัง มีร่องรอยความตื่นเต้นวาดผ่านดวงตาคู่นั้น
นักสู้ 2 คนถูกหามลงจากเวทีประลอง ที่เหลืออยู่มีเพียงชายชราคนเดียว
“คุณสือ ที่เหลือผมจัดการเอง ได้ใช่หรือเปล่าครับ” ชายชราในชุดขาวถามความเห็น ยังไงเสียอีกฝ่ายก็เป็นผู้ว่าจ้าง อย่างน้อยต้องให้เขาตัดสินใจ
“ตามใจเลย!” สือก้วนผิงโบกมือ จนถึงตอนนี้เขารู้สึกแปลกๆ บรรยากาศที่อยู่รอบตัวหลินอู๋เฉินไม่ใช่ธรรมดาเลย ทำให้อยากจบการประลองแล้วรีบออกไปจากที่นี่
ส่วนอี้ฉางชุนก็ไม่ต่าง และในยกสุดท้ายคนของเขาก็ไม่ได้ขึ้นไป เพราะมันเปล่าประโยชน์ ในเมื่อชายชราขึ้นสนามประลองนั่นหมายความว่าชัยชนะได้ถูกกำหนดไว้แล้ว
“ได้เจอผู้ฝึกยุทธนับว่าเป็นเกียรติต่อผม หลานหลง วันนี้จึงอยากจะขอคำชี้แนะจากผู้ฝึกยุทธสักหน่อย หวังว่าคุณจะให้เกียรติขึ้นเวทีมาต่อสู้กับผม” ชายชราตั้งท่าเตรียมพร้อม นัยน์ตาคู่นั้นมีความตื่นเต้นอันท่วมท้นแล่นผ่าน
“ให้เกียรติเหรอ ฮ่าฮ่า ตลกเป็นบ้าเลย ในสายตาของฉัน'มด'ก็คือ'มด' ฉันจะบี้ยังไงก็ได้ แต่เห็นในความกระตือรือร้นของนาย จะเล่นหน่อยก็แล้วกัน เข้ามาสิ ถ้าหากทำให้ฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้ได้ละก็นะ” หลินอู๋เฉินกวักมือ ท่าทางเย่อหยิ่ง ไม่เห็นหัวใครอยู่ในสายตา
หลานหลงไม่พูดมาก จู่โจมด้วยความไวปานสายฟ้า หมัดมวยที่ถูกส่งออกมามีความเร็วและรุนแรงกว่าลูกศิษย์ที่ถูกหลินอู๋เฉินจัดการ การโจมตีนี้ไวมากถึงกับทำให้นายผู้เฒ่าซ่งกังวลแทนหลินอู๋เฉิน
แต่ก่อนที่หมัดจะเข้ามาถึงตัว หลินอู๋เฉินได้อ้าปาก 'ลมหายใจมังกร' ถูกปล่อยออกมา มองเพลิงขนาดใหญ่เข้าครอบคลุมร่างกายของชายชรา พริบตามันได้ย่างสดอีกฝ่ายจนกลายเป็นมนุษย์เพลิง ล้มลงไปบนพื้นสนามประลอง ก่อนจะแน่นิ่งไปในที่สุด และสุดท้ายร่างกายก็เหลือแต่เศษซากขี้เถ้า!
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่างเป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ มันทำให้ทุกคนขวัญผวา บ้างถึงกับกรีดร้องเมื่อเห็นคนถูกย่างเป็นๆ
“แกฆ่าท่านอาจารย์!” อาหลานกับนักสู้ชุดขาวที่ยังพอมีแรงลุกขึ้นมา หวังทวงคืนความยุติธรรม ยืนเผชิญหน้ากับหลินอู๋เฉินทั้งที่ขากำลังสั่นเทา