“นั่นสินะ ครับ... ก็เป็นผู้ก่อการร้ายนี่นะครับผู้ก่อการร้ายก็ต้องฆ่าคนแบบจัดหนักเลยสิครับ ครับ... ใช่ถ้างั้นก็ให้ฆ่าด้วยความรู้สึกแบบนั้นดีไหม แน่นอน... นั่นสินะครับผู้เสียหายก็ต้องเยอะมาก ผู้ก่อการร้ายก็ต้องป่าเถื่อนสิ ...ใช่แล้ว ครับ...ครับรับทราบ ถ้างั้นขอตัวก่อนนะคร้าบบ”
พอวางสายโทรศัพท์ ผมก็สบตาเข้ากับพนักงานเสิร์ฟสาวเข้าให้
แค่ชั่วครู่ แล้วก็หันไปมองทางอื่นครับ
ไม่ได้เจอกันนานนะครับ ผม สุเอะบะชิครับบางครั้งผมก็มักจะมาเขียนต้นฉบับที่ร้านอาหารสำหรับครอบครัวและบางทีก็มีบ้างที่ได้รับโทรศัพท์พูดคุยกับคุณบรรณาธิการไปพลางเขียนต้นฉบับไปพลางอยู่บ่อย ๆ
แต่ว่าในสถานการณ์แบบนี้จะรับมือยังไงดีจะลองพูดแก้ตัวแบบนี้ดีไหมนะ “อะ เอ่อ ไม่ใช่ครับ ผม เอ่อไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายหรืออะไรเทือกนั้น ไม่สิก็กำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องก่อการร้ายอยู่จริงๆ ก็เถอะ...”หรือว่าจะจิบกาแฟด้วยใบหน้าขมปี๋ แล้วพึมพำออกมาเบาๆ อย่างหล่อๆ ว่า “หึ หึจะฆ่ากี่คนดีนะ” แบบนี้ดี
...ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ปัญหาคงมีแค่ว่าจะกลายเป็นคนอันตรายที่พูดมากหรือว่าคนอันตรายที่เงียบขรึมเท่านั้นล่ะครับ
ยังไงก็ตามสิ่งที่ผมคิดน่ะไม่ใช่เพียงแค่การก่อการร้ายเพียงอย่างเดียวหรอกนะครับ ในหัวผมน่ะไม่ว่าจะเวลาไหนก็เต็มไปด้วยเรื่องเกี่ยวกับเวทมนตร์ การต่อสู้เด็กสาวโรงเรียนประถมกับชายหนุ่มที่เป็นผู้ใหญ่นั่นล่ะและในบางครั้งเรื่องที่คิดอยู่มันก็จะออกมาทางสีหน้าหรือไม่ก็ออกมาทางคำพูดเลยครับ ในตอนที่เขียนฉากต่อสู้ ผมก็จะส่งเสียงประหลาดๆออกมา แล้วก็ลองโพสท่าดูด้วยล่ะ
นักเขียนเนี่ยเป็นงานที่น่าสงสัยจริงๆ เลยนะครับ
สแครมเบิ้ล วิซาร์ดเล่มที่ 1ได้รับการตีพิมพ์เมื่อปีที่แล้วเดือนกรกฎาคม พูดง่ายๆ ว่าตั้งแต่ที่หนังสือเริ่มตีพิมพ์ และออกขายก็ผ่านมาได้เกือบจะครบ 1 ปีแล้วล่ะครับ
พอย้อนกลับไปคิดดูแล้ว มีอะไรหลายๆ อย่างเกิดขะ-- อ่ะไม่เกิดอะไรเลยล่ะครับ ผมรู้สึกว่าได้แต่เขียนๆ แล้วพอไม่ดีก็เริ่มเขียนใหม่วนเวียนไปมาอยู่แบบนี้ล่ะครับการเขียนในตอนนี้เองก็ลองผิดลองถูกอยู่หลายวิธีด้วยตัวคนเดียว ...อืมเพราะว่าพยายามอย่างหนักก็เลยรู้สึกแบบว่า ผ่านไปแล้ว 1 ปีงั้นเหรอขึ้นมาน่ะครับถ้าหากว่าความลำบาก และความพยายามทำให้ฝีมือก้าวหน้าขึ้นไปอีกด้วยก็ดีสินะ
อาเดิมทีผมไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับเรื่องความเร็วในการเขียนของตัวเองครับในตอนนี้เองก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรหรอกครับ ผมพูดได้เลย...ผมจะพยายามเพิ่มขึ้นอีกนิดนะครับ
เอาล่ะ ตั้งแต่เดบิวต์เป็นนักเขียนก็ผ่านมา 1 ปีแล้วนั่นหมายความว่าตั้งแต่ผมเริ่มเขียนนิยายเรื่องนี้ก็ผ่านมาเกือบจะ 2 ปีแล้วครับ
เล่มนี้ได้เดินทางมาถึงจุดจบที่ตั้งไว้ให้กับตัวละครจูโร่และสึกิโกะในครั้งที่ผมยังคงส่งบทความลงนิตยสารครับ “อา...หากว่าได้ตีพิมพ์มาจนถึงตรงนี้ก็คงจะดีนะแต่ว่าผลงานมันยังไม่จบบริบูรณ์เลยไม่ใช่หรือไงกัน อย่างน้อยก็หลอกตัวเองว่าขอให้ได้รางวัลอะไรสักอย่างแล้วกัน” ตัวผมคิดเช่นนี้
และพอคิดไปถึงในตอนที่ยังคงเป็นมือสมัครเล่นอยู่ผมมีความสุขในการเขียนเรื่องราวต่างๆ มากๆ มากๆ เลยล่ะครับ
การที่ผมได้เป็นนักเขียนต่อไปราวถึงการที่นิยายเรื่องแรกของผมมาจนถึงขั้นนี้ได้เป็นเพราะนักอ่านทุกๆ ท่านครับผมต้องขอขอบคุณอย่างมากเลยครับ
เรื่องราวยังคงดำเนินต่อไป ดังนั้นหากทุกท่านจะค่อยๆตามผมต่อไปเรื่อยๆ ผมก็สุขใจมากแล้วครับ
...อืม ผมเนี่ยเขียนผลงานแปลกประหลาดแฮะ
เอาเถอะผมได้รับความช่วยเหลือจากทุกท่านในการเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา
ขอขอบคุณคุณไซโต้ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบมาตั้งแต่ผมเดบิวต์จนกระทั่งถึงตอนนี้เลยครับ ส่วนผู้รับผิดชอบคนใหม่ คุณมาเอะดะต่อจากนี้ไปผมต้องขอรบกวนด้วยนะครับ
ขอบคุณคุณคะโบะจะผู้วาดภาพประกอบสำหรับรูปภาพประกอบสวยๆในครั้งนี้ครับ ขอขอบคุณทุกๆ ท่าน ตั้งแต่ทีมพิสูจน์อักษร ทีมออกแบบฝ่ายดูแลเรื่องการตีพิมพ์ ฝ่ายตัวแทนจำหน่ายหรือร้านค้าต่างๆ ทุกท่านรวมถึงท่านอื่นๆ ที่มีส่วนช่วยในการกระจายหนังสือเล่มนี้ด้วยครับ
เช่นนั้น ไว้พบกันอีกครั้งในเล่มที่ 5 นะครับ
เดือนมิถุนายน ปี 2009 สุเอะบะชิ เคน