โอวหยางเพ่ยเพ่ยยืนรวมกลุ่มกับคนบ้านฮั่ว มองเ้าหน้าที่รื้อค้นข้าวของภายในบ้านโดยไม่เกรงใจเ้าของบ้านแม้แต่น้อย
เ้าหน้าที่เหล่านี้มักจะทำการป่าเถื่อนกับชาวบ้านอยู่เนืองๆ หากไม่มีคนใหญ่คนโตกุมอำนาจอยู่เื้ั มีหรือที่คนพวกนี้จะกำแหงชนิดที่ว่าไม่เห็นโอรส์อยู่ในสายตา
“รื้อค้นจนข้าวของเสียหาย พวกเ้าพบอันใดหรือไม่” หวังซื่อถามด้วยสีหน้าสงบ
มือปราบไม่รู้จะแปลกใจกับอะไรก่อนดี ระหว่างดวงหน้าของสตรีที่งามปานเทพธิดากับความนิ่งสงบของชาวบ้านพวกนี้ แม้กระทั่งเด็กน้อยยังไม่มีท่าทีหวาดกลัวพวกตนสองคน
“พวกเ้าไปรวมตัวกันอยู่ที่ศาลบรรพชน”
“อย่าแตะต้องแม้แต่ปลายเล็บของภรรยาข้า” ฮั่วหนานอันะโบอกหนึ่งในมือปราบที่กำลังจะเข้าไปจับแขนของหวังซื่อ
มือปราบที่คิดแตะต้องหญิงงามเล็กๆ น้อยๆ ใบหน้าขึงขัง ชาวบ้านกล้าะโใส่หน้าคนของทางการ คงไม่อยากมีชีวิตอยู่
“ข้าหาใช่คนที่เ้าจะมาะโใส่หน้าได้” ชี้ดาบออกไปเบื้องหน้าฝ่ายตรงข้าม
“มือปราบแห่งอำเภอจางหลิง เหตุใดถึงได้ดูโเี้ผิดมนุษย์ ระรานชาวบ้านไปทั่ว ถ้าแผ่นดินต้าฉีมีมือปราบแบบนี้ทั่วแผ่นดิน ข้าเกรงว่าองค์จักรพรรดิคงต้องสั่งการกวาดล้างจนสิ้น”
ฮั่วหนานอันไม่เคยคิดเลยว่าเ้าหน้าที่ท้องถิ่นจะคุกคามชาวบ้านโดยไม่สนใจกฎหมายบ้านเมือง นี่มันบ้านป่าเมืองเถื่อนหรืออย่างไร
“ชาวบ้านอย่างเ้า กล้าอาจเอื้อมกล่าวถึงเบื้องสูง คงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อสินะ”
“เ้าอย่าทำให้เป็เื่ใหญ่ ให้ชาวบ้านพวกนี้ไปยังศาลบรรพชน”
มือปราบอีกคนรีบห้ามสหายไม่ให้มีเื่ กระนั้นแววตาของทั้งสองที่จ้องมองกันก็ยังเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์เพทุบาย
คนบ้านฮั่ว บ้านเสวี่ย และโอวหยางเพ่ยเพ่ยมุ่งตรงไปยังศาลบรรพชนของหมู่บ้าน ผู้อื่นอาจไม่รู้ต้นปลายสาเหตุที่ทำให้คนพวกนี้วางอำนาจบาตรใหญ่ แต่ฮั่วิจูรู้ดี ่นี้ฮ่องเต้เริ่มประชวร ฮองเฮากับสกุลหลี่จึงมีอำนาจเพิ่มขึ้น ทำให้พวกข้าทาสเหิมเกริมลำพองใจ
อวี้กู่เหยานั่งอยู่ท่ามกลางชาวบ้าน กวาดตามองชาวบ้านจากหมู่บ้านซานไห่ทุกคน กลุ่มคนที่เพิ่งมาถึงอยู่ในสายตาของอวี้กู่เหยาตลอดเวลา
ความงามของหวังซื่อ ส่งผลให้หัวหน้ามือปราบแห่งอำเภอจางหลินใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ฮั่วหนานอันใบหน้าเคร่งขรึมกับสายตาของหัวหน้ามือปราบที่มองมายังภรรยาของตน ยืนบดบังร่างของภรรยาจนมิด
อวี้กู่เหยามุ่นคิ้วเล็กน้อยกับสายตาไม่เป็มิตรที่ถูกส่งมาให้ หน้าตาและผิวพรรณของบุรุษผู้นี้แตกต่างจากชาวบ้านทั่วไป เพียงแค่เสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่มีร่องรอยการปะชุนก็เป็ที่จับสังเกตมากพอแล้ว
“หัวหน้าหมู่บ้าน คนกลุ่มนั้นคือผู้ใด”
หัวหน้าหมู่บ้านขยับเข้าไปใกล้หัวหน้ามือปราบ “พวกเขาเพิ่งย้ายเข้ามาตั้งรกรากอยู่ที่หมู่บ้านขอรับ”
อวี้กู่เหยายกมือขึ้นลูบปลายคาง หน้าตาผิวพรรณของคนกลุ่มนี้เหมือนกับผู้รากมากดี กลับมาอยู่ในพื้นที่ยากจนข้นแค้น
“พวกเขามาจากไหน” ทั่วอำเภอจางหลิน มีบ้านใดบ้างที่อวี้กู่เหยาไม่รู้จัก
หัวหน้าหน้าหมู่บ้านกระซิบเสียงแ่เบา “พวกเขาเคยเป็ตระกูลคหบดีเก่า เมื่อสี่เดือนที่แล้วไปมีปัญหากับขุนนาง จึงถูกเล่นงานจนต้องกระเด็นออกจากเมืองผิงหยวน มาปักหลักอยู่ที่หมู่บ้านซานไห่”
“เื่ที่เล่ามาเชื่อถือได้มากเพียงใด” ปรายตาเค้นคำตอบจากหัวหน้าหมู่บ้าน
“เชื่อถือได้แน่นอนขอรับ พวกเขาเป็คนรู้จักของข้าน้อยเอง หากนายท่านไม่เชื่อ สามารถสืบหาความจริงได้”
หัวหน้าหมู่บ้านแสร้งสั่นกลัว ทั้งที่ภายในใจะโบอกให้คนเบื้องหน้ารีบเดินเข้ากองไฟเร็วเข้า จะได้รู้ว่าการเล่นกับไฟแล้วไฟแผดเผาตนเองมันทรมานเพียงใด อำนาจของสกุลฮั่วมีหรือที่จะจัดการกับมือปราบตัวเล็กๆ ให้สิ้นซากไม่ได้
“มาครบทุกคนแล้วหรือยัง” อวี้กู่เหยาปรายสายตาไปยังหัวหน้าหมู่บ้านอีกครั้ง
สายตาของชายชรากวาดมองชาวบ้าน “น่าจะครบแล้วขอรับ”
“เ้าแน่ใจหรือว่าครบ”
หัวหน้าหมู่บ้านบอกให้ชาวบ้านนับจำนวนประชากรในหมู่บ้าน จนมาถึงคนสุดท้ายทำให้รู้ว่าคนมาไม่ครบ
“ข้าให้เ้าตอบอีกรอบ ชาวบ้านมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ครบทุกคนแล้วหรือยัง”
หัวหน้าหมู่บ้านมือสั่น “ยังไม่ครบขอรับ ขาดไปหกคน”
“เ้านำทางไปตามมาให้ครบ”
อวี้กู่เหยาพูดจบ มือปราบห้าคนก็เดินมาประกบหัวหน้าหมู่บ้าน แล้วให้เขานำทางไปตามหาหกคนที่หายไป
“ศาลาว่าการจางหลินกำลังตามสืบคดีคนหาย ทุกคนต้องให้ความร่วมมือ ผู้ใดไม่ให้ความร่วมมือ ถือว่าขัดขวางการปฏิบัติงานของเ้าหน้าที่”
ฮั่วิจูจับมือของมารดาแน่น หวังซื่อคิดว่าบุตรสาวกลัว จึงปลอบประโลมด้วยคำพูดหวานหู ทุกการเคลื่อนไหวของหวังซื่ออยู่ในสายตาของอวี้กู่เหยาตลอดเวลา
มือปราบสอบถามชาวบ้านแต่ละคนด้วยน้ำเสียงข่มขู่และท่าทางคุกคาม จนเด็กน้อยหลายคนร้องไห้เพราะความกลัว
ตงจื้อถูกมือปราบผู้หนึ่งบีบไหลจนร้องไห้แผดเสียงจ้า บิดากับมารดาของเขารีบแกะมือของมือปราบออกจากไหล่ กลับถูกมือปราบคนอื่นเข้ามาหิ้วปีกออกห่าง
“ท่านน้า เหตุใดท่านถึงได้ทำรุนแรงกับเด็ก”
ฮั่วิจูหลบหลีกผู้คนไปยืนเคียงข้างตงจื้อ สายตาดำขลับของนางไร้เดียงสาจนมือปราบไม่กล้าทำร้าย
“นี่มันเป็วิธีสอบสวนของศาลาว่าการจางหลิน เ้าเป็เด็กจะรู้อันใด”
“คนของทางการทำร้ายราษฎรได้ด้วยหรือ” กะพริบตาปริบๆ รอคอยคำตอบ
“นางเป็บุตรผู้ใด มารับตัวนางกลับไปเดี๋ยวนี้” มือปราบถามหาผู้ปกครองของเด็กน้อยจอมจุ้นจ้าน
“กระต่ายที่อยู่บนไหล่ของนางน่าย่างกินไม่น้อย” มือปราบอีกคนชี้ไปยังกระต่ายที่เกาะอยู่บนไหล่ของฮั่วิจู
“กระต่ายตัวนี้คือสัตว์เลี้ยงของข้า พวกท่านไม่สามารถกินมันได้” จับเถียนเถียนยัดเข้าไปด้านในสาบเสื้อ
“เ้าหน้าที่ของทางการตามสืบคดี อดข้าวอดน้ำหวังคืนความยุติธรรมให้แก่ราษฎร เพียงแค่กระต่ายตัวเดียวจะหวงไปไย”
มือปราบยังคงไม่ยอมแพ้ เนื้อกระต่ายเชียวนะ ตำแหน่งอย่างพวกตน เบี้ยหวัดแต่ละเดือนน้อยนิด ปีหนึ่งสามารถกินเนื้อเพียงไม่กี่มื้อเท่านั้น