แสงแดดอ่อนสีทองส่องผ่านหน้าต่างสูงของหอคอย ละอองแสงกระทบผนังหินเก่าแก่จนเกิดประกายเงาแ่เบา
ไรเดนกำลังนั่งอยู่ลำพังบนโต๊ะหินยาวในห้องอาหาร มือข้างหนึ่งควงช้อนในชามซุป ส่วนมืออีกข้างค้ำคาง
ดวงตาเหม่อมองไปยังแสงที่ลอดผ่านม่านบาง
เสียงรองเท้าบูทแตะพื้นหินเบา ๆ ดังขึ้นด้านหลัง ก่อนที่ร่างหนึ่งจะปรากฏตรงหน้าโต๊ะ
คาเลนเซีย ลูเมริน หัวหน้าชั้นปีสอง ยิ้มจาง ๆ ขณะวางกล่องเล็กสองกล่องลงบนโต๊ะ
“นี่ ของสำคัญนะ”
“ลูเมเนลล์ — อุปกรณ์สื่อสารเฉพาะของสายออร์ร่าเอเธอเรียล ใช้ส่งข้อความเวทถึงกันโดยตรง… ไม่ต้องอาศัยเสียงหรือการพูด”
กล่องแรกถูกเลื่อนไปทางไรเดน อีกกล่องถูกเก็บไว้ในมือเธอ
ไรเดนกระพริบตา มองกล่องก่อนจะหยิบขึ้นมาดู กล่องทรงกลมทำจากหินดำเนื้อเนียนล้อมด้วยเส้นเวทเงินเรืองแสง มีสัญลักษณ์คล้ายดวงตากึ่งปิดอยู่ตรงกลาง
คาเลนเซียยกกล่องอีกกล่องขึ้นเทียบข้างหู
“แค่เอาไว้ใกล้ ๆ เวลา ‘รับ’ ข้อความ... หรือแตะที่วงเวทกลางกล่องแล้วนึกชื่อคนที่จะส่งถึงในใจ ก็จะ ‘ส่ง’ ข้อความได้”
“ข้อความจะปรากฏในหัวแบบเสียงกระซิบ แต่บางคนถ้าเชี่ยวชาญเวทจิตก็จะมองเห็นภาพด้วย”
ไรเดนเลิกคิ้ว “ว้าว…”
“ฝากให้เซราฟิน่าด้วยนะ ฉันคงต้องไปแล้ว”
คาเลนเซียขยิบตาให้หนึ่งที แล้วหมุนตัวออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วทิ้งกลิ่นหอมจางของดอกอาร์เทียไว้ในอากาศ
ไรเดนเงยหน้าขึ้นจากจานข้าวอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ
เขาเห็นเซราฟิน่าเดินเข้ามาในห้องอาหารด้วยท่วงท่าเยือกเย็น
เสื้อคลุมสีเข้มพลิ้วไหวตามแรงลม ดวงตาสีน้ำเงินครามที่มองผ่านทุกสิ่ง
ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูสงบเงียบอย่างน่าประหลาด
“ตื่นเช้านะ” เขายิ้มให้ พยายามไม่ดูเหมือนกำลังจับจ้องมากเกินไป “ไปไหนมาหรือเปล่า?”
เซราฟิน่าหยุดมองเขาครู่หนึ่ง ราวกับชั่งน้ำหนักว่าควรตอบหรือไม่ ก่อนที่น้ำเสียงเรียบเย็นจะเอ่ยออกมา
“เดินเล่น…รอบหอคอย” เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง แล้วเสริมด้วยสายตาเหม่อมองไกลออกไป “สวนด้านหลังเงียบดี”
ไรเดนยักไหล่นิด ๆ “เงียบ…ก็ดี แต่ก็เหงาอยู่ดีล่ะมั้ง” เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนตักขนมปังเข้าปาก
เซราฟิน่าเงียบนิ่ง ไม่ตอบกลับใด ๆ แค่ขยับสายตามองไปยังลูเมเนลล์ที่วางอยู่บนโต๊ะแทน
“คาเลนเซียฝากของไว้ให้…”
ไรเดนเลื่อนกล่องทรงกลมสีดำไปให้เซราฟิน่าขณะเปิดกล่องของตัวเองเช่นกัน
เขาหยิบสายรัดหนังสีดำเข้มขึ้นมาพินิจ มันดูดิบเท่ มีขอบโลหะทองแดงบาง ๆ ล้อมรอบและมีอักขระเรืองแสงสีเงินเคลื่อนไหวช้า ๆ บนพื้นหนังราวกับเส้นลมหายใจ
เขาพึมพำเบา ๆ เหมือนพูดกับตัวเอง
“ดูเหมือนจะมีชีวิตของตัวเองเลยแฮะ…”
ด้านตรงข้าม เซราฟิน่าเปิดกล่องของเธอช้า ๆ ไม่มีคำพูดใด
เธอหยิบสายรัดโลหะสีเงินอมฟ้าขึ้นมาอย่างระวัง ตรงกลางฝังผลึกสีน้ำเงินครามที่เรืองแสงอ่อนเมื่อัักับอุณหภูมิร่างกาย
ลวดลายที่สลักไว้อย่างประณีตคล้ายละอองหมอกที่ล่องลอยอยู่ในห้วงฝัน
ไรเดนแอบชำเลืองมองนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไร
เซราฟิน่าก็ไม่ได้อธิบาย เธอเพียงสวมสายรัดไว้ที่ข้อมือขวา เมื่อสวมแล้ว แสงอ่อนเรืองขึ้นเป็ชั้นบาง ๆ
ราวกับม่านน้ำแข็งบางปกคลุมมือเธอไว้เพียงครู่ ก่อนจะจางหายไป
ไรเดนกระแอมเบา ๆ แล้วสวมของตนบ้าง อักขระสีเงินบนสายรัดของเขาสว่างขึ้นชั่วครู่ ตอบสนองการเต้นของหัวใจ
ไรเดนพูดขึ้นเบา ๆ โดยไม่ได้หันไปมองตรง ๆ
“ของเธอดู…แตกต่างดี”
เซราฟิน่าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับมาเรียบ ๆ
“ของนายก็ด้วย”
น้ำเสียงนั้นไม่ใช่คำชม ไม่ใช่การแขวะ แค่การพูดตามที่เห็น
ไรเดนไม่ได้ถามอะไรต่อ และเซราฟิน่าก็ไม่พูดอะไรเพิ่มเติมเช่นกัน
เงียบ...แต่ไม่อึดอัด เหมือนต่างฝ่ายแค่กำลังประเมินอีกคนอยู่
ทั้งสองสบตากันชั่วครู่ในความเงียบ
เสียงนาฬิกากลางหอคอยดังขึ้น
ไรเดนพูดเบา ๆ พลางลุกขึ้น “ถึงเวลาแล้วล่ะ…”
เซราฟิน่าเดินนำไปโดยไม่รอ แต่ก่อนจะถึงประตู เธอหยุดเล็กน้อย คล้ายจะพูดอะไร…แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเดินต่อไปเงียบ ๆ
ไรเดนถอนหายใจเงียบ ๆ แล้วเดินตามหลัง