ไรเดน ธอร์น

    ตอนที่ 12 เช้าตรู่ของวันใหม่

    แสงแดดอ่อนสีทองส่องผ่านหน้าต่างสูงของหอคอย ละอองแสงกระทบผนังหินเก่าแก่จนเกิดประกายเงาแ๶่๥เบา

    ไรเดนกำลังนั่งอยู่ลำพังบนโต๊ะหินยาวในห้องอาหาร มือข้างหนึ่งควงช้อนในชามซุป ส่วนมืออีกข้างค้ำคาง

    ดวงตาเหม่อมองไปยังแสงที่ลอดผ่านม่านบาง


    เสียงรองเท้าบูทแตะพื้นหินเบา ๆ ดังขึ้นด้านหลัง ก่อนที่ร่างหนึ่งจะปรากฏตรงหน้าโต๊ะ

    คาเลนเซีย ลูเมริน หัวหน้าชั้นปีสอง ยิ้มจาง ๆ ขณะวางกล่องเล็กสองกล่องลงบนโต๊ะ


    “นี่ ของสำคัญนะ”


    “ลูเมเนลล์ — อุปกรณ์สื่อสารเฉพาะของสายออร์ร่าเอเธอเรียล ใช้ส่งข้อความเวทถึงกันโดยตรง… ไม่ต้องอาศัยเสียงหรือการพูด”

    กล่องแรกถูกเลื่อนไปทางไรเดน อีกกล่องถูกเก็บไว้ในมือเธอ


    ไรเดนกระพริบตา มองกล่องก่อนจะหยิบขึ้นมาดู กล่องทรงกลมทำจากหินดำเนื้อเนียนล้อมด้วยเส้นเวทเงินเรืองแสง มีสัญลักษณ์คล้ายดวงตากึ่งปิดอยู่ตรงกลาง


    คาเลนเซียยกกล่องอีกกล่องขึ้นเทียบข้างหู


    “แค่เอาไว้ใกล้ ๆ เวลา ‘รับ’ ข้อความ... หรือแตะที่วงเวทกลางกล่องแล้วนึกชื่อคนที่จะส่งถึงในใจ ก็จะ ‘ส่ง’ ข้อความได้”


    “ข้อความจะปรากฏในหัวแบบเสียงกระซิบ แต่บางคนถ้าเชี่ยวชาญเวทจิตก็จะมองเห็นภาพด้วย”


    ไรเดนเลิกคิ้ว “ว้าว…”


    “ฝากให้เซราฟิน่าด้วยนะ ฉันคงต้องไปแล้ว”


    คาเลนเซียขยิบตาให้หนึ่งที แล้วหมุนตัวออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วทิ้งกลิ่นหอมจางของดอกอาร์เทียไว้ในอากาศ



    ไรเดนเงยหน้าขึ้นจากจานข้าวอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ

    เขาเห็นเซราฟิน่าเดินเข้ามาในห้องอาหารด้วยท่วงท่าเยือกเย็น


    เสื้อคลุมสีเข้มพลิ้วไหวตามแรงลม ดวงตาสีน้ำเงินครามที่มองผ่านทุกสิ่ง

    ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูสงบเงียบอย่างน่าประหลาด


    “ตื่นเช้านะ” เขายิ้มให้ พยายามไม่ดูเหมือนกำลังจับจ้องมากเกินไป “ไปไหนมาหรือเปล่า?”


    เซราฟิน่าหยุดมองเขาครู่หนึ่ง ราวกับชั่งน้ำหนักว่าควรตอบหรือไม่ ก่อนที่น้ำเสียงเรียบเย็นจะเอ่ยออกมา


    “เดินเล่น…รอบหอคอย” เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง แล้วเสริมด้วยสายตาเหม่อมองไกลออกไป “สวนด้านหลังเงียบดี”


    ไรเดนยักไหล่นิด ๆ “เงียบ…ก็ดี แต่ก็เหงาอยู่ดีล่ะมั้ง” เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนตักขนมปังเข้าปาก 


    เซราฟิน่าเงียบนิ่ง ไม่ตอบกลับใด ๆ แค่ขยับสายตามองไปยังลูเมเนลล์ที่วางอยู่บนโต๊ะแทน


    “คาเลนเซียฝากของไว้ให้…”


    ไรเดนเลื่อนกล่องทรงกลมสีดำไปให้เซราฟิน่าขณะเปิดกล่องของตัวเองเช่นกัน


    เขาหยิบสายรัดหนังสีดำเข้มขึ้นมาพินิจ มันดูดิบเท่ มีขอบโลหะทองแดงบาง ๆ ล้อมรอบและมีอักขระเรืองแสงสีเงินเคลื่อนไหวช้า ๆ บนพื้นหนังราวกับเส้นลมหายใจ


    เขาพึมพำเบา ๆ เหมือนพูดกับตัวเอง


    “ดูเหมือนจะมีชีวิตของตัวเองเลยแฮะ…”


    ด้านตรงข้าม เซราฟิน่าเปิดกล่องของเธอช้า ๆ ไม่มีคำพูดใด


    เธอหยิบสายรัดโลหะสีเงินอมฟ้าขึ้นมาอย่างระวัง ตรงกลางฝังผลึกสีน้ำเงินครามที่เรืองแสงอ่อนเมื่อ๱ั๣๵ั๱กับอุณหภูมิร่างกาย

    ลวดลายที่สลักไว้อย่างประณีตคล้ายละอองหมอกที่ล่องลอยอยู่ในห้วงฝัน


    ไรเดนแอบชำเลืองมองนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไร


    เซราฟิน่าก็ไม่ได้อธิบาย เธอเพียงสวมสายรัดไว้ที่ข้อมือขวา เมื่อสวมแล้ว แสงอ่อนเรืองขึ้นเป็๞ชั้นบาง ๆ

    ราวกับม่านน้ำแข็งบางปกคลุมมือเธอไว้เพียงครู่ ก่อนจะจางหายไป


    ไรเดนกระแอมเบา ๆ แล้วสวมของตนบ้าง อักขระสีเงินบนสายรัดของเขาสว่างขึ้นชั่วครู่ ตอบสนองการเต้นของหัวใจ


    ไรเดนพูดขึ้นเบา ๆ โดยไม่ได้หันไปมองตรง ๆ


    “ของเธอดู…แตกต่างดี”


    เซราฟิน่าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับมาเรียบ ๆ


    “ของนายก็ด้วย”


    น้ำเสียงนั้นไม่ใช่คำชม ไม่ใช่การแขวะ แค่การพูดตามที่เห็น


    ไรเดนไม่ได้ถามอะไรต่อ และเซราฟิน่าก็ไม่พูดอะไรเพิ่มเติมเช่นกัน


    เงียบ...แต่ไม่อึดอัด เหมือนต่างฝ่ายแค่กำลังประเมินอีกคนอยู่


    ทั้งสองสบตากันชั่วครู่ในความเงียบ


    เสียงนาฬิกากลางหอคอยดังขึ้น


    ไรเดนพูดเบา ๆ พลางลุกขึ้น “ถึงเวลาแล้วล่ะ…”


    เซราฟิน่าเดินนำไปโดยไม่รอ แต่ก่อนจะถึงประตู เธอหยุดเล็กน้อย คล้ายจะพูดอะไร…แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเดินต่อไปเงียบ ๆ

    ไรเดนถอนหายใจเงียบ ๆ แล้วเดินตามหลัง